คัมภีร์เทพอสูรเทวะ

    ตอนที่ 78: ลอกคราบในครรภ์มาร

    รสเค็มปร่งดุจเถ้ากระดูกของแก่นโลหิตเดือดพล่านไหลทะลักเข้าสู่โพรงปาก เย่เฉินไม่ได้ดื่มด่ำเพื่อดับกระหาย ทว่าเขาขย้ำคมเขี้ยวฝังลึกลงในผนังเนื้อเยื่อที่บิดตัวเป็นเกลียวคลื่น ชั้นเนื้ออ่อนฉีกขาด เส้นเลือดดำขนาดใหญ่ของอสูรเต้นตุบก่อนจะปะทุแตกคากราม ทันใดนั้นผนังครรภ์มารทั้งผืนพลันบีบรัดเข้าหากันอย่างคลุ้มคลั่ง! มันไม่ใช่เพียงแรงกดทับ ทว่าคือการเสียดสีและบดขยี้ดุจเครื่องโม่ศิลาขนาดยักษ์ แรงกระชากมหาศาลพยายามรูดและดึงกายหยาบของเขาให้ร่วงหล่นลงสู่ลำไส้เบื้องล่าง บดขยี้แผ่นหลังของเขาเข้ากับกองซากกะโหลกที่ถูกย่อยสลายไปครึ่งหนึ่ง ทว่าเส้นเลือดสีหมึกนับสิบเส้นที่ปูดโปนออกจากบาดแผล กลับทำหน้าที่ดุจรากไม้มาร ฝังลึกยึดเกาะผนังครรภ์เอาไว้แน่นหนา จนกล้ามเนื้อของอสูรบรรพกาลเองนั่นแหละที่ปริแตกและฉีกขาดจากการฝืนรั้ง!


    ฟู่ดดด... ของเหลวละลายกระดูกข้นหนืดทะลักทลายลงมาอีกระลอก มันไม่ใช่เพียงของเหลว แต่มันคือกรรมตามสนองที่ท่วมท้นจนถึงระดับแผ่นอก หยดแรกที่สัมผัสกายหยาบแผดเผาความร้อนระอุทะลวงลึก ผิวหนังชั้นนอกปริแตกออกเป็นฟอง ชั้นไขมันปะทุเสียงแฉะดุจถูกทอดบนเตาหลอม ผ้าแพรไหมฟ้าของซูหลิงเอ๋อร์ที่พันธนาการท่อนแขนมาเนิ่นนาน ถูกพิษละลายกระดูกกัดกร่อนจนสลายกลายเป็นเพียงควันสีเถ้า ฟางเส้นสุดท้ายที่ยึดเหนี่ยวเขาไว้กับความทรงจำอันอ่อนแอ... ดับสูญไปพร้อมกับสังขารเก่าอย่างสมบูรณ์! กายหยาบส่วนนอกหลุดลอกออกเป็นแผ่น หลอมละลายไปกับกรดมรณะ เผยให้เห็นชั้นเนื้อแดงเถือกและจุดชีพจรนับหมื่นเส้นที่ถูกเปลือยเปล่า! ทันทีที่ข่ายเส้นเอ็นและชีพจรสัมผัสกับพิษละลายกระดูก สภาวะความเจ็บปวดทะลวงขีดจำกัดกระแทกเข้าสู่ทะเลวิญญาณอย่างรุนแรง ความทรมานระดับที่ทำลายล้างสติสัมปชัญญะทะลวงเข้าสู่ขั้ววิญญาณ ทว่าเขาไม่อาจกรีดร้อง เพราะปากของเขายังคงฝังเขี้ยวสูบกลืนแก่นโลหิตศัตรูอย่างบ้าคลั่ง


    แรงบีบอัดระลอกใหม่กระแทกสวนเข้าใส่จนกระดูกซี่โครงด้านซ้ายหักพับฝืนธรรมชาติทิ่มแทงเข้าสู่ขั้วปอด! สัจธรรมในห้วงสายตาพลันขาวโพลนไปชั่วขณะ อากาศธาตุถูกตัดขาดโดยสมบูรณ์ ทว่าในห้วงอนธการแห่งสติที่กำลังจะดับวูบ มารในใจที่เกาะขั้วหัวใจกลับแผดเสียงคำราม กายหยาบที่เน่าเฟะปฏิเสธความตาย มันเปลี่ยนวิถีการดำรงชีพอย่างวิปริต! เส้นเลือดสีหมึกที่แทงทะลุผนังเนื้อพองตัวจนแทบปริแตก มันเต้นระรัวและสูบกลืนแก่นโลหิตอุ่นจัดของศัตรูเข้ามาดัดแปลงเป็นพลังชีวิต ดึงปราณฟ้าดินและไอชีวิตจากสังขารของผู้ล่ามาหล่อเลี้ยงเนื้อหนังของเขาเอง นี่ไม่ใช่การยื้อชีวิต แต่มันคือการสูบกลืนดุจทากมารที่หิวโหยมานับหมื่นปี เพื่อช่วงชิงรากฐานแห่งสายเลือดมาสร้างเป็นของตนเอง


    ตู้ม! ร่างของเขาถูกอัดกระแทกจมมิดลงใต้กองซากศพ กรดมรณะทะลักท่วมมิดศีรษะ หากเป็นมนุษย์ทั่วไปคงเหลือเพียงโครงกระดูกที่ไร้วิญญาณ ทว่าภายใต้กายหยาบที่ถูกชำแหละ แก่นโลหิตบรรพกาลที่ถูกสูบเข้ามาได้หลอมรวมกับปราณมารในร่าง ปะทะเข้ากับกรดพิษจนเกิดการชำระล้างอย่างฉับพลัน! แกรก... แกรก... เสียงธาตุโลหิตและกระดูกลั่นประสานกัน คราบเนื้อที่เน่าตายหลุดลอกออกดุจคราบงู เผยให้เห็นกายหยาบใหม่ที่ถูกหล่อหลอมขึ้นท่ามกลางเตาเผามรณะ ผิวหนังที่เกิดใหม่ยังคงสัณฐานความเป็นมนุษย์ทุกประการ ทว่ากลับทอประกายทองแดงจางๆ อาบย้อมด้วยความแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าพันปีที่ผ่านการตีทุบนับหมื่นครั้ง ความรู้สึกแปลกแยกของพละกำลังที่เอ่อล้น ทำให้เย่เฉินตระหนักว่าสังขารมนุษย์อันเปราะบางของเขาได้สูญสลายไปตลอดกาลแล้ว


    สัญชาตญาณสัตว์ตรอกไม่อนุญาตให้เปล่งวาจาเย่อหยิ่ง เขาทำเพียงฉีกรั้งมุมปาก โลหิตดำไหลซึม เสียงหัวเราะดุจกระดูกบดทับกันดังก้องในลำคอ คมเขี้ยวฝังลึกลงไปจนทะลุชั้นกล้ามเนื้อ ภายในครรภ์มารแห่งนี้... ไม่มีสิ่งใดเป็นเหยื่อ มีเพียงสัตว์ร้ายสองตนที่กำลังชำแหละและกลืนกินกันเอง จนกว่าวิญญาณของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะแตกซ่านไปตลอดกาล!


    แก่นโลหิตเดือดพล่านไหลทะลักเข้าสู่ขั้วหัวใจ ทันทีที่ของเหลวต่างเผ่าพันธุ์แทรกซึมเข้าสู่แกนกลางสังขาร การบีบรัดหนึ่งครั้งก็หนักหน่วงดุจถูกขุนเขากระแทก จังหวะถัดมากลับวิปริตผิดสัจธรรมก่อนจะสะดุดหยุดนิ่ง สังขารของเย่เฉินกระตุกเกร็งอย่างบ้าคลั่ง เส้นเลือดสีหมึกที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังเหล็กกล้าเต้นผิดจังหวะ บางเส้นพองโตจนแทบปริแตก ไอความร้อนที่แผดเผาวิญญาณพุ่งทะลวงขึ้นจากภายใน มันไม่ใช่แค่ความร้อน แต่มันคือการบีบอัดขัดเกลาระดับขั้ววิญญาณ ราวกับขุมพลังมหาศาลพยายามดันเนื้อเยื่อและกระดูกให้ขยายตัวผลักไสทุกสัจธรรมเดิมให้ฉีกขาด ร่างนั้นอ้าปากกว้างไร้ซึ่งสรรพเสียง ลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นเพียงไออุ่นที่แฝงกลิ่นอายกดดันของจ้าวอสูร ห้วงสายตาวิรูปจนเสียสัณฐาน ทว่าคราวนี้ไม่ใช่เพียงการบิดเบือนของผัสสะ แต่มันคือการแตกสลายของความอ่อนแอ


    “...พอเถอะ” คลื่นเสียงหนึ่งผุดขึ้นในทะเลวิญญาณ แผ่วเบา สั่นสะท้าน เป็นนิมิตของตัวเขาเองในอดีตอันอ่อนแอที่จ้องมองมาด้วยแววตาหวาดผวา “เจ้า... กำลังจะละทิ้งความเป็นคน...” ทว่าเย่เฉินกลับแสยะยิ้ม มารทางวิญญาณที่เกาะขั้วหัวใจระเบิดแรงบีบรัดสวนกลับ! กร๊อบ! กระดูกทั่วร่างลั่นประสานกันดุจฟ้าคำราม ภาพนิมิตของมนุษย์ที่อ่อนแอถูกฉีกทึ้งกระจุยกระจาย กลืนหายไปในทะเลวิญญาณที่เดือดพล่าน แทนที่ด้วยเจตจำนงอันแกร่งกร้าวที่ไม่ยอมสยบต่อฟ้าดิน เขาไม่ได้ทิ้งความเป็นคน ทว่าเขาใช้เลือดของอสูรบรรพกาลมาสร้างความเป็นคนใหม่ที่ไม่มีผู้ใดเหยียบย่ำได้อีก!


    แรงกดทับทางรหัสสายเลือดถาโถมลงบนห้วงสติ กายหยาบกระตุกค้าง หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ ทว่าเพียงพริบตาถัดมา... ตุบ!!! หัวใจเต้นกระหน่ำอีกครั้ง! มันหนักหน่วงกว่าเดิมดุจกลองศึกสังหาร สายเลือดมารพุ่งทะลวงกระจายออก แทงลึกเข้าไปในผนังเนื้อของอสูร เขารับรู้ทุกทัณฑ์ทรมาน ทว่ากลับควบคุมความเจ็บปวดนั้นมาเป็นพลังสูบกลืน “...ดี... เข้ามา... อีก...” กรามที่ฉีกรั้งขบลงอย่างตะกละตะกลาม แก่นโลหิตเดือดพล่านทะลักเข้าสู่โพรงปาก ความหวาดผวาถูกกลืนกิน ความลังเลถูกบดขยี้ เหลือเพียงความหิวโหยที่จะคว้าเอาความแข็งแกร่งมาเป็นของตน


    เบ้าตาซ้ายที่เคยบอดสนิทจากการถูกกรดกัดกร่อน เริ่มเกิดการถักทอเส้นเอ็นอย่างวิปริต โลหิตอสูรหล่อหลอมดวงตาใหม่ขึ้นมาแทนที่ มันยังคงเป็นดวงตาของมนุษย์ ทว่าตาขาวกลับเจือด้วยเส้นเลือดสีหมึกจางๆ ขณะที่นัยน์ตาดำทอประกายสีแดงฉานดุจสัตว์นักล่าที่มองทะลุความมืดมิด เห็นแม้กระทั่งคลื่นความร้อนและปราณชีวิตของครรภ์มารรอบกาย อสุรกายในคราบมนุษย์หนุ่มผู้นี้ไม่ได้เอื้อนเอ่ยวาจาอันใดเพื่อประกาศศักดา เขาเพียงแค่กลืนกิน แลกเนื้อกับเนื้อ สูบเลือดด้วยความบ้าคลั่ง นำเอาพละกำลังของอสูรร้ายมาอัปเกรดกายหยาบของมนุษย์ให้กลายเป็นศัสตราเทพ!


    กระบวนการขัดเกลาเนื้อหนังดำเนินไปอย่างทารุณภายใต้ของเหลวละลายกระดูก โลหิตอสูรบรรพกาลที่ถูกสูบฉีดเข้าสู่ร่างมิได้เป็นเพียงพลังงาน ทว่ามันคือ ‘กาวโลหิต’ ที่บีบอัดมวลกล้ามเนื้อและกระดูกให้หนาแน่นขึ้นหลายสิบเท่า บังคับให้เนื้อเยื่อแดงฉานที่ถูกกัดกร่อนถักทอเข้าหากันใหม่ เสียงกระดูกนิ้วมือและหัวไหล่ขวาที่เคยหักผิดรูปพลันลั่นกรอบแกรบ ก่อนจะดีดตัวกลับเข้าที่อย่างแข็งแกร่ง ทว่ากระดูกที่เชื่อมกันใหม่นั้นหาใช่กระดูกมนุษย์ธรรมดา มันถูกย้อมด้วยปราณมารจนกลายเป็นสีดำขลับดุจเหล็กนิลทลายสวรรค์ แข็งแกร่งยิ่งกว่าศัสตราใดๆ ความเจ็บปวดจากการถูก ‘บังคับหล่อหลอม’ นี้ทิ่มแทงลึก ทว่าเย่เฉินกลับแบกรับภาษีแห่งเนื้อหนังนี้ด้วยรอยยิ้มวิปริต ทุกลมหายใจคือการชุบตัวในเตาหลอมมรณะ


    เมื่อโลหิตอสูรบรรพกาลผสานเข้ากับร่างอย่างสมบูรณ์ คราบผิวหนังที่เน่าตายก็หลุดลอกออกทั้งหมด เผยให้เห็นกายหยาบใหม่ที่สมบูรณ์แบบ กล้ามเนื้อของเย่เฉินไม่ได้ใหญ่โตเทอะทะดุจสัตว์ประหลาด ทว่ามันอัดแน่นไปด้วยเส้นใยสีชาดที่เรียงตัวกันดุจสายเกาทัณฑ์ ซ่อนเร้นพลังระเบิดทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัวไว้ภายใน ผิวหนังของเขาดูเรียบเนียนดั่งมนุษย์ทั่วไป ทว่าหากเพ่งมองจะเห็นประกายโลหะสีทองแดงไหลเวียนอยู่ใต้ชั้นผิว มันคือ ‘ผิวกายศิลาเหล็กกล้า’ ที่แม้แต่ศาสตราวุธระดับธรรมดาก็มิอาจระคาย รอยสักเส้นเลือดสีหมึกหดตัวกลับลงไปฝังรากลึกอยู่ใต้ผิวหนัง รอคอยเวลาที่จะปะทุพลังยามถูกเรียกใช้ บัดนี้ เขาคือบุรุษมนุษย์ที่มีรากฐานสายเลือดของอสูรบรรพกาลหล่อเลี้ยงอยู่ทุกจุดชีพจร!


    มารในใจที่เกาะกินขั้วหัวใจหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับจิตวิญญาณ กะโหลกศีรษะเหล็กนิลถูกเชื่อมเข้ากับเนตรมารที่มองทะลุทุกสรรพสิ่ง เขาไม่ใช่มนุษย์ที่ดิ้นรนหนีความตายอีกต่อไป ทว่าเขาคือผู้ล่าในคราบมนุษย์ที่พร้อมจะมุดฝ่าออกจากครรภ์มารแห่งนี้ กรามที่เคยกดฝังลึกคลายออกพร้อมเสียงกระดูกคอที่บิดลั่นดุจเสียงหัวเราะของมัจจุราช


    ในที่สุด แรงบีบรัดที่เคยบดขยี้กายหยาบก็เริ่มอ่อนกำลังลง จังหวะชีพจรของผนังเนื้อที่เคยเต้นรัวค่อยๆ แผ่วเบาจนกระทั่งหยุดนิ่ง ไอความร้อนของของเหลวข้นคลั่กเริ่มเย็นชืด อสูรบรรพกาลผู้หยิ่งทะนงสิ้นใจลงอย่างน่าสมเพชจากภายใน มันถูกมนุษย์ตัวจ้อยสูบกลืนแก่นโลหิตและช่วงชิงความแข็งแกร่งไปจนหมดสิ้น เย่เฉินหยัดกายขึ้นยืนท่ามกลางแอ่งกรดที่ท่วมถึงระดับเอว ผิวหนังเหล็กกล้าของเขาไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดจากพิษละลายกระดูกอีกต่อไป มือซ้ายที่บัดนี้แข็งแกร่งดุจคีมเหล็กนิล คลำปะป่ายลงไปในกองซากกระดูกเบื้องล่าง ก่อนจะคว้ารวบด้ามดาบยักษ์ทัณฑ์ปฐพีที่ถูกสูบลงมาพร้อมกันขึ้นมาถือไว้มั่น


    ปราณมารในร่างที่ได้รับการฟื้นฟูไหลเวียนเข้าสู่ด้ามดาบ เย่เฉินแผดเสียงคำรามต่ำ ง้างศัสตราหนักอึ้งขึ้นเหนือศีรษะ แล้วสับกระแทกผ่าทะลวงผนังเนื้อที่หนาเตอะอย่างสุดกำลัง! ฉัวะ! รอยแยกขนาดใหญ่เปิดอ้าออก แสงสลัวจากม่านหมอกภายนอกสาดส่องกระทบใบหน้าบุรุษหนุ่ม ชายหนุ่มแหวกว่ายผ่านกองเลือด ก้าวเดินออกมาจากรอยผ่าราวกับการจุติจากเตาหลอมนรก เขายืนหอบหายใจอยู่บนซากก้อนเนื้อขนาดยักษ์ กล้ามเนื้อทุกสัดส่วนทอประกายความเหี้ยมเกรียม สัจธรรมแห่งการเอาชีวิตรอดเพิ่งเริ่มต้น กลิ่นคาวเลือดจากการผ่าครรภ์มาร ได้ดึงดูด 'จ้าวแห่งหุบเขา' ตนอื่นที่ทรงพลังยิ่งกว่าให้ตื่นจากการหลับใหล ดวงตาสีแดงฉานนับสิบคู่ค่อยๆ เบิกโพลงขึ้นในเงามืดรอบทิศทาง ทว่าคราวนี้... ผู้ที่ยืนอยู่เหนือซากศพ หาใช่เหยื่ออันโอชะ แต่เป็นมัจจุราชในคราบมนุษย์ที่พร้อมจะชำแหละพวกมันทุกตัว!


    [จบตอนที่ 78]


    คล้ายกับเรื่องคัมภีร์เทพอสูรเทวะ ที่คุณอ่าน