หากเย่เทียนบรรลุถึงจุดสูงสุดของระดับราชาพละกำลังของเขาจะอยู่ที่ 10,000 ช้างเมื่อใช้พลังปราณ พละกำลังของเขาจะเพิ่มขึ้นเป็น 20,000 ช้างบวกกับพรสวรรค์ด้านพละกำลังระดับลึกลับที่ช่วยเพิ่มพละกำลัง 30 เท่า และทักษะดาบระดับเงินอีก 12 เท่า
หลังจากคิดดูแล้วพลังโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาจะเท่ากับ7.2 ล้านช้างหรือก็คือ 7.2 พลังมังกร
“หลังจากที่เราไปถึงขีดจำกัดของระดับราชาเราก็จะมีพลังเพียง 7.2 มังกรเท่านั้น แล้วจักรพรรดิขวานสงครามมีพลัง8.2 มังกรได้อย่างไร?”
นี่เป็นครั้งแรกที่เย่เทียนพบว่าพรสวรรค์ของเขาด้อยกว่าคนอื่น
แน่นอน
เขาไม่ได้รู้สึกหดหู่ กลับกันมันกลับทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก
พรสวรรค์ของจักรพรรดิขวานสงครามนั้นต้องยอดเยี่ยมมากแน่ๆ
ถ้าเขาคัดลอกพรสวรรค์ของจักรพรรดิขวานสงครามมาได้ความแข็งแกร่งของเขาจะพุ่งสูงขึ้นในพริบตาเลยไม่ใช่หรือ?
ตามการคาดเดาของเย่เทียน จักรพรรดิขวานสงครามจะต้องมีพรสวรรค์ด้านพละกำลังระดับลึกลับบางที ตอนนี้พรสวรรค์นั้นอาจกลายเป็นพรสวรรค์ระดับลึกลับที่แท้จริงแล้วก็ได้ อีกอย่างจักรพรรดิขวานสงครามต้องมีพรสวรรค์ประเภทการใช้อาวุธขวานอย่างแน่นอนและจะต้องเป็นพรสวรรค์ระดับตะวันเป็นอย่างน้อยด้วย
“จักรพรรดิขวานสงครามใช้ขวานเป็นอาวุธทักษะขวานของเขาเป็นที่เลื่องลืออย่างมาก เขาน่าจะมีพรสวรรค์ด้านขวานระดับสูงสุด!”เย่เทียนคาดเดา
พรสวรรค์ด้านพละกำลังระดับลึกลับที่สูงกว่าเย่เทียนบวกกับพรสวรรค์ด้านขวานเมื่อถึงขีดจำกัดของระดับราชา พละกำลังของจักรพรรดิขวานสงครามต้องมากกว่า 20,000 ช้าง นั่นจึงทำให้จักรพรรดิขวานสงครามสามารถปลดปล่อยพลังโจมตีได้ถึง8.2 มังกร
หลังจากนั้น
เย่เทียนมองไปที่บันทึกสถิติของการป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดและเขาก็พบว่าสถิตินี้เขาก็ไม่สามารถทำลายมันได้เช่นกัน
[บันทึกการป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดของระดับราชา: สามารถทนต่อการโจมตี 2 มังกรได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บ ผู้สร้างสถิติ: ฉินเฟิง!]
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาขั้นสูงสุดสามารถทนต่อพลังโจมตี20,000 ช้างได้โดยไม่ตายหากเย่เทียนไปถึงจุดสูงสุดของระดับราชาบวกกับพรสวรรค์ด้านการป้องกันระดับลึกลับ พลังการป้องกันของเขาจะเพิ่มขึ้นอีก50 เท่า เขาจะสามารถทนต่อพลังโจมตี 1 มังกรได้หากรวมกับพรสวรรค์กระดูกเพชรระดับลึกลับ เขาจะสามารถทนต่อการโจมตีได้ถึง 1.5มังกรโดยไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส
นั่นคือขีดจำกัดสูงสุดของเขาแล้ว
แต่ด้วยการป้องกันพลังโจมตี1.5 มังกร ของเขาก็ยังไม่สามารถทำลายสถิติการป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดของระดับราชาได้เว้นเสียแต่ว่าเย่เทียนจะสามารถคัดลอกพรสวรรค์ด้านการป้องกันระดับลึกลับได้
เย่เทียนตรวจดูบันทึกสถิติอื่นๆก่อนจะพบว่าในตอนนี้เขาไม่สามารถทำลายสถิติใดได้เลย
“ที่ฐานจงไห่มีพวกวิปริตอยู่มากมายแต่นั่นก็ถือเป็นเรื่องดีสำหรับเรา เราสามารถคัดลอกพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมได้อีกเป็นจำนวนมาก!”
เย่เทียนลอบคิดพลางหัวเราะ
เมื่อใดก็ตามที่เขาสามารถคัดลอกพรสวรรค์ของคนเหล่านั้นมาแล้วเขาก็จะสามารถทำลายสถิติในบันทึกระดับราชาได้ทีละรายการ
อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถทำตัวเองให้โดดเด่นจนเกินไปเขาคิดจะทำลายสถิติสักสองหรือสามรายการเพียงเท่านั้น เขายังคงอยากไว้หน้าคนอื่นอยู่บ้าง
ในเมื่อไม่สามารถทำลายสถิติใดได้ในขณะนี้เย่เทียนจึงออกจากหอคอยเทพสงคราม
“คูลดาวน์พรสวรรค์การคัดลอกสิ้นสุดลงแล้วเราสามารถคัดลอกพรสวรรค์ได้อีก 2 อย่าง แต่การยืนรออยู่ที่นี่เฉยๆนั้นเสียเวลามากไป เราควรจะไปยังสำนักงานใหญ่ของกลุ่มกำลังต่างๆ ที่เหล่านั้นน่าจะมีพรสวรรค์ที่เราต้องการอยู่!”
เย่เทียนวางแผน
ดังนั้น เย่เทียนจึงตรงไปที่สำนักงานใหญ่ของพันธมิตรพเนจรเป็นแห่งแรก
สำนักงานใหญ่ของพันธมิตรพเนจรอยู่ไม่ไกลจากหอคอยเทพสงครามมากนักเพราะมันตั้งอยู่ในพื้นที่ส่วนกลางของฐานจงไห่
สำนักงานใหญ่ของพันธมิตรพเนจรถูกสร้างขึ้นอย่างโอ่อ่าและสง่างามครอบคลุมพื้นที่กว่า 10 ลี้ ทั้งยังสูงถึง10 ชั้น
หลังจากเข้าไปในสำนักงานใหญ่ของพันธมิตรพเนจรแล้วเย่เทียนก็เดินไปรอบๆ
พรสวรรค์ในการคัดลอกของเขาตอนนี้ครอบคลุมขอบเขต1,500 เมตรแต่ด้วยความที่สำนักงานใหญ่ของพันธมิตรพเนจรนั้นมีขนาดใหญ่เกินไป ขอบเขตของพรสวรรค์ในการคัดลอกจึงไม่สามารถครอบคลุมได้ทั่วบริเวณดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงค่อยๆ ตรวจสอบพรสวรรค์ของผู้คนที่นี่ไปเรื่อยๆ
เมื่อเย่เทียนมาถึงใจกลางของชั้นแรกเย่เทียนก็พบกับผู้ฝึกยุทธ์ที่มีพรสวรรค์ระดับจันทราถึง 2 คน
เย่เทียนเลือกที่จะคัดลอกพรสวรรค์ระดับจันทรามาเพียงครั้งเดียวเพราะในตอนนี้เขาขาดการหลอมรวมพรสวรรค์อีกเพียงครั้งเดียวเขาก็จะสามารถยกระดับพรสวรรค์ในการบ่มเพาะของเขาให้กลายเป็นระดับตะวันได้
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เย่เทียนเดินตรวจสอบสำนักงานใหญ่ของพันธมิตรพเนจรจนทั่วแต่สุดท้ายเขาก็พบเพียงผู้ที่มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับจันทราเพียง 2 คนเท่านั้น
“มีโอกาส 70-80%ที่ผู้ที่มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับดาราจะสามารถบรรลุถึงขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ได้ส่วนผู้มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับจันทรามีโอกาส 70-80% ที่จะสามารถกลายเป็นระดับจักรพรรดิได้การที่เรามีรากฐานที่สมบูรณ์แบบด้วยพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับตะวันจะทำให้เรามีโอกาส100% ที่จะบรรลุขอบเขตจักรพรรดิได้ ซึ่งในฐานทัพจงไห่ ระดับจักรพรรดิคือระดับที่แข็งแกร่งที่สุด”
“แต่ในผู้ฝึกตนระดับจักรพรรดินั้นไม่มีใครเลยที่จะมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับตะวันถ้าเราไม่ได้คิดผิดไป พรสวรรค์ในการบ่มเพาะที่ดีที่สุดของฐานทัพจงไห่น่าจะเป็นเพียงพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับจันทรา”เย่เทียนอนุมานเช่นนี้
ดูเหมือนว่าพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับจันทราจะหาได้ยากยิ่งแม้กระทั่งในฐานทัพระดับสุดยอดอย่างฐานจงไห่แม้แต่ในพันธมิตรพเนจรก็ไม่น่าจะมีมากนัก คงจะไม่เกินตัวเลขสองหลัก
“ถ้าอย่างนั้นหลังจากที่เรากลับไปหลอมรวมพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับจันทราและยกระดับพรสวรรค์ของเราให้กลายเป็นระดับตะวันมันเป็นไปได้ว่าเราจะกลายเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะที่แข็งแกร่งที่สุดในฐานทัพจงไห่”เย่เทียนแอบดีใจ
นี่ก็นับเป็นสถิติใหม่เช่นกันแต่น่าเสียดายที่หอคอยเทพสงครามไม่มีการบันทึกสถิตินี้ แต่ต่อให้มีเย่เทียนก็ไม่กล้าเปิดเผยพรสวรรค์ของเขา!
“ยังเหลือโอกาสคัดลอกอีกครั้ง!”
เย่เทียนตั้งเป้าหมายไว้ว่าอย่างน้อยต้องเป็นพรสวรรค์ระดับลึกลับแต่สุดท้ายเขาก็พบพรสวรรค์ระดับลึกลับสองชนิดที่เขาไม่ต้องการ หนึ่งคือพรสวรรค์เขตแดนอัคคีระดับลึกลับและอีกหนึ่งคือพรสวรรค์มังกรวารีระดับลึกลับ
พรสวรรค์ระดับลึกลับสองอย่างนี้ไม่มีประโยชน์อะไรกับเขามากนักเขายังไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่…
“ช่างมันเถอะคัดลอกพรสวรรค์เขตแดนอัคคีระดับลึกลับไปก่อน เพราะตอนนี้ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว!”เย่เทียนลอบคิดกับตัวเอง
จากนั้นเขาก็คัดลอกพรสวรรค์เขตแดนอัคคีระดับลึกลับทันที
“เรียบร้อย!”
เมื่อเสร็จสิ้นตามเป้าหมายแล้วเย่เทียนก็ไม่ต้องการอยู่ในสำนักงานใหญ่ของพันธมิตรพเนจรอีกต่อไปถึงแม้ว่าที่นี่จะมีสมบัติมากมายให้เลือกชม แต่น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถแลกเปลี่ยนพวกมันได้เย่เทียนจึงมุ่งหน้ากลับบ้านของเขาในทันที
เมื่อกลับถึงบ้าน
เย่เทียนก็เริ่มหลอมรวมพรสวรรค์เขตแดนอัคคีระดับลึกลับและเข้าใจพรสวรรค์นี้ได้อย่างรวดเร็ว
จะว่าไปแล้ว พรสวรรค์นี้ก็ไม่เลวนักมันเป็นพรสวรรค์ประเภทการโจมตีที่ครอบคลุมพื้นที่วงกว้าง สามารถเปลี่ยนพื้นที่รัศมีหลายสิบลี้ให้กลายเป็นเขตแดนแห่งเปลวเพลิงได้
สิ่งมีชีวิตใดๆ ที่อยู่ภายใต้เขตแดนนี้จะถูกโจมตีด้วยเปลวไฟจำนวนนับไม่ถ้วน
“พรสวรรค์นี้นับว่าไม่เลวเลยมันช่วยชดเชยข้อบกพร่องของเราไปอย่างหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นพรสวรรค์ระดับลึกลับปลอม 30%อีกด้วย!”
จากนั้นเย่เทียนก็เริ่มหลอมรวมพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับจันทราอีกครั้งคราวนี้เป็นกระบวนการยกระดับพรสวรรค์ในการบ่มเพาะของเขาให้กลายเป็นระดับที่สูงขึ้น
ตูม!!!!
ความเจ็บปวดไร้ที่สิ้นสุดจู่โจมร่างกายของเย่เทียนอย่างรวดเร็วมันทำให้เขาทั้งรู้สึกทรมานและมีความสุขไปพร้อมๆ กัน
“มาเลย พรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับตะวัน!”
เย่เทียนตะโกนในใจ
ตูม!!!!
ความเจ็บปวดระลอกแล้วระลอกแล่นผ่านเข้ามาผิวหนังของเย่เทียนราวกับกลายเป็นกุ้งก้ามกรามที่ปรุงสุกแล้ว
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ในที่สุดเย่เทียนก็เริ่มได้สติขึ้นมา
เขาเพิ่งสลบไป
“น่าขายหน้าไปหน่อยคิดว่าจะทนได้ซะอีก!”
แน่นอนว่าการหมดสติไปขณะกระบวนการหลอมรวมไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการหลอมรวมพรสวรรค์กระบวนการหลอมรวมก็สามารถเสร็จสิ้นได้เช่นเดิม
[พรสวรรค์ในการบ่มเพาะ: ระดับตะวัน]
เย่เทียนหัวเราะอย่างบ้าคลั่งเมื่อเห็นว่าพรสวรรค์ในการบ่มเพาะของเขากลายเป็นพรสวรรค์ระดับตะวัน
“ฮ่าฮ่าฮ่าในที่สุดก็มีพรสวรรค์ระดับเดียวกันกับเสี่ยวเซวี่ยแล้ว เราเป็นถึงเจ้านายของเสี่ยวเซวี่ยแต่กลับมีพรสวรรค์ด้อยกว่าสัตว์เลี้ยงของตัวเองนี่เป็นเรื่องที่น่าขายหน้าจริงๆ”
น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถแบ่งปันความสุขนี้กับเสี่ยวเซวี่ยได้เพราะเสี่ยวเซวี่ยตอนนี้กำลังหลับใหลเพื่อวิวัฒนาการอยู่
ตามที่มันบอกกล่าวกับเขา
มันกำลังจะเปลี่ยนจากมังกรวัยเด็กกลายเป็นมังกรวัยหนุ่มเมื่อมันสามารถกลายเป็นมังกรวัยหนุ่มแล้ว ความเร็วในการเติบโตของมันจะเร็วขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า
“เราต้องทดสอบความเร็วในการบ่มเพาะของพรสวรรค์ระดับตะวัน!”
เย่เทียนอดใจรอแทบไม่ไหว