ตอนที่แปดสิบหก Fallen Empire
และนั่นน่าจะทำให้พวกลูกน้องของผมยุ่งได้สักพัก
การดูดกลืนแคลนเร้ดดราก้อนมาเป็นส่วนหนึ่งของเราและแคลนเล็กๆที่เหลือกับการวิจัยสถานีอวกาศไฮเปอร์เลนของเหล่าแอนเชี่ยน
เรียกได้ว่าเป็นงานที่หนักและปริมาณงานมหาศาลระดับที่ชั่วอายุคนคนเดียวคงทำไม่ได้
เพราะคนคนเดียวไม่ได้มีลุกน้องนักวิทยาศาสตร์นับสิบล้านคนคอยช่วยงานเรา
ผมออกคำสั่งสร้างห้องวิจัยประเภท Reverse engineering วิศวกรรมย้อนกลับ เพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะเพื่อค่าโบนัสในการวิจัย
แต่แบบเดียวกับการทุกการวิจัย
มันต้องใช้เวลาและการเพิ่มห้องทดลองก็เป็นเพียงแค่การย่นเวลาหรืออาจจะเป็นแค่การใช้เวลาเท่ากันแต่เราค้นคว้าเทคโนโลยีหลายอย่างเวลาเดียวกัน
ซึ่งผมมองว่าเทคโนโลยีคือตัวที่จะช่วยให้คนกระจอกอย่างผมนั้นสามารถอยู่เหนือกว่าคนที่เก่งกว่าผมในด้านการรบได้
อีกอย่างหนึ่งก็คือจำนวนที่มากกว่า
แต่จำนวนที่มากกว่าจะสามารถมีขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเรามีเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการผลิตที่ดีมากกว่าซึ่งก็ต้องพึ่งเทคโนโลยีที่ดีมากกว่า
ออกจะเป็นงูกินหางไม่น้อยหากเราพิจารณาภาพรวมของอาณาจักรทั้งหมด
ผมกลัวมากที่สุดคือการที่อาณาจักรผมจะกลายเป็น
Fallen Empire อาณาจักรที่เสื่อมสลาย
ที่เทคโนโลยีหรือสิ่งก่อสร้างต่างๆหยุดนิ่ง
ทำให้พวกอาณาจักรต่างๆที่เกิดมาทีหลังนั้นมีเทคโนโลยีตามทันผม
ซึ่งตอนนี้ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงจากการที่พวกนักการเมืองในสภาของผมดันโหวตเอาพวกอาวุธสงครามอย่างเดธสตาร์ที่ช่วยเพิ่มค่าการวิจัยอาวุธเลเซอร์ได้ไปเก็ยไว้ในคลัง
ทั้งที่เวลาผ่านไปนานขนาดนี้ที่ผม “หลับ”ไปนับพันปี
ระดับเทคโนโลยีเลเซอร์คงกลายเป็นระดับ10 tier10 ไปแล้วไม่ใช่แค่อยู่ที่ระดับ 5 แบบเดิมอย่างนี้
ผมจ้องมองอัตราการพัฒนาอาวุธเลเซอร์ที่ค่อยๆเพิ่มอีกครั้งหลังจากที่ผมเดินเครื่องเดธสตาร์ก็ใจชื้นขึ้นเล็กน้อย
ว่าอย่างน้อยผมน่าจะได้เลเซอร์ระดับ 6 ภายในหนึ่งเดือนนี้ล่ะ
ยังสามารถสร้างความได้เปรียบทางด้านเทคโนโลยีจากการรังแกงพวกแคลนขนาดเล็กในอวกาศได้อยู่
พอมาดูจากภาพรวมว่าการที่คนมีห้องวิจัยด้วยตนเองนั้นต้องใช้เวลาและงบประมาณมหาศาลหรือสิ่งก่อสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ระดับเดธสตาร์
ถึงพอจะพัฒนาเทคโนโลยีของตนเองได้
ไม่แปลกเลยที่หลายอาณาจักรเน้นไปทางเทคโนโลยีแบบแบล็กบ็อกซ์ที่แม้ตนเองจะวิจัยพัฒนาไม่ได้
แต่ก็สามารถผลิตอาวุธหรือเทคโนโลยีชิ้นนั้นออกมาได้ทันทีไม่ต้องเปลืองงบประมาณมหาศาลในการพัฒนาเทคโนโลยีด้วยตนเอง
ผมจ้องมองแผนผังเทคโนโลยีของผมในระบบอย่างเหนื่อยใจ
มีคำกล่าวว่า
Fallen Empire
อาณาจักรที่เสื่อมสลาย
ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยีไม่ก้าวหน้าหรือไม่ได้เทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น
ตรงกันข้ามด้วยซ้ำ
อาณาจักรเหล่านั้นบางทีทั้งได้และเสียพื้นที่ในการปกครองเพิ่มขึ้นและมีการพัฒนาเทคโนโลยีบางอย่างมากขึ้น
แต่คำว่า
Death spiral วงเวียนแห่งความตาย
ของอาณาจักรที่ตกอยู่ในบ่วงของความเสื่อมสลายนั้น
หมายถึงการพัฒนาได้ช้ากว่าศัตรูกับฝ่ายตรงข้ามด้วย
กฎข้อแรกทางการทหารคือเราต้องคำนวณ
Independent will of enemy
ความมีเจตจำนงค์ในตนเองของศัตรู
ว่าเราวางแผนบนกระดาษอย่างไรก็ได้
ศัตรูก็มีการวางแผนของเขาเช่นกันไม่เกี่ยวกับเรา
การที่เราพัฒนามากขึ้นแต่พัฒนาช้ากว่าศัตรูก็เท่ากับว่าเราตกอยู่ในบ่วงแห่งความตายDeath spiral ของอาณาจักรที่เสื่อมสลายได้เช่นกัน
ผมควรจะชมว่าเทคโนโลยีด้านความบันเทิงพวกเขาได้มีกระทั่งเทคโนโลยีระดับ6 ตลอดสายบันเทิง และมีระดับ 7 ประปรายในด้านวัฒนธรรมบันเทิง
แต่เทคโนโลยีการสร้างทาส Slave Maker นี่ได้ถึงระดับ8 ด้วยซ้ำ
มันแสดงว่าอาณาจักรของผมรักสุรานารีพาชีกีฬาบัตรเอามากๆ
แต่ดันทิ้งเทคโนโลยีอาวุธเอาไว้ด้านหลังในระดับ5
มันจะไม่ทำให้ผมกังวลได้อย่างไรกัน?
หากเป็นทาสทหาร Slave army ผมยังพออภัย
แต่ดันเป็นทาสบำเรอ Pleasurer slave
ที่ทำให้ผมโมโห
หากเราเป็นพระเอกอิเซไคคงดีใจที่เรามีฮาเร็มทาส
แต่หากเราเป็นผู้ปกครองที่มองว่าการมีทาสอยู่จะทำให้เราไม่ได้ภาษีมันจะทำให้เราโกรธเอามากๆ!!!