อูหลินสับสนกับคนพูดของบัด
“เรื่องความสนุกเกี่ยวอะไรกับเรื่องในที่เจตนารมณ์แห่งสวรรค์ส่งคนไปฆ่าพ่อของเธอกัน”
บัดเห็นอูหลินตอบกลับจึงหัวเราะและพูดขึ้น
“เพราะความสนุกของพ่อฉันทำให้เกิดความเจ้าเล่ห์ขึ้นยังไงละ”
“ยังไง???”
“ตอนที่ฉันอาศัยอยู่กับพ่อฉัน มีอยู่ช่วงหนึ่ง พ่อมีระดับการฝึกฝนคือปีศาจน้อยได้เจอกับสัตว์อสูรระดับอสูรน้อย 2 ตัว ตอนแรกฉันจะเข้าไปช่วยแต่ ท่านหญิงหู่เสวียห้ามเอาไว้ไม่ให้ฉันไปช่วย ฉันจึงกังวลว่าพ่อจะรอดไหม การต่อสู้ของพ่อกับสัตว์อสูรเป็นต่อสู้ที่ยาวนานมาก พ่อได้รับบาดเต็มตัว ส่วนสัตว์อสูร 2 ตัวได้รับอาการบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น สัตว์อสูร 2 ตัวเห็นสภาพของพ่อจึงแน่ใจว่าพ่อของฉันไม่มีแรงสู้กับพวกมันต่อได้ จึงเข้าไปวิ่งใส่พ่อพร้อมกัน แต่ผลลัพธ์ปรากฏว่า สัตว์อสูรทั้ง 2 ตัวถูกพ่อของฉันฆ่า”
อูหลินฟังเรื่องราวทั้งหมดจึงตกใจ เขารับรู้ว่าสัตว์อสูรนั้นถ้าอยู่ในระดับเดียวกันมันไม่มีใครสามารถต่อสู้กับสัตว์อสูรได้ ผู้นำพาแห่งความมืดในตอนนั้นถูกสัตว์อสูร 2 ตัวเล่นงานแต่ยังสามารถฆ่าสัตว์อสูรทั้ง 2 ตัว
“เป็นไปได้ยังไง ตอนนั้นพ่อของเธอใช้สมบัติหรือเปล่า”
บัดหัวเราะขึ้น
“สมบัติหรือ ไม่ใช่ ท่านอูหลินฉันจะบอกอะไรอย่างหนึ่งให้ พ่อฉันมีสมบัติอย่างเดียวคือชุดที่สามารถทำให้หายตัวเท่านั้น แม้แต่ท่านหญิงหู่เสวียยังพูดว่าพ่อของฉันนั้นโง่มากที่เลือกของแบบนี้มา”
อูหลินได้รับข้อมูลจากปากของบัดว่าผู้นำพาแห่งความมืดมีสมบัติที่สามารถหายตัวได้ อูหลินไม่รู้ว่าทำไมบัดถึงบอกคุณสมบัติของชุดแห่งความว่างเปล่า เพราะว่าแจ๊คเคยบอกบัดว่าชุดแห่งคุณสมบัติจริง ๆ คือการเข้ามิติที่ 5
บัดหลังเข้าร่วมกับศาสนาแห่งแสงจึงเข้าใจความหมายของมิติว่าอันตรายแน่ไหน ส่วนมิติที่ 5 นั้นบัดหาไม่เจอว่ามันคืออะไร
อูหลินถามบัดต่อ
“พ่อของเธอทำอย่างไรถึงฆ่าสัตว์อสูรทั้ง 2 ตัวได้”
“ง่ายมากตอนที่สัตว์อสูรกำลังคิดว่าตนชนะ ตื่นเต้นที่จะได้กิน ทำให้เกิดความประมาทในช่วงเวลาไม่ถึง 3 วินาที พ่อของฉันที่ตอนแรกดูเหมือนคนหมดแรงได้กระโดดก่อนจะกระชากหัวของสัตว์อสูรทั้ง 2 ได้อย่างง่ายดาย หลังฆ่าสัตว์อสูรทั้ง 2 ได้พ่อถือหัวมันพร้อมกับหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง”
อูหลินตกใจจนยืนขึ้น บัดเห็นท่าทางของอูหลินจึงหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะพูดว่า
“ฉันในตอนนั้นไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นและทำไมพ่อถึงหัวเราะ”
อูหลินมองบัดและพูดว่า
“พ่อของเธอชอบเล่นกับความรู้สึกของคนอื่น”
“ใช่ความรู้สึกของคนอื่นแม้ว่าตอนนั้นจะยังไม่เห็นชัดเจน ความรู้สึกที่ว่ากำลังจะได้ของที่ตนตามหามาทั้งชีวิต ความรู้สึกตื่นเต้นที่กำลังได้ของขวัญ ความรู้สึกดีใจที่กำลังได้เงินรางวัล ความรู้สึกเหล่านั้นถ้าอยู่ต่อหน้าพ่อของฉัน พ่อจะค่อย ๆ ให้เหยื่อทำตามความรู้สึกนั้น ๆ จนถึงจุดที่กำลังจะสำเร็จ พ่อฉีกความรู้สึกนั้นเสียไปจนเหลือแต่ความเสียใจ โศกเศร้า และคนที่ได้หัวเราะคนสุดท้ายคือพ่อในที่สุด”
(อันนี้ถ้าคนไม่เข้าใจ มันเหมือนกับเราเล่นเกมRPG คุณเล่นเกมนี้อย่างจริงจัง เล่น10ชม.ต่อวัน/เติมมากมาย วันหนึ่งคุณกำลังจะตี + อาวุธจาก 14ไป15 และอาวุธชิ้นนั้นเป็นของบอส บอสเกิด 1 ครั้งต่อ 5 วันและอัตราได้อาวุธคือ 0.02เปอเซ็น หายากมาก ถ้าคุณตี+อาวุธนั้นสำเร็จจะแข็งแกร่งที่สุดในเซฟและเป็นคนแรกที่ตี+สำเร็จ อัตราสำเร็จคือ 1 เปอร์เซ็นต์ คุณตี+ได้สำเร็จ ดีใจมากกำลังจะฉลองแต่พระเอกของเราสั่งปรับปรุงเกมทำให้คุณหลุดออกจากเกม และพระเอกเรายังสั่งให้ย้อนเวลาภายในเกมกลับไป 1 วันจริงทำให้อาวุธคุณจาก +15ลดเหลือ+14 คุณเสียใจและพยายามเรียกร้องไป แต่สิ่งที่ได้รับคือการขออภัยเท่านั้น คุณจึงหัวเสียตีบวกอีกรอบหนึ่ง คราวนี้อาวุธชิ้นนั้นหายไปเพราะตี + ล้มเหลว คุณจะเสียใจหนักกว่านี้อีกรอบหนึ่ง)
อูหลินได้ฟังดังนั้นจึงมีสีหน้าซีดเผือดเพราะตอนนี้คนที่เข้าไปมีคนสำคัญมากมายและอูหลินได้รับรายงานมาว่า เตคาผู้ที่ศรัทธาเทพแห่งแสงอย่างสุดใจได้เข้าร่วมการฆ่าผู้นำพาแห่งความมืดให้ครั้งนี้
“พวกเรายังมีความหวัง เจตนารมณ์แห่งสวรรค์จะไม่ปล่อยให้ใครเป็นอะไรแน่”
บัดเห็นท่าทางของอูหลินจึงหัวเราะและไม่พูดอะไรต่อไป บัดรับรู้ว่าพลังของท่านหญิงหู่เสวียแข็งแกร่งขนาดไหน เธอเป็นคนที่สามารถทำให้เจตนารมณ์แห่งสวรรค์พ่ายแพ้ ทุกคนภายในดวงดาวเคอเซอร์นั้นคิดว่าเจตนารมณ์แห่งสวรรค์คือที่สุดของจักรวาล
เพราะพวกเขาไม่สามารถติดเทพได้ แม้แต่ศาสนาแห่งแสงที่บอกคนอื่นว่าสามารถติดต่อเทพได้ยังเป็นการยากมากที่จะติดต่อเทพ อูหลินบอกบัดว่าเทพจะติดต่อตอนที่พระสันตะปาปาคนเก่าตายและคนใหม่ขึ้นตำแหน่งเท่านั้น
ส่วนที่เหลือนั้นไม่ว่าศาสนาแห่งแสงจะเป็นตายร้ายดียังไง เทพเบื้องบนจะไม่สนใจ เรื่องนี้คนที่รู้นั้นมีแค่ พระสันตะปาปาคนปัจจุบันกับอูหลินเท่านั้น
เรื่องที่ศาสนาแห่งแสงสามารถติดต่อกับเทพได้ตลอดนั้นเป็นเรื่องแต่งที่จะทำให้พวกกบฏในยุคนั้นยอมกลับไป
บัดนั้นได้รับรู้เรื่องเทพ วิชาระดับเทพ สมบัติหรือความรู้ต่าง ๆ ที่อูหลินไม่รู้มากมาย ทำให้บัดรู้ว่าพ่อของตนจะไม่เป็นอะไร คนที่เข้าไปฆ่าพ่อของตนนั้นจะมีแต่ความตายเท่านั้นเพราะบัดได้รับมรดกของเผ่าโลหิตมาร
..............
ผ่านไปอีก 10 วัน
หู่เสวียลืมตาขึ้นพร้อมกับยกมือทั้ง 2 ข้างมาทำสัญลักษณ์เป็นรูปต่างมากมายก่อนจะมีประตูสีดำตรงหน้าของเธอ
“ได้เวลาพากลับออกมา”
สิ้นสุดคำพูดของหู่เสวีย ประตูสีดำได้เปิดออกพร้อมกับมีร่างชายหนุ่มคนหนึ่งปรากฏขึ้นแบบสับสน
ชายหนุ่มคนนั้นคือแจ๊ค สิ่งที่แจ๊คสับสนคือทำไมดินแดนแห่งนี้ถึงเสียหายได้ถึงขนาดนี้ มันมีเศษก้อนหินขนาดใหญ่ ดิน ต้นไม้ล้มตายเป็นจำนวนมาก
แจ๊คคิดว่าตนยังอยู่ในดินแดนน้ำแข็งแห่งความตายอยู่ไหมจึงเงยหน้ามองท้องฟ้าปรากฏว่าจากหิมะกลายเป็นน้ำแข็งขนาดเล็กอย่างมหาศาลตกลงมายังพื้นดินราวกับฝนดาวตก
ยังดีที่แจ๊คเห็นหู่เสวียลอยอยู่กลางอากาศ หู่เสวียไม่ได้มองมาทางแจ๊คก่อนจะถามว่า
“ตายไปครั้งหนึ่งรู้สึกยังไง”
แจ๊คคิดว่าจะได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นแบบ บาดเจ็บไหมอะไรแบบนี้
“ฉันคงจะไม่ได้เจอคุณคนสวยอีก ฉันคิดอย่างนี้ก่อนจะถูกคลื่นความร้อนจากแก่นโลกเผาไหม้ตาย”
“ไม่ต้องมาพูดมาก-----!”
หู่เสวียตะโกนพร้อมกับมีแสงหนึ่งพุ่งเข้ามาโจมตีแจ๊คอย่างรวดเร็ว แจ๊คเห็นแสงสีฟ้าแต่ไม่สามารถหลบหนีได้เหมือนกับพื้นที่บริเวณนั้นทั้งหมดถูกบล็อกจากพลังบางอย่าง
จิ๊บ จิ๊บ
โอยยยยยยยยยย
ปรากฏว่ามีนกสีฟ้าตัวเล็กกำลังจิกผมแจ๊ค มันดึงเส้นผมของแจ๊คออกทั้งหมดอย่างรุนแรงดีที่การฟื้นตัวของแจ๊คสูงมากทำให้เส้นผมกลับมาได้ปกติอยา่งรวดเร็ว
นกสีฟ้านั้นเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก แจ๊คพยายามจะจับมาแต่ไม่สามารถจับมันได้ ตอนที่แจ๊คยกมือไปจับนกตัวนั้น มันได้จิกเนื้อมือของเขาจนขาด
“ไอนกบ้ามาจากไหน”
หู่เสวียตกใจเล็กน้อยที่คทานกฟินิกซ์น้ำแข็ง 3 ภพแปลงกายเป็นนกฟินิกซ์ไปจิกไอบ้านี้ บางทีคทาของเธออาจจะรับรู้ความรู้สึกของเธอ
เห็นภาพไอบ้านี้กำลังโมโหไล่จับนกฟินิกซ์อย่างกับคนบ้าดูแบบนี้มันก็สนุกเหมือนกัน ระหว่างที่หู่เสวียกำลังจ้องมองแจ๊ค ทันใดนั้นสีหน้าของเธอได้เปลี่ยนไปก่อนจะเทเลพอร์ตมาตรงหน้าของแจ๊ค
ไม่รอให้แจ๊คได้พูดอะไร หู่เสวียจับหัวของแจ๊คและใช้พลังจิตวิญญาณของตนสัมผัสร่างกายของแจ๊ค แจ๊คที่กำลังไล่จับนก อยู่ ๆ หู่เสวียปรากฏตัวตรงหน้าพร้อมกับจับหัวของเขา
แจ๊คสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างกำลังตรวจสอบร่างกายของเขา แจ๊คไม่ต่อต้านเพราะมันเป็นพลังของหู่เสวีย
หลังหู่เสวียตรวจสอบเสร็จหู่เสวียมีสีหน้าตกใจ นกฟินิกซ์สีฟ้าเห็นหู่เสวียมันจึงกลายร่างเป็นคทาก่อนจะกลับเข้าร่างกายหู่เสวีย แจ๊คเห็นนกนั้นเข้าร่างกายหู่เสวียจึงเกิดความอิจฉาเล็กน้อย ก่อนที่แจ๊คจะได้ทำอะไรหู่เสวียได้พูดขึ้น
“ทำไมร่างกายของนายถึงมีธาตุไฟได้ก่อนระดับปีศาจเริ่มต้นและอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญคือหัวใจของนายทำไมถึงเป็นแบบนั้น”
“ร่างกายเป็นธาตุไฟเรื่องปกติของการหลอมธาตุไฟนี้”
“ไม่ปกติ------! อีกเรื่องหนึ่งสำคัญกว่าเรื่องร่างกายนาย ทำไมหัวใจของนายเป็นดวงเคราะห์ได้”
“ดาวเคราะห์?? ฉันได้รับมันมาตอนหลอมรวมธาตุไฟเข้ากับร่างกาย มีอะไรผิดปกติ”
แจ๊คมองหน้าหู่เสวียด้วยความสงสัยเพราะมีเรื่องน้อยมากที่หู่เสวียจะตกใจเหมือนตอนที่เห็นเลือดมีชีวิตของเขาครั้งแรก อย่าบอกนะ
“จากที่ฉันดูสีหน้าของนายคงจะรู้ใช่ไหมว่าหัวใจนายกลายเป็นดาวเคราะห์มันจะไม่ธรรมดา เพราะถ้าหัวใจของนายกลายเป็นดาวเคราะห์เพลิงเมื่อใด ปราณเลือดของนายจะไม่มีวันสิ้นสุด”
แจ๊คตกใจกับคำพูดของหู่เสวีย ปราณเลือดแยกกับเลือด ปราณเลือดภายในร่างกายของผู้ฝึกตนมีจำนวนน้อยและจำกัดมาก ตอนจะใช้ปราณเลือดนั้นต้องคิดดี ๆ หรือใช้ในเวลาที่เป็นตายเท่านั้น อีกอย่างปราณเลือดสามารถนำมาสร้างสมบัติให้กับลูกหลานได้ ปราณเลือดใช้ไปไม่สามารถเพิ่มได้เหมือนอายุขัย แม้จะมีสมบัติบางอันเติมปราณเลือดได้ แต่สมบัตินั้นหายากและมีข้อเสียที่ร้ายแรง
“มันถึงขนาดนั้นหรือไง”
หู่เสวียมองหน้าแจ๊คอย่างเย็นชา
“นายสงสัยในคำพูดของฉัน”
“ผม..เปล่า.....”
หู่เสวียเลิกมองหน้าแจ๊คก่อนจมอยู่ในความคิดตนเอง แจ๊คเห็นว่าหู่เสวียจมอยู่ในความคิดจึงไม่รบกวนเธอ แจ๊คอยากจะถามว่านกสีฟ้าเป็นอะไรกับเธอและเกิดอะไรขึ้นที่นี้หลังฉันเข้าไปในแก่นโลก
แจ๊คเห็นหู่เสวียจมอยู่ในความคิดของตนเองนานมาก จึงพูดขึ้น
“หู่เสวียฉันขอชุดแห่งความว่างเปล่าคืนหน่อย”
หู่เสวียแสดงสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อยก่อนจะสะบัดมือ ทันใดนั้นมีชุดสีดำปรากฏขึ้นกลางอากาศ แจ๊ครู้ได้ทันทีว่ามันคือชุดแห่งความว่างเปล่าของเขา จึงสวมใส่มันทันที ส่วนเกราะกระดูกแจ๊คทิ้งมันทั้งหมด
“คราวก่อนเลือดมีชีวิต คราวนี้หัวใจสุริยัน อย่าบอกว่าคราวหน้าจะเป็น.............”
หลังพูดกับตนเอง หู่เสวียมองแจ๊คก่อนจะพูดขึ้นว่า
“นายช่วยเล่าเรื่องที่นายเจอในแก่นโลกให้ฉันหน่อย”
...........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................