The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    LV 57 มาเฟียจงอางดำ

    เครดิตภาพจาก  https://wallpapernovan.id


           มาวินรู้สึกหัวเสียด้วยไม่อาจทนต่อกิริยาดูแคลนของเพื่อนสาว จึงคำรามในลำคอดวงตาจ้องมองตังลู่ไม่วางวาย 


    “ ได้เลย พวก ” 

            


            สิ้นคำ มาวินได้ทะยานใส่ศัตรู พอเข้าประชิด เด็กหนุ่มก็พบกับฝ่ามือขวาที่สวนกลับมาช้าๆ เป้าหมายคือยอดอก 


    “ อะไรกัน ฝ่ามือที่พุ่งมาเอื่อยๆแบบนี้ ขนาดเต่ายังหลบได้เลย ที่ว่าเป็นยอดยุทธ์สงสัยจะแค่ราคาคุย ” มาวินนึกดูแคลนก่อนฉากหลบไปทางขวา จากนั้นก็ง้างหมัด เพื่อเสยไปที่กรามใหญ่ๆ          

          


            ทันใดนั้นเอง ฝ่ามือที่คิดว่าหนีพ้นก็เปลี่ยนทิศทางเป็นวิ่งใส่มาวินอย่างฉับพลัน เป้าหมายคือนัยน์ตาด้วยความไวขนาดนี้ ย่อมยากจะหลบหลีก


    “ ฉั้ว ” 

            


            เสียงฝ่ามือฉีกเนื้อดังสะท้าน พร้อมเลือดแดงฉานที่สาดเป็นสายเหตุเพราะมาวินมีปฏิกิริยาโต้ตอบที่ว่องไว จึงถอยหนีได้ทันท่วงที ทำให้ฝ่ามืออสรพิษทำได้แค่ถากแก้มก่อให้เกิดแผลสด คล้ายโดนมีดคมกรีดใส่ เด็กหนุ่มถึงกับหน้าถอดสีในบัดดล สมองประเมินความสามารถของคู่ประลอง 


    “ หึๆ ไม่เลวนี่ ท่าทางจะมีฝีมืออยู่พอตัว ” ตังลู่กล่าวชม 

            


             มาวินไม่ตอบคำ ดวงตาเล็กเรียวกลอกไปมา ราวกับกำลังคำนวณบางอย่าง ระหว่างนั้นเอง เสียงห้าวๆของเหมยลี่ก็ดังแทรกเข้ามา


    “ เปลี่ยนตัวกันมั้ย เจ้าลิงหัวเขียว ” 


    “ หุบปากน่า ยัยโย่ง ” มาวินหันกลับไปตะคอกแต่ในจังหวะที่ละสายตาจากคู่ต่อสู้ หัวหน้ามาเฟียก็พุ่งเข้ามาประชิด


    “ รับนี่ไป งูเห่าดำฉกคอหอย ” ตังลู่ประกาศชื่อกระบวนท่าพร้อมเสียบฝ่ามือขวาไปที่คอหอย 


    “ เฮ้ย..... ” มาวินร้องเสียงหลง เขายกแขนขึ้นมาปัด แต่กระบวนท่าของเจ้าพ่อร่างสูงไม่หมดเพียงเท่านี้ ยังมีฝ่ามือที่สอง สาม สี่ตามมาติดๆ 

              


           มาวินปัดป้องด้วยอาการร้อนรน เพราะฝ่ามือที่พุ่งเข้ามา ล้วนมุ่งไปที่จุดตายอาทิเช่น คอหอย ลิ้นปี่ สีข้าง มิหนำซ้ำ การจู่โจมยังสลับช้า เร็ว จนคล้ายการฉกกัดของอสรพิษ

            มาวินถอยหนีอยู่ครู่หนึ่ง เจ้าพ่อร่างสูงก็หยุดโจมตี ทำให้เขามีโอกาสโต้ตอบด้วยท่าถนัด 


    “ นี่แน่ะ พยุหะกรงเล็บแมวป่า ” 

             


             พายุกรงเล็บจำนวนหลายสิบพุ่งเข้าใส่ แต่ก่อนที่กระบวนท่าเด็ดจะปะทะกายตังลู่ได้โยกหลบด้วยสเต็ปที่พริ้วไหว


    “ ย่าๆ......เอาไปอีก นี่แน่ะ ” มาวินยังไม่ยอมแพ้ เขาปล่อยกรงเล็บใส่อย่างต่อเนื่อง แต่ทำได้แค่หวดสายลม ไม่มีการโจมตีใดสัมผัสถูกตังลู่

          


            ครั้นจะบอกว่าที่ตังลู่หลบได้ เพราะความเร็วก็ไม่ใช่ ด้วยทุกท่วงท่าล้วนแต่หมุนกายเป็นวงกลมคล้ายการเคลื่อนไหวของงูในยามเคลื่อนตัว

            


            มาวินรัวหมัดใส่กว่ายี่สิบชุด พอหมดกำลัง เขาก็กระโดดถอยหลังออกมาตั้งหลัก ใบหน้าเล็กเรียวดูเคร่งเครียดจนผิดปกติ


    “ นี่มันอะไรกัน เราปล่อยกรงเล็บออกไปตั้งหลายสิบดอก แต่ไม่โดนเลย จะว่าไป หมอนั่นไม่เร็วกว่าเรา น่าจะช้ากว่าด้วยซ้ำ แต่ยังหลบได้ทุกครั้ง เหมือนกับว่ามัน….” มาวินกำลังขบคิด แต่ไม่ทันนึกออก เหมยลี่ก็ชิงตอบ


    “ เหมือนกับว่ามันไม่มีกระดูกใช่มั้ย เจ้าลิงหัวเขียว ” 

             


             มาวินหันกลับมามองเหมยลี่ สีหน้าเหลอหลาทำนองจะถามว่า……เธอรู้ในสิ่งที่ชั้นคิดได้ยังไง ซึ่งอีกฝ่ายได้แต่ยิ้มเล็กน้อยพร้อมตอบกลับมาด้วยเสียงที่แผ่วเบา


    “ ใบ้ให้หน่อยแล้วกัน….ถ้านายจะสู้กับงูก็ต้องจับคอมันให้ได้ก่อน ” 


    “ จับคองู วิธีบ้าบออะไร พูดตรงๆไม่ได้รึไง ยัยโย่ง ” มาวินบ่นพึมพำเพราะหงุดหงิดที่เหมยลี่ไม่ยอมบอกวิธีเอาชนะมาเฟียหมัดงูแบบตรงๆ 

              


            แต่มาวินบ่นได้ไม่นาน ตังลู่ก็ย่างเข้ามาอีกครั้ง ฝ่ามือซ้ายขวาจู่โจมทุกทิศทางเด็กหนุ่มจึงได้แต่ถอยหนี ด้วยความเร็วที่เหนือกว่า ทำให้เจ้าพ่อร่างสูงไม่อาจประชิดกาย


    “ เฮ้......นี่ชั้นมองผิดไป เจ้าหนู แท้จริงแล้ว นายเก่งแต่หนีนี่หว่า ” ตังลู่เริ่มท้าทาย ซึ่งมาวินได้ยินทุกถ้อยกระบวนความ แต่ไม่ได้ตอบคำสมองขบคิดถึงคำใบ้ของเหมยลี่ เพื่อหาทางชนะศึก


    “ โห่...... ไอ้หนู ไอ้เด็กหัวเขียวจอมขี้ขลาด ไอ้เด็กไม่เจียมตัว ” เหล่าลิ่วล้อนับสิบเริ่มตะโกนด่าทออย่างดุดัน เนื่องจากเด็กหนุ่มโชว์ความขลาดด้วยการถอยหนีลูกเดียว 

             


            มาวินถอยหนีไปก็ขบคิดไป วินาทีต่อมา เด็กหนุ่มก็พบหนทางคว้าชัยรอยยิ้มน้อยๆเริ่มปรากฏที่มุมปาก ท่าทีที่เปลี่ยนไปไม่รอดพ้นสายตาของตังลู่  หัวหน้ามาเฟียจึงหยุดจู่โจม พร้อมเอ่ยถาม ท่าทางสุขุม 


    “ นายยิ้มอะไร ไอ้หนูหรือคิดจะยอมแพ้ แล้วส่งตัวเด็กมาให้ชั้น ” 


    “ หึๆ คิดอย่างงั้นรึ น้างูหน้าตี๋ชั้นอาจไม่ได้คิดอะไรเลยก็ได้นะ ” มาวินกล่าวยียวน ใบหน้าเล็กเรียวดูทะเล้น

          


            ตังลู่ยิ้มเยือกเย็น ส่วนตัวแล้ว เขาค่อนข้างวางใจเพราะเท่าที่ประมือ รู้เลยว่าสามารถเอาชนะเด็กหนุ่มได้ไม่ยาก แม้ว่าคู่ต่อสู้วัยเยาว์จะว่องไว แต่ขาดประสบการณ์และความชำนาญ น้ำหนักในการออกกระบวนท่าก็ค่อนข้างเบา บ่งบอกว่าขาดพื้นฐานการฝึกที่ดี 

            


            มาวินยืนยิ้มพิมพ์ใจอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็กลับมาตีหน้าเครียดพร้อมตะโกนออกมาดังๆ


    “ เอาล่ะ ยัยโย่ง ชั้นจะใช้วิธีของเธอแล้ว กระบวนท่าจับคองู ย้าก..... ” สิ้นเสียงตะโกนมาวินก็พุ่งเข้าใส่ตังลู่สุดกำลัง

            


             ทันทีที่ตังลู่ได้ยินชื่อกระบวนท่า ใบหน้าก็เริ่มถอดสีแต่พอเห็นลักษณะการจู่โจมของเด็กหนุ่ม เขาก็กลับมาสงบใจอีกครั้ง 


    “ หึๆ เล่นเอาตกใจเลยนะ เจ้าเด็กบ้า ”        

           


             มาวินพุ่งเข้าประชิดกาย พร้อมยื่นสองมือไปคว้าคอ แต่ก่อนจะทำสำเร็จ ตังลู่ก็พริ้วหลบได้อีก


    “ อ้าว เอ๋ ไหนบอกให้จับคองูไง ” มาวินทำหน้าเหลอหลา แต่เอ๋อรับประทานได้เดี๋ยวเดียว ฝ่ามือคมที่คล้ายปากอสรพิษก็พุ่งฉกตามจุดต่างๆของร่างกาย


    “ อุ้ก อั้ก เอ๋ง โอ๊ย ” 

         


            มาวินถึงกับครวญครางเป็นเสียงต่างๆอย่างรื่นเริง ทุกจุดที่ถูกฉก แม้ไม่จุกแต่ก็เจ็บจี๊ดๆ คล้ายโดนเข็มแหลมทิ่มใส่ เขาไม่สามารถหลบได้เลย เนื่องจากตอนที่พุ่งเข้ามาคว้าคอ เด็กหนุ่มได้โถมจนสุดกำลัง

            


           มาวินโดนพายุฝ่ามือพุ่งฉกหลายสิบดอกจนต้องถอยร่นไปข้างหลัง จังหวะสุดท้าย เขาถูกตังลู่กระโดดถีบสูงด้วยท่าไซด์คิกตรงยอดอก ส่งผลให้ลอยไปนอนหมอบใกล้จุดที่เหมยลี่ยืนอยู่


    "พลั๊ก " 


    “ อู้ย.... แสบมากนะ เจ้าน้างูหน้าตี๋ ” มาวินยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก แต่ไม่ทันไร เขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆจากเพื่อนสาวที่ยืนไม่ห่าง 


    “ ฮะๆ อย่างที่นายพูดเลย ไม่กี่กระบวนท่าก็จบจริงๆ ” 

             


            มาวินเงยหน้าขึ้นมองเหมยลี่ แววตาดูขุ่นเคือง ครู่หนึ่งเด็กหนุ่มก็ตวาดกลับ 


    “ เงียบเถอะน่า ยัยโย่ง ชั้นแค่ประมาทเท่านั้น เดี๋ยวจะลุกขึ้นไปสู้กับมันใหม่ คราวนี้ชนะแน่ ”  

            


            เหมยลี่ไม่ตอบประการใด เธอเพียงผายมือกว้าง ทำนองจะบอกว่า……เอาที่สบายใจก็แล้วกัน ท่าทีแบบนี้ ยิ่งทำให้ไฟแค้นของมาวินลุกโชนเขารีบรวบรวมกำลัง เพื่อลุกขึ้นยืน แต่ไม่ว่าพยายามยังไง ก็ไม่อาจขยับกาย ราวกับถูกเหล็กพันชั่งกดทับอยู่


    “ นะ....นี่มันอะ....อะไรกัน ทำไมถึงขยับไม่ได้ หน็อย..... ” มาวินนึกแปลกใจทั้งที่เขาไม่ได้บาดเจ็บมากมาย แต่ร่างกายกลับไม่ยอมขยับตามคำสั่ง

            


            เหมยลี่ดูมาวินตลอด เธอนึกแปลกใจเหมือนกัน ทำไมเด็กหนุ่มถึงหมดกำลัง ทันใดนั้นเองสาวกังฟูก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ จึงหันไปมองตังลู่ที่ยิ้มเย้ยหยันอยู่เบื้องหน้า


    “ อ้อ อย่างนี้นี่เอง ” เหมยลี่ยิ้มมุมปาก จากนั้นก็ลงไปนั่งข้างๆมาวินที่พยายามลุกขึ้นยืน


    “ นี่เจ้าลิงหัวเขียว อยู่เฉยๆ ไม่ต้องลุกขึ้นแล้ว ” เหมยลี่ร้องสั่ง จากนั้นก็ใช้นิ้วชี้จิ้มเข้าไปตามจุดต่างๆ อาทิเช่นเอว หน้าอก หน้าท้อง ซอกคอ แต่ละครั้งล้วนรุนแรง ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกเจ็บปวด



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter