บรรยากาศโดยรอบพลันพลุ่งพล่านปั่นป่วน พร้อมพุ่งกายด้วยท่าร่างที่รวดเร็วยิ่ง พริบตามาปรากฎกายเบื้องหน้านงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะอีกครา เอื้อมมือจะคว้าจับผ้าปิดหน้าออกมา นงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะรู้สึกเหมือนกับปรากฎขุมพลังอันยิ่งใหญ่สุดเปรียบปานโถมจู่โจมเข้าใส่ส่งผลให้ทั่วร่างของหญิงสาวสั่นสะท้านอย่างหนาวเหน็บ
ชั่วขณะนั้นนงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะและหยางเสี่ยวเอ๋อร์ที่อยู่ใกล้รู้สึกราวกับว่าขุนเขาอันใหญ่โตพังทลายโถมเข้าทับจนอึดอัดแทบหายใจมิออก ทั้งสองโคจรพลังเปี่ยมล้นเนื่องจากกลัวพลังนี้มีผลกระทบต่อกังหลงที่ยังกำลังฟื้นฟูลมปราณอย่างสงบอยู่ด้านหลัง พวกนางทั้งสองรีบใช้พลังทั้งหมดฟาดออกต้านรับในทันที
"ฝ่ามือหยาง..!!"
"หงษ์มายาพิฆาต..!!"
"ฝ่ามือตระกูลหยางผลักบรรพต"
"บึ้ม..!!"
"บึ้ม..!!"
ร่างที่พุ่งเข้ามาพร้อมกับพลังอันเปี่ยมล้นขององครักษ์ซ้ายแม้จะดูทรงพลังรุนแรงยิ่งแต่ด้วยก่อนหน้านี้ได้รับภายในบอบช้ำอยู่ก่อนจึงถูกพลังของสตรีทั้งสองกระแทกสะท้อนกลับตีลังกากลับหลังหนึ่งรอบต้องถอยกายออกไปอีกสี่ถึงห้าก้าวก่อนจะสามารถยืนหยัดได้มั่น บัดนี้หน้าตาซีดเผือดเลือดลมพลุ่งพล่านปั่นป่วน จนต้องกระอักโลหิตออกมาอีกคำหนึ่ง ก่อนจะทรุดกายลง
"พรวด..!!"
"อั่ก..!!"
ส่วนนงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะและหยางเสี่ยวเอ๋อร์ก็ใช่จะดีกว่าไม่.. ด้วยพลังฝีมือระดับปราณราชันย์ระดับหกขั้นสุดแม้จะอยู่ในสภาวะที่ได้รับบอบช้ำ แต่ความรุนแรงของการโจมตีด้วยพลังทั้งหมดก็สุดที่สตรีทั้งสองจะต้านทานได้
"หือ..อีกคนถึงกับมีระดับปราณครึ่งก้าวสู่ราชันย์ ..!!..อาณาจักรอันต่ำต้อยถึงกับมีอัจฉริยะเช่นนี้อยู่ ช่างไม่ธรรมดาจริง ๆ"
จากการปะทะกันสองต่อหนึ่งทำให้ทั้งสองถึงกับถอยกายไปสองก้าวก่อนจะฝืนยืนหยัดได้มั่นจนเกือบจะไปกระทบกับกังหลงที่นั่งฟื้นฟูลมปราณอยู่ด้านหลังอีกเพียงนิดเดียว.. พลังลมปราณทั้งสองปั่นป่วนเลือดลมตีกลับจนต้องกระอักโลหิตออกมาคนละหนึ่งคำเช่นกัน
"พรวด.!!."
"พรวด..!!"
ฟู่ดาซิงกล่าวหลังจากที่ได้เห็นหยางเสี่ยวเอ๋อร์สำแดงพลังออกมาขณะยืนมองสตรีงามเยาว์วัยทั้งสอง ที่ยืนหอบเหนื่อยซึ่งบัดนี้ทั้งสองเหงื่อกาฬเปียกชุ่มจนเสื้อผ้าที่สวมใส่รัดรูปจนมองเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างชัดเจน ยามหายใจหอบเหนื่อยมองเห็นก้อนเนื้อด้านหน้าชูชันสั่นไหวกระเพื่อมขึ้นลงชัดเจนเข้ากับรูปกายอ้อนแอ้นช่วงเอวคอดกิ่วหน้าท้องแบนราบไว้ไขมันส่วนเกินใด ๆ วงแขนทรงกระบอกขาวผ่องปานงาช้าง ตะโพกผายโต้งมนสวยงามจับจิต ช่วงขาเรียวงามช่างเป็นภาพที่งดงามเหนือคำบรรยายจนก่อให้ไฟราคะลุกโชนขึ้นจนสุดระงับ
ยิ่งมองดูสีหน้าที่เด็ดเดี่ยวมั่นคง เพื่อปกป้องบุคคลด้านหลังแล้วสตรีทั้งสองคล้ายยินยอมตกตายก็มิยอมให้บุรุษหนุ่มหน้าอ่อนผู้นั้นได้รับอันตรายใด ๆ การแสดงออกของสตรีทั้งสองนี้ยิ่งสร้างความอิจฉาริษยาในวาสนาของบุรุษหนุ่มจนต้องการจะสังหารให้สิ้นไปในทันที และขณะเดียวกันยิ่งเพิ่มความปรารถนาที่จะจับกุมสตรีงามทั้งสองมาเชยชมย่ำยีให้สมกับอารมณ์ต้องการของตน เมื่อเห็นการรวมพลังของสตรีงามเยาว์วัยทั้งสองที่ร่วมมือกันกลับทำให้องครักษ์ซ้ายถึงกับบาดเจ็บสาหัสจนมิอาจจะมีเปรียบสตรีงามทั้งสองได้ จึงหันมากล่าวกับองครักษ์ขวาในทันที
"องครักษ์ขวาไปช่วยองครักษ์ซ้ายจับกุมสตรีทั้งสองและหาโอกาสทำลายบุรุษหนุ่มด้านหลังนั่นซะ..!!
"ขอรับนายท่าน."
รับคำเสร็จองครักษ์ขวารวบรวบพลังปราณทั้งหมดปลดปล่อยปราณราชันย์ระดับห้าออกมา พลังลมปราณทั่วร่างกายทะลักออกราวทำนบทลาย เมื่อพลังยุทธหมุนวนถ่ายเทเข้าสู่ฝ่ามือทั้งสอง เกิดกระแสพลังสีดำสั่นสะท้านออกจากฝ่ามือจนเห็นได้ชัด
บังเกิดกระแสสีดำพลังหมุนวนรอบฝ่ามือทั้งสองขยายออกเรื่อย ๆ เพียงพริบตาเกิดคลื่นอากาศหมุนวนถักทอปกคลุมโดยรอบตัวองครักษ์ขวา ด้วยสภาวะที่สมบูรณ์มิได้รับบาดเจ็บบอบช้ำเช่นองครักษ์ซ้ายกระแสพลังจึงรุนแรงกว่าองครักษ์ซ้ายเกือบเท่าตัว บรรยากาศโดยรอบพลันพลุ่งพล่านปั่นป่วน
พร้อมพุ่งกายด้วยท่าร่างที่รวดเร็วยิ่งกว่าองครักษ์ซ้ายเกือบเท่าตัว พริบตามาปรากฎกายเบื้องหน้านงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะเอื้อมมือจะคว้าจับชีพจรข้อมือของคนทั้งสอง
นงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะและหยางเสี่ยวเอ๋อร์ซึ่งอยู่ในสภาวะที่ได้รับบอบช้ำ ความรุนแรงของการโจมตีด้วยพลังที่รุนแรงนี้สุดที่สตรีทั้งสองจะต้านทานได้รู้สึกเหมือนกับปรากฎขุมพลังอันยิ่งใหญ่สุดเปรียบปานดุจฟ้าถล่มดินทลายส่งผลให้ทั่วร่างของหญิงสาวทั้งสองส่ายไหวโอนเอนจวนจะล้มลง นงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะและหยางเสี่ยวเอ๋อร์อึดอัดแทบขาดใจตาย
แต่ด้วยความเป็นห่วงความปลอดภัยของกังหลงทำให้ทั้งสองมิอาจจะหลบหลีกการโจมตีครานี้ได้ จึงทำได้เพียงโคจรจนพลังเปี่ยมล้นและเบิ่งตาทั้งสองจนแทบฉีกขาด รวบรวมพลังทั้งหมดที่มีฟาดพลังออกสะกัดกั้นการโจมตี องครักษ์ขวาเห็นทั้งสองยังดื้อดึงฝืนต้านทานทั้งที่ยังบาดเจ็บบอบช้ำ แค่นเสียง พร้อมเพิ่มพลังขึ้นอีกหนึ่งส่วนฟาดฝ่ามือเข้ารับพลังของสตรีทั้งสอง
"หงษ์ระเริงฟ้าพสุธากำสรวญ !!"
"ฝ่ามือตระกูลหยางทลายสวรรค์"
"เฮอะ..!! บาดเจ็บขนาดนี้ยังคิดจะดื้อดึงอีก.."
"ฝ่ามือหยิน..!!"
"บึ้ม..!!"
"อั่ก..อั่ก."
"พรวด...พรวด..!!"
แม้ทั้งสองจะทุ่มเทจนสุดความสามารถ แต่ด้วยร่างกายที่บอบช้ำที่เป็นทุนเดิม สุดที่ทั้งสองจะต้านทานท่าไม้ตายของราชันย์ระดับหกที่สมบูรณ์เต็มเปี่ยมได้ ร่างทั้งสองปลิวละลิ่วไปด้านหลังพร้อมโลหิตเป็นฟูฝอยพุ่งออกจากปากนำพาผ้าปกปิดโฉมหน้าหลุดลอยออกมาพร้อมกัน เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงที่งดงามเหนือคำบรรยายดุจเทพธิดาบนสรวงสวรรค์มีหยาดน้ำตาไหลรินอาบแก้มสตรีงามทั้งสอง พร้อมใบหน้าที่สลดหดหู่ มองดูแล้วชวนให้น่าเวทนายิ่งนัก ทั้งสองตาหลับพริ้มลงพร้อมกับเสียงรำพึงเบา ๆ ออกมาขณะที่ร่างลอยละลิ่วออกไป..
"คุณชาย..ข้าขอโทษ..ที่มิอาจปกป้องท่าน..!!"
"จบสิ้นแล้ว...อภัยให้ข้า..ที่มิอาจช่วยท่าน..."
ทันทีที่โฉมหน้าปรากฎให้เห็น ฟู่ดาซิงและองครักษ์ซ้ายขวาถึงกับตื่นตะลึงตาค้างไปชั่วขณะ ฟู่ดาซิงถึงกับสูญเสียกิริยาไปหมดสิ้น เผลอครางออกมาเบา ๆ
"งด..งดงาม..ยิ่ง..ข้าต้องการนางทั้งสอง..!!"
"ช่างงดงามจนยอมตายได้เพื่อพวกนางจริง ๆ..!!"
จบคำฟู่ดาซิงและองครักษ์ขวาขยับวูบด้วยความเร็วสูงสุด พุ่งเข้าหาร่างสตรีทั้งสองที่กำลังลอยละลิ่วออกไป ชั่ววินาทีนั้นเองคล้ายปรากฎเงาร่างที่รวดเร็วยิ่งกว่าวูบผ่านคนทั้งสองไป
"วูบบบ.."
"คว้างงง.."
"งะ..!!"
ฟู่ดาซิงและองครักษ์ขวาอุทานออกมาพร้อมกันเมื่อทั้งสองกลับคว้าจับได้แค่เพียงแค่สายลม ทั้งคู่หันไปมองยังตำแหน่งที่ห่างออกไปเบื้องหน้าสิบห้าก้าว บัดนี้ยืนหยัดไว้ด้วยคนชุดขาวผู้หนึ่ง
เมื่อเห็นหน้าตาชัดยิ่งสร้างความโกรธแค้นริษยาให้ทั้งสองยิ่งนัก เพราะคนผู้นั้นกลับเป็นบุรุษหนุ่มร่างบอบบางที่ก่อนหน้านี้ยังนั่งหน้าตาซีดเซียวรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ด้านหลังสตรีงามทั้งสองนั่นเอง