พอเห็นว่าสถานการณ์ดำเนินไปได้ด้วยดี เต่าหยุนกับพวกเหล่าอาจารย์ก็แสดงอารมณ์ที่พึงพอใจออกมา
มอนเตอร์พวกนี้ไม่คนามือนักสู้พันธุกรรมที่ถูกฝึกฝนมาได้อย่างแน่นอน
โดยเฉพาะอัจฉริยะที่มีชื่อว่าจงหยวน เขาเป็ถึงนักสู้พันธุกรรมระดับ 3 และใช้รากฐานวิชากระบวนท่าดาบแห่งแสง
ทักษะนี้ถือเป็หนึ่งในวิชาระดับสูงสุดของโลก ใช่ว่ามีเครดิตแล้วจะสามารถฝึกฝนได้ จำเป็ต้องมีเส้นสายในสมาพันธ์โลกที่ไม่ธรรมดา
ความแข็งแกร่งของเขาย่อมสามารถจัดการกับมอนเตอร์ระดับที่ 3 ได้อย่างแน่นอน เผลอๆอาจต่อกรกับระดับ 4 ได้อยู่เล็กน้อยอีกด้วย
“อาจารย์โคลรอน ฝากเื่ของเ้าพวกลูกเจี้ยบนี้หน่อยละกัน”
“เดี๋ยวข้ากับทีมของข้าจะเข้าไปยังส่วนลึกเพื่อทำธุระซักหน่อย!”
เต่าหยุนได้หันไปบอกกล่าวกับอาจารย์ที่เหลือด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ซึ่งทั้งหมดก็แสดงความเคร่งขรึม ไม่ได้ถามตอบอะไรออกมาอีก
“จิวยี่ อวิ๋นหาน อังเดรเลียแล้วก็ฟางลู่”
“พวกเ้าทุกคนพร้อมกันแล้วใช่ไหม?”
เพื่อทำให้แน่ใจ ทั้งห้าคนรีบจัดเตรียมอาวุธและสำรวจสภาพของตนเองกันอีกครั้ง ทั้งชุดเกราะ ดาบ อาวุธพลังจิต หรืออุปกรณ์เทคโนโลยี ทุกคนต่างเตรียมพร้อมกันอย่างรวดเร็ว เมื่อทั้งห้าคนจัดการอะไรเสร็จสรรพกันเรียบร้อยแล้ว เต่าหยุนก็ออกเดินทาง นำพวกเขาเข้าไปในส่วนลึก
เต่าหยุนเป็นักสู้พันธุกรรมระดับ 6 มีร่างกายที่แข็งแกร่งและพละกำลังอันมหาศาล รับหน้าที่เป็แนวหน้าในการเข้าปะทะกับมอนเตอร์
จิวยี่กับอวิ๋นหาน คือสองชายหนุ่มที่อยู่ด้านนอกเพื่อสนับสนุน ทำหน้าที่เบนความสนใจและเป็ผู้โจมตีหลัก ประสานกันอย่างแข็งแกร่ง
อังเดรเลียคือชายวัยกลางคนหัวโล้น สวมใส่ชุดเกราะสีดำหนาทึบ ด้านหลังมีเทคโนโลยีบางอย่าง เป็ตัวสนับสนุนจิวยี่และอวิ๋นหาน
ฟางลู่คือผู้หญิงเพียงคนเดียวในกลุ่ม ทั้งหญฺิงสาวยังเป็นักสู้พันธุกรรมระดับ 6 แต่ความพิเศษของเธอนั้นไม่ใช่อยู่ในระดับขั้นพลัง
ทว่าฟางลู่คนนี้เป็ถึงนักสู้พันธุกรรมที่มีพลังจิต นางสามารถใช้พลังจิตในการควบคุมวัตถุที่ตนเอง้าได้อย่างอิสระ อีกทั้งยังใช้พลังจิตในการสอดแนมสภาพแวดล้อม ประหนึ่งมีดวงตาที่สามเลยก็ว่าได้ เธอคนนี้มีตำแหน่งอยู่ด้านหลังสุด คอยใช้พลังจิตในการโจมตีเป้าหมาย
ทีมของเต่าหยุนจัดได้ว่าเป็หนึ่งในหน่วยต่อสู้ที่มีชื่อเสียงอย่างมาก พวกเขาคือทหารรับจ้างที่ออกปฏิบัติการและล่ามอนเตอร์ระดับสูงมาอย่างมากมาย ว่ากันว่าพวกเขาสามารถจัดการกับมอนเตอร์ระดับ 7 ได้เลยทีเดียว ส่วนระดับที่ต่ำลงมา พวกเขาจัดการพวกมันได้อย่างง่ายดาย
“หวังว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยังไงนั่นก็คือทีมต่อสู้พยัคฆ์คำรามเลยนะ ถือเป็หนึ่งในหน่วยทหารรับจ้างที่มีชื่อเสียงเป็อย่างมาก!”
“คงไม่หรอก ในเมืองแห่งนี้มอนเตอร์ที่แข็งแกร่งสุดก็มีเพียงระดับ 6 แค่การลงมือของเต่าหยุนคนเดียวก็คงจัดการได้อย่างสบายๆ!!”
“เหอะๆ อย่าไปพูดถึงพวกเขาเลย พวกเราควรมาโฟกัสปกป้องเ้าพวกนี่กันดีกว่า ถ้าเป็อะไรขึ้นมา พวกเราเหล่าอาจารย์ได้เละกันแน่”
พวกอาจารย์ต่างพูดคุยกันอย่างล้นหลาม พลางกระจายตัว และแยกย้ายกันไปปกป้องพวกนักเรียนรุ่นเยาว์กันอย่างสบายอารมณ์
ตอนนี้พวกเขาไม่จำเป็ต้องไปโฟกัสถึงพวกของเต่าหยุน เพราะพวกเขาทั้งสองกลุ่มย่อมมีหน้าที่และวิธีการที่แตกต่างกันออกไป
เพียงไม่นาน พวกของเต่าหยุนก็ได้เข้ามายังส่วนลึกของอาณาเขตเมืองที่พังทลาย พวกเขาไม่ได้ทำตัวเอิกเกริกคึกโครม ทั้งห้าคนพยายามจะหลีกเลี่ยงการสังหารพวกมอนเตอร์ให้ได้มากที่สุด พยายามจะไม่ส่งเสียงหรือทำให้พวกมอนเตอร์ในบริเวณนี้ต้องตื่นตัว
“อังเดรเลีย พวกเราอยู่ส่วนไหนของข้อมูลที่ได้รับมา?”
ตอนนั้นเต่าหยุนก็ได้เอ่ยถามกับชายหัวโล้น ซึ่งเขาเองก็พยักหน้ารับ รีบนำอุปกรณ์ตรวจสอบขึ้นมาส่องดู
“ไม่ไกล อีกประมาณ 500 เมตรก็จะถึงจุดที่ต้นไม้เพลิงกัปนาทเติบโตแล้ว!”
เมื่อรู้ว่าเป้าหมายที่ตนเอง้าอยู่ไม่ไกล เต่าหยุนก็ได้โบกมือ สั่งการให้ทีมของพวกเขาเคลื่อนไหวขึ้นอีกครั้ง ขณะเดียวกันฟางลู่ก็ใช้พลังจิตในการเคลื่อนย้ายวัตถุ ใช้มีดบินที่มีลักษณะอันแหลมคม พุ่งตัดผ่านไปในห้วงอากาศ โจมตีหมาป่าเขี้ยวโลหิตจนตกตายกันมากมาย
ซากศพนับไม่ถ้วนนอนตายกันอย่างเกลื่อนกราด สิ่งนี้สร้างความผิดปกติให้กับเต่าหยุนและคนอื่นๆเป็อย่างมาก
“น่าแปลกจริง ทำไมบริเวณนี้ถึงมีพวกหมาป่าเขี้ยวโลหิตอยู่เยอะนัก”
“ไม่ใช่ว่าพวกมันไม่กล้าเข้ามาเพราะมีมอนเตอร์ระดับสูงอยู่หรือไง?”
ขณะที่พูด ตัวของเต่าหยุนก็จับร่างที่ตกตายของมันขึ้นมาตรวจดู สีหน้าแววตาก็เต็มไปด้วยความสงสัย
“พี่ใหญ่ ฉันว่าฉันพอรู้สาเหตุแล้วละ”
คำพูดของหญิงสาวได้ทำให้ทั้งสี่ต่างหันกลับมาโฟกัส จากนั้นฟางลู่ก็ได้อธิบายถึงสิ่งที่นางพบเห็น
“จากการใช้พลังจิตสอดแนม ด้านในบริเวณที่ต้นไม้เพลิงกัปนาทเติบโต มีหมาป่าจันทราโลหิตระดับ 5 อยู่ด้วย เหมือนว่ามันจะเป็ผู้นำของฝูงหมาป่าพวกนี้ การที่บริเวณแห่งนี้มีเหล่าหมาป่าคมเขี้ยวโลหิตอยู่มากมาย ทั้งหมดอาจเป็เพราะคำสั่งที่ให้พวกมันปกป้องหน้าทางเข้า”
เมื่อรู้ว่าเป็หมาป่าจันทราโลหิต สีหน้าของทุกคนก็เริ่มผ่อนคลาย เพราะหมาป่าจันทราโลหิตมีพลังเพียงแค่ระดับ 5 เท่านั้น ถึงมันจะเป็สายพันธุ์หายากและสามารถปลดปล่อยสายลมเป็การโจมตีได้ แต่มันก็ไม่ได้มีความรวดเร็วไปกว่าพวกเขาหรือผู้ใช้พลังจิตโจมตีอย่างฟางลู่
“เข้าใจแล้ว ในเมื่อเ้าบอกว่าในนั้นมีแค่เ้านี่ งั้นพวกเราก็ลงมือกันเลย!”
ไม่รอช้า เต่าหยุนกับพักพวกอีกสี่คนได้พุ่งเข้าไปในโพรงที่ถูกสร้างขึ้นโดยเศษซากของอาคาร ทั้งหมดเริ่มเตรียมขบวนรบและพุ่งเข้าโจมตีใส่ร่างขนาดใหญ่กว่าสี่เมตร เต่าหยุนที่อยู่แนวหน้าได้ะเิพลังยีนส์พันธุกรรม ปลดปล่อยแรงกดดันอันมหาศาลออกมาในทันที
ในตอนนั้นหมาป่าจันทราโลหิตก็ััได้ถึงผู้บุกรุก ขนทั่วร่างของมันพองขึ้น ประหนึ่งเป็สัญญาว่าเ้าพวกนี้มีความอันตรายร้ายแรง
[อะไร?!! นักสู้พันธุกรรม!]
ทันย่าเห็นแบบนั้นก็ตื่นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ั์ตาเบิกกว้างและเต็มไปด้วยความร้อนรน
“โฮกกกกกกกกกกก!”
เสียงคำรามแห่งความโกรธดังสนั่นกึกก้อง จากนั้นอยู่ดีๆทั่วร่างของมันก็เหมือนเกิดสายลมขึ้นรอบตัว หมาป่าจันทราโลหิตได้เคลื่อนไหวและตบกรงเล็บทั้งสองข้างออกไป
“เฟี้ยว!”
เสียงหวีวร้องของอากาศก็ได้ดังขึ้น คมมีดสายลมที่มีขนาดกว่าสิบเมตรพุ่งทะยานเข้าใส่อย่างรวดเร็ว มันร้ายกาจซะจนทำให้เต่าหยุนต้องหรี่ตาลง แต่พวกเขาเองก็ไม่ได้เกรงกลัว เต่าหยุนที่อยู่หน้าสุดได้หยิบบางสิ่งออกมาจากหลังของตน มันคือโล่โลหะขนาดใหญ่กว่าสองเมตร
“ปัง!ปัง!”
เสียงะเิของสายลมดังสนั่นหวั่นไหว ชายวัยกลางคนได้ใช้โล่ป้องกันของตนเองในการรับแรงปะทะ พร้อมกับที่ทั้งสี่คนได้เคลื่อนไหวออกไปอย่างพร้อมเพรียงกัน จิวยี่กับอวิ๋นหานกระโจนเข้าใส่ทั้งด้านซ้ายและขวา พุ่งเข้ามาประหนึ่งฝนดาวตกที่รวดเร็วเป็อย่างมาก
“ตายซะ!/ตายซะ!”
คมดาบสบั้นที่ถูกวาดออกมาจนทำให้หมาป่าจันทราโลหิตต้องตื่นตัว สัญชาตญาณในส่วนลึกบอกว่าให้หลบหลีก ด้วยความเร็วของหมาป่าจันทราโลหิตที่บวกเข้ากับสายลม แน่นอนว่ามันต้องสามารถหลีกหนีไปจากคมดาบของทั้งสองได้ ทว่ามันกลับพลาดถึงบางสิ่งไป
“ไอ้มอนเตอร์โง่ เ้าพวกนั้นเป็เพียงแค่ตัวล่อ!!”
เต่าหยุนครุ่นคิดอย่างเย้ยหยัน ในจังหวะเวลาเดียวกันนั้นเอง
“เสร็จฉันละ!!”
ฟางลู่ะโเสียงดัง พลางโบกสบัดมือเพื่อที่จะปิดฉากเื่ทั้งหมด
ประกายแสงห้าเส้นก็ได้ทะลวงพุ่งเข้าใส่ราวกับแสงวาบ หนึ่งอันบริเวณใบหน้า หนึ่งอันบริเวณด้านหลัง แล้วอีกสามอันคือบริเวณส่วนลำตัว สิ่งนี้คือมีดพลังจิตที่ฟางลู่ควบคุมอยู่ ซึ่งมันก็มีความเร็วยิ่งกว่าสายฟ้าฟาด
“............?!!”
สิ่งที่เกิดขึ้นได้ทำให้หมาป่าจันทราโลหิตตอบสนองไม่ทัน ั์ตาของมันเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก จากนั้นประกายแสงทั้งห้าก็ได้พุ่งแทงทะลุตามร่างกายขนาดใหญ่อย่างรุนแรง ดวงตาของมันทำได้เพียงเบิกกว้างอย่างใ ััได้ถึงความเ็ปที่ปะทุออกมาอย่างไม่รู้จบ
“หงึก!หงึก!หงึก!”
ในตอนนั้นเสียงครวญครางและสั่นเครือก็ได้ดังขึ้น สติอันมืดมิดเริ่มเข้าครอบงำตัวของหมาป่าจันทราโลหิต ตอนนี้ตัวของมันได้ทำเต็มที่แล้ว แต่เ้าพวกมนุษย์นี้มันแข็งแกร่งเกินไป ไม่สามารถสร้างได้แม้แต่าแให้กับมันเลยด้วยซ้ำ
“ตึง!”
ชั่วพริบตา ร่างขนาดใหญ่ก็ได้ล้มลงอยู่บนพื้นดิน โลหิตอาบย้อมและไหลทะลักออกมาจากรูโหว่ทั้งห้าแห่ง
...
ไม่นะเ้าหมา อ๊ากกก!