ภาพของชายแก่ที่ใช้วรยุทธช่วยเหลือนางไว้ในโรงเตี้ยมที่สุดแสนจะอันตราย อีกทั้งยังภาพที่ชายแก่ช่วยฝึกสอน ช่วยดูแล ช่วยปกป้องนางและลูกน้อยเอาไว้ในหลายๆเหตุการณ์ ค่อยๆประดังเข้ามาในหัวของหลินเอ๋ออย่างไม่หยุดในขณะที่นางเองกำลังมองชิงหลงซึ่งตอนนี้นอนนิ่งอยู่ตรงหน้าของนาง
ไม่มีการเคลื่อนไหว ไร้แม้กระทั้งลมหายใจหรือเสียงตอบกลับเมื่อนางมาปรากฏตัวจึงเป็นเครื่องยืนยันที่ชัดเจนถึงร่างอันไร้วิญญาณของชิงหลง
ก่อนจะหันกลับมามองฉางเฟยซึ่งตอนนี้เหมือนจะตั้งหลักได้แล้วเพราะอีกฝ่ายเล่นปล่อยพลังออกมาซะจนเห็นได้ชัด แววตาของหลินเอ๋อที่มองเขานั้นในตอนนี้เต็มไปด้วยความเคียดแค้นและอาฆาต จนมีเสียงหนึ่งดังขึ้นภายในจิตของนาง
‘มีเกิดก็ต้องย่อมมีดับ.... มีพบก็ต้องมีจาก... หากเจ้าเป็นเขาเจ้าก็ต้องทำเช่นเดียวกับเขา....’
เสียงนั้นมาจากสิ่งที่อยู่ในกระบี่ของนางเอง และนางรู้ว่ากำลังหมายถึงอะไร แต่ก็อีกที่มันไม่สามารถลดความโกรธแค้นที่นางมีในตอนนี้รวมถึงที่สะสมเอาไว้ในคราก่อนๆ
‘ข้าเชื่อว่าเขาไม่ได้ต้องการให้เจ้าสู้ด้วยความเคียดแค้น... ปล่อยวางซะสิหลินเอ๋อ... เจ้าเอาชนะชายผู้นั้นได้หากเจ้าปล่อยวาง...’
คำพูดเหมือนกับที่ชิงหลงเคยบอกกับนาง ย้ำเตือนถึงสิ่งที่เขาเคยสอนนางเอาไว้เมื่อเริ่มฝึกในหนแรกๆทำให้หลินเอ๋อต้องข่มความรู้สึกทุกๆอย่างเอาไว้ ก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้น
“ตาเฒ่านั้นตายแล้วสินนะ หึ!”
“เจ้าจะตามเขาไปในไม่ช้า”
“หลินเอ๋อ ข้าสงสัยนะว่าระหว่างเจ้ากับตาเฒ่านั้นมีความสัมพันธ์แบบไหนกันระหว่าง คนร่วมเดินทาง ตาเฒ่ากับหญิงสาว หรือว่า.....”พยายามยั่วให้หลินเอ๋อเกิดความโมโหเพราะเขารู้ดีกว่าใครๆว่าหากนางโมโหนางจะไร้ซึ่งการไตร่ตรองและทำให้เขาสามารถเอาชนะเขาได้
“สิ่งหนึ่งที่ข้าตอบเจ้าได้ในตอนนี้ คือเขาสามารถให้ข้าได้ในสิ่งที่เจ้าให้ไม่ได้...”แต่กลับกลายเป็นว่าคำพูดของหลินเอ๋อทำให้ฉางเฟยโกรธแทนเมื่อคำพูดนั้นทำให้เขาคิดเป็นอย่างอื่น
“ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็จงตายตามชายชั่วของเจ้าไปซะเถอะ!! ย๊า!!!”
ฉางเฟยพุ่งเข้าหาหลินเอ่อภายในชั่วพริบตาก่อนที่คมดาบของเขาจะปะทะเข้ากับคมกระบี่ของนาง เกิดเป็นพลังทำลายของทั้งสองฝ่ายที่ระเบิดออกมาทุกๆการฟาดฟัน อีกทั้งยังการเฉือดเฉือนที่เขาพยายามจะส่งให้กับนางแต่ก็ถูกปัดออกอย่างง่ายดาย
“ข้าอุตส่าห์ทำทุกอย่างเพื่อเจ้า!! กับอีแค่ปล่อยให้อยู่ตามลำพังแค่ชั่วขณะเจ้ากลับทนไม่ได้จนต้องหาชายอื่นมาแทนที่ข้า!!”กระหน่ำฟาดฟันพร้อมพ้นวาจาสุดแสนจะน่ารังเกียจออกมาไม่หยุด ฉางเฟยในตอนนี้เริ่มคลั่งเสียจนคุมตัวเองไม่อยู่
“ครั้งนี้แหละหลินเอ๋อ ข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่าตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้เจ้ายังคงอยู่ใต้ข้าเสมอ!!!”รวมพลังไว้ที่ดาบก่อนจะฟาดฟันใส่หลินเอ๋อเต็มแรง ทว่านางกลับใช้คมกระบี่ดูดซับพลังของอีกฝ่ายเอาไว้และสะท้อนกลับในเวลาต่อมา
‘อย่าลืมที่ข้าเตือนเจ้าสิหลินเอ๋อ ตอนนี้เจ้ายังไม่พร้อมที่จะใช้มัน’
เสียงเตือนดังขึ้นในจิตทำให้หลินเอ๋อต้องชะงักเมื่อรุ้ว่าอีกฝ่ายกำลังพูดถึงอะไร นางจึงไม่ผีผลามและถอยมาตั้งหลักในขณะที่ฉางเฟยหลังถูกสะท้อนพลังกลับไปทำให้เขายิ่งคลั่งมากขึ้นไปอีก
“ฮึ้ย!!! ปราณโลหิต!!!”ใช้มือข้างหนึ่งเปิดจุดในกาย ทำเอาใบหน้าของฉางเฟยค่อยๆมีลวดลายปรากฏ ในตาแดงเสียจนไม่เห็นตาดำหรือตาขาว ใบหน้าที่แดงฉานไปด้วยเลือดและร่างกายที่มีลวดลายประหลาดปรากฏอยู่
“วิชาดาบโลหิต!! เชือดเฉือน!!”ในชั่วพริบตาร่างของฉางเฟยก็พุ่งเข้าหาหลินเอ่ออย่างรวดเร็วพร้อมทั้งการฝากร่องรอยเฉือนไว้ตามตัวของหลินเอ๋อหลายสิบแผล
“อื้ออ!!..”หลินเอ๋อรีบถอยออกมาทันทีเมื่อรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายนั้นเล่นงานนางได้แล้ว แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้นางยอมแพ้”ข้าต้องจัดการเขา หากไม่เช่นนั้นอาจไม่มีโอกาสอีก”
‘ได้... ถ้าเช่นนั้นก็จงเอ่ยเรียก...’
เมื่อได้ยินคำอนุญาตจากอีกฝ่าย หลินเอ๋อจึงได้ยกกระบี่ขึ้นชี้ไปยังฉางเฟยทันทีก่อนที่นางจะรวบรวมสมาธิเพียงชั่วครู่และเอ่ยเรียก
“กระบวนท่าที่หก เทพเซียนซีเซี้ย!”
ฟึบบบ!!!!....
เพียงเอ่ยชื่อก็ปรากฏแสงตรงหน้าก่อนจะมีร่างของชายผู้หนึ่งเดินออกมาจากแสงนั้นพร้อมทั้งกระบี่ขนาดใหญ่ในมือของเขา ฉางเฟยมองอีกฝ่ายอย่างสงสัยแต่ก็ยังต้องท่าเตรียมจู่โจม
หลินเอ๋อตวัดกระบี่และเทพซีเซี้ยก็ทำตามนางพร้อมนางเหมือนคนๆเดียวกัน ฉางเฟยเมื่อรู้ว่าครั้งนี้เขาจะต้องจัดการนางให้จงได้จึงรวบรวมพลังทั้งหมดมาไว้ที่ดาบของตน แล้วจึงพุ่งเข้าใส่หลินเอ๋อทันที
หลินเอ๋อที่ยืนนิ่งในตอนแรกมองดูร่างของฉางเฟยที่พุ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว นางหลับตาลงช้าๆและฉางเฟยก็เห็นเช่นนั้น เขาหมายบั่นคอนางในดาบเดียว ทว่า! จู่ๆกลายเป็นเทพซีเซี้ยที่เคลื่อนไหวในวินาทีสุดท้ายตวัดกระบี่ในมือฟันผ่ากลางลำตัวของฉางเฟยอย่างจังก่อนที่หลินเอ๋อจะตวัดกระบี่ฟาดพาดผ่านอีกทาง
ร่างของฉางเฟยขาดออกเป็นสองท่อนหลังถูกจู่โจมในชั่วพริบตาที่เข้าพุ่งเข้าหา เลือดจากบาดแผลสาดออกมาทันทีก่อนที่ท่อนทั้งสองจะแยกทางกันไปบนพื้น
เมื่อร่างของเทพซีเซี้ยหายไป หลินเอ๋อหันกลับมามองฉางเฟยที่ตอนนี้นอนแน่นิ่งไปแล้ว ก่อนที่นางจะเดินมายังร่างท่อนบนของเขาและย่อตัวลง
“พ่อของบุตรของข้า เขาตายไปนานแล้ว...”
“ท่านแม่!!!”เสียงของเทียนเปาที่ได้รับการช่วยเหลือจากอู้เหมิงกงจนนางเป็นอิสละ พร้อมการวิ่งเข้าสวมกอดผู้เป็นแม่ทันทีจนนางเซเกือบจะล้ม แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรแถมยังสวมกอดตอบกลับไป
“เจ้าไม่เป็นอะไรแล้วนะเทียนเปา”
“ฮึก!ท่านแม่ข้าคิดว่าจะไม่ได้พบท่านแม่อีกแล้ว!”นางเพิ่มแรงกอดมากขึ้น ในขณะที่หลินเอ๋อรับร่างของหลินเฟยที่ร้องไม่หยุดมาจากมู่จินที่พึ่งจะตามมาทีหลังมากอดเอาไว้
“ชู.. ไม่ร้องนะทั้งสองคนเลย แม่อยู่นี่แล้ว”โอบกอดบุตรสาวคนโตพร้อมปลอบโยนบุตรสาวคนเล็ก
ในขณะที่ทั้งหมดกำลังยืนอยู่ด้วยกัน ห่างออกไปไม่ไกลร่างของชิงหลงซึ่งนอนนิ่งอยู่กลับปรากฏอีกร่างหนึ่งที่พึ่งจะออกมาทำให้หลินเอ๋อและที่เหลือหันมองทันที
“เอ้อหนาน”เทียนเปาพูดขึ้น
“รู้จักกับเขาด้วยเหรอ”อู้เหมิงกงถามกลับทันที
“เขาเป็นคนช่วยข้าไว้จากฉางเฟยที่จะทำร้ายข้า ว่าแต่เขาจะทำอะไรกับท่านปู่น่ะ”เอ้อหนานนั่งชันเข่าลงข้างๆร่างของชิงหลงและใช้มือข้างหนึ่งอังที่หน้าผากของอีกฝ่าย
“ขอบใจเจ้ามากนะ.. เจ้าทำภารกิจสำเร็จแล้วล่ะ... พักผ่อนเสียเถอะ”เมื่อสิ้นเสียงและทุกๆสายตากำลังมองอยู่อย่างสงสัย ร่างของชิงหลงก็ค่อยๆสลายหายไปช้าๆท่ามกลางความตกตรึงของทุกๆคน และที่เหลืออยู่ก็เป็นเพียงขนนกสีขาวที่มีลอยเลือดติดอยู่เพียงนิดเดียว เอ้อหนานหยิบมันขึ้นมาถือเอาไว้และมองมายังหลินเอ๋อ
เขาค่อยๆเดินมาโดยไม่ได้มีท่าทีจะทำร้ายหรือเป็นภัยแต่อย่างใด ก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงหน้าของหลินเอ๋อและคนอื่นๆท่ามกลางความสงสัยที่เกิดขึ้น
“ท่าน.. เป็นใคร”หลินเอ่อเป็นฝ่ายถามก่อนเป็นคนแรก
“ข้าน่ะเหรอ... ข้าเป็นข้า”ตอบกลับแบบงุนงงก่อนจะยิ้ม”ข้ามีชื่อว่าเอ้อหลาน ส่วนตาเฒ่าที่พวกเจ้าได้พบและดูแลปกป้องเจ้ามาตลอดจนถึงตอนนี้ เป็นคนที่ข้าส่งมาล่วงหน้าเพื่อดูแลและให้คำชี้แนะเจ้า”เอ้อหนานกล่าว
“ทำไม...”หลินเอ๋อยิ่งตกอยุ่ในความงุนงงเข้าไปใหญ่
“เพราะว่า หลังจากนี้ไปชะตากรรมของเจ้าและพวกนาง”พูดพร้อมชี้มายังหลินเอ๋อและบุตรทั้งสองของนาง”จะต้องประสบกับเรื่องที่แม้แต่พวกเจ้าเองก็คาดไม่ถึง และข้า คือคนที่ถูกส่งมาเพื่อนำทางให้กับพวกเจ้ายังไงล่ะ”
หลินเอ๋อได้แต่มองและเกิดความสงสัยรวมถึงคำถามมากมายในหัวของนาง ไม่ต่างจากคนอื่นๆนางมองชายตรงหน้าพร้อมๆกับพยายามคิดทบทวนทุกอย่างเพื่อหาคำตอบว่า นี่มันเรื่องอะไรกันแน่