ภาคที่1 ตอนที่37 โหดเหี้ยม
บึ้ม!
เสียงระเบิดดังโครมครามพลังรบของเฟิงอี้ทำให้คนสำนักปื๋อฉางและสำนักม่วงเมฆาขมวดคิ้วเคร่งขรึม
“คนผู้นี้มันอันใดกัน?”หลางกูเหมินหรือบุรุษอาภรณ์สีดำที่ใส่หน้ากากสีเงินเอาไว้เอ่ยขึ้นมาด้วยเสียงราบเรียบกระบี่สามเล่มของเขาพลันถูกดึงออกมาจากฝักสองเล่ม
“ไป”เมื่อเอ่ยจบกะบี่สองเล่มก็พลันถูกปล่อยออกมาจากมือแต่ทว่ากระบี่มิได้หล่นลงพื้นมันกลับล่องลอยอยู่ในอากาศได้อย่างน่าอัศจรรย์
ฟิ้ว! ฟิ้ว!
กระบี่ที่ล่องลอยสองเล่มพลันพุ่งพรวดผ่านอากาศไปอย่างรวดเร็วเป้าหมายของมันคือเฟิงอี้อย่างมิต้องสงสัย
“มังกรทมิฬคู่ท่องนภา…”หลางกูเหมินเอ่ยปากเพียงมีกี่ประโยคทันใดนั้นกระบี่ที่พุ่งพรวดออกไปก็พลันแผ่ออร่าสีดำทมิฬออกมาเปลี่ยนเป็นรูปมังกรสีดำทมิฬสองตัวที่มีความยาวราวยี่สิบเมตร
กร๊าซ!
เสียงมังกรคำรามกัมปนาททำให้เฟิงอี้ใบหน้าแปรเปลี่ยนไปเป็นเคร่งขรึมในทันที
“มิธรรมดา"เฟิงอี้ใบหน้าเคร่งขรึมแต่ทว่าก็มิได้หวาดกลัวแต่อย่างใดทันใดนั้นกระบี่ที่อยู่ในมือของเฟิงอี้ก็พลันถูกซัดออกไปเบื้องหน้า
“วิหคอัสนี"เมื่อเอ่ยขึ้นกระบี่ที่เฟิงอี้ซัดออกไปก็พลันแผ่กระจายเส้นสายอัสนีสีทองออกมามิขาดสายก่อนจักแปรเปลี่ยนเป็นวิหคอัสนีตัวหนึ่งซึ่งตัวสูงใหญ่ราวหกเมตรแต่ทว่าลำตัวของมันใหญ่กว่ามังกรคู่สีดำทมิฬมากนัก
แก๊ว!
เสียงคำรามลั่นของวิหคอัสนีดังลั่นกัมปนาทมิแพ้กับมังกรสีดำทมิฬคู่เลยแม้แต่น้อย
สวบ!
มังกรคู่สีดำทมิฬและวิหคอัสนีสีทองพลันเข้าปะทะกันวิหคอัสนีพลันสะบัดปีกอัสนีสีทองของมันก็เกิดคลื่นลมพร้อมกับเส้นสายอัสนีที่พุ่งพรวดออกไปหลายเส้นสาย
นี่คือการสำแดงจิตแห่งกระบี่ออกมาซึ่งผู้ใช้กระบี่ส่วนมากแล้วจักสามารถใช้ได้กันแทบจักทั้งหมดเมื่อเข้าถึงวิถีกระบี่ที่ลึกล้ำขึ้น
จิตกระบี่นั้นมีเจตจำนงที่ทรงพลังเป็นอย่างมากแต่ทว่าก็มีข้อเสียอีกอย่างหนึ่งคือทำให้ผลาญพลังจิตวิญญาณเมื่อใช้ออกมาเป็นจำนวนมากดังนั้นแล้วเฟิงอี้จึงมิได้สำแดงมันออกมาง่ายๆหากมิเจอผู้อื่นใช้เจตจำนงกระบี่มาจู่โจม
วิชาอัสนีแยกสวรรค์ของเฟิงอี้นั้นก็มีการดึงจิตกระบี่ออกมาใช้เช่นเดียวกันแต่ทว่าเป็นแค่เศษเสี่ยวของจิตกระบี่เท่านั้นมันก็เหมือนกับว่าเป็นคมเล็บของวิหคอัสนีเท่านั้นมิได้สำแดงออกมาทั้งหมด
แต่ทว่าตอนนี้เฟิงอี้สำแดงจิตกระบี่ออกมาทั้งร่างของวิหคซึ่งผลาญพลังจิตวิญญาณไปมิน้อยเลย
ตูม! ตูม!
เกิดการระเบิดที่รุนแรงดังขึ้นวิหคอัสนีและมังกรสีดำทมิฬเข้าตู่สู้กันจนหิมะระเบิดกระเด็นออกไปทั่วทิศทั่วทาง
“สังหารเสีย”คนของสำนักปื๋อฉางมิทราบว่าฟื้นตัวตั้งแต่เมื่อใดกู่ตงเฉาหลางหม่าตุงพลันพุ่งเข้าประชิดตัวของเฟิงอี้พร้อมๆกันค้อนอันหนักแน่นแผ่กระจายพลังสีน้ำตาลเข้มออกไปทั่วสารทิศในบริเวณที่เฟิงอี้ยืนอยู่
กู่ตงมีจี้สีเงินห้อยอยู่ที่ข้อมือเปล่งประกายออกมาเจิดจรัสกลิ่นอายทำลายล้างพุ่งแผ่กระจายเข้าหาเฟิงอี้อย่างไร้ปราณีมือของนางราวกับว่ากลายเป็นกรงเล็บของปีศาจสีเงินอันแหลมคมพุ่งเสียดแทงเข้าหาเฟิงอี้
เฉาหลางแทงหอกเข้ามาหมายมุ่งจักเสียบศีรษะของเฟิงอี้ให้แยกออกเป็นสองส่วนพลังทำลายล้างอันเฉียบคมแผ่กระจายออกมาอยู่ตลอด
“อ่อนหัด ถอยไป!”เฟิงอี้คำรามและชั่วพริบตานั้นเฟิงอี้พลันเคลื่อนไหวฝ่ามือด้วยความรวดเร็วและซัดออกไปอย่างต่อเนื่อง
เฟิงอี้รัวฝ่ามือดุจดั่งอัสนีคลั่ง
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
เฟิงอี้ใช้ฝ่ามือปัดป้องการโจมตีทั้งหมดที่พุ่งเข้ามามากมายด้วยประสบการณ์การต่อสู้ที่ลึกล้ำเฟิงอี้สามารถจับจุดอ่อนของการโจมตีของหม่าตุงกู่ตงเฉาหลางได้มิยากเย็นเท่าใดนัก
ผลัวะ! ผลัวะ ผลัว!
“อั๊ก”หม่าตุงกู่ตงเฉาหลางถึงฝ่ามือที่ซัดเข้ามาอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วพริ้วไหวดุดันของเฟิงอี้กระแทกจนลอยออกไปหลายเมตรและกระอักโลหิตออกมาอย่างมิอาจต้านทานได้
“ตายเสีย!”หลังจากที่กู่ตงและหม่าตุงเฉาหลางลอยออกไปเฟิงอี้ก็มิได้อยู่เฉยพลันเคลื่อนกายเข้าประชิดร่างของกู่ตงก่อนที่จักเอ่ยเสียงเย็นเหยียบขึ้น
สวบ!
ไร้ความปราณีแม้แต่กับบุปผางามผู้งามหยาดเยิ้มฝ่ามือของเฟิงอี้พลันปลดปล่อยกลิ่นอายทำลายล้างออกมาเส้นสายอัสนีสีทองพุ่งพรวดฝ่ามือของเฟิงอี้แทงทะลุหน้าอกอันเย้ายวนของกู่ตงจนโลหิตสาดกระเซ็นออกมา
และหน้าอกอันเย้ายวนบริเวณนั้นก็คือบริเวณหัวใจของมนุษย์เฟิงอี้บดขยี้หัวใจของกู่ตงจนแหลกเหลวไปอย่างโหดเหี้ยมไร้ปราณี!
จบ…โปรดติดตามตอนต่อไป…
ไรท์ : ท่านคิดเหมือนข้าหรือไม่ B1
B1 : ข้าพยามมิคิดนะแต่ก็อดคิดมิได้จริงๆ
B2 : บุปผามิถนอมหรือว่าเขาจักเป็นพวกไม้ป่าเดียวกัน…-///-
ไรท์ : …
B1 : …
ไรท์ และ B1 : พวกข้ามิได้คิดเรื่องนั้น! พวกข้าหมายถึงเฟิงอี้มันแต๊ะอั๋งสตรีต่างหาก…