เวเนซซ่าตามเซเรียเพื่อมาดูอาการของเด็กชายกำพร้าจากสลัม
เวเนซซ่าเห็นว่าตอนนี้ริโอะหวาดระแวงไปกับทุกอย่างเธอจึงพาคนที่ริโอะเคยพบมารักษาแทน
และผู้ที่เหมาะสมที่สุดคือเซเรีย เธอเคยพบกับริโอะเป็คนที่ริโอะไม่คิดระแวง และเธอสามารถใช้เวทมนตร์รักษาได้
เซเรียตามเวเนซซ่ามายังห้องใต้ดินด้วยความเต็มใจ แต่ทว่าเมื่อทั้ง2 มาถึงห้องใต้ดินแล้ว...
“เอ่อ....ดูเหมือนเขาจะสลบไปแล้วนะคะ”
ทั้งร่างกายและจิตใจของริโอะคงจะถึงขีดจำกัดแล้ว จึงได้สลบเหมือดไป
“เขาคงเจ็บ เหนื่อยและเครียดจนหมดแรงไปน่ะสิ”
เวเนซซ่ามีสีหน้าวิตกกังวล
“อั่ก...”
มีเสียงครวญครางเล็ดลอดออกจากปากริโอะ
เซเรียเลิกเสื้อริโอะขึ้นอย่างเบามือ แล้วเริ่มตรวจอาการ
“าเ็หนักเลยนะคะเนี่ย คงจะโดนทุบตีไปทั้งตัวจนกระดูกร้าวต้องรีบรักษาแล้ว”
“ฝากด้วยนะเซเรีย รองแม่ทัพอัลโบทรมานร่างกายเพื่อสอบสวนเขา”
“ทำกับเด็กตัวเล็กๆ แบบนี้ได้ ใจดำอำมหิตจริงๆ พูดดีๆ ก็ได้นี่นา”
“เขาบอกว่าเป็แค่การสืบสวนแต่ข้าคิดว่าเหตุผลไม่น่าจะมีเพียงเท่านั้นเพราะการลักพาตัวครั้งนี้ทำให้เขาตกที่นั่งลำบากเขาน่าจะกำลังพยายามกู้หน้าให้ตัวเองอยู่”
“แย่ที่สุด ข้าเกลียดคนไม่ยอมรับความจริงแบบนี้ที่สุด”
เซเรียทำหน้ามุ่ยแล้วบ่นพึมพำ
“พูดอีกก็ถูกอีก โดยเฉพาะพวกผู้ชายตำแหน่งใหญ่โตนะเป็แบบนี้กันทั้งนั้นแหละ”
เวเนซซ่ายิ้มเหยียด
ตรวจร่างกายของริโอะเสร็จ เซเรียก็ใช้เวทมนตร์รักษาอาการาเ็ให้
“ข้าจะเริ่มรักษาแล้วนะคะ 《ฮีล》”
ร่ายมนตร์เสร็จ สัญลักษณ์รูปดาวก็พลันปรากฏขึ้นมาบนฝ่ามือของอาจารย์สาว
แสงสว่างแสนอ่อนโยนโอบอุ้มรอบตัวเด็กชายเอาไว้
รอยแผลจึงค่อยๆ จางหายไป
“สุดยอดจริงๆเคยได้ยินมาเหมือนกันว่าผลของเวทมนตร์จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับผู้ร่าย แต่แม่มดในวังเนี่ยไม่มีใครใช้เวทฮีลได้ดีเลิศเทียบเท่าเ้าเลยจริงๆ”
เวเนซซ่าพูดด้วยความชื่นชมจากใจ
“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ”
เซเรียส่ายหน้าเล็กน้อย แล้วตั้งสมาธิเพื่อทำการรักษาต่อ
เมื่อรักษาเสร็จจึงหยุดใช้พลัง
“น่าจะพอขยับตัวได้แล้วนะคะ เราพาเขาไปพักที่เตียงดีกว่าค่ะ”
“แผลทั่วตัวเลยเ้าหนูนี่ มีแต่รอยแผลเก่าทั้งนั้นสงสัยจะโดนทำร้ายร่างกายตอนอยู่สลัมแน่เลย”
เวเนซซ่าพูดเมื่อเห็นร่างกายท่อนบนของริโอะที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็
“คงเป็เช่นนั้นค่ะ”
“เ้ารักษารอยแผลได้ไหม?”
“ขออภัยค่ะ ถ้าเป็แผลสดละก็พอจะรักษาได้นะคะแต่แผลเป็แบบนี้เกินความสามารถข้าจริงๆ”
“งั้นเหรอ...”
แววตาของทั้งสองเจือความสงสารเด็กกำพร้าจากสลัมผู้นี้
“พาไปห้องรับรองแขกดีไหม?”
“ค่ะ”
และแล้วริโอะที่กำลังหมดสติก็ถูกพาตัวไปยังห้องรับรองแขก
◇ ◇ ◇
ยามที่ริโอะตื่นมานั้น เขานอนอยู่บนเตียงนุ่มๆในห้องรับรองแขกของพระราชวัง
“อืมมม...”
ริโอะค่อยๆ ยกเปลือกตาขึ้นปรากฏให้เห็นภาพเพดานที่เขาไม่คุ้นเคยมาก่อน
(ที่นี่มัน...)
ริโอะนอนแผ่และมองสำรวจไปรอบๆ ตัว
ทั้งกว้างและสะอาด
ส่วนเพดานก็สูงทั่วทั้งห้องเต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์อย่างดีที่ถูกจัดวางไว้อย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย
ภายในห้องตกแต่งสไตล์คลาสสิกแบบหรูหรา
ต่างจากคุกชั้นใต้ดินอย่างสิ้นเชิงเลยล่ะ
ริโอะลุกขึ้นนั่ง แล้วพยายามจะเก็บข้อมูล
แต่ร่างกายเขาขยับลำบาก จึงนอนแผ่ลงไปอีกรอบ
“เอ่อ....ตื่นแล้วใช่ไหมคะ? อรุณสวัสดิ์ค่ะร่างกายเป็ยังไงบ้างคะ?”
เสียงหวาดหวั่นของหญิงสาวดังขึ้นไม่ไกลจากริโอะ
ริโอะหันหน้าไปทางต้นตอทางของเสียง ก็พบเด็กสาว 2คนนั่งอยู่บนโซฟาหนัง
อายุของทั้ง 2 น่าจะราว่วัยรุ่นตอนต้น (ประมาณ 14 - 15 ปี)
คนแรกมีรูปร่างเล็กสวมใส่อาภรณ์งดงามเหมือนพวกขุนนางเรือนผมสีขาวยาวตรงลงมาจนถึงกลางหลัง หน้าตาน่ารักราวกับภูตหิมะ
ส่วนอีกคนหนึ่งมีผมสั้นสีทอง รูปร่างยังดูไม่โตนักหน้าตางดงามประหนึ่งรูปปั้น แต่งชุดคล้ายพนักงานร้านอาหารที่มีลายขาวสลับน้ำเงินเข้ม ให้บรรยากาศดูเป็คุณหนูตระกูลดี
ดูเหมือนว่าสาวสวยทั้งสองจะดื่มชาและพูดคุยกันสนุกสนานก่อนที่ริโอะจะตื่นขึ้น
“อย่าเพิ่งขยับตัวจะดีกว่าค่ะตอนนี้ข้ารักษาแผลให้ด้วยเวทมนตร์แล้ว แต่ท่านยังอ่อนแออยู่ถึงเวทรักษาจะช่วยรักษาได้ก็จริงแต่ส่วนของแผลอาจจะปวดขึ้นมาอีกได้”
พูดแล้วเด็กสาวภูตหิมะขาวก็ยืนขึ้น ก่อนจะเดินตรงมายังตัวเด็กชาย
“เอ่อ...คุณเป็ใครครับ?”
ริโอะถามขณะที่ร่างของเด็กชายยังคงแผ่อยู่บนเตียง
“เซเรียไงคะ เซเรีย แคลร์ เราเคยเจอกันที่ทางเข้าสลัมไงแต่ตอนนั้นข้าใส่ฮู้ดปิดหน้าไว้”
“อ่อ..... คุณนั่นเอง”
จะว่าไปเสียงนี้ก็คุ้นๆ แฮะ
เสียงที่ฟังแล้วอบอุ่น เสียงที่อ่อนโยนและไพเราะหู
ริโอะรู้ทันทีว่าเซเรียคือคนตัวเล็กที่เคยเจอในตอนนั้น
“ฮิฮิ ฝากตัวด้วยนะ แล้วเด็กคนนี้ก็คือ.....”
เซเรียหมุนตัวไปด้านหลังหาเด็กสาวที่ใส่ชุดเหมือนพนักงานร้านอาหารแล้วแนะนำ
“ยินดีที่ได้รู้จักเ้าค่ะ บ่าวชื่ออาเรีย กาวาเนสทำงานเป็คนรับใช้ในพระราชวัง บ่าวได้รับมอบหมายให้ดูแลคุณริโอะฝากเนื้อฝากตัวด้วยเ้าค่ะ”
อาเรียก้มหัวแสดงความเคารพและแนะนำตัวเองอย่างสุภาพแต่น้ำเสียงเธอกลับไร้ชีวิตชีวา
“ครับ กระผมชื่อริโอะครับ”
ริโอะตอบรับคำแนะนำตัวของอาเรียอย่างเก้ๆ กังๆแต่ก็พยายามจะพูดดูให้สุภาพที่สุด
ดีมาก็ดีตอบ... นั่นคืออุดมการณ์ของริโอะ ไม่ใช่สิ ของฮารุโตะต่างหาก
“เอ่อ....ที่นี่คือไหนเหรอครับ?”
ริโอะถามอย่างหวาดระแวง
“นี่เป็ห้องรับรองแขกของพระราชวังน่ะค่ะท่านสลบไปข้าเลยใช้เวทมนตร์รักษาให้ แล้วพามายังห้องนี้”
เซเรียยิ้มแล้วอธิบายอย่างอ่อนโยน
“งั้น.....เหรอครับ ขอบคุณนะครับ”
แววตาของริโอะสับสนก่อนที่ริมฝีปากจะเอ่ยขอบคุณ
ทั้ง 2คนที่อยู่ตรงหน้าต่างก็เป็ประชากรในประเทศเดียวกับเ้าวายร้ายที่ทำร้ายเรา พอนึกถึงเื่แย่ๆในห้องใต้ดินก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบเราไม่เหลือใครให้ไว้ใจได้อีกแล้วแต่ก็มีคนที่ช่วยเรานะ
“ไม่เป็ไรหรอก ทางนี้ต่างหากที่ต้องขอโทษขอโทษที่ทำให้ท่านต้องมาเจอเื่แย่ๆ แบบนี้นะ”
เซเรียก้มหน้า ขอโทษจากใจ
เซเรียไม่มีเจตนาดูถูกริโอะที่เป็เด็กกำพร้า
พอลองคิดดีๆ แล้วตอนที่เจอกันครั้งแรกก็มีแต่เซเรียเท่านั้นที่ดีกับเรา
บอกตามตรงก่อนหน้านี้ริโอะนึกรังเกียจพวกขุนนางและราชวงศ์เหลือเกิน
เพราะส่วนใหญ่ที่เขาเจอมาต่างเป็คนถือตัว ชอบดูถูกผู้อื่นและตัดสินคนจากฐานะ
ไม่เคยรู้เลยว่าชนชั้นสูงดีๆ อย่างเซเรียก็ยังมีเหมือนกัน
คิดเช่นนั้นแล้วริโอะจึงเปลี่ยนความคิดที่มีต่อพวกขุนนางและราชวงศ์เสียใหม่