แต่ถึงอย่างไรชีเหวินเต๋อก็หาได้สิ้นฤทธิ์แค่นี้ไม่ทว่าไหนเลยเยว่หยางจะไม่รู้ได้ เขาแผลงศรจันทราประกายอย่างรวดเร็วตามมาติด ๆ
ชีเหวินเต๋อใบหน้ามืดดำมือทั้งสองประกบเข้ากับกระบี่สะบัดกระบี่ให้หมุนตบไปที่หัวด้ามกระบี่ก็พุ่งพรวดตรงไปยังมังกรวารีสองเศียรที่ถูกน้ำแข็งผนึกค้างกลางอากาศเสียงดังสนั่นผนึกน้ำแข็งแตกออกช่วงหนึ่งให้ได้ยินเสียงกู่คำรามของมังกรเล็ดรอดออกมาแต่หาได้หยุดเพียงเท่านี้ไม่ปากขมุบขมิบท่องคาถามือสองข้างวาดลวดลายไปพร้อมกับแสงสีครามค่อย ๆ แจ่มชัดขึ้นกลายเป็นเส้นสายล้อมรอบ
ศรเงินพุ่งตรงเข้ามาแสงสีครามก็เข้าประชิด แสงครามหาได้ปรากฏเป็นม่านแสงไม่หากแต่เข้าไปทำทีหลอมรวมกับศรเงินเสียด้วยซ้ำศรที่มุ่งตรงมาที่ชีเหวินเต๋อก็พลันเปลี่ยนทิศ ดวงตาของเยว่หยางเบิกกว้างเขาไม่เคยพบเจออไรเช่นนี้มาก่อน
“อำนาจของศรไม่ลดลงเลย ! นั่นมันวิชาบ้าอะไรกัน ?”
จักรพรรดิเยว่มองแล้วนัยน์ตาก็เปล่งประกาย“นั่นมัน...วิชาสร้างชื่อของสำนักกระบี่ธารา ‘สายนทีผกผัน’ เฮ้อ...เดิมทีคิดว่าซ่งอ๋องใช้ผนึกแล้วคงชนะได้ไม่ยากดูเหมือนว่าเราจะหลงลืมความแข็งแกร่งของสำนักฉู่นี้ไป”
นอกวิชากระบี่ที่ไหลลื่นของสำนักกระบี่ธาราแล้ววิชาสายนทีผกผันก็นับว่าเป็นวิชาที่น่ากลัวที่สุดของสำนักถึงกับสามารถใช้ต่อกรกับเทพสงครามแห่งฉู่ได้ ทำได้ถึงเพียงนี้ก็นับว่าอัศจรรย์แล้ว
ราชาคนเถื่อนเริ่มประเมินสถานการณ์ใหม่แล้วดูเหมือนว่าการรบกับฉู่จะไม่ง่ายเสียแล้วต้องรีบเร่งให้จบสงคราม !
“ทหารทั้งหมดบุกเข้าไป ฆ่าทหารฉู่ให้สิ้น ใครตัดหัวแม่ทัพนายกองมาได้ข้าจะให้เงินทอง สาวงาม อาณาเขตเป็นรางวัล !”พอทหารคนเถื่อนได้ฟังก็ฮึกเหิมนักพากันฟาดฟันข้าศึกไม่ยั้งมือประจวบกับที่ท้ายขบวนของฉู่เกิดความระส่ำระสาย เสียงม้าศึกดังปึงปังมาแต่ไกลทหารม้าของเยว่ลอบโจมตีสำเร็จแล้ว !
เสียงหัวเราะของจักรพรรดิเยว่ดังมาจนถึงที่ของเทพสงครามแห่งฉู่ใบหน้าที่พลันบูดเบี้ยว“ไม่คิดว่าจักรพรรดิเยว่จะใจกล้าถึงเพียงนี้ลอบโจมตีท้ายขบวนข้าไม่คิดรึว่าข้าก็เตรียมการเอาไว้ ส่งสัญญาณ !”
เสียงกลองดังขึ้นอีกหลายจังหวะ ธงสั่งการโบกพลิ้ว ทัพหลังของฉู่ก็แปรขบวนโดยพลันทหารเยว่ที่มุ่งเข้ามาก็ต้องหยุดชะงักลู่เฟยผู้นำทัพมารีบสั่งให้ทหารทั้งหมดฝ่าไปด้านข้างอย่าได้โจมตีเข้าไป
สถานการณ์กลับมาสมดุลอีกครั้ง
สามทัพกลับมาโรมรันกันต่อ แต่ไม่นานนักสมดุลทั้งสามก็เสียศูนย์อีกครั้ง
“ยิง !” สิ้นสุดคำสั่งหน้าไม้ทลายแก่นแท้กว่ายี่สิบคันก็ยิงออกไป เสียงดังแหวกอากาศมาแต่ไกลกลายเป็นจุดสนใจของทัพทั้งสามในทันที
ตูม ตูม ตูม...ตูม !!
เสียงกรีดร้องดังระงม คนเถื่อนพากันตื่นตระหนกตกใจ แนวหลังทัพคนเถื่อนแตกกระสานซ่านเซ็นไม่เป็นรูปขบวนนอกจากนี้ทหารยังตายเป็นจำนวนมากโข ราชาคนเถื่อนรีบหันกลับไปทันทีใบหน้าก็พลันเหยเก “ชาวเยว่พวกเจ้าหลอกข้า ! จักรพรรดิเยว่สมควรตาย !!!!” ราชาคนเถื่อนสั่งทหารถอยออกจากสงครามสามฝ่ายเพื่อไปตั้งรับข้าศึกหลังทัพทันทีไม่สนใจฉู่และเยว่อีก โดยที่ตนเองรั้งท้ายป้องกันทัพ“โกรเวอร์เจ้ารีบไปควบคุมสถานการณ์ ฆ่าพวกก่อกวนนี้ให้สิ้น !”
บุรุษร่างใหญ่โตมากกว่าคนเถื่อนสามัญใบหน้าดุดันมีแผลเป็นรอยกากบาททับหน้า หอบหิ้วขวานลักษณะยาวใบมีดใหญ่โตพาดบ่าทะยานร่างออกไปด้วยความเร็ว
...
จักรพรรดิเยว่ที่กำลังแสยะยิ้มก็หุบโดยพลัน เขาไม่ได้ยินสิ่งที่อัลเดนกล่าวเพียงเห็นอีกฝ่ายถอนทหารไปก็เท่านั้น“พวกมันจะทำอะไร ?”เยว่หวังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเพียงได้ยินกัมปนาทจากหลังทัพคนเถื่อนเท่านั้นส่งทหารเร่งไปตรวจสอบโดยเร็ว
“ใครกันกล้ามาทำลายแผนการของข้า !” เยว่หวังคำรามด้วยความโกรธ ห้วงอากาศโดยรอบบิดเบี้ยว ขุนศึกหลายคนหน้าถอดสีพวกมันเกรงกลัวบารมีเจ้าเหนือหัวยามนี้พระองค์พิโรธแล้ว !
“ฝะ..ฝ่าบาทได้โปรดระงับโทสะด้วย อีกสักครู่..หน่วยสอดแนมของเราคงแจ้งข่าวมา”ซือหลี่รีบกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อยเขาเกรงว่าจักรพรรดิจะพิโรธจนลืมการศึกระหว่างฉู่และเยว่เวลานี้คนเถื่อนถอนกำลังไปแล้วเยว่ต้องรับศึกหนักกว่าเดิมที่เพิ่มมาจากโทสะของเทพสงครามแห่งฉู่กองทัพเยว่จะกลายเป็นที่ระบายอารมณ์
แผนการของเยว่หวังใกล้จะสำเร็จลุล่วง แต่กลับมีคนบางคนทำลายเสียราบคาบนอกจากจะทำลายทัพฉู่ไม่ได้แล้วแม้แต่ทัพเยว่เองก็ไม่สามารถรอดพ้นไปได้ ความผิดหวังนำมาสู่ความโกรธแค้น !
จักรพรรดิสะกดกลั้นความโกรธ นัยน์ตาเผยจิตสังหารเต็มเปี่ยมชั่วครู่จิตสังหารนั่นก็หายไปกลับมาสงบนิ่ง “ถ่ายทอดคำสั่งชาวเยว่สู้ตายศึกครั้งนี้ต้องชนะเท่านั้น !”
จักรพรรดิรู้ดีว่าหากศึกครั้งนี้ไม่อาจต้านทานได้ปล่อยให้ทัพฉู่ทะลวงเข้ามาได้ จากนี้ไปอีกพันอีกหมื่นลี้ก็ไม่สามารถหยุดยั้งกองทัพเทพสงครามนี้ได้อีกแม่น้ำเหอซีคือปราการสุดท้ายของฝากตะวันตกแล้ว
หากยังไม่ทำสงครามตัดสินอาณาจักรเยว่คงไม่อาจหาชัยชนะได้อีกในเวลาอันสั้นนี้
ทหารเยว่ได้ฟังก็ฮึกเหิมเลือดเนื้อภายในกายเดือดพล่านชาวฉู่มาหยามกันถึงถิ่นจะให้พวกมันบุกเข้ามาสังหารผู้คนในอาณาจักรได้อย่างไร “ฆ่า !”
ซือหลี่นำหน้าทหารบุกเข้าไปที่ทัพฉู่อย่างบ้าคลั่ง !
...
ท่ามกลางสงครามอันร้อนระอุหาได้สั่นคลอนการต่อสู้ที่เยือกเย็นของสองยอดฝีมือชั้นนำของอาณาจักรไม่เยว่หยางยังคงแผลงศรชีเหวินเต๋อก็ยังคงควบคุมศรเงินวิ่งผ่านชนกันระเบิดสะท้านสะเทือนมังกรวารีก็ยังคงถูกแช่แข็งโดยที่มีกระบี่ชโลทรค่อย ๆทะลวงน้ำแข็งฝ่าเข้าไปหวังจะหลอมรวมเข้ากับมังกร
แต่ทันใดนั้นสถานการณ์ก็เปลี่ยนไปเมื่อดรรชนีนั้นไม่ได้ถูกกลืนกินอีกมันก็ตรงมายังชีเหวินเต๋อประหนึ่งอุกกาบาตพุ่งชนชีเหวินเต๋อสีหน้าเคร่งเครียดพลางโบกมือชี้ไปที่ศรเงินลากขึ้นไปบนอากาศตรงไปยังดรรชนีศรเงินที่ถูกยิงออกมาหลายสิบครั้งก็ถูกชีเหวินเต๋อควบคุมไปเกือบหมดใบหน้าของเยว่หยางพลันน่าเกลียด เดิมทีคิดจะใช้ดรรชนีและศรเงินจบการต่อสู้แต่ความคิดนั้นมลายสิ้นเพราะวิชาประหลาดของเจ้าสำนักกระบี่ธารา
เขาถอนหายใจยาวออกมา ‘ศึกนี้ข้าไม่อาจชนะตาเฒ่านี้ได้แล้ว...’เยว่หยางมองไปยังจักรพรรดิเยว่ที่มีสีหน้าไม่ดีนักจักรพรรดิเยว่ทอดพระเนตรขึ้นมาก็ถอนหายใจพยักหน้าให้
เยว่หยางไม่คิดจะสู้ต่อก็ถอนตัวออกมาทันทีปล่อยให้ชีเหวินเต๋อทำลายดรรชนีและผนึก ลูกปัดขาวก็หายลับไป
ชีเหวินเต๋อเองก็ถอยกลับไปยังแท่นของตนแล้วหลับตาลงถึงแม้ว่าสองฝ่ายจะไม่มีการสูญเสียมากมายนักแต่ก็เสียหายไม่น้อยโดยเฉพาะอาการบาดเจ็บภายในที่พวกเขารู้ดีที่สุดเทพสงครามแห่งฉู่หันไปมองชายชราแวบหนึ่งทำท่าเหมือนจะกล่าวบางอย่างแต่ก็เงียบไปมุ่งความสนใจไปยังสมรภูมิเบื้องหน้า
ทหารเยว่ดูเหมือนจะบ้าคลั่งไปแล้วทหารฉู่แม้จะเก่งกล้าสักเพียงใดก็ไม่อาจต้านความบ้าคลั่งไม่ลืมหูลืมตานี้ได้ทหารเยว่ทะลวงการป้องกันหลายชั้นเข้ามาทหารม้าก็ถือโอกาสหาจังหวะสอดแทรกเข้าไปบางจังหวะทำให้การป้องกันทัพหละหลวมขึ้นอย่างน่าตกใจ
แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดไม่ใช่การรบของฉู่และเยว่หากแต่เป็นการที่กองทัพคนเถื่อนเคลื่อนไหวอย่างแปลกประหลาดมองไปก็ดูเหมือนจะระส่ำระสายอย่างไรพิกล
อัลเดนหน้าแดงก่ำหากไม่ติดพันการต่อสู้กับขุนศึกของฉู่หลายคนคงไปช่วยทัพหลังด้วยตนเองเวลานี้ได้แต่รอผลลัพธ์จากโกรเวอร์ทหารเอกคู่ใจ และชาร์แห่งวินทั่น
ห่างออกไปหลายสิบลี้สงครามระหว่างกองทัพโลหิตทมิฬและกองทัพคนเถื่อนเริ่มขึ้น เพียงแต่ดูเหมือนว่านี่ไม่ใช่สงครามนี่มันเป็นการสังหารหมู่ชัด ๆ หน้าไม้ทลายแก่นแท้ยิงออกมาไม่หยุดหย่อนทหารคนเถื่อนพากันล้มตายเป็นจำนวนมาก โกรเวอร์ได้แต่คอยปัดป้องลูกศรยักษ์ของหน้าไม้ไว้เท่านั้นแทบจะปลีกตัวออกไปไม่ได้
หนิงเฟยหลงนั่งยิ้มอยู่บนอาชาทมิฬหุ้มเกราะ“ถึงแม้ว่าจะสิ้นเปลืองทรัพยากรไปเสียหน่อยแต่ก็คุ้มค่าดี ฮ่าฮ่า”
“นั่นสิ ไม่คิดเลยว่าหน้าไม้ทลายแก่นแท้ของกองทัพเจ้าจะยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้”หนิงเฉิงอดที่จะชมไม่ได้เลยเมื่อเห็นผลลัพธ์ที่เกินคาดเบื้องหน้า
“เรื่องนี้คงต้องชมเชยพวกวิจัยยุทโธปกรณ์เสียให้มากแล้วนะขอรับ”
หนิงเฉิงพยักหน้าอย่างเห็นด้วยพร้อมกับเผยรอยยิ้ม
ไม่นานนักทัพหลังของคนเถื่อนก็แตกกระจัดกระจาย หนิงเฉิงจึงออกคำสั่งเดินหน้าต่อหน้าไม้ทลายแก่นแท้ถูกเคลื่อนย้ายไปด้านหน้าอีก
จังหวะนี้เองที่คนเถื่อนใช้ตอบโต้คืนพวกมันบุกเข้ามาอย่างโกรธเกรี้ยวนำมาโดยชายฉกรรจ์ที่มีรอยบากเป็นรูปกากบาตบนใบหน้าเปลือยท่อนบนถือขวานใหญ่ด้ามยาววิ่งตรงมาเสียงกระทบพื้นสะท้าน คนผู้นี้หาใช่ใครอื่นเขาคือโกรเวอร์ชาร์ผู้ซื่อสัตย์ของราชาคนเถื่อน
“พลธนู ยิง !”ลูกธนูนับหมื่นถูกยิงออกไปทหารคนเถื่อนเหล่านั้นก็หาหยุดฝีเท้าไม่กลับเร่งฝีเท้ามากกว่าเดิมเป็นที่น่าตื่นตะลึง
หนิงเฉิงหัวเราะในลำคอมองไปยังคนเถื่อนผู้บ้าคลั่งไม่กลัวตาย “บ้าบิ่นแต่ไร้สมองทหารม้าห้าพันนายติดตามเฟยหลงไปทำศึก !”
หนิงเฟยหลงนัยน์ตาเผยประกายเยียบเย็น คว้ามือไปในอากาศทวนเงินก็มาอยู่ในมือชุดเกราะเปล่งประกายวาบสีขาวนวล อาชาทมิฬก็พุ่งตรงออกจากทัพพร้อมกับทหารห้าพันนาย
“ยิง” เข้าไปใกล้พอถึงระยะหน้าไม้ที่ติดตัวก็ยิงออกไปคนเถื่อนไม่ทันระวังก็ล้มตายไปไม่น้อยพวกมันไม่เคยพบเจอรูปขบวนและวิธีรบเช่นนี้มาก่อนก็ทำให้สับสนงุนงง
“ฆ่า !”ทหารม้าเกราะหนักใช้แรงกระแทกเข้าไปยังลำตัวของอีกฝ่ายแม้ว่าร่างกายจะใหญ่โตสักเพียงใดก็ตาม แต่ก็ไม่อาจทนการโจมตีพุ่งกระแทกนี้ไปได้ทหารม้าโลหิตทมิฬล้วนมีหอกที่แหลมคมเป็นอาวุธระดับสูงทั้งสิ้นค่าใช้จ่ายมหาศาลแลกมาด้วยสิ่งนี้ จะให้ไม่เกิดผลที่ดีย่อมเป็นไปไม่ได้ทหารคนเถื่อนไม่ทันได้ตอบโต้ก็ล้มตายไปเป็นอันมาก
“ถอย” หลังกวาดสายตามองแล้วเห็นว่าพอประมาณแล้ว หนิงเฟยหลงก็ไม่บุกไปต่อสั่งให้ถอยกลับไปทันที
แต่ไหนเลยโกรเวอร์จะยอมให้อีกฝ่ายถอยไปโดยง่ายเข้ามาฆ่าพวกพ้องไปเสียมากยังจะกลับไปครบคนจะได้อย่างไร !
“ชาวเยว่สมควรตาย ! พวกเจ้ากล้าลอบโจมตีพวกข้าคงเบื่อหน่ายชีวิตแล้วใช่ไหม ?”โกรเวอร์แผดเสียงคำรามแล้วก็กระโจนเข้าใส่ทหารม้านายหนึ่งตกจากม้าบาดเจ็บสาหัส
คิ้วของหนิงเฟยหลงขมวด ระดับพลังอีกฝ่ายไม่ธรรมดาก็เกิดความลังเลใจเล็กน้อยแต่ก็ต้องจำใจไปรับคมขวานนั้น เดิมทีจะมาแค่จัดการบางส่วนเท่านั้นแล้วจะล่าถอยไปแต่คนผู้นี้กลับมายื้อเอาไว้ แน่นอนว่าทหารธรรมดาย่อมสู้ชายผู้นี้ไม่ได้ด้วยสถานการณ์บีบคั้นจึงต้องทะยานร่างเข้าปัดป้องแทนทหารผู้นั้น
หนิงเฟยหลงปาทวนไปเบื้องหน้าทวนนั้นก็กลายเป็นทวนเพลิงพุ่งไปโกรเวอร์ไม่ได้มีทีท่าตกใจเพียงฟันขวานออกเป็นคลื่นลมเข้าปะทะผ่าแยกทวนเพลิงถึงแม้จะทำอันตรายแก่โกรเวอร์ไม่ได้แต่ก็พอจะหยุดยั้งได้ช่วงหนึ่งทำให้ทหารนายนั้นรอดชีวิต
“เจ้าเป็นใคร ?”
“ข้าโกรเวอร์ผู้ที่จะมาปลิดชีวิตสารเลวของพวกเจ้า !”กล่าวจบขวานในมือของโกรเวอร์วาดหมุนรอบตัวสร้างแรงลมหมุนวนดุจวายุมุ่งไปยังทหารม้าหลายร้อยนาย
“สารเลว !” สีหน้าของหนิงเฟยหลงบิดเบี้ยวนอกจากคนผู้นี้จะมีฝีมือสูงส่งแล้วยังไร้ยางอายอีกด้วย
ทั้ง ๆ ที่เขาก็ยืนอยู่ตรงนี้แต่อีกฝ่ายกลับเลือกโจมตีคนอ่อนแอน่ารังเกียจเป็นที่สุด แววตาของหนิงเฟยหลงที่จ้องมองแฝงไปด้วยความดูถูกดูแคลนโกรเวอร์ทำทีไม่สนใจยังคงโจมตีทหารม้าพวกนั้นต่อ
หนิงเฟยหลงจ้องมองเหลือจะอดโทสะพุ่งพล่านแต่ก็กลั้นใจสะกดข่มลงไปได้ส่วนหนึ่ง ทำท่าส่งสัญญาณให้ช่างจินกวางเข้ามาช่วยมือขวากำกระบี่ร่วงโรยเปิดขอบเขต
เมื่อเปิดขอบเขตแล้วระยะหนึ่งร้อยจั้งเต็มไปด้วยสภาวะร่วงโรยโกรเวอร์รู้สึกถึงความอ่อนแอในตนเองนัยน์ตาเบิกโพลงแฝงความไม่อยากเชื่อก่อนจะหันไปมองชายหนุ่มชุดเกราะขาวที่มีสีหน้าเคร่งขรึม
“ความรู้สึกนี่มันอะไร ?”