ตอนที่ 90
“แฮ่ก !! แฮ่ก !! แฮ่ก !! กว่าจะจัดการหมดเล่นเอาเสียเวลาไปตั้งสองชั่วโมง” ซาร่าหลังจากสู้กับฝูงโจโคโบะเสร็จเธอก็หอบจนลิ้นห้อย
“เก่งมาเลยซาร่าฆ่ามันโดยเล็งแต่ที่คอไม่เล็งที่ลำตัวแบบนี้เนื้อจะได้ไม่เละเพราะหมัดของเธอ” สตีฟพูดก่อนจะเดินไปเก็บร่างของโจโคโบะใส่กระเป๋ามิติของเขาไปทีละตัวๆ
“ฟู่ว !! วันหลังถ้าอยากได้เนื้อมันขนาดนั้นก็จัดการเองสิสตีฟนี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันสู้กับสัตว์กลายพันธ์เลเวลสูงด้วยตัวคนเดียวแบบนี้” ซาร่าพูดการสู้กับสัตว์กลายพันธ์เลเวลสูงแบบนี้ตัวคนเดียวเป็นอะไรที่บ้าบิ่นมากถ้าพลาดนิดเดียวเท่ากับตายมันไม่เหมือนกับการที่มีทีมมันปลอดภัยกว่ามากเพราะมีคนคอยระวังให้
“น่าสู้คนเดียวกับหลายคนมันต่างกันอยู่นะดูสิเธอเลเวลขึ้นแล้วเห็นมั้ย ถ้าเธอสู้เป็นทีมฆ่าเป็นพันตัวเลยมั้งกว่าจะขึ้นสักเลเวล” สตีฟพูดเขาเองไม่ปล่อยให้ซาร่าเป็นอันตรายหรอกเขานั้นคอยระวังให้ซาร่าตลอดเวลาถ้าซาร่าพลาดเมื่อไหร่เขาจะเข้าไปช่วยทันที
“อ๊ะฉันเลเวลหนึ่งร้อยสิบแล้วเหรอเนี่ย นี่ฉันยังฆ่าสัตว์กลายพันธ์ไปไม่ถึงหนึ่งร้อยตัวเลยนะตั้งแต่เมื่อวาน” ซาร่าอุทานออกมาหลังจากตรวจสอบสถานะของตัวเอง
“แล้วนี่มันทำไมค่าสถานะถึงขึ้นเยอะแบบนี้ล่ะ” ซาร่าอุทานออกมา
หน้าต่างความแข็งแกร่ง 130 (120)ความเร็ว 104 (95)พลังกาย 87 (80)ความฉลาด 70โชค 38(ในวงเล็บคือค่าสถานะของเดิม)
“หือไหนดูซิ อืม..ไม่ใช่มันขึ้นแบบนี้ปกติอยู่แล้วเหรอเพราะปกติผมขึ้นทีตั้งหลายสิบ” สตีฟพูด
“นั่นมันคุณที่มีสกิลคูณประสบการณ์ต่างหากเล่า เหลือเชื่อเลยหรือว่าเป็นเพราะฉันลุยมันด้วยตัวคนเดียวเลยขึ้นเยอะแบบนี้” ซาร่าพูด
“ไม่รู้เหมือนกันแฮะ ปกติมีฮีโร่ลุยเดียวแบบนี้หรือเปล่า” สตีฟถาม
“จะไปมีใครลุยเดียวแบบนี้ล่ะมันเหมือนการเอาชีวิตมาทิ้งนั่นแหละลุยเดี่ยวน่ะ” ซาร่าพูด
มีสิทำไมจะไม่มีพวกสิบผู้ก่อตั้งไง สตีฟพูดในใจตอนไปแคนนาดาโฟว์นั้นลุยเดี่ยวโชว์สตีฟจัดการสัตว์กลายพันธ์ได้หลายสิบตัวคนเดียวแต่ก็นะสตีฟยอมรับว่าสกิลของเธอนั้นมีประโยชน์และเธอประยุกต์ใช้ได้ดีมากจริงๆ
“เอาล่ะเก็บเรียบร้อยแล้วซาร่าเราเดินทางต่อกันเถอะ” สตีฟพูดก่อนจะสตาร์ทรถทันทีและเมื่อซาร่ากลับมานั่งซ้อนท้ายเขาแล้วสตีฟก็ออกเดินทางต่อในตอนที่พระอาทิตย์ยังขึ้นทันทีเพราะตอนพระอาทิตย์ขึ้นนั้นเป็นช่วงเวลาเดียวที่สามารถบอกทิศทางในการไปต่อของสตีฟได้
หลายวันต่อมา
มอ !!!!!! เสียงร้องของสัตว์กลายพันธ์ตัวหนึ่งร้องออกมามันหายใจฟืดฟาดอย่างรุนแรงจนมองเห็นลมหายใจของมันที่หายออกมาเป็นไอได้อย่างชัดเจนมันจ้องมองซาร่าด้วยสายตาดุร้ายด้านหลังของมันมีศพของสัตว์กลายพันธ์ชนิดเดียวกับมันอยู่ถึงห้าตัว
“ตัวสุดท้ายแล้วซาร่า !!” สตีฟตะโกนบอกเธอ
ย๊าก !!! ซาร่าร้องตะโกนออกมาก่อนจะพุ่งเข้าใส่สัตว์กลายพันธ์ตรงหน้าด้วยความเร็วสูงสุดของเธอทันที
ตู้ม !! ตู้ม !! ตู้ม !! ตู้ม !! ตู้ม !! ซาร่าชกเข้าไปที่ร่างของมันถึงห้าหมัดจนร่างของมันกระเด็นไปไกลหลายเมตร
ครืด !! เสียงร่างของมันไถลไปกับพื้นสตีฟรีบตรวจสอบทันที
หน้าต่างศพของกระทิงกลายพันธ์ Level : 122กระทิงกลายพันธ์ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสัตว์ประจำชาติของประเทศสเปน
“มันกลายเป็นศพแล้วล่ะซาร่า” สตีฟตะโกนบอกเธอหลังจากเห็นว่าเธอกำลังจะพุ่งเข้าไปซ้ำมัน
“จัดการหมดสักทีหืดขึ้นคออีกแล้ว นายนี่ชอบให้ฉันสู้กับพวกเลเวลสูงกว่าตัวเองประจำ” ซาร่าพูดก่อนจะตรวจดูสถานะตัวเองอีกครั้ง
“อ๊ะเลเวลอัพอีกแล้วล่ะสตีฟ” ซาร่าพูดก่อนจะวิ่งมาหาสตีฟอย่างดีใจ
“โอ้กว่าจะอัพได้สองวันนี้เธอจัดการพวกมันไปเกือบสองร้อยตัวแล้วนะ” สตีฟพูดก่อนจะหยิบมีดออกมาและเดินไปแล่ชิ้นส่วนของเจ้ากระทิงนี่ให้เป็นชิ้นๆทันทีเพราะตอนนี้กระเป๋าของเขากำลังจะเต็มแล้ว
"แค่สองร้อยตัวต่างหากเล่า เป็นแต่ก่อนฉันล่ากับทีมหลายพันตัวเลยนะถึงจะเลเวลขึ้นสักเลเวลหนึ่ง” ซาร่าพูด
“นั่นเพราะตัวหารเยอะต่างหากล่ะแล้วตอนนี้เธอเลเวลหนึ่งร้อยสิบห้าแล้วสินะ ป่ะไปต่อกันเถอะป้ายมันบอกอีกสิบกิโลก็ถึงชายแดนแล้ว” สตีฟชี้ไปที่ป้ายบอกทางที่เก่าจนสนิมเขรอะ
“อือไปต่อกันเถอะ” ซาร่าพยักหน้าก่อนจะมานั่งประจำที่ที่เบาะด้านหลังเวสป้าของสตีฟที่ตอนนี้ฝุ่นจับจนสตีฟแทบอยากจะร้องไห้
“อดทนอีกนิดนะลูกพ่อถ้ามีโอกาสพ่อจะรีบอาบน้ำให้สะอาดทันที” สตีฟพูดกับรถเวสป้าของเขาก่อนจะไปสตาร์ทเครื่องและขับออกไปทันที
ไม่กี่นาทีต่อมาในที่สุดสตีฟก็ขับรถมาถึงชายแดนประเทศสเปนด้านหน้าเขาคือเขตประเทศฝรั่งเศส
“หือนั่นค่ายทหารหรือเปล่าซาร่า” สตีฟถามเธออย่างไม่แน่ใจด้านหน้าของเขาตอนนี้คือกำแพงไกลสุดลูกหูลูกตาถ้าบอกว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่คล้ายกำแพงเมืองจีนเขาก็เชื่อ
“น่าจะใช่นะสตีฟดูสิมีป้อมปืนเต็มเลย” ซาร่าชี้ให้ดูบนกำแพงซึ่งมีป้อมปืนขนาดใหญ่เต็มไปหมดแต่ละป้อมตั้งห่างกันประมาณสิบเมตร
“มีป้อมสำหรับยิงมิสไซส์ด้วยนะนั่นสงสัยเอาไว้สู้กับเจ้าไวเวิร์นนั่น” สตีฟมองเห็นป้อมสำหรับยิงมิสไซส์ตั้งอยู่ด้วย
“ดูเหมือนพวกทหารจะรู้แล้วนะว่าเรามา” ซาร่าพูดพลางมองดูบนกำแพงที่เริ่มจะวุ่นวาย
“หวังว่าคงคุยกันรู้เรื่องนะ” สตีฟพูดก่อนจะขับรถเข้าไปที่กำแพงนั่นและเมื่อสตีฟขับรถมาถึงกำแพงก็มีเสียงโทรโข่งบอกให้สตีฟหยุด
“หยุดก่อนคุณฮีโร่นี่เป็นชายแดนฝรั่งเศสคุณมาจากสเปนได้ยังไงกันเพราะพวกเรามั่นใจว่าหลายเดือนมานี้ไม่น่าจะมีฮีโร่ผ่านประตูชายแดนของเราไปทางฝั่งสเปน” ทหารคนหนึ่งยืนอยู่บนกำแพงถือโทรโข่งถามสตีฟและซาร่า
“พวกเรามาจากอเมริกาให้พวกเราเข้าไปก่อนได้หรือเปล่าครับ” สตีฟตะโกนบอกทำให้ทหารนายนั้นมีสีหน้าตกใจทันที
“อเมริกาบ้าน่านั่นเป็นไปไม่ได้หรอกคุณมีจุดประสงค์อะไรกันแน่หรือเป็นพวกวายร้าย !!!!” ทหารนายนั้นพูดก่อนจะสั่งให้ลูกน้องทั้งหลายหันปืนใส่สตีฟและซาร่าทันที
แกร๊ก !! แกร๊ก !! แกร๊ก !! แกร๊ก !! แกร๊ก !! เสียงปืนยาวถูกหันมาที่สตีฟและซาร่า
หวืด !!! ป้อมปืนกลหนักทั้งหลายก็ถูกเล็งมาที่สตีฟและซาร่า
“โว้วๆใจเย็นๆก่อนพี่ทหารพวกเราพูดความจริงนะพวกเราไม่ได้เป็นวายร้ายอะไรนั่นเอาเป็นว่าให้เราเข้าไปก่อนจะได้คุยกันสะดวกๆแบบนั้นเป็นไง” สตีฟบอกเขาไม่รู้ว่าปืนพวกนี้จะทำอันตรายเขาได้มั้ยแต่เขาขอไม่เสี่ยงดีกว่า
นายทหารคนนั้นเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะหยิบโทรโข่งขึ้นจ่อปากและพูดออกมา
“ก็ได้แต่เพื่อความปลอดภัยเราจะให้คุณใส่อุปกรณ์นี่ก่อน” นายทหารคนนั้นพูดก่อนจะโยนอะไรบางอย่างลงมา
หมับ !! สตีฟรับมันก่อนจะเห็นว่ามันเป็นกำไลชนิดหนึ่ง
“หือนี่มันกำไลที่ใช้กับพวกนักโทษนี่” ซาร่าพูด
“ใช้กับพวกนักโทษ ??” สตีฟสงสัยเพราะไม่เคยเห็น
“มันเป็นกำไรที่พวกตำรวจใช้จับพวกวายร้ายน่ะ” ซาร่าอธิบายสตีฟพยักหน้าก่อนจะตรวจสอบดู
หน้าต่างกำไลนักโทษ ระดับ SSกำไลที่สร้างจากวัสดุพิเศษสามารถยับยั้งการปกปิดข้อมูลของผู้สวมใส่ และยังสามารถผนึกสกิลพิเศษของผู้สวมใส่ได้อีกด้วย
“ผนึกสกิลพิเศษงั้นเหรอ” สตีฟอุทานเบาๆ
“ใช่แล้วล่ะสตีฟแต่มันผนึกได้แต่สกิลใช้งานเท่านั้นนะอย่างสกิลควบคุมแรงโน้มถ่วงของฉันไงกำไลนี่ผนึกได้แค่สกิลนั้นเท่านั้น แต่สกิลหมัดพลังช้างของฉันยังสามารถใช้งานได้อยู่” ซาร่าอธิบายให้สตีฟเข้าใจ
“อ๋อผนึกสกิลแอคทีฟ แต่ไม่ผนึกสกิลพาสซีฟสินะ” สตีฟพยักหน้าเข้าใจ
“หือนี่นายไปรู้ศัพท์พวกนั้นมาจากไหน” ซาร่าสงสัยเพราะศัพท์พวกนี้ถ้าเธอจำไม่ผิดเป็นศัพท์ที่ใช้ในเกมส์สมัยก่อน (Passive Skill = สกิลติดตัวผู้ใช้ Active Skill = สกิลที่ต้องกดใช้งาน)
“มีคนสอนให้น่ะ” สตีฟพูดพลางนึกถึงเด็กสาวฝาแฝดสุดป่วนของไอรี่และไอวี่
“หือหน้าอย่างนั้นสาวๆล่ะสิท่าชินอกจากยังอกโตนายยังมีใครซ่อนไว้อีกเนี่ย” ซาร่าพูดก่อนจะใส่กำไลนั่นที่ข้อมือเธอทันที
แกร๊ก !! เสียงกำไลล็อกเข้าที่ข้อมือซาร่า สตีฟเห็นดังนั้นก็ใส่มันเข้าที่ข้อมือบ้าง
“ไม่เห็นจะมีอะไรแตกต่าง” สตีฟพูด
“ก็นายไม่ได้มีสกิลที่ต้องเรียกใช้งานนี่นานายมีแต่สกิลแสดงผลติดตัวทั้งนั้น แต่นายตรวจดูสถานะนายตอนนี้สิ” ซาร่าพูดทำให้สตีฟรีบตรวจสถานะของเขาทันที
หน้าต่างชื่อ : สตีฟ แมคดูวัลล์ Level : 214อาชีพ : ฮีโร่อายุ : 29ฉายา : คุณพ่อบ้านRank : SSS
“เฮ้ยข้อมูลส่วนตัวผมมันแสดงกันงี้เลยเรอะ !!!” สตีฟอุทานอย่างตกใจ
“ใช่กำไลนี่สามารถใช้ในการตรวจสอบได้ด้วยว่ามีวายร้ายปลอมสถานะเข้ามาหรือเปล่า” ซาร่าบอกกับสตีฟ
ส่วนทหารที่อยู่ด้านบนกำแพงเมื่อเห็นสตีฟและซาร่าใส่กำไรเขาก็ตรวจสอบสถานะของทั้งคู่ใหม่ทันที
หน้าต่างชื่อ : ซาร่า แมคดูวัลล์ Level : 115อาชีพ : ฮีโร่อายุ : 29ฉายา : ซุปเปอร์เกิร์ลRank : S
“เลเวลหนึ่งร้อยสิบห้าเลยอย่างนั้นเหรอเนี่ยสูงน่าดู” ทหารนายนั้นพูดกับตัวเองก่อนจะตรวจดูของสตีฟต่อ
“หือเป็นพี่น้อง ไม่สิน่าจะสามีภรรยากัน เฮ้ยเลเวลนั่นมันอะไรกัน !!!!” ทหารนายนั้นอุทานอย่างตกใจหลังจากเห็นเลเวลของสตีฟเขารีบขยี้ตารัวๆเพื่อดูว่าตนไม่ได้มองผิดไป
“ละ ละ เลเวลสองร้อยสิบสี่บ้าน่ามีคนที่เลเวลเยอะขนาดนี้ด้วยงั้นเหรอจำได้ว่าขนาดสิบผู้ก่อตั้งอันดับหนึ่งยังมีเลเวลไม่ถึงหนึ่งร้อยเก้าสิบเลยด้วยซ้ำ” ทหารนายนั้นพูดออกมา
“หรือว่าเราจะไม่ได้ติดต่อกับอเมริกานานเกินไป แต่นี่ยังไม่ถึงปีเลยนี่นามีคนเลเวลเยอะขนาดนี้โผล่ขึ้นมาได้ยังไงเนี่ย ทำไมภาครัฐถึงไม่มีข่าว นี่พวกสมาคมฮีโร่คิดจะทำอะไรกันแน่ !!!” ทหารนายนั้นพูดและหลังจากมั่นใจว่าสตีฟและซาร่าไม่ใช่วายร้ายแฝงตัวมาเขาก็สั่งเปิดประตูทันที
ครืด !!!!!!!!! เสียงประตูเหล็กขนาดใหญ่ค่อยๆเปิดออก
“อ๊ะเปิดแล้วเข้าไปกันเถอะซาร่า” สตีฟบอก
“อืมเก็บรถแล้วเดินเข้าไปกันเถอะ” ซาร่าบอกก่อนจะเดินนำไปทันทีอย่างไม่เกรงกลัวสตีฟเห็นดังนั้นรีบเก็บรถเวสป้าของเขาและเดินตามเข้าไปทันที
และแล้วในที่สุดทั้งคู่ก็มาถึงประเทศฝรั่งเศสที่ครั้งหนึ่งเคยขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศแห่งแฟชั่นของโลก
จบ...