ตอนนี้มีคนกระวนกระวายใจมากกว่าโชคนั้นก็คือป้าแก้ว ป้าแก้วเมื่อรู้ว่าโชคนั้นตามองไม่เห็นข้างหนึ่งก็อดที่จะโทษที่ตัวเองไม่ได้ เพราะตัวเองนั้นมีส่วนเป็ต้นเหตุเื่ทั้งหมดนี่
โชคมองไปที่ป้าแก้วอย่างเข้าใจ ก่อนจะพูดปลอบป้าแก้วว่าอย่าได้คิดมาก ตอนนั้นโชคเองอยู่ๆก็หน้ามืดลงนั้นมันเป็แค่อุบัติเหตุเท่านั้นอย่าได้โทษตัวเองเลย
คำพูดของเด็กหนุ่มนั้นทำให้ป้าแก้วสบายใจขึ้นมามาก อย่างน้อยโชคก็มีความคิด ไม่ถือโทษโกรธป้าแก้วคนนี้
โชคนอนพักผ่อนอีกครั้ง ตอนนี้ตัวโชคเองก็พยายามสงบสติอารมณ์ ในใจก็กังวลอยู่บ้างหากว่าดวงตาข้างซ้ายนั้นบอดไปแล้วจริงๆ
แต่โชคก็ยังมีความหวังอยู่มาก นั้นก็เพราะตัวโชคเองเห็นว่าตัวเองนั้นได้รับาเ็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น และเท่าที่ดูอาการจากคุณหมอก็ไม่ได้ดูกังวลอะไรสักเท่าไร
ผ่านไปหลายชั่วโมงโชคก็เริ่มรู้สึกตาซ้ายนั้นค่อยๆสว่างขึ้น ตอนนี้โชคเริ่มรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาทันที และขณะที่กำลังจะเรียกป้าแก้วที่ยืนปอกผลไม้อยู่นั้น โชคเองก็เริ่มรู้สึกเวียนหัวขึ้นมา เพราะตอนนี้เหมือนว่าภาพที่โชคเห็นนั้นจะกลายเป็ภาพซ้อน ภาพทั้งซ้ายและขวากลับกลายเป็ว่ามองเห็นคนละสถานที่
โชคเรียกป้าแก้วเพื่อให้ไปตามคุณหมอมาให้ ตอนนี้ตาซ้ายโชคมองเห็นแล้ว แต่กลับมองเห็นเป็ภาพซ้อน ซึ่งนี่ก็ทำให้โชคต้องปิดตาซ้ายไปก่อน ไม่อย่างนั้นจะเกิดอาการเวียนหัวเป็อย่างมาก
ระหว่างที่รอคุณหมอโชคก็ลองปิดตาขวาและใช้ตาซ้ายอีกครั้ง ตาซ้ายที่โชคมองเห็นตอนนี้เหมือนกับว่าโชคกำลังมองผ่านสายตาของใครสักคนอยู่ ภาพที่เห็นตอนนี้เหมือนกับว่าคนๆนั้นกำลังอยู่ที่โรงพยาบาลเหมือนกัน แต่อยู่คนละสถานที่
โชคลองเปิดตาขวาอีกครั้ง และแน่นอนว่ามันก็จะเกิดภาพซ้อนขึ้นมา โชคปิดตาซ้ายลงและสังเกตตาขวาของตนเอง ซึ่งมันก็เป็ไปตามที่คาดการณ์ไว้ ตาขวาของโชคนั้นสามารถมองเห็นเป็ปกติ ซึ่งต่างจากภาพที่มองเห็นจากตาซ้าย ซึ่งภาพนั้นก็มองเห็นอะไรไม่รู้ซึ่งโชคก็ไม่เข้าใจ
สักพักคุณหมอก็เดินมาพร้อมกับป้าแก้ว โชคของเล่าอาการที่เป็ให้คุณหมอฟัง คุณหมอหลังจากฟังก็ยิ้มให้ ซึ่งโชคก็พอเดาได้ว่าคุณหมอไม่ได้เชื่อในสิ่งที่พูดไปทั้งหมด
คุณหมอเอาไฟมาส่องตาซ้ายอีกครั้ง ซึ่งก็ได้ผลเหมือนเดิม ตาซ้ายของโชคนั้นไม่ได้เห็นแสงไฟที่ส่องเข้าไป แต่กลับเห็นภาพของใครสักคนที่อยู่โรงพาบาลที่ไหนสักแห่ง
คุณหมอตอนนี้ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด จึงได้แต่คาดเดาว่าน่าจะเกิดผลข้างเคียงจากการกระทบกระเทือนหัวอย่างรุนแรงตอนตกบันได
สุดท้ายแล้วคุณหมอก็ได้ให้โชคนั้นนอนพักดูอาการไปอีกสองสามวัน ทางโชคเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ยิ่งเื่ที่เจอก็แปลกเกินกว่าจะเล่าให้คนอื่นเข้าใจได้ ขืนพูดมากไปคุณหมอและคนอื่นๆจะหาว่าเสียสติเอาได้
โชคหรี่ตาซ้ายลงเพื่อที่จะได้ใช้ตาขวาให้ถนัดขึ้น โชคหยิบมือถือขึ้นมาไถแอปฟ้าเล่นไปสักพักเพื่อฆ่าเวลา โชคสังเกตุว่าตาซ้ายนั้นเหมือนเริ่มมีการเคลื่อนไหวแปลกๆจึงได้ปิดตาขวาและเปิดตาซ้ายขึ้นมาดู
โชคใมากๆกับสิ่งที่เห็นในตอนนี้ ในดวงตาข้างซ้ายที่มองเห็น ตอนนี้กำลังมีมือคู่หนึ่งกำลังเข้าแอปฟ้าและพิมพ์ชื่อของโชคที่เป็ภาษาอังกฤษในแอปฟ้า ขณะที่พิมพ์ชื่อของโชคแต่ละตัวอักษรโชคก็ใจเต้นและใกับภาพที่เห็นมากๆ
จนกระทั้งเมื่อพิมพ์ชื่อไปได้ประมาณเหนึ่ง ระบบตอนนี้ก็แสดงรูปและโปรไฟล์ของโชคในมือถือเครื่องนั้น
มือขวาที่เห็นตอนนี้กำลังจิ้มลงที่โปรไฟล์ของโชค ก่อนจะกดส่งคำขอเพิ่มเพื่อนมาให้โชค
เสียงแจ้งเตือนบนมือถือตอนนี้ของโชคดังขึ้น โชคภาวนาอย่าได้เป็การแจ้งเตือนคำขอเพิ่มเพื่อนเลย นี่มันจะน่ากลัวเกินไปแล้ว
แต่เมื่อโชคยกมือถือขึ้นมาดูก็พบคำขอเป็เพื่อนจากโปรไฟล์รูปผู้หญิงคนหนึ่ง ส่วนชื่อของเธอนั้นเป็ภาษาญี่ปุ่นและโชคเองก็อ่านไม่ออก
โชคลังเลไม่รู้จะทำยังไงดี จะกดรับเพื่อนดีไหมหรือว่าไม่กดรับดี
โชคใช้ตาซ้ายสังเกตมือคนๆนั้นอีกครั้ง ตอนนี้เธอกำลังดึงหน้าแอปเพื่อรีโหลดข้อมูลใหม่เรื่อยๆ เหมือนว่ากำลังรอให้โชคกดรับเพื่อนอยู่
โชคกล้าๆกลัวๆแต่ก็กดรับเพื่อนผู้หญิงคนนั้นไป สักพักก็มีข้อความหนึ่งทักเข้ามาหาโชค
“ こんにちは, あなたは誰ですか ? ” (สวัสดี, เธอคือใคร ?)
โชคที่เปิดอ่านข้อความแต่ก็ไม่ได้เข้าใจความหมาย จึงได้ตอบข้อความหลับไปด้วยภาษาอังกฤษ
“ ขอโทษ แต่ผมไม่เข้าใจที่คุณเขียน ”
“ ขอโทษ ฉันแค่จะถามว่าคุณคือใคร ”
ทั้งสองเริ่มพิมพ์สนทนากันจนเริ่มมั่นใจแล้วว่าทั้งคู่นั้นเป็อาการเดียวกัน ตาซ้ายของทั้งสองคนสามารถมองเห็นในสิ่งที่ตาขวาของแต่ละคนนั้นมองเห็น ถึงแม้นี่มันจะเหลือเชื่อมากๆ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วสำหรับทั้งสองคน
หลังจากที่ทั้งสองคนพูดคุยกันก็ได้รู้จักข้อมูลคราวๆของแต่ละฝ่าย ผู้หญิงที่โชคเห็นนั้นเธอมีชื่อว่ายูกิโกะ เธอเป็คนญี่ปุ่นอายุก็รุ่นเดียวกันโชค
เย็นวันนั้นเองโชคก็สังเกตเห็นว่ายูกิโกะเหมือนกำลังพูดคุยกับคุณหมอ แต่โชคก็ไม่รู้เหรอว่าเข้าคุยอะไรกันเพราะไม่ได้ยิน หรือต่อให้ได้ยินก็คงไม่รู้เื่อยู่ดี
หลังจากที่ยูกิโกะคุยกับคุณหมอเสร็จไม่นานเธอก็ลุกออกจากเตียงไป เธอเดินไปนั่งเก้าอี้ที่คล้ายกับหน้าเคาน์เตอร์จ่ายยา ไม่นานนักก็เหมือนว่าคุณหมอจะเรียกให้เธอไปหาและพูดคุยกับเธอด้วยสีหน้าดูกังวล
หลังจากพูดคุยกันเสร็จยูกิโกะก็เดินออกจากโรงพยาบาลไป นี่เป็เวลาเดียวกันที่ป้าแก้วนำข้าวต้มมาให้
ยูกิโกะที่นั่งอยู่บนรถเมย์ก็เปิดตาซ้ายของตนเองออก ถึงแม้ว่ามันจะมีผ้าปิดตาไว้ก็ตาม แต่ยูกิโกะก็เห็นสิ่งที่อยู่ในตาซ้ายนั้นมองเห็นอยู่ดี
แต่แล้วยูกิโกะก็ต้องปิดตานั้นลงอีกครั้ง ก่อนจะกลืนน้ำลายอึกหนึ่งเพราะเห็นว่าโชคนั้นกำลังกินข้าวอยู่
หลังจากโชคกินข้าวเสร็จก็ลืมตาข้างซ้ายและดูว่ายูกิโกะนั้นจะเดินทางไปที่ไหน
เส้นทางที่ยูกิโกะเดินทางนั้นมีตึกสู่งกับผู้คนมากมาย นั้นก็เพราะว่ายูกิโกะนั้นอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่
เมื่อยูกิโกะถึงบ้านเธอก็เปิดประตูเข้าไป ในห้องครัวนั้นมีผู้ชายกับผู้หญิงคนหนึ่งกำลังกินข้าวอยู่ ทั้งสองคนนั้นหันมามองยูกิโกะแว๊บหนึ่ง แล้วก็หันไปกินข้าวต่อ
ทางยูกิโกะเองก็ก้มหัวให้เล็กน้อย ก่อนจะเดินผ่านไปยังห้องนอนของตัวเอง
โชคที่กำลังมองผ่านสายตาของยูกิโกะก็ไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่าสองคนนั้นจะใช่พ่อแม่ของเธอหรือเปล่า แต่ทำไมดูไม่เหมือนจะเป็ห่วงเป็เป็ใยอะไรยูกิโกะเลย
ห้องนอนเล็กๆของยูกิโกะที่ถูกจัดวางข้าวของไว้อย่างเป็ระเบียบ นั้นแสดงถึงเ้าห้องนั้นมีรับผิดชอบและเป็คนมีระเบียบวินัยอยู่ไม่น้อย
ยูกิโกะวางกระเป๋าเป้ลงบนเตียง ก่อนจะมองไปยังกระจกบานเล็กบนโต๊ะเครื่องแป้ง ใบหน้าขาวเนียนหมดจดที่ไร้ความรู้สึก ใบหน้าที่มีผ้าปิดตาข้างซ้ายที่อยู่บนกระจก สิ่งนั้นกำลังต้องสะกดให้โชคนั้นจ้องมองยูกิโกะอยู่อย่างนั้น