สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 11 บทที่ 302 ความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้น

        ชาวไบแซนไทน์เเทบจะทั้งหมดต่างนับถือซุนเฟยเหมือนเป็นวีรบุรุษกู้โลก

        เพราะทุกคนต่างรู้ดีกันว่า ถ้าไม่ใช่เพราะราชาเมืองแซมบอร์ดยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออาณาจักรไบแซนไทน์ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก และมอบอาวุธชุดเกราะที่ยอดเยี่ยมจำนวนมากให้แก่พวกเขา ตอนนี้พวกเขาคงเป็นอาณาจักรทางตอนใต้ที่อ่อนแอที่ใครๆ ก็ดูถูก และราชาคอนสแตนตินของพวกเขาก็คงไม่ติดสิบอันดับแรกของยอดฝีมือในเขตสงครามทางภาคใต้ได้หรอก

        แต่ซุนเฟยก็ไม่ได้รั้งอยู่ที่นี่เป็นเวลานาน

        ที่เขามาที่นี่ในครั้งนี้ก็เพื่อมาแก้ไขปัญหาอาการบาดเจ็บหลังจากฝึกทักษะ 'หมัดเจ็ดพิการ' ของราชาไบแซนไทน์

        หลังซุนเฟยตรวจอาการอยู่สักพักใหญ่ๆเขาก็พบว่า หลังจากที่คอนสแตนตินฝึกฝน 'หมัดเจ็ดพิการ' อวัยวะภายในของราชาไบแซนไทน์ก็ได้รับบาดเจ็บไม่น้อยอวัยวะที่สำคัญในร่างกายอย่างหัวใจ ตับ ม้ามไตและกระเพาะอาหารของเขาต่างได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง อาการบาดเจ็บของเขาค่อนข้างรุนแรงกว่าที่ซุนเฟยคาดการณ์ไว้เสียอีก

        ซุนเฟยเดาว่านี่อาจจะเป็นพราะว่าคอนสแตนตินรีบร้อนฝึกฝน 'หมัดเจ็ดพิการ' จนเกินไปถึงแม้ว่ามันจะทำให้เขาฝึก 'หมัดเจ็ดพิการ' ได้สำเร็จภายในระยะเวลาสั้นๆแต่การฝึกซ้อมอย่างรีบร้อนจนไม่คำนึงถึงตัวเองก็ทำให้เกิดอันตรายแก่ผู้ฝึกซ้อมมากขึ้น

        “นี่เป็นคัมภีร์ทักษะคลื่นพลังธาตุไม้ระดับหกดาว ข้าได้บันทึกวิธีการควบแน่นคลื่นพลังแนบลงไปด้วยและคัมภีร์ทักษะคลื่นพลังธาตุไม้จะช่วยปรับสมดุลของร่างกายนอกจากนี้ยังผสานเข้ากับทักษะการต่อสู้อย่าง 'หมัดเจ็ดพิการ' ได้ด้วยคลื่นพลังธาตุไม้นอกจากจะช่วยปรับสมดุลของร่างกายแล้วยังลดทอนอาการบาดเจ็บจาก 'หมัดเจ็ดพิการ' ไม่ให้รุนแรงยิ่งขึ้นทั้งยังรักษาอวัยวะภายในของร่างกายและช่วยบรรเทาอาการบาดเจ็บของอวัยวะภายในได้ชั่วคราวด้วย”

        คัมภีร์ทักษะคลื่นพลังระดับหกดาวที่ซุนเฟยมอบให้กับคอนสแตนตินเป็นฉบับคัดลอกแหล่งอ้างอิงข้อมูลก็มาจากยอดฝีมือลึกลับคนนั้น

        ไม่กี่วันมานี้ทุกครั้งที่ซุนเฟยได้พบกับยอดฝีมือลึกลับ เขาจะถามคำถามที่เฉพาะเจาะจงและน้อยครั้งมากที่ยอดฝีมือลึกลับผู้ถนอมวาจาดั่งทองคำจะยอมตอบคำถามกลับมาตรงๆแต่วันที่สองที่ซุนเฟยมาพบกับยอดฝีมือลึกลับอีกครั้งยอดฝีมือลึกลับก็โยนหนังสือทำมือขององค์จักรพรรดิยาซินมาให้ซุนเฟยส่วนใหญ่จะเป็นคัมภีร์ทักษะคลื่นพลังหรือคัมภีร์เวทมนตร์ระดับสูงที่หาพบได้ในหอหลวงของราชวังเซนิทเท่านั้นเขาให้ซุนเฟยนำไปศึกษาและแก้ไขข้อสงสัยด้วยตังเอง

        เป็นโอกาสที่หาได้ยาก ดังนั้นซุนเฟยจึงฉวยโอกาสนี้ศึกษาค้นคว้าและสร้างคัมภีร์ทักษะคลื่นพลังขึ้นมาอย่างรีบร้อน ทว่าเขาไม่ได้ใช้เอง แต่นำไปให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาใช้ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวพวกเขาเอง

        เช่นทักษะคลื่นพลังธาตุไม้เล่มนี้เขาสร้างขึ้นมาให้ราชาไบแซนไทน์โดยเฉพาะ ในนวนิยายของโลกก่อน จางอู๋จี้สามารถฝึกและใช้วิชา 'หมัดเจ็ดพิการ' ได้อย่างชำนาญโดยที่ไม่ถูกพลังของหมัดสะท้อนกลับมาทำลายอวัยวะภายในของตัวเอง นั่นเป็นเพราะว่า จางอู๋จี้ได้สำเร็จวิชากำลังภายในเก้าสุริยันอย่างลึกซึ้ง ไม่เพียงต้านทานพลังของหมัดที่สะท้อนกลับมาเท่านั้น แต่ยังผสานกับ 'หมัดเจ็ดพิการ' และดึงพลังนั้นออกมาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ถึงแม้ว่าตัวเองจะไม่สามารถมอบวิชาเก้าสุริยันให้กับคอนสแตนตินได้ ทว่าคลื่นพลังธาตุไม้ของโลกนี้กลับมีผลลัพธ์ที่คล้ายกับกำลังภายในของโลกก่อน ซึ่งสามารถปกป้องและปรับสมดุลร่างกายของตัวผู้ฝึกได้ และยังมีความสามารถในการรักษาที่โดดเด่นอีกด้วย ดังนั้น หากใช้คลื่นพลังธาตุไม้ผสานกับ 'หมัดเจ็ดพิการ' ก็น่าจะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้

        ความจริงแล้ว เพื่อให้มั่นใจว่ามันปลอดภัยซุนเฟยใช้ประโยชน์จากการที่ร่างกายของตัวเองไม่สามารถฝึกฝนคลื่นพลังธาตุใดเป็นชิ้นเป็นอันได้มาเป็นตัวทดลองทักษะคลื่นพลังนี้ ผลปรากฎว่ามันไม่เลวเลยทีเดียวหลังมั่นใจว่าไม่มีข้อผิดพลาดใดๆซุนเฟยจึงมอบคัมภีร์ทักษะคลื่นพลังธาตุไม้เล่มนี้ให้กับราชาแห่งไบแซนไทน์

        ทักษะคลื่นพลังระดับหกดาวเล่มหนึ่งมีมูลค่าที่ประเมินไม่ได้และมีแค่บางอาณาจักรบริวารเท่านั้นที่จะมีมันได้ส่วนใหญ่พวกเขาจะเก็บไว้เป็นของคู่บ้านคู่เมืองราชาคอนสแตนตินแห่งไบแซนไทน์รู้สึกปลื้มปิติมากจนบรรยายเป็นคำพูดออกมาไม่ได้หลังจากที่รับมาแล้วก็รู้สึกอยากจะตอบแทนพระคุณในครั้งนี้เขาจึงคิดจะจัดงานเลี้ยงขอบคุณซุนเฟย แต่ซุนเฟยกลับปฎิเสธและขอตัวลา เพราะช่วงนี้ราชามีเรื่องมากมายที่ต้องทำ

        พรุ่งนี้เป็นการเปิดฉากการแข่งขันการจัดอันดับในรอบสุดท้ายการต่อสู้ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้อาจรุนแรงมากขึ้น ยอดฝีมือเหล่านั้นล้วนเก่งกาจหากโชคไม่ดีอาจถึงตายได้ดังนั้น ซุนเฟยจึงจำเป็นต้องเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเหล่าผู้นำของเมืองแซมบอร์ดก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มขึ้น

        หลังจากกลับมาที่ค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดซุนเฟยก็เลือกจะเก็บตัวฝึกฝน

        แต่การเก็บตัวฝึกฝนในครั้งนี้ เขาไม่ได้เข้าไปอัพเลเวลที่โลก Diablo ซุนเฟยเปลี่ยนเป็น 'โหมดมือสังหาร' เพื่อสัมผัสการไหลเวียนของพลังชี่แท้ภายในร่างและทำการทดลองกับปรับแต่งคัมภีร์ทักษะคลื่นพลังใหม่ที่เขาสร้างขึ้นมาเมื่อไม่กี่วันก่อน

        หลังจากที่ในตอนแรก เส้นทางการฝึกฝนของเหล่าผู้นำเมืองแซมบอร์ดได้พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดแต่ในช่วงนี้ ความเร็วในการฝึกฝนเริ่มแผ่วลง ไม่ดีเท่าเมื่อก่อน

        ซุนเฟยรู้ว่า ปัญหาไม่ได้มาจากตัวแลมพาร์ด ดร็อกบาหรือคนอื่นๆ

        เพราะหลังจากพวกเขาผ่านกระบวนการปรับเปลี่ยนโครงสร้างร่างกายด้วย 'น้ำยาฮัลค์' แล้ว ทำให้กล้ามเนื้อและเส้นทางคลื่นพลังของพวกเขาถูกขยายออกให้กว้างขึ้น ช่วยให้พวกเขาฝึกฝนทักษะได้เร็วยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าจะเทียบกับอัจฉริยะตั้งแต่กำเนิดไม่ได้ แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ถือเป็นอัจฉริยะคนหนึ่ง

        ส่วนสาเหตุที่ความแข็งแกร่งของพวกเขาชะลอตัวลงนั้น เป็นเพราะคัมภีร์ทักษะคลื่นพลังที่พวกเขากำลังฝึกฝนอยู่มันระดับต่ำเกินไปทักษะคลื่นพลังที่ซุนเฟยสร้างขึ้นมาก่อนหน้าอย่าง 'หมัดสายฟ้า' 'พลังสู่ยมโลกเซกิชิกิ' 'เอ็กซ์คาลิเบอร์' 'เกรทฮอร์น' ทั้งหมดต่างอ้างอิงมาจากคัมภีร์ทักษะคลื่นพลังที่อยู่ในแหวนเก็บของและคัมภีร์ทักษะคลื่นพลังระดับต่ำที่นักบวชแมซโซลาจัดหามาให้ทำให้เขาสามารถสร้างได้แต่คัมภีร์ทักษะคลื่นพลังระดับต่ำออกมาเท่านั้นถึงแม้จะได้เส้นทางชี่แท้ใน 'โหมดมือสังหาร' มาบุกเบิกเส้นทางคลื่นพลังใหม่ๆแต่ก็ทำให้คัมภีร์ทักษะคลื่นพลังอยู่ในระดับสี่ดาวเท่านั้น

        แฟรงก์ แลมพาร์ดสามารถใช้ 'หมัดสายฟ้า' คัมภีร์ทักษะคลื่นพลังระดับสี่ดาวเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่ตัวเองจนมาถึงระดับห้าดาวระยะกลางได้ อดีตยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งเมืองแซมบอร์ดคนนี้มีความลับบางอย่างที่ซุนเฟยไม่รู้ซ่อนเอาไว้อยู่ส่วนผู้นำเมืองแซมบอร์ดคนอื่นๆ ไม่มีใครทำได้อย่างแลมพาร์ดพวกเขาส่วนใหญ่ยังคงติดแอยู่ที่ระดับสี่ดาวระยะปลาย

        ไม่แน่ว่าคัมภีร์ทักษะคลื่นพลังระดับสี่ดาวเหล่านี้อาจเป็นตัวจำกัดความก้าวหน้าในการเพิ่มพลังของพวกเขาก็ได้

        ช่วงเวลาผ่านไปรวดเร็ดดั่งสายน้ำไหลการสร้างคัมภีร์ทักษะคลื่นพลังระดับสูงให้กับเหล่าผู้นำเมืองแซมบอร์ดกลายเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ซุนเฟยต้องทำ

        เมื่อสองสามวันที่ผ่านมาหลังจากที่ซุนเฟยพูดคุยกับยอดฝีมือลึกลับแล้วเขาก็ทำตัวหน้าด้านไร้ยางอายเอ่ยปากขอยืมคัมภีร์ทักษะคลื่นพลังระดับสูงในหอหลวงของราชวังเซนิทจากยอดฝีมือลึกลับเป็นจำนวนมากเพื่อจะใช้คัมภีร์พวกนี้มาอ้างอิงควบคู่ไปกับการใช้เส้นทางการไหลเวียนพลังชี่แท้ใน 'โหมดมือสังหาร' มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของคัมภีร์ทักษะคลื่นพลังที่จะสร้างขึ้นมาใหม่นอกจากนี้ซุนเฟยยังนำ 'หมัดสายฟ้า' ของแลมพาร์ด 'เกรทฮอร์น' และ 'เอ็กซ์คาลิเบอร์' ของ 'สองอสุรกาย' 'คลื่นยมโลกเซกิชิกิ' ของพัศดีโอเลเกร์มาปรับแก้ใหม่ทั้งหมด และยังได้บุกเบิกเส้นทางคลื่นพลังขึ้นมาใหม่อีกเป็นจำนวนมากทำให้ซุนเฟยสามารถสร้างคัมภีร์ทักษะคลื่นพลังระดับเจ็ดดาวออกมาได้สำเร็จ

        คัมภีร์ทักษะคลื่นพลังระดับเจ็ดดาว เพียงพอที่จะให้เหล่าผู้นำเมืองแซมบอร์ดได้ใช้ฝึกฝน

        ใช้เวลาไปสี่ชั่วโมงเต็มในที่สุด ซุนเฟยก็สามารถปรับแก้และสร้างคัมภีร์ทักษะคลื่นพลังใหม่ออกมาได้ทั้งหมดสิบเล่ม

        เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยซุนเฟยก็คิดว่ายังพอมีเวลาเหลืออยู่บ้างจึงตัดสินใจเรียกพวกผู้นำเมืองแซมบอร์ดมาหาที่เต็นท์ของราชาตามลำดับซุนเฟยต้องการตบรางวัลให้ดร็อกบา เพียร์ซและคนอื่นๆ ที่สร้างชื่อเสียงในการแข่งขันการจัดอันดับในครั้งนี้และรางวัลที่มอบให้พวกเขาคือ คัมภีร์ทักษะคลื่นพลังเล่มใหม่นั่นเอง

        “นี่เป็นคัมภีร์ทักษะคลื่นพลังระดับเจ็ดดาว?” เมื่อเห็นคัมภีร์ที่ราชามอบให้กับตัวเองไม่ว่าใครเป็นต้องตกใจกันถ้วนหน้า มือไม้แต่ละคนสั่นระริก

        คัมภีร์ทักษะคลื่นพลังระดับนี้ในราชอาณาจักรถือเป็นสินค้าหายากมาก ต้องเป็นพวกระดับสูงเงินหนาเท่านั้นถึงมีสิทธิ์ได้ครอบครอง แม้แต่อัศวินผู้ตัดสินในวังอัศวินเองก็ยังฝึกฝนทักษะจากคัมภีร์ทักษะคลื่นพลังระดับเจ็ดและแปดเลย ถ้าพูดตรงๆ คือ ทั้งราชอาณาจักรเซนิทมีคัมภีร์ทักษะคลื่นพลังระดับเจ็ดไม่เกินร้อยเล่มด้วยซ้ำและส่วนใหญ่ก็เป็นคัมภีร์ที่สร้างขึ้นโดยองค์จักรพรรดิยาซินคัมภีร์เหล่านั้นทั้งฝึกฝนได้ยากทั้งมีเนื้อหาซับซ้อนไม่แปลกที่ยอดฝีมือส่วนใหญ่จะติดอยู่ที่ระดับหกดาว

        “จงจำไว้ว่า ถึงแม้จะมีคัมภีร์คลื่นพลังระดับเจ็ดดาวอยู่ในมือ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า พวกเจ้าจะสามารถเป็นนักรบระดับเจ็ดดาวได้ง่ายๆ เส้นทางของนักรบแต่ไหนแต่ไรมาก็สร้างขึ้นจากหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อ คัมภีร์เล่มนี้แค่ชี้แนวทางให้พวกเจ้าได้เป็นยอดฝีมือระดับสูงเท่านั้น ส่วนจะเป็นได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวพวกเจ้าเอง”

        สีหน้าของเหล่าผู้นำต่างเต็มไปด้วยความตกใจดวงตาพวกเขาสะท้อนให้เห็นถึงความตื่นเต้นและบ้าคลั่งอยู่ในนั้นซุนเฟยไม่ลืมที่จะราดน้ำเย็นใส่พวกเขา “พวกเจ้าจงจำไว้ มีเพียงบุรุษที่ทุ่มเททุกหยาดเหงื่อและจิตใจที่มุ่งมั่นเท่านั้นจึงจะกลายเป็นยอดฝีมือระดับสูงได้ ระดับหกดาวคือประตูบานแรกที่พวกเจ้าทุกคนจะต้องฝึกฝนไปให้ถึงถ้าเจ้าก้าวผ่านประตูบานแรกนี้ได้ เจ้าจะได้รับโอกาสให้ก้าวเข้าสู่ระดับจันทราและก้าวต่อไปเรื่อยๆ ตราบเท่าที่ยังมีชีวิตอยู่ จงอย่าคิดที่จะหยุดเดินหากในบรรดาพวกเจ้ามีใครที่ก้าวข้ามผ่านไม่ได้คนคนนั้นจะไม่ได้รับคัมภีร์คลื่นพลังระดับสูงจากข้า”

        ประโยคที่ซุนเฟยกล่าวไม่ใช่ขู่ให้กลัวแต่อย่างใด

        ถึงแม้ว่าตัวซุนเฟยจะพึ่งพาโลก Diablo ในการเพิ่มพลังให้กับตัวเอง แต่ที่เขาต้องติดอยู่ในระดับหกดาวอยู่นาน ก็เพราะเขาขาดวิธีในการควบคุมพลังและพื้นฐานกับทฤษฎีในการต่อสู้แต่สุดท้ายเขาก็ได้ยอดฝีมือลึกลับที่มาช่วยแนะนำแนวทางให้กับเขาและมอบหนังสือสองเล่มที่องค์จักรพรรดิยาซินเขียนกับมือให้เขานำไปศึกษา จนสามารถทลายความข้องใจที่ติดค้างมานานลงได้จากนั้นความแข็งแกร่งของเขาก็พัฒนาไปแบบก้าวกระโดด

        สำหรับสัตว์ประหลาดอย่างซุนเฟยที่ไม่รู้จักคำว่าคอขวดแล้วเขาใช้เวลาเพียงครึ่งเดือนก็สามารถก้าวข้ามระดับหกดาวขึ้นมาได้ซึ่งสำหรับคนธรรมดาแล้ว มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยทีเดียวที่ซุนเฟยพูดแบบนี้เพราะไม่อยากให้ยอดฝีมือของตัวเองเกียจคร้าน

        “ข้าจะปฏิบัติตามคำสั่งสอนของฝ่าบาท และจะไม่ทำให้ฝ่าบาทต้องผิดหวัง”

        ทุกคนต่างคุกเข่าอย่างซาบซึ้งต่อพระมหากรุณาธิคุณของราชา

        ซุนเฟยให้คนอื่นๆ ออกไปจากเต็นท์รั้งไว้แค่แช็ค โอเลเกร์และตอร์เรส สามคนนี้เท่านั้นให้อยู่ต่อ

        “พรุ่งนี้การแข่งขันการจัดอันดับรอบสุดท้ายจะเริ่มขึ้นแล้วคราวนี้ข้าจะมอบชุดโกลด์คลอธที่สมบูรณ์ให้แก่พวกเจ้า”

        ซุนเฟยพูดจบก็เกิดลำแสงสีขาวสามสายพุ่งออกมาจากแหวนเก็บของตรงกลางเต็นท์กว้างปรากฏกล่องเหล็กสีดำที่มีขนาดหนึ่งตารางเมตรสามกล่องออกมาตัวกล่องเหล็กสร้างมาจาก 'โครงกระดูกปีศาจ' และ 'แร่เหล็กดำ' ลวดลายที่แกะสลักต่างราวกับมีชีวิตจริง กล่องแรกแกะสลักเป็นรูปครึ่งคนครึ่งม้าท่าทางองอาจถือคันธนูยาวอีกกล่องแกะเป็นรูปปูยักษ์ท่าทางดุร้ายและกล่องสุดท้ายเป็นรูปแมงป่องยักษ์ที่กำลังชูหางเหมือนตะขอขึ้นเหนือฟ้าด้วยท่าทางดุดัน

        -----------------------------------------------

        อธิบายเล็กๆ:ร่างกายของซุนเฟยแปลกกว่าของคนอื่นตรงที่ เมื่อฝึกคลื่นพลังธาตุไหนก็แล้วแต่ถ้าทันทีที่เขาเลิกฝึก คลื่นพลังทุกอย่างที่ฝึกมาก็จะสลายไปทันทีไม่สามารถกักเก็บคลื่นพลังได้ ทำให้ซุนเฟยลองฝึกฝนคลื่นพลังได้หลากหลายธาตุต่างจากคนอื่นที่พอฝึกทักษะคลื่นพลังธาตุใดก็จะกักเก็บคลื่นพลังที่ฝึกไว้ได้และสามารถเพิ่มพลังไปเรื่อยๆคอยทะลวงขีดจำกัดของระดับพลังไปทีละขั้นและสามารถเปลี่ยนธาตุที่ฝึกได้ แต่ต้องแลกกับการที่ธาตุเดิมที่ตัวเองเคยฝึกจะหายไปตัวอย่างกรณีนี้คือแลมพาร์ด ที่แต่ก่อนฝึกธาตุน้ำแล้วมาเปลี่ยนเป็นธาตุสายฟ้า ทำให้ธาตุน้ำในร่างเริ่มจางไปเรื่อยๆ

คล้ายกับเรื่องสดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน