ตอน 3 ซื่อจื่อปรากฎตัว
".... เอ่อ... ขะข้าจะไปเดินดูตรงนั้นสักหน่อย...เ้าก็เดินดูสิ่งที่เ้าสนใจแล้วซื้อมันซะ "
เซ่าิพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม แต่ข้างในซ่อนไปด้วยความเขินอาย.ภายใต้หน้ากากนั้น... หน้าเขาเขินแดงมาก...
"อะไรของท่าน เอาใจยากจริงๆคนแก่คนนี้"
พูดจบเซ่าิก็เดินไปตรงที่คนจำนวนมากกำลังยืนมุงอยู่... พบว่าในกรงใบหนึ่งถูกชายสองคนแบกหาม ในกรงนั้น.. มีแมวดำหนึ่งตัวถูกขังไว้... หน้าตาของมันดูเศร้ามาก...
เซ่าิเห็นเช่นนั้น... ทดลองใช้วิชาปราณเซียนขั้น1 ที่บรรลุมา สื่อสารกับแมวดำตัวนั้นทางจิต
"ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย"
"ข้ามิสามารถช่วยเ้าได้เพราะตอนนี้ข้าไม่สามารถใช้พลังเทพได้ "
เซาิเห็นน้ำตาของแมวดำไหลออกมา
ไม่ทันใดโต้ตอบกันมากนัก ชายอีกคนก็เดินเข้ามาดึงแมวดำน้อยออกจากกรงด้วยความรุนแรง
"แมวดำตัวน้อยร้องด้วยความเ็ป "
เซ่าิผู้เ็า แต่มากไปด้วยคุณธรรมทนไม่ได้..
พยายามใช้พลังเซียน.. ตอนนั้นราวกับเกิดแรงปฎิหาร... พลังเซียนของเซ่าองครักษ์มิงสามารถหยุดเวลาได้ชั่วขณะ.. เมื่อทุกอย่างรอบกายหยุดเวลาลง... ทุกคนที่เคลื่อนไหวหยุดชะงัก...เซ่าิรีบเดินไปอุ้มเ้าแมวน้อยดำตนนั้นเอาซ้อนไว้ในเสื้อคลุม..
เขาส่งกระแสจิตพูดกับแมวดำว่า
"เ้าอย่าร้องเสียงดังนะข้าจะพาเ้าออกไปจากที่นี่"
ผ่านไปไม่กี่วินาที.. เสี้ยวเวลาที่หยุดไปก็กลับมาเดินปกติ ทุกคนตรงนั้นเกิดอาการงงๆว่าแมวดำหายไปไหน..
เซ่าิเดินออกมาจากจุดที่ผู้คนแห่แมวอยู่..และพูดด้วยความไม่พอใจว่า...
"พวกเ้าไปเอาความเชื่อผิดๆมาแต่ใดกัน... ว่าการบูชายัญด้วยแมวดำจะทำให้ทวยเทพประทานความอุดมสมบูรณ์ของน้ำปลาอาหารได้...ข้าอยู่วังไป๋ซ่างซ่าน แห่งแดน์ มา 9 แสนปีไม่พบประเพณีอันเลวร้ายเช่นนี้ทวยเทพจะอวยพรให้เพียงคนที่ทำดีเท่านั้น"
เซ่าิเดินออกไปจากงานเทศกาล ออกไปนอกเขตใกล้ๆงานเทศกาลจะมีป่ารกร้างอยู่.. เขาวางเ้าแมวน้อยลง..
"เ้าไปเถอะเก็บซ่อนตัวให้ดีจากมนุษย์ที่จ้องจะทำร้ายเ้า... "
แมวน้อยดำตนนั้นด้วยความหวาดกลัว... โดดลงจากอ้อมกอดของเซ่าิ.. เข้าโพรงหญ้า นอนขดอยู่ในนั้น.. ค่อยๆมองแผ่นหลังของเซ่าิที่ค่อยไกลออกไป...
ด้วยอ่อนเพลียเ้าแมวน้อยหลับไป...
เซ่าิกลับเข้าไปในงานเพื่อจะไปตามตัวเสี่ยวเซียนกลับเข้าโรงเตี้ยม....
ในขณะเดียวกัน เสี่ยวเซียนที่กำลังเดินเล่นอยู่นั้น....นางเห็นหนุ่มผู้หนึ่ง.. แม้จะใส่หน้ากากอยู่ก็รู้ได้ว่าหนุ่มผู้นี้น่าจะเป็คนมีสกุลร่ำรวยแน่.. การแต่งกายโดดเด่นกว่าคนทั่วไป... ยืนเลือกป้ายหยกแขวนอยู่...นางยืนจ้องมองชื่นชมรูปร่างอันกำยำนั้นอยู่ครู่หนึ่ง...
นางคิดว่า...."ถ้าข้ามีสหายร่ำรวยเช่นนี้ข้ากับท่านเซ่าิคงไม่ต้องอาศัยอยู่บนเขาที่โดดเดี่ยวนั่นงั้นข้าควรเข้าไปตีสนิทเขาสักหน่อย"
เสี่ยวเซียนนางกำลังจะเดินเข้าไปหาชายผู้นั้น.. แต่ไม่ทันรู้ตัวเลยว่า.. มีองครักษ์ประจำตัวกำลังจ้องมองนางอยู่...ทันทีที่นางเข้าใกล้ชชายผู้นั้น องครักษ์ประจำตัวเข้ามาประชิดและจับกุมนาง...
นางใการจู่โจมนี้ขององครักษ์ นางสะดุดขาตัวเองเกือบจะล้มตัวลง..ด้วยความเป็สุภาพบุรุษของชายผู้นั้น หันหน้ากลับมาจากที่กำลังเลืิกหยกแขวนเอวอยู่คว้ามือทั้งสองไปโอบกอดนางไว้โดยไม่ทันตั้งตัว..... เมื่อเห็นท่าทีเช่นนั้นองครักษ์ที่เตรียมพร้อมจะจู่โจม...ถูกส่งสัญญาณให้ถอยออกห่างจากนาง...
แท้จริงแล้วชายผู้นี้คือ ฟางจิ้งเหริน ซื่อจื่อ(องค์รัชทายาท)ราชวงศ์จีน...
ฟางจิ้งเหรินนิสัยรักสนุก ชอบอิสระ มักจะออกมาเที่ยวเล่นนอกวังปิดบังฐานะตัวตนอยู่เป็ประจำเพราะเหตุนี้จึงทำให้เขาเข้าใจความทุกข์ยากของชาวเมือง... เป็คนใจกว้าง มีน้ำใจ ไม่ทะนงตนในฐานะ แต่ไม่ได้รับความไว้วางใจ.องครักษ์ประจำกาย (เฟิ่นเสี่ยนเหวย).เกรงว่าซื่อจื่อจะมีอันตรายจึงคอยแฝงตัวคุ้มกันอยู่ห่างๆ
วินาทีนั้น ราวกับว่าหัวใจของซื่อจื่อผู้นี้หลุดออกจากร่าง.. จังหวะที่เสี่ยวเซียนล้มในอ้อมกอดของเขา.. หน้ากากของนางร่วงหล่นลงพื้น.. ปิ่นปักผมของนางถูกชุดของจิ้งเหรินเกี่ยวจนหลุดลงเช่นกัน... มวยผมของนางคลายออก เป็ผมยาวพลิ้วไหว... ใบหน้าของนางส่องสว่างราวดวงจันทร์ ผิวเนียนละเอียดไร้ที่ติดวงตากลมโตราวพญาหงส์....
จิ้งเหริน ตกตะลึกและตกหลุมรักนางั้แ่แรกเห็น...
"หน้าตาเช่นเ้า.. ข้าท่องเที่ยวในเมืองนี้มามากพบคนหลากหลาย ข้ามั่นใจว่าแม่นางไม่ใช่คนเมืองนี้"
"ทะท่าน.... ปล่อยข้าก่อนเถอะ"
จิ้งเหรินค่อยๆปล่อยนาง ทั้งสองยืนคุยกันอยู่หน้าร้านหยกแขวนเอว
"ข้าไม่ใช่คนเมืองนี้... ข้าอยู่บนเขาคอยรับใช้ดูแลหลุนเซ่าิ.. "
"หลุน เซ่า.. ิ...ชื่อนี้ข้าไม่เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนาม"
"ท่านไม่รู้จักพวกข้าหรอก...พวกเราไม่มีชื่อเสียงในยุธภพเพราะหลุนเซ่าิผู้นี้มุ่งบำเพ็ญเพียรบนเขาสูง"
แม่นางเ้าชื่ออะไร
"ข้าชื่อ หลุนเสี่ยวเซียน"
"พวกท่านจะซื้อป้ายหยกแขวนของข้าไหม.. ถ้าไม่ซื้อก็ออกไปซะ"
"ข้าเห็นท่านยืนเลือกอยู่นาน.. ท่านอยากได้ป้ายหยกหรือ "
"ใช่"
เสี่ยวเซียนหยิบป้ายหยกมาหนึ่งชิ้นยื่นให้จิ้งเหริน..
" งั้นข้าให้เ้าถือว่าเป็ของขวัญพบกันของเ้ากับข้า"
-------------------กลางเทศกาล--------------------
เซ่าิที่เดินตามหาเสี่ยวเซียน เพราะทุกคนในงานใส่หน้ากาก...เซ่าิจึงหานางไม่พบ... มีหญิงสาวคนหนึ่ง มองด้านหลังรูปร่างคล้ายเสี่ยวเซียนมาก... เซ่าิมั่นใจว่าเป็นางแน่จึงเดินไปจับแขนหญิงคนนั้น นางใหันมาเปิดหน้ากากออก กลับพบว่าไม่ใช่เสี่ยวเซียน
แต่ในขณะเดียวกันเซ่าิก็แปลกใจว่า เหตุใดเขาเข้าใกล้หญิงสาวแต่ไม่มีอาการหัวใจเต้นแรงเหมือนอยู่ใกล้เสี่ยวเซียน
เพื่อทดสอบอีกครั้ง เขาเดินเข้าไปจูบมือ จับตัวหญิงสาวอีกหลายคน จนคนสุดท้ายเซ่าิถูกนางตบเข้าที่ใบหน้า
"ท่านเป็ใคร กล้ามาแตะต้องตัวข้า "
เพรี้ยะ !!! เสียงเซ่าิโดนตบหน้า
เซ่าิมหาเทพผู้ที่เทพน้อยใหญ่ทั่วดินแดน์ให้ความเคารพกลับถูกหญิงสาวชาวมนุษย์ลงมือ
เซ่าิทำหน้า งง เดินต่อไปเรื่อยๆกับใบหน้าที่แดงฉ่า
เสี่ยวเซียนที่กำลังยืนคุยกับจิ้งเหรินอย่างสนุกสนานมองไปเห็นเซ่าิกำลังโดนตบ นางใมาก
"ท่านชาย งั้นข้าคงจะอยู่คุยเป็เพื่อนท่านไม่ได้แล้วข้าขอตัวก่อน "
นางพูดจบประโยคก็รีบรุดจากไป
จิ้งเหรินทำสีหน้างง พร้อมกับเสียดาย
"ก่อนที่เ้าจะไปโปรดรับของขวัญพบกันครั้งแรกของข้าด้วย "
จิ้งเหรินอยากมอบสิ่งของให้นางบ้าง แต่กลัวจะตามนางไม่ทันจึงซื้อปิ่นที่ร้านข้างๆ ไปให้เสี่ยวเซียน
เสี่ยวเซียนวิ่งกลับมาเอาปิ่นจากเขา
"นี่คือของขวัญของเ้าใช่ไหม ขอบคุณ"
จิ้งเหรินแม้จะใอยู่บ้างกับท่าทีรีบร้อนของนางแต่จิ้งเหรินก็ยืนมองนางวิ่งจากไปจนสุดสายตา
จิ้งเหรินกลับมีรอยยิ้มขึ้นมาบนใบหน้าได้ง่ายๆ
มุ่งหน้ากลับสู่วัง
"เสี่ยนเหวย ตามข้ากลับวังเถอะวันนี้ข้าสนุกเพียงพอแล้ว "
ระหว่างที่เดินทางกลับเขานั่งมองหยกที่นางให้ เขาคิดในใจ
"หวังว่าเราจะได้พบกันอีก ถ้าเรามีโชคชะตาต่อกัน ข้าอยากจะแต่งเ้าเป็ภรรยา"
ขณะเดียวกัน เสี่ยวเซียนวิ่งไปหาเซ่าิ ก่อนที่จะกลับโรงเตี้ยม นางได้หัวเราะใบหน้าของเซ่าิตลอดทาง ที่เซ่าิโดนตบมา....
ทั้งสองกลับโรงเตี้ยม ห้องเตี้ยมว่างแค่ห้องเดียว
"พวกท่านสามีภรรยา ใยต้องแยกห้องนอน พักห้องเดียวเถิด ห้องพักเหลือแค่นี้แล้ว"
"เอาเถอะ วันนี้ดึกมากแล้ว เ้ารีบขึ้นไปพักผ่อนเถอะ "
"อ๊ะ.... แล้วท่านล่ะ "
"ข้า...เป็ชายจะออกไปนอนบนหลังคาเ้าอย่าลืมว่าข้ามีปราณเซียน "
"ต่อให้ท่านมีปราณเซียนขั้นสูงสุดข้าหลุนเสี่ยวเซียนก็ไม่ยินยอมให้ท่านไปนอนตรงนั้น"
เสี่ยวเซียนนางรีบดึงแขน เซ่าิขึ้นไปบนห้อง ลากเขาไปนั่งที่เตียง ล็อกประตูลงกลอนเรียบร้อย