ทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : ข้าปฏิเสธอาชีพผู้ควบคุมกองทัพอันเดดระดับ SSS แล้วสังเวยตนจนกลายเป็นเทพ!

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 33 ได้โปรด! ช่วยพวกเขาด้วย!

            อาชีพของหงเลี่ยงคือนักรบเกราะหนักระดับCในบรรดาระดับอาชีพทั้งหมด มันอยู่สูงกว่าระดับ D ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเพียงขั้นเดียวเท่านั้นจัดอยู่ในกลุ่มที่ต้องดิ้นรนอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างการฝากปากท้องไว้กับการเป็นผู้ตื่นรู้หรือจะละทิ้งมันแล้วกลับไปเป็นคนธรรมดา

            ทว่านั่นกลับไม่ได้ทำให้ความกระตือรือร้นของหงเลี่ยงที่จะเป็นผู้ตื่นรู้ลดน้อยลงเลยความฝันตั้งแต่เด็กของเขาคือการสร้างกลุ่มผู้ตื่นรู้ ออกสำรวจดันเจี้ยนสังหารมอนสเตอร์... และหลังจากวันอันแสนเหนื่อยล้าสิ้นสุดลงก็กลับมาดื่มเบียร์เย็นฉ่ำให้ชื่นใจสักแก้วในร้านเหล้าเล็กๆ ที่เมืองซ่างจิง

            ความมุ่งมั่นอันแรงกล้าและความรักพวกพ้องคือข้อดีที่สุดในตัวเขา!

            และเพราะเหตุนี้เองเขาจึงสามารถก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้ากลุ่มผู้ตื่นรู้นี้ได้ด้วยฐานะเพียงผู้ตื่นรู้ระดับC

            ในกลุ่มห้าคนนี้นอกจากหลินเฟยซึ่งเป็นมือธนูและเป็นตัวทำความเสียหายหลักที่มีอาชีพระดับ Bแล้ว สมาชิกที่เหลืออย่างนักบวชหลีเสวี่ยเอ๋อร์ จอมเวทหลี่หยางและนักรบคลั่งเฉินชง ต่างก็เป็นอาชีพระดับ C ทั้งสิ้น

            ทุกคนมารวมตัวกันได้ก็เพราะหัวหน้ากลุ่มอย่างหงเลี่ยงพวกเขาต่างขยันหมั่นเพียรฝึกฝนการประสานงานในกลุ่มทุกวันและเมื่อความเข้าขาเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆพวกเขาก็เริ่มกลายเป็นกลุ่มที่สามารถหาเลี้ยงชีพได้จากการล่าไอเทมดรอปในดันเจี้ยน

            หงเลี่ยงในฐานะหัวหน้ากลุ่มรู้สึกตื้นตันใจและมีกำลังใจเพิ่มขึ้นทวีคูณขณะเดินอยู่ในโถงสุสาน เขาเอ่ยหยอกล้อกับหลินเฟยที่เดินอยู่ข้างหลัง“เสี่ยวเฟย พอทำเป้าหมายของวันนี้สำเร็จแล้วพวกเราไปหาอะไรดื่มที่ร้านเหล้ากันเถอะ!”

            “นายน่ะอายุครบ 18 แล้วไม่ใช่หรือไง? ถึงเวลาต้องหัดดื่มได้แล้ว!ได้ยินมาว่านายแอบชอบน้องสาวที่ร้านเครื่องประดับคนนั้นอยู่ใช่ไหม? เย็นนี้ให้พี่ชงของนายช่วยออกไอเดียให้เอาไหม...”

            หลินเฟยที่อายุน้อยที่สุดและมีนิสัยขี้อายถึงกับทำตัวไม่ถูกทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากหลีเสวี่ยเอ๋อร์ที่เป็นนักบวชในกลุ่มก็ตำหนิขึ้นมาเสียก่อน“หัวหน้า อย่าพยายามพาเสี่ยวเฟยไปเสียคนสิคะ!”

            “ฮ่าๆๆ...”

            เฉินชงนักรบคลั่งที่เดินปิดท้ายแถวหัวเราะร่า “จริงด้วย!เสี่ยวเฟย เดี๋ยวพี่คนนี้จะสอนเคล็ดลับให้สักสองสามกระบวนท่าเอง”

            หลี่หยางจอมเวทประจำกลุ่มรีบขัดคออย่างไม่ไว้หน้า “ฟังเฉินชงเนี่ยนะ?ตัวมันเองโดนสาวทิ้งมาตั้งกี่ครั้งแล้วยังไม่จำ...”

            “ใครบอกว่าฉันโดนทิ้งฮะ!?”

            “ฮ่าๆๆ...”

            ทั่วทั้งโถงสุสานอันมืดมิดและคับแคบพลันอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและคำหยอกล้อที่ต่างฝ่ายต่างขุดคุ้ยกันมาแกล้ง

            แม้หลินเฟยจะใบหน้าแดงก่ำทว่ามุมปากกลับประดับด้วยรอยยิ้ม

            เขาชอบบรรยากาศแบบนี้มากภายใต้การนำของพี่ใหญ่อย่างหงเลี่ยง ทุกคนดูราวกับเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน

            หลินเฟยเหลียวหลังกลับไปมองเฉินชงที่กำลังทำหน้ามุ่ยเพราะเถียงแพ้ทันใดนั้นความเฉียบคมอันเป็นเอกลักษณ์ของอาชีพมือธนูก็ทำให้เขาสังเกตเห็นเงาบางอย่างวูบไหวอยู่ด้านหลังเฉินชง!

            “พี่ชง ระวังข้างหลัง!”

            หลินเฟยแผดเสียงตะโกนสุดแรงทว่ามันกลับสายเกินไป เขาเห็นเต็มสองตาว่าใบหน้าของเฉินชงที่กำลังยิ้มให้เขาค่อยๆแข็งค้างไป ก่อนที่กริชสีดำสนิทจะแทงทะลุกลางทรวงอกออกมา!

            [-993!]

            ตัวเลขค่าความเสียหายสีแดงฉานพุ่งพรวดออกมาจากร่างของเฉินชงในฐานะนักรบคลั่ง พลังชีวิตของเขาแทบจะเหือดแห้งหายไปจนเหลือเพียงขีดเดียว!

            ขณะนั้นเองหงเลี่ยงและคนอื่นๆ ที่เดินนำอยู่ข้างหน้าต่างหันกลับมาตามเสียงหลงของหลินเฟยและได้เห็นภาพอันสยดสยองนี้เข้าพอดี

            หลีเสวี่ยเอ๋อร์นักบวชสาวที่อยู่ใกล้เฉินชงที่สุดตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ เธอรีบชูคทาเวทในมือขึ้นแล้วร่ายเวทรักษาใส่เฉินชงทันที!

            [+500!]

            พลังชีวิตของเฉินชงเพิ่งจะฟื้นกลับมาได้เพียงเล็กน้อยทันใดนั้น ประกายมีดสีดำก็ตวัดผ่านร่างเขาอีกสองครั้งซ้อนตัวเลขค่าความเสียหายปรากฏขึ้นต่อเนื่องกัน

            [-753!]

            [-719!]

            พลังชีวิตที่เพิ่งจะได้รับการรักษามาเมื่อครู่พร้อมกับพลังชีวิตขีดสุดท้ายถูกกวาดล้างจนว่างเปล่าในพริบตา เฉินชง... สิ้นใจแล้ว!

            เขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะหันกลับไปมองว่าเจ้าของกริชสีดำที่ปักอยู่กลางอกนั้นเป็นใคร...

            ร่างหนาโงนเงนก่อนจะล้มฟาดพื้นราวกับตุ๊กตาที่ถูกตัดสายป่าน

            “ใครน่ะ!?”

            หลินเฟยที่เห็นเหตุการณ์ต่อหน้าต่อตาขวัญเสียด้วยความสยดสยองมือที่สั่นเทาพยายามน้าวสายธนูแล้วยิงออกไปทางเงาดำเบื้องหลังเฉินชงทว่ามันกลับพุ่งผ่านความว่างเปล่าไป!

            เงาดำที่ปลิดชีพเฉินชงอันตรธานหายไปในโถงสุสานอันมืดมิดอีกครั้ง

            “ใคร!? ออกมานะ!”

            หงเลี่ยงในฐานะหัวหน้ากลุ่มเมื่อเห็นลูกกลุ่มตายตกไปต่อหน้าต่อตาด้วยความกะทันหันเช่นนี้เขาก็คำรามลั่นด้วยเสียงอันแหบพร่าพร้อมกับยกโล่ในมือพุ่งเข้าไปหมายจะคุ้มกันร่างของเฉินชง

            “เฉินชง! เฉินชง...”

            ทว่าใบหน้าของเฉินชงแข็งทื่อไปแล้วทรวงอกชุ่มโชกไปด้วยโลหิตที่รินไหล ไร้ซึ่งลมหายใจ

            ดาบนั้นแทงทะลุขั้วหัวใจของเขาพอดี!

            “หลินเฟย! ศรแสงส่องหล้า!”

            หงเลี่ยงแผดเสียงสั่งด้วยความโกรธแค้นหลินเฟยที่กำลังยืนบื้อด้วยความหวาดกลัวรีบยิงศรที่มีแสงสว่างจ้าเข้าไปในโถงทางเดินเบื้องหลังทันที!

            แสงสีขาวนวลสว่างวาบทำให้โถงสุสานสว่างไสวราวกับกลางวันทว่ากลับไม่พบร่องรอยของสิ่งใดเลย!?

            ในจังหวะนั้นเองเงาดำร่างหนึ่งกลับโดดลงมาจากเพดานโถงสุสานราวกับภูตพรายเป้าหมายคราวนี้คือหลีเสวี่ยเอ๋อร์ ซึ่งเป็นอาชีพสายรักษาเพียงคนเดียวในกลุ่มกริชสีดำที่ซ่อนเร้นในเงามืดพุ่งเข้าใส่แผ่นหลังของเธอหมายจะเอาชีวิต!

            “เสี่ยวเสวี่ย ระวัง!”

            หลี่หยางที่มองเห็นเหตุการณ์รีบกระชากตัวหลีเสวี่ยเอ๋อร์หลบไปก่อนจะซัดเวทเพลิงระเบิดสวนกลับไปลูกไฟที่ห่อหุ้มด้วยเพลิงคลั่งระเบิดใส่เงาดำเข้าอย่างจังทว่าตัวเลขที่ปรากฏขึ้นกลับทำให้เขาแทบสิ้นหวัง

            [-315!]

            ทักษะการโจมตีที่เขาภาคภูมิใจที่สุดในระยะประชิดขนาดนี้ กลับทำความเสียหายได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินเพียงเท่านี้เองหรือ?!

            และเงาดำที่ถูกโจมตีนั้นดูเหมือนจะหงุดหงิดที่แผนการถูกขัดขวางมันสะบัดกริชในมือแทงเข้าที่กลางอกของหลี่หยางทันที!

            ท่ามกลางความเจ็บปวดที่บาดลึกถึงทรวงหลี่หยางมองเห็นใบหน้าขาวซีดแสนเย็นชาภายใต้เงามืดนั้นกำลังแสยะยิ้มให้เขาอย่างชั่วร้าย“เหอะ! ฆ่าแกก่อนก็เหมือนกัน!”

            ทันใดนั้นค่าความเสียหายมหาศาลก็ระเบิดออกมาจากร่างของเขา

            [-1332!]

            ในฐานะจอมเวทที่สวมเพียงชุดผ้าอาคมเขาไม่มีทางต้านทานพลังโจมตีระดับนี้ได้เลยเงาดำนั้นจู่โจมเพียงครั้งเดียวสำเร็จก็อันตรธานหายไปจากสายตาของทุกคนอีกครั้ง

            หลี่หยางตายแล้ว...ก่อนสิ้นลม เขาได้ทิ้งประโยคสุดท้ายไว้ “หัวหน้า...มันเป็นผู้ตื่นรู้... ที่เป็นมนุษย์...”

            ดวงตาของหงเลี่ยงเบิกกว้างสมองขาวโพลนไปหมด เพียงเวลาไม่กี่วินาที เฉินชงตาย หลี่หยางก็ตาย!

            ความโกรธแค้นพุ่งทะลุขีดสุดทว่าในใจกลับมีความหวาดกลัวและความลนลานแทรกซึมเข้ามาเขาพุ่งเข้าไปหาความว่างเปล่าอย่างบ้าคลั่ง กวัดแกว่งกระบี่ในมืออย่างสะเปะสะปะ“แกเป็นใคร!?”

            “ทำไม? ทำไมถึงต้องทำแบบนี้...”

            “ออกมานะ ออกมาสิ!”

            ทว่าในตอนนี้เงาดำที่หลบซ่อนอยู่ดูเหมือนจะเริ่มเบื่อการเล่นไล่จับเสียแล้ว มันค่อยๆปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าของเขา

            นั่นคือชายหนุ่มที่มีดวงตาเรียวเล็กเหมือนกับตาของปลาหน้าตาขาวซีดสะอาดสะอ้าน ดูจากรูปลักษณ์แล้วอายุคงไล่เลี่ยกับหลินเฟย

            กริชสีดำในมือบ่งบอกถึงอาชีพของเขาได้อย่างชัดเจน...มือสังหาร

            ชายหนุ่มจ้องมองหงเลี่ยงและพวกพ้องอีกสองคนที่เหลือด้วยสายตาประหนึ่งมองเหยื่อก่อนจะแสยะยิ้มอย่างน่าเกรงขามแล้วกล่าวว่า “ทำไมงั้นเหรอ?”

            “ก็เพราะพวกแกมันก็แค่กลุ่มขยะอาชีพระดับ C ส่วนฉันน่ะระดับA”

            “ที่ฉันอยากฆ่าพวกแก... ก็เพราะแค่อยากจะฆ่าเท่านั้นเอง...”

            ใบหน้าของหงเลี่ยงบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นทว่าในใจกลับสั่นสะท้านด้วยความกลัว

            พลังของมือสังหารระดับAน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้เชียวหรือ!

            ตอนนี้พวกเขาเหลือกันเพียงสามคนไม่ว่ายังไงก็สู้ไม่ได้... ไม่มีทางสู้ได้เลย...

            “เสี่ยวเสวี่ย หลินเฟย หนีไป!”

            หงเลี่ยงคำรามลั่นพุ่งร่างเข้าใส่อีกฝ่ายราวกับโคถึกที่โกรธจัด เขาชูโล่พุ่งเข้าหาหมายจะปะทะตรงๆ

            เขาละทิ้งทุกทักษะการโจมตีใช้เพียงสัญชาตญาณดิบเถื่อนเข้าแลกเพียงเพื่อหวังจะถ่วงเวลาให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้!

            “หัวหน้า!”

            หลีเสวี่ยเอ๋อร์หวีดร้องเสียงหลงทว่าหลินเฟยกลับได้สติขึ้นมาทันที เขานึกถึงคำที่หัวหน้าหงเลี่ยงเคยสั่งไว้ว่าหากเจอสถานการณ์วิกฤตถึงขีดสุดควรทำอย่างไร

            เขารีบคว้ามือหลีเสวี่ยเอ๋อร์แล้วพาออกวิ่งเตลิดเข้าไปในส่วนลึกของโถงสุสานอย่างไม่คิดชีวิต

            เบื้องหน้ายังมีคนอีกคนหนึ่งอยู่บางทีคนคนนั้นอาจจะช่วยชีวิตพวกเขาก็ได้

            ..........

            ในส่วนลึกของโถงสุสานร่างขนาดมหึมาของหุ่นทหารดินเผาพันขาค่อยๆ ล้มฟาดลงเซียวเยี่ยดึงหอกออกจากร่างมันอย่างชำนาญเหนือซากศพของทหารดักแด้นั้นพลันปรากฏดวงเพลิงประทีปสีหม่นที่สว่างไสวกว่าตัวก่อนๆดูเหมือนว่าเจ้าหมอนี่จะเป็นระดับหัวหน้าขั้นสูง

            “เพลิงประทีปจากเครื่องสังเวยหุ่นทหารดินเผาพันขา!”

            เซียวเยี่ยใช้ปลายหอกชี้ไปที่ดวงเพลิงนั้นอย่างคุ้นเคยในที่สุดเสียงที่แสนรื่นหูก็ดังขึ้นที่ข้างหูของเขา

            [สังเวยเพลิงประทีปของร้อยเอกทหารดินเผาพันขาสำเร็จ!]

            [ได้รับคุณสมบัติเสริมพรสวรรค์... จิตอาฆาตวิญญาณหลอน (ระดับ A)!]

            ในที่สุดก็ได้มาเสียที!

            เซียวเยี่ยยังไม่ทันได้ตรวจสอบคุณสมบัติเสริมอันใหม่นี้อย่างละเอียดทว่าจากทางเดินโถงสุสานเบื้องหลังกลับมีเสียงฝีเท้าที่สับสนวุ่นวายและเต็มไปด้วยความลนลานดังใกล้เข้ามา

            เซียวเยี่ยหันกลับไปตั้งรับด้วยความระแวดระวังทว่ากลับพบว่าผู้ที่มาถึงคือหลีเสวี่ยเอ๋อร์นักบวชสาวจากกลุ่มผู้ตื่นรู้ที่เขาเพิ่งพบเมื่อครู่?

            เด็กสาวเดินโซซัดโซเซมาด้วยความตื่นตระหนกชุดผ้าสีขาวสะอาดบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยโคลน ใบหน้าจิ้มลิ้มอาบไปด้วยหยาดน้ำตาทันทีที่เห็นเซียวเยี่ย หลีเสวี่ยเอ๋อร์ถึงกับทรุดเข่าลงแทบเท้าของเขา

            “ได้โปรด! ช่วย... ช่วยพวกเขาด้วย!”

             

    คล้ายกับเรื่องทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : ข้าปฏิเสธอาชีพผู้ควบคุมกองทัพอันเดดระดับ SSS แล้วสังเวยตนจนกลายเป็นเทพ! ที่คุณอ่าน