การกระทำเด็กชายสร้างความตกตะลึงปรากฏในสายตาทุกคนกระทั่งไป๋หยุนเฟยเริ่มก้าวเท้าเข้าไปหา ทุกคนจึงทราบว่ามันจะทำอะไรก่อนจะติดตามเข้าไป
อีกด้านหนึ่งไป๋หยุนเฟยสอดส่ายสายตาไปรอบด้านก่อนที่สุดท้ายจะกลับมาหยุดที่คนทั้งสองที่หัวมุม จากนั้นร่างไป๋หยุนเฟยก็พลันวกไปด้านซ้าย
“เอ๊ะ? พี่ไป๋ ไม่ใช่ว่าท่าน...”
การเลี้ยวอย่างกะทันหันของไป๋หยุนเฟยสร้างความสับสนแก่ทุกคนดูเหมือนมันจะไม่นำพาต่อคำพูดของเทียนหมิงขณะหายลับเข้าไปในกลุ่มคนเทียนหมิงชะงักค้างกลางทางเพื่อหันมาหาจิ้งหมิงเฟิงกับพวก เพราะไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไรดี
“พี่ไป๋... หรือเขาไม่คิดจะช่วยทั้งคู่?พวกเราควร... ตามเขาไปหรือไม่?” เทียนหมิงเอ่ยปากถาม
ถังซินหยุนขมวดคิ้วรั้งสายตากลับมาจากจุดที่ไป๋หยุนเฟยหายไปสีหน้านางทอแววผิดหวังยามมองดูผู้ชราเยาว์วัยทั้งคู่ ไม่ช้าใบหน้านางก็ถูกความเวทนาเข้ายึดครองหลังจากขบริมฝีปากลังเลในที่สุดก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหาทั้งคู่
ยามที่พวกนางไปถึงตัวเด็กชายอีกฝ่ายก็เริ่มหวั่นเกรงหวาดระแวง เด็กน้อยหดตัวหนีโดยสัญชาติญาณจากนั้นแลบลิ้นเลียริมฝีปากพร้อมกับฉายแววเด็ดเดี่ยวขึ้นบนใบหน้าอ่อนระโหยมันรีบเข้าไปขวางหน้าหญิงชราเพื่อปกป้องในทันที
ดวงตาถังซินหยุนทอแววเจ็บปวดยามได้เห็นฉากตรงหน้าแต่นางยังคงส่งยิ้มอันอบอุ่นให้แก่อีกฝ่าย “น้องชายไม่ต้องกลัวพวกเราไม่คิดจะทำร้ายเจ้า พวกเราอยากช่วยเจ้า”
นางมองไปยังหญิงชราอ่อนแอที่ด้านหลังเด็กชาย“นั่นเป็นท่านย่าเจ้าหรือ?”
ได้เห็นความปรารถนาดีอันจริงใจเบื้องหลังดวงตาของถังซินหยุนเด็กน้อยก็คลายใจลงมันลังเลเล็กน้อย จึงพยักหน้าตอบคำ “ถูกแล้ว”
ถังซินหยุนใคร่ครวญชั่วครู่ก็สะบัดมือขวานำเหรียญทองออกมาจากแหวนช่องมิติสามเหรียญ ขณะส่งให้เด็กชายก็กล่าวว่า“รับเงินนี้ไป ท่านย่าของเจ้าป่วยหนัก นำเงินนี้ไปซื้อยาและหาของกินให้นางไม่นานคงจะดีขึ้น”
ยามที่นางนำเหรียญทองออกมาป้าจ้าวก็มองดูคล้ายกับคิดจะกล่าวอะไรบางอย่างแต่กระนั้นนางก็เปลี่ยนความคิดเมื่อได้เห็นความตั้งใจบนใบหน้าของถังซินหยุนดังนั้นป้าจ้าวจึงหุบปากลง
“สะ เสี่ยวหู่ อย่า... อย่ารับมา...”เสียงอ่อนล้าดังขึ้นจากด้านหลังเด็กชายเป็นหญิงชราที่ด้านหลังรวบรวมเรี่ยวแรงเอ่ยปากขึ้น
“ท่านแม่เฒ่า ได้โปรดอย่าปฏิเสธรับเอาไว้เถอะ เงินนี้จะช่วยให้ท่านมีชีวิตที่ดีขึ้นได้”ถังซินหยุนกล่าวต่อหญิงชราด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่นเช่นเดิม
พริบตาที่ได้เห็นเหรียญทองเด็กชายก็ตะลึงงันคล้ายกับจะไม่ได้ยินเสียงหญิงชราที่ด้านหลัง มันตะปบใส่“เหรียญทอง”ทั้งสามก่อนจะเก็บใส่อกเสื้อไม่ให้ใครเห็น
หลังจากคุกเข่าลงกับพื้นดังโครมเด็กชายก็โขกศีรษะขอบคุณต่อถังซินหยุน นางรีบประคองอีกฝ่ายขึ้นพร้อมกับส่ายหน้า“อย่าได้ทำเช่นนี้ รีบไปช่วยท่านย่าเจ้า จากนี้ไปจงดูแลท่านย่าเจ้าให้ดีทราบหรือไม่?”
เด็กชายจับจ้องดูถังซินหยุนครู่หนึ่งราวกับคิดจะสลักภาพนางเอาไว้ในจิตใจ สุดท้ายจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจว่า “ขอบคุณ!”
ถังซินหยุนเผยรอยยิ้มยินดีขึ้น“ไม่จำเป็นต้องขอบคุณข้า นี่เป็นสิ่งที่ข้าสมค-”
“พวกท่านมาทำอะไรที่นี่?”ก่อนจะทันได้กล่าวจบ ก็ได้ยินเสียงจากด้านหลังดังขึ้นขัดจังหวะนางเมื่อหันไปถังซินหยุนก็เห็นไป๋หยุนเฟยที่ถือของสองสิ่งในมือกำลังมองมาด้วยความสงสัย
“พี่ไป๋? ไม่ใช่ว่าท่านไปแล้ว?”เทียนหมิงเอ่ยปากถามอย่างสงสัย
“ไป? จะให้ข้าไปที่ใด?”ไป๋หยุนเฟยก็งุนงงเช่นกัน แต่จากนั้นก็เผยรอยยิ้มบนใบหน้า“ข้าเพียงไปหาซื้อของบางอย่าง ข้าไม่ได้บอกพวกเจ้าให้รอที่นี่สักครู่หรือ?”
“ท่านไปไหนมา?พวกเราไม่มีใครได้ยินท่านกล่าวอะไรสักคำ”
“เอ่อ... ช่างเถอะ เสียงผู้คนคงกลืนเสียงข้าไป”ไป๋หยุนเฟยสั่นศีรษะก่อนจะเดินเข้าไปหาเด็กชาย มันแกะห่อกระดาษน้ำมันในมือออกด้านในเป็นซาลาเปาร้อนกรุ่นสำหรับให้เด็กชายได้รับประทาน
“รับประทานสักหน่อยเถอะเติมท้องของเจ้าก่อนจะช่วยให้เจ้ามีแรงดูแลท่านย่าของเจ้าได้”ไป๋หยุนเฟยอธิบายก่อนจะส่งของอีกห่อให้ “นี่เป็นยาที่ช่วยรักษาอาการป่วยทั่วไปได้หาที่ต้มยาให้ท่านย่าเจ้าดื่มเถอะ”
เห็นสายตาซึมเซาของเด็กชายไป๋หยุนเฟยก็หัวเราะก่อนจะยื่นเหรียญทองแดงหลายพวงให้แก่อีกฝ่ายหลังจากยัดใส่อกเสื้อของเด็กชายแล้วไป๋หยุนเฟยก็กล่าวเสียงค่อย“รับเงินนี้ไปและดูแลท่านย่าเจ้าให้ดี เข้าใจหรือไม่?
ถึงตอนนี้เด็กชายค่อยรู้สึกตัวว่าเกิดอะไรขึ้นปฏิกิริยามันยังยิ่งกว่ายามได้รับเหรียญทองสามเหรียญอีกเด็กชายวางสิ่งของที่ได้รับลง ก่อนจะพลันคุกเข่าลงกับพื้นอีกครั้งมันโขกศีรษะสามคราพร้อมกับกล่าวเสียงสั่นเครือ “ขอบคุณ... ขอบคุณท่าน...”
ไป๋หยุนเฟยก็ไม่ได้ห้ามปรามปล่อยให้อีกฝ่ายกระทำจนเสร็จ จากนั้นช่วยพยุงท่านย่าของเด็กชายขึ้นแล้วทั้งคู่ก็ค่อยๆเดินโซเซไปทางด้านซ้ายของถนน สุดท้ายก็ห่างออกไปจนลับสายตาไป๋หยุนเฟยใช้รอยยิ้มเดียวกับที่สนทนากับเด็กชายหันกลับมาบอกกล่าวต่อทุกคน “เอาล่ะทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว พวกเราไปกันต่อได้แล้ว”
……
ขณะที่ทุกคนเดินไปตามถนนต่อกลับไม่มีผู้ใดยินดีเช่นก่อนหน้า ตรงกันข้ามสีหน้าทุกคนล้วนมีความในใจ
“เทียนหมิงเจ้าปฏิบัติต่อท่านย่าเจ้าด้วยความกตัญญูเช่นเดียวกับเด็กคนนั้นหรือไม่?”ไป๋หยุนเฟยพลันเอ่ยปากถามเทียนหมิง
“หา? ข้าจะทำได้อย่างไร?บ้านข้าไม่ได้เป็นเช่นพวกเขา และท่านย่าข้าก็มีบ่าวมากมายคอยดูแล...”
“ถ้าเช่นนั้น ยามท่านย่าเจ้าป่วยไข้เจ้าได้ดูแลนางหรือไม่?”
“ระ หรือไม่มีผู้อื่นคอยทำอยู่แล้ว?ต่อให้ข้าเข้าไป ก็คง...”
“แล้วเจ้าเคยพยายามจะพูดคุยกับนางหรือไม่?”
“ข้า...”
เทียนหมิงเงียบงันไปชั่วขณะสุดท้ายจึงเหลียวหน้าไปหาไป๋หยุนเฟย คำพูดต่อมาของมันเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา “พี่ไป๋ข้า ข้าคิดว่า ข้าเข้าใจแล้ว...”
“ถ้าเช่นนั้นก็ดี”ไป๋หยุนเฟยยิ้มพลางกล่าวว่า “เมื่อเจ้ากลับไปถึงบ้านจดจำเอาไว้ว่าต้องปฏิบัติต่อมารดาและท่านย่าเจ้าด้วยความกตัญญูอย่างที่พวกเขาสมควรได้รับข้ารับรองได้ว่าหากเจ้ากระทำในสิ่งที่สมควร แล้วชีวิตเจ้าจะแตกต่างไปจากเดิมอย่างใหญ่หลวง...”
“ข้าทราบแล้ว!”เทียนหมิงพยักหน้าก่อนจะปรากฏรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้า “พี่ไป๋ที่เมื่อครู่ท่านเดินออกไป พวกเราล้วนคิดว่าท่านจะไม่ช่วยเหลือทั้งสองคนนั้นแล้ว! ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าท่านจะย้อนกลับมาพร้อมกับยาและอาหาร!”
“ฮ่า ฮ่า เมื่อข้าพบเห็นพวกเขาก็ไม่อาจนิ่งดูดายได้ แต่ข้าทำได้เพียงมอบสิ่งของที่จำเป็นต่อพวกเขาเท่านั้นแต่ทว่า... อนาคตของทั้งคู่คงต้องฝากไว้กับเด็กน้อยคนนั้นแล้วพวกเราเพียงช่วยเหลือพวกเขาได้ชั่วคราวเท่านั้นแต่เงินที่ได้ไปสมควรช่วยให้พวกเขาไม่ลำบากไปอีกหลายวันเมื่อทานอิ่มท้องก็จะมีเรี่ยวแรงที่จะหาเงินได้...”
เทียนหมิงหัวเราะเบาๆพลางตอบว่า “มิผิดก่อนท่านจะกลับมา แม่นางซินหยุนก็ให้เงินพวกเขาไปสามเหรียญทอง! สมควรเพียงพอให้พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ได้อีกนานขึ้นไปอีก...”
ไป๋หยุนเฟยแตกตื่นกับคำพูดเหล่านี้จนชะงักค้าง“เจ้าว่ากระไร!?”
ปฏิกิริยาอย่างฉับพลันนี้สร้างความหวาดหวั่นแก่เทียนหมิงจนนึกคำพูดไม่ออกไปชั่วขณะ“ข้า... ข้าบอกว่าแม่นางซินหยุนให้เงินแก่พวกเขาไปสามเหรียญทองสมควรเพียงพอให้พวกเขาใช้ชีวิตได้สักระยะ...”
ไป๋หยุนเฟยพลันตวัดสายตาไปหาถังซินหยุน
“ถูกแล้ว คุณชายไป๋ หรือข้า...หรือข้าทำอะไรผิดไป?” ถังซินหยุนก็ตกตะลึงไปเช่นกันนางยังไม่อาจเข้าใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
คิ้วของไป๋หยุนเฟยขมวดมุ่นด้วยความโกรธเคืองก่อนจะหันไปยังจ้าวม่านฉาและจิ้งหมิงเฟิงที่อยู่ข้างกายอีกฝ่าย
ยามที่ไป๋หยุนเฟยมองมาทั้งคู่ก็ไม่กล้าสบสายตา ทั้งสองคนเหลือบตามองไปด้านบน พร้อมกับบนใบหน้าฉายแวว...ละอาย
“เฮอะ!!”
ไป๋หยุนเฟยแค่นเสียงเย็นชาแต่ไร้คำพูดใดหลุดจากปากไป๋หยุนเฟยเร่งฝีเท้าเดินไปตามถนนยังทิศทางที่เด็กน้อยและท่านย่ามุ่งหน้าไป
“แต่ว่า...ป้าจ้าวไฉนคุณชายไป๋จึงมีท่าทีเช่นนี้? หรือว่าจะเกิดปัญหา?”ถังซินหยุนว้าวุ่นใจอย่างยิ่งต่อปฏิกิริยาของไป๋หยุนเฟย
สตรีวัยกลางคนมีสีหน้าลังเลขณะถอนหายใจออกมา“คุณหนู... หากท่านตามไปก็จะเข้าใจเอง...”
……
ผ่านไปไม่ถึงอึดใจไป๋หยุนเฟยก็ไปถึงตรอกแห่งหนึ่งด้วยฝีเท้าเร่งร้อนด้วยสัมผัสวิญญาณที่แผ่ออกค้นหาคนทั้งสอง มันเริ่มกวาดทั้งบริเวณเพื่อตามหา
ความเคลื่อนไหวอย่างกะทันหันที่พบทำให้ตามันเป็นประกายแต่จากนั้นความยินดีก็แปรเปลี่ยนเป็นความเดือดดาลในพริบตา ความเย็นชาครอบคลุมดวงตาไป๋หยุนเฟยภายในช่วงสั้นๆก่อนที่ร่างจะพุ่งวาบไปมันมุ่งหน้าไปตามทางเดินคับแคบพร้อมกับลมกระโชกไล่หลังไป
ภายในตรอกแห่งนี้บุรุษท่าทีดุร้ายสี่คนกำลังรุมเตะต่อยร่างผอมแห้งอ่อนแอร่างหนึ่งซาลาเปาหลายลูกและยาสมุนไพรกระจัดกระจายไปทั่วพื้น สตรีที่ดูอ่อนล้าคนหนึ่งถูกผลักไปด้านข้างร่างนางสั่นสะท้านจนไม่อาจเคลื่อนไหวได้ดูคล้ายกับมีเพิ่งมีคนผลักใส่นางโดยแรงจนล้มลง
“ดะ ได้โปรดเถอะ!อย่าทำร้าย --- อย่าทำร้ายมันอีกเลย สะ--- เสี่ยวหู่ ให้เงินพวกเขาไป...” สตรีผู้นั้นร้องวิงวอนต่อผู้ที่ลงมือทำร้ายเด็กน้อยกอดอกเสื้อไว้แน่นเพื่อปกป้องไม่ให้ถูกชิงเงินไป
“ไม่!ข้าไม่มีวันมอบให้!”เด็กน้อยขดตัวเป็นก้อนกลมปิดบังศีรษะและทรวงอกไว้ราวกับตกลงใจจะปกป้องเงินไว้ด้วยชีวิต
“ว่าอย่างไร? ไม่ยอมมอบออกมาหรือ?ถ้าเช่นนั้นจะทุบเจ้าให้ตาย!” หนึ่งในกลุ่มบุรุษนั้นเตะใส่หน้าท้องเด็กชายอย่างดุดันพร้อมกับสบถ“เจ้าขอทานน้อย!สำหรับเจ้าแค่เหรียญทองแดงไม่กี่เหรียญก็พอแล้ว จะใช้เหรียญทองไปใย!? เจ้ารู้จักซื้อเพียงแค่ซาลาเปาราคาถูกกับผักเน่าเท่านั้น! อย่าได้โง่เง่าไป ส่งเงินมา หรือจะให้พวกเราจะทุบตีเจ้าให้ตายแล้วค่อยค้นออกจากศพเจ้า!?”
ในที่สุดหญิงชราก็พยุงกายเข้าถึงตัวหนึ่งในกลุ่มคนร้ายนางจับขากางเกงมันด้วยมือที่สั่นระริกพร้อมกับอ้อนวอน “ได้โปรด ---ได้โปรดอย่าทำร้ายมันอีกเลย มันจะตายแล้ว!พวกเราจะมอบเงินให้กับพวกท่าน! พวกเราไม่ต้องการแล้ว! ได้โปรด... อย่าทำร้ายมันอีกเลย...”
“นางเฒ่าโสโครก ปล่อยข้า!” ชายผู้นั้นมองมาด้วยสายตาดุร้ายเพียงเท้าเดียวก็เพียงพอจะแยกทั้งคู่ออกจากกัน แต่ราวกับมันยังไม่พอใจเพียงเท่านี้จึงเตะใส่หญิงชราอีกเท้า
“เฮอะ!”
เสียงเย็นชาจู่ๆก็ดังขึ้นโดยไม่รู้ตัวพริบตาต่อมาชายผู้นั้นก็พลันรู้สึกถึงความเจ็บปวดทิ่มแทงที่ขาของตนเมื่อมองลงไปก็เห็นวัตถุขนาดเท่าหัวแม่มือพุ่งออกจากด้านข้างขาจากนั้นก็ปรากฏโลหิตกระฉูดออกมา
“อ๊าก!!”เพียงพริบตาเดียวชายผู้นั้นก็พลันรู้สึกตัวมันกุมขาโชกเลือดของตนไว้ก่อนจะล้มลงกับพื้น แต่ไม่ทันจะลงถึงพื้นไป๋หยุนเฟยก็ใช้เท้าเตะใส่หน้าท้องส่งมันลอยละลิ่วออกไปห้าวา
ขณะเดียวกันเสียงกระแทกสามครั้งติดต่อกันก็ดังขึ้นแล้วชายอีกสามคนก็ถูกซัดกระเด็นออกไปด้วยฝีมือจิ้งหมิงเฟิงซึ่งยืนปกป้องเด็กชายอยู่ด้วยสีหน้าดุร้าย
ที่ทางเข้าตรอก ถังซินหยุนยืนตะลึงงันตั้งแต่ต้นจนจบกับเหตุการณ์ที่มองเห็นตรงหน้า นางไม่ทราบว่าควรจะทำตัวเช่นไรจริงๆ...