เมื่อเวลาเที่ยวผ่านพ้นไป งานที่ยิ่งใหญ่กำลังจะเข้ามา...
เื่การตรวจขอรางวัล TPM ที่ไอ้น้องเกมส์เคยบอกผมไว้ หากใครอยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับ TPM แนะนำให้คนหาใน google ได้เลยครับ ส่วนที่ผมมีความเกี่ยวข้องคือส่วนเกี่ยวกับ การฝึกอบรมพนักงานทั้งพัฒนาความรู้พนักงานเก่า เพื่อสอนพนักงานใหม่ และการฝึกอบรมพนักงานใหม่เพื่อให้ทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีคุณภาพ เช้าวันจันทร์ที่ควรจะสดใส แต่เป็เช้าวันจันทร์ที่วุ่นวายสำหรับผม โดนเรียกประชุมและสั่งงานเยอะมาก ไม่มีเวลาจะตอบไลน์ไอ้เ้าบ่าวเลย ขนาดเวลากินข้าวเที่ยงยังมีแค่ไม่ถึง 15 นาที
ทั้งวันผมยุ่งอยู่กับการลงหน้างานเื่การทำหลักสูตรเพื่อฝึกอบรมพนักงานใหม่ เกี่ยวกับการใช้เครื่องจักรภายในโรงงาน จริงๆในแผนกบุคคลจะมีพี่ที่ทำเกี่ยวกับการฝึกอบรมพนักงานอยู่แล้ว แต่ว่าพี่เขาก็ค่อนข้างยุ่งเหมือนกัน เพราะต้องรวบรวมข้อมูลการฝึกอบรมพนักงานย้อนหลังหลายปี ผมจึงต้องลงมาดูหน้างานแทนพี่เขา
เื่การฝึกอบรมพนักงานที่ผมทำจะมีผู้เกี่ยวข้องหลักๆอยู่ 3 คน คือ 1.ผม 2.ไอ้เกมส์ ที่เป็ จป.วิชาชีพ ดูแลเกี่ยวกับการฝึกอบรมเพื่อให้พนักงานปลอดภัยในการทำงาน ยิ่งในกรณีพนักงานใหม่ ยิ่งต้องระมัดระวังเป็พิเศษ เพราะเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรมค่อนข้างใหญ่ มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุค่อนข้างสูง หากพนักงานไม่มีความรู้เื่เครื่องจักรนั้นๆ และ 3.ไอ้เมฆ วิศวกรประจำไลน์เบียร์กระป๋องหรือเรียกสั้นๆว่า Line Can โดยการทำข้อมูลในครั้งนี้ จะต้องลงลึกที่ Line Can ด้วย
ไอ้เกมส์กับไอ้เมฆก็ทะเลาะกันได้ทั้งวัน บางทีผมก็สงสัยเหมือนกันว่าทุกวันนี้มันอยู่ด้วยกันได้ยังไงเนี่ย กลางคืนก็นอนด้วยกัน เช้ามาทำงานก็เจอกันอีก ขัดกันได้ทุกเื่ ผมล่ะหน่าย
“พี่ตาม ผมว่าท้ายไลน์นี่แหละ ควรเป็เคสศึกษาสุด” ไอ้เกมส์เอ่ยปากบอกผม
“มึงรู้ได้ไงไอ้ตัวดี ท้ายไลน์ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุเลย มึงไปดูเครื่องปิดฝามั๊ย” ไอ้เมฆแย้งได้เกมส์ขึ้นมาทันใด
คำว่า ไอ้ตัวดี ส่วนใหญ่เพื่อนๆจะใช้เรียกแทนไอ้เกมส์ครับ เพราะชื่อจริงมันชื่อ เดียร์ นามสกุล ดิฐวัฒน์ ใช่ครับ Dear ที่แปลว่าที่รัก คือ D ทั้งหน้าและหลังเลย ผมก็ไม่เข้าใจบุพการีมันเหมือน ถ้าจะชื่อพยางค์เดียว แล้วจะมีชื่อเล่นกับชื่อจริงไว้ทำไม
“กูรู้ว่าไอ้เครื่องปิดฝามันเกิดอุบัติเหตุจากการบาดบ่อย แต่เราก็ใช่ถุงมือกันบาดแล้วไง หน้าที่ก็แค่บอกพนักงานในไลน์มึง ให้ใส่ถุงมือ แต่ไอ้การยกของท้ายไลน์เนี่ย มันก่อให้เกิดโรคจากการทำงานในอนาคตได้ ถ้ามึงยกของไม่ถูกวิธี” ไอ้ตัวD ร่ายยาวตอบกลับ “ปัจจุบันกูก็เห็นพนักงานไม่กี่คนที่ยกของถูกหลักกายศาสตร์”
“เมฆว่าไง” ผมถามน้องไป จริงๆการตัดสินใจต้องฟังไอ้เฆมเป็หลัก เพราะมันเป็เ้าของพื้นที่
“พี่ตามก็ฟังแต่มัน” ไอ้ตัวDพูดด้วยความน้อยใจ
“กูก็ฟังมึง ไอ้ตัวD กูกำลังจะคิดต่อเนี่ย ว่าจะเอาไง” ไอ้เฆมขึ้นเสียงใส่ไอ้เกมส์อีกแล้ว
“พวกมึงทั้งคู่ มึงเงียบกันเลย” ผมพูดไปด้วยความโมโห
“ไอ้เกมส์ มึงไปหาสถิติย้อนหลังสัก 5-10 ปี ว่าการเกิดอุบัติเหตุทั้งหมดของ Line Can เนี่ย มันเกิดตรงเครื่องไหนบ้าง จะได้โฟกัสกันได้ถูกจุด รวมถึงผลตรวจสุขภาพปีล่าสุดของพนักงาน Line Can ด้วย ชื่อเดี๋ยวกูส่งให้ ส่วนกูก็จะหาผลตรวจสุขภาพก่อนเข้างานด้วย จะได้เอามาเปรียบเทียบกัน ส่วนเมฆ พี่อยากให้เราหาหลักสูตรเกี่ยวกับการทุ่นแรง คือพี่ว่า ถ้าการยกของให้ถูกหลักมันทำได้ยาก งั้นเราสอนให้พนักงานรู้จักใช้เครื่องมือเพื่อทุ่นแรงดีมั๊ย” ไอ้เกมส์และไอ้เมฆดูท่าทางเห็นด้วย
“วันนี้ต่างคนต่างหาข้อมูลก่อน พรุ่งนี้ค่อยเอามารวมกัน โอเคไหม” ผมถามความคิดเห็นของทั้คู่อีกรอบ
“พี่ตาม พรุ่งนี้ผมมีประชุมแผนการเดินเบียร์ครับ ่เช้า จะว่างทำก็ตอนบ่าย” ไอ้เมฆแย้งขึ้นมา
“กูก็มีงานเหมือนกัน่บ่าย มีประชุมคณะกรรมการความปลอดภัย” ไอ้เกมส์แย้งขึ้นมาอย่างไว
“เอ็งสองคนเงียบกันก่อน กูก็มีสัมภาษณ์คนเข้าทำงานเหมือนกันพรุ่งนี้ งั้นทำหลังเลิกงานดีมั้ย กูจะขนของมานอนห้องพวกเอ็ง” ผมเสนอความคิดเพื่อหยุดยั้งการปะทะอีกหนึ่งรอบ
“ได้ครับพี่ตาม” ไอ้เกมส์กับไอ้เมฆ พูดออกมาพร้อมกัน แหมที่งี้ล่ะสามัคคีเลยน้า
กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็เกือบหกโมงเย็น ไอ้เกมส์เดินออกมาส่งผมหน้าป้อม รปภ. เห็นไอ้เ้าบ่าวกำลังยืนรอผมอยู่
“ขอโทษวะมึง กูไปดูหน้างานในไลน์ผลิตมา รอนานเลยดิ” ผมรีบอธิบายให้คุณตำรวจฟังเพราะกลัวมันโมโหที่รอนอน แต่มันไม่ฟังผมเลย มองไปแต่ทางไอ้เกมส์
“ใครวะ” เ้าตัวพูดออกมาเสียงห้วนๆ
“อ่อ น้องที่มอกูชื่อเกมส์ มาทำงานเป็ จป. อยู่แผนกเดียวกันกับกูเนี่ย มึงพึ่งเคยเห็นนี่หว่า” ผมรีบตอบคำถามกลับไป
“สวัสดีครับพี่เ้าบ่าว” ไอ้เกมส์ก็ไหว้ด้วยท่าทางนอบน้อม แล้วเดินกลับเข้าไปในโรงงาน
“วันนี้กูจะขับรถกูขับนะ พรุ่งนี้จะมานอนนี่ งานยุ่งวะ เดี๋ยวเจอกันที่ห้อง” ผมบอกไอ้เ้าบ่าวไป
เมื่อผมเดินทางกลับมาถึงแฟลตตำรวจ ไอ้เ้าบ่าวก็เตรียมการสำหรับทานข้าวเรียบร้อยแล้ว มันยังดูแลผมดีเหมือนเดิม ผมนั่งลงที่โต๊ะอาหาร เพื่อรีบที่จะทานข้าว หลังจากทานข้าวอาบน้ำเสร็จ ผมก็รีบเก็บเสื้อผ้าทั้งชุดนอนและชุดทำงาน เพื่อใส่พรุ่งนี้และวันถัดไป
หลังจากผมกับไอ้เ้าบ่าวขึ้นนอนบนเตียงแล้ว อยู่ดีๆไอ้เ้าบ่าวมันถามผมออกมา “ที่บอกจะนอนโรงงาน นี่นอนกับไอ้เกมส์นี่ป่าววะ”
“ใช่ ก็ต้องทำงานด้วยกัน”
“กูยังจีบมึงอยู่นะ”
“อ่อ มึงหึงกูกับไอ้เกมส์หราาาา”
...
“มึงไม่ต้องหึงหรอก ตี๋ๆอย่างไอ้เกมส์ไม่ใช่สเปคกู”
“แล้วสเปคมึงแบบไหน เท่ห์ๆเข้มๆอย่างกูป่ะ”
“พร่อง กูชอบใสๆน่ารักโว้ย”
“โทษทีนะ กูเป็ให้มึงไม่ได้”
“มันก็ไม่ใช่ทั้งหมดหรอกมึง บางทีมันก็มีปัจจัยอื่นๆอีก”
“พรุ่งนี้ก็ไม่ได้นอนกับมึงอะดิ คิดถึงแย่เลย”
“แหม มึง คืนเดียวมั๊ยล่ะ”
“นั่นแหละ งั้นคืนนี้กูขอนอนกอดมึงนะ”
ยังไม่ทันจะได้ปฏิเสธ เ้าตัวก็เอาแขนตัวเองสอดมาที่คอของผม ให้ผมหนุนแทนหมอน สวนแขนอีกข้างก็วางไว้ตรงเอวผมแน่น จะขยับออกก็ขยับไม่ได้ เพราะว่าขาของไอ้คุณตำรวจมาวางทับขาผมไว้อีก โอ้ย สภาพเมียชัดๆ ห่านี่ แกล้งกูจังนะเมิง
พอต้องขับรถมาทำงานเองมันไม่ชินยังไงก็ไม่รู้ มาช้าด้วย เพราะผมเองไม่ยอมตื่น ทั้งๆที่ไอ้เ้าบ่าวเรียกตั้งหลายครั้ง ก็คนมันคิดว่าแยกรถกันขับไปทำงานอาจจะตื่นสายได้นิดหน่อย สุดท้ายมันต้องอุ้มผมไปอาบน้ำ และเป็อีกครั้งที่ผมได้ใกล้ชิดเ้าบ่าวน้อยๆของมัน โอ้ยช่างเหอะ ตอนนี้ไม่มีเวลาคิดเื่นี้ จะไม่ทันอยู่แล้ว
... แตะบัตรเวลา 8.00 น. เปะ อายเขามั๊ยเนี่ย เป็บุคคลแต่มาทำงานเกือบสาย
มาถึงน้องๆที่ผมนัดสัมภาษณ์งานไว้ก็มารอก็หลายคนแล้ว โถ่ชีวิต แป๊บนะครับน้องๆ พี่ขับรถไปเก็บแป๊บนึง
วันนี้เป็การคัดเลือกผู้สมัครเพื่อมาทำงานในตำแหน่งช่าง น้องๆจบ ปวส. สายงานช่างมา ท่าทางก็จะโหดๆหน่อย พอผมถึงที่ทำงานก็รีบเชิญน้องผู้สมัครเข้าห้องประชุมเลย และรีบให้ทำข้อสอบใช้เวลาประมาณ 2 ชม. สำหรับการทำข้อสอบ และหลังจากนั้นถึงจะเริ่มสัมภาษณ์ เพราะฉะนั้นผมมีเวลา 2 ชม. ในการหาข้อมูลที่รับปากกับไอ้เกมส์ ไอ้เมฆ ไว้ คงไม่ได้คุมน้องทำข้อสอบแล้วแหละ จะลอกกันก็ต้องปล่อย โอ้ยเศร้า
จะสิบโมงแล้ว หัวหน้างานก็มารอที่จะมาสัมภาษณ์ กว่าจะหาข้อมูลครบก็เกือบๆสิบโมง ดีนะยังทัน ทีนี้เข้าห้องไปก็ต้องตรวจข้อสอบระหว่างสัมภาษณ์แหละ หัวหน้างานอยากถามอะไร เชิญถามเลยครับ ผมจะนั่งเงียบๆ เพื่อซัพพอร์ตแล้วกัน
แล้ววันนี้ก็ดันเจองานยาก ตำแหน่งช่างด้วยน้า ดีๆเก่งๆก็มีหลายคน กวนตีนก็มีหลายคน เดี๋ยวๆ ถ้ากวนตีนพี่มากพี่แจ้งตำรวจจับนะ!!
เอ้า คิดถึงไอ้เ้าบ่าวซะงั้น !!!
กว่าจะได้พักเที่ยงก็เกือบ 12.40 น. หัวหน้างานก็ถามไม่หยุด ถามเก่งสุด รับน้องมาเป็ช่าง ไม่ใช่เป็ผู้บริหาร เบาได้เบานะครับ เวลาทานข้าวจะไม่มีแล้ว บ่ายโมงก็ต้องมาฟาดฟันคารมกันต่อ ผมผิดเองแหละครับ รับแค่ 2 อัตรา เรียกมาสัมภาษณ์ 11 คน กว่าจะคุยกันครบก็เกือบห้าโมงเย็น มีเวลานั่งพักแป๊บนึงก็จะเลิกงานแล้ว ดูไลน์หน่อยแล้วกัน คุณตำรวจทักมาหลายข้อความเลย ส่งกลับไปหน่อยแล้วกันให้กลับแฟลตดีๆ ซึ่งมันเดินไม่กี่ก้าวก็ถึง แต่ก็อยากจะส่งอะ ดูออกป่ะล่ะว่าคิดถึง
ไอ้เกมส์ก็กลับมาจากประชุมพอดี หึๆ สภาพไม่ต่างจากผมเลย
“ไปพี่ตาม กินข้าวที่โรงอาหารเนอะ” เ้าตัวพูดพร้อมหยิบกระเป๋าแบบขึ้นบนบ่า
“เออ ง่ายๆ รีบกินจะได้รีบไปทำงานต่อ” ผมรีบตอบกลับไป
ผม ไอ้เกมส์ รวมถึงไอ้เมฆ ที่มาเจอกันที่โรงอาหารรีบกินข้าวเย็นเพื่อปะทังชีวิต และรีบกลับไปทำงานต่อกันที่ห้องไอ้เกมส์
ไอ้เกมส์กับไอ้เมฆอยู่ห้องเดียว โดยห้องค่อนข้างใหญ่ ติดแอร์มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน เตียงของมันอยู่คนละฝั่งโดยมีตู้เสื้อผ้ากลั้นกลางไว้ ตอนนี้หอพักได้ถูกซ่อมแซมและทาสีใหม่ ทำให้น่าอยู่ ไม่น่ากลัวเหมือนตอนที่ผมเข้าอยู่ น้องๆเขาอยู่หอกันหลายคน อาจจะเป็เพราะสะดวกเื่การเดินทาง ตอนเช้าไม่ต้องฝ่าฟันรถติด เพราะหอพักอยู่รั้วเดียวกับโรงงานเลย แต่แบ่งเป็สัดส่วน ที่พักอาศัยอย่างชัดเจน บางคนก็ใช้จักรยาน บางคนก็เดิน ไม่ไกลมากกับเครื่องบันทึกเวลาทำงาน
พอถึงห้อง พวกผมทั้ง 3 คนก็เปิดคอมของตัวเองเริ่มทำงานเลย ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี จนเกือบจะสองทุ่มแล้ว
Azzzzzzzzzz....
เสียงมือถือผม ไอ้คุณตำรวจโทรมา VDO Call มาด้วย
พอรับสาย จากภาพเห็นได้ชัดว่ามันอยู่บนเตียงเตรียมนอนแล้ว
“มีอะไรมึง กูทำงาน” ผมรับสายแล้วบอกเ้าตัวไป
“กูคิดถึง กูขอดูมึงทำงานหน่อย”
“โอ้ย รบกวนน้องๆ มันใช้สมาธิกัน”
“ก็สัญญา กูจะดูมึงอยู่นิ่งๆ ไม่ให้มีเสียงรบกวนเลย เดี๋ยวกูปิดไมค์เลย”
“ตามใจมึงแล้วกัน” ผมตอบกลับไปแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่หน้าจอคอม พลางทำงานไปด้วย
เ้าบ่าวก็เป็เด็กดี ดูอยู่เงียบๆ น่าจะปิดไมค์อย่างที่มันว่าแหละ ผ่านไปสักเกือบชั่วโมง ไอ้เ้าบ่าวก็ขอวางเพื่อไปนอน มีการบอกฝันดีแล้วฝันดีอีก ส่งข้อความมาอีก
อี๋ ผมล่ะอายน้องๆ