แคว้นซั่วอวิ๋น จวนอัครมหาเสนาบดี
“ชิงเหลียน วิธีเล่นแบบใหม่อะไรของเ้า น่าเบื่อที่สุดนางโง่นั่นสู้อาหวงได้ที่ใด” เสียงไพเราะของสตรีแรกรุ่นดังขึ้น
ที่นี่เป็จวนส่วนหลังของจวนอัครมหาเสนาบดีสตรีแรกรุ่นนางนี้คือกู้ชิงอวี้คุณหนูรองจวนอัครมหาเสนาบดีส่วนข้างๆ นางคือกู้ชิงเหลียนคุณหนูสามจวนอัครมหาเสนาบดีที่อายุน้อยกว่านางสองปี
คุณหนูสองนางนี้ได้รับความโปรดปรานจากอัครมหาเสนาบดีกู้ที่สุดอยู่ในจวนอัครมหาเสนาบดีเอาแต่ใจไม่สนผู้ใดหน้าไหน กลั่นแกล้งบ่าวรับใช้พวกนางเล่นจนเบื่อแล้ว ตอนนี้จึงคิดการละเล่นใหม่ขึ้นมา
พวกนางล้อมรั้วในจวนส่วนหลังบริเวณหนึ่งปล่อยสุนัขหลายตัวให้หิวโหยอยู่ในนั้น รอหิวพอประมาณแล้วค่อยโยนอาหารเข้าไปสัตว์หิวโซมักกลายเป็ดุร้าย เห็นสุนัขพวกนั้นรุมฟัดกันเืตกเพราะกระดูกชิ้นเดียว พวกนางถึงรู้สึกสนุกสมใจ
แต่นานเข้ากลับรู้สึกเบื่ออีกแล้ว
ดังนั้นพวกนางจึงคิดวิธีการใหม่ โยนหญิงสติไม่ดีนั่นเข้าไป
หญิงสติไม่ดีไม่ใช่ผู้ใดอื่น เป็บุตรสาวสายตรงจวนอัครมหาเสนาบดี พี่สาวสายตรงของพวกนางกู้สุ่ยเย่ว์
พวกนางทำกับกู้สุ่ยเย่ว์เหมือนที่ทำกับพวกสุนัขไม่ให้นางกินอะไรสองวัน จากนั้นโยนนางเข้าไปในคอกสุนัขให้แย่งอาหารกับสุนัขดุร้ายพวกนั้น ดูคนกับสุนัขแย่งชิงอาหารนึกแล้วคงรู้สึกน่าสะใจที่ได้กลั่นแกล้งคน
ผู้ใดจะคาด กู้สุ่ยเย่ว์ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของสุนัขพวกนั้นสักนิดดูสิ สุนัขแต่ละตัวกัดบนตัวนางได้ แต่นางกลับไม่มีปัญญาโต้กลับยังไม่ทันแย่งก็นอนนิ่งอยู่ตรงนั้นไม่ขยับไหวติงแล้วน่าเบื่อนัก!
เจ็บ เจ็บเหลือประมาณ
กู้สุ่ยเย่ว์ลืมตายากลำบาก ที่เข้าสู่สายตาเป็ก้นสุนัขตัวหนึ่ง นางก้มหน้าลงอย่างยากเย็น พบว่ารอบตัวตนเต็มไปด้วยสุนัขบนตัวนางถูกกัดเป็รูแผลนับไม่ถ้วน แผลพวกนั้นมีแต่ความเ็ปแสนสาหัส
นางไม่ได้ตายแล้วรึกู้เทียนหลานยื่นมือไปคลำท้องตนตามสัญชาตญาณ พบว่าท้องนูนแบนราบแล้วลูกนาง...ตายแล้ว ส่วนมือนาง ดำ เล็ก ข้างบนยังมีตาปลาไม่ใช่มือเรียวขาวกุมกระบี่คู่นั้นแล้ว
กู้เทียนหลานหลับตา ข่มความคิดฟุ้งซ่าน ความทรงจำที่ไม่ใช่ของนางพรั่งพรูเข้าสู่สมอง
นางตายแล้วมีชีวิตอีกครั้ง ฐานะนางในตอนนี้ไม่ใช่กู้เทียนหลานจวนแม่ทัพวั่งเย่ว์แต่เป็กู้สุ่ยเย่ว์จวนอัครมหาเสนาบดีแคว้นซั่วอวิ๋น
ฮ่า ฮ่า นางหัวเราะเสียงทุ้มต่ำในใจ์เห็นนางใช้ชีวิตที่แล้วโง่งมเกินไปจึงไม่อยากให้นางตายรึตอนนี้นางตายและมีชีวิตใหม่ จะต้องแก้แค้นให้ลูก แก้แค้นให้ตนเองให้ได้!
หลี่เย่จิ่น กู้เทียนชิงนางจะต้องกลืนกินเืเนื้อพวกเขาทั้งเป็ ยังมีกงซุนอี้ นางจะให้เขาตายทั้งเป็
กู้เทียนหลานสงบสติอารมณ์ลงท่ามกลางความเคียดแค้นหาใดเปรียบเห็นชัดว่าสถานการณ์ของนางตอนนี้ย่ำแย่ ความทรงจำที่ไม่ใช่ของตนรุกล้ำสมองไม่หยุด
ชื่อร่างกายนี้มีนามว่ากู้สุ่ยเย่ว์แม้เป็บุตรสาวสายตรงจวนอัครมหาเสนาบดี แต่กลับเป็หญิงสมองพิการตอนอายุน้อยยังมีมารดาคอยคุ้มครอง ภายหลังมารดาสิ้นใจนางจึงตกต่ำกลายเป็ของเล่นของเหล่าคุณหนูในจวนอัครมหาเสนาบดี
เวลาพวกนางอารมณ์ดีก็ตกรางวัลเป็นอาหารหนึ่งคำเวลาพวกนางอารมณ์เสียก็ให้นางกินอาหารกับพวกหมูพวกสุนัข ซึ่งทั้งหมดนี้บิดานางอัครมหาเสนาบดีกู้ก็รับรู้แต่ไม่เคยสนใจเดิมทีการมีลูกสมองพิการเป็นการเสียเกียรติมากพอแล้วหากไม่ใช่ว่าตระกูลมารดานางยังมีคนอยู่ เขาคงโยนนางให้จมบ่อปฏิกูลตายแล้วกู้สุ่ยเย่ว์เติบโตท่ามกลางการเหยียดหยามต่างๆ นานาตอนนี้ยิ่งน่าสงสาร ตระกูลกู้ไม่ให้อะไรนางกิน นางอยากกินก็ต้องแย่งสุนัขแลกชีวิตแย่งชิง ทว่าเด็กสาวอ่อนแออย่างนางจะสู้สุนัขดุร้ายได้ที่ใดกัน
สุนัขพวกนั้นกัดจนนางขยับตัวไม่ได้เห็นนางไม่แย่งอาหารถึงปล่อยนาง ตะครุบไปหากระดูกพวกนั้นแล้วเล็มแทะ
คุณหนูตระกูลกู้ทั้งสองแยกย้ายจากไป ส่วนกู้สุ่ยเย่ว์ถูกโยนไว้ในคอกสุนัข ให้อยู่กับสุนัขดุร้ายพวกนี้“เอ๋ ตรงนี้มีสุนัขตัวผู้หลายตัวติดสัดแล้วโยนสตรีวัยแรกแย้มไว้ข้างใน มันไม่...”
ด้านนอกแว่วเสียงหัวเราะหยาบช้าก่อนเงียบหายไป
สุนัขตัวผู้ติดสัด...พวกเขาถึงกับ...คนจวนตระกูลกู้แห่งนี้เห็นนางเป็สุนัขตัวหนึ่งไม่ได้มีความคิดจะเอานางออกไปจากคอกสุนัข
กู้เทียนหลานพลันเข้าใจว่าสถานการณ์ของกู้สุ่ยเย่ว์ในจวนอัครมหาเสนาบดีนั้นเลวร้ายเพียงใด
กู้เทียนหลานขดร่างกายตนเป็ก้อนกลมๆพยายามขดเข้ามุมสุดกำลัง ไม่ให้สุนัขพวกนั้นสังเกตเห็นตนตอนนี้ร่างกายนางไร้เรี่ยวแรง ยิ่งแยกไม่ชัดว่าหิวหรือเจ็บ
“เหตุใดวันนี้พวกคุณหนูถึงไม่เคี่ยวกรำนางพิการนี่กัน”
“เ้าไม่รู้รึ วันนี้เป็วันที่อวิ๋นอ๋องคว้าชัยกลับมาฝ่าาไม่ได้บอกว่าจะทดสอบอวิ๋นอ๋องรึ อวิ๋นอ๋องเก่งการศึกใช้ทหารหนึ่งหมื่นเอาชนะกองทัพหนึ่งแสนไม่ใช่บอกว่ากู้เทียนหลานแคว้นวั่งเย่ว์นั่นเก่งนักหนาหรือ ใช้ทหารดุจเทพเซียนตอนนี้ได้ยินแล้วน่าขันนัก กู้เทียนหลานตายแล้ว ทหารหนึ่งแสนยังย่อยยับตาม”
“อวิ๋นอ๋องร้ายกาจขนาดนี้เลยรึ”
“แน่นอนอยู่แล้ว อวิ๋นอ๋องเป็นเทพสงครามแคว้นซั่วอวิ๋นเราเจ้าไม่ได้ยินรึ อวิ๋นอ๋องกลับมา พวกชาวบ้านคอยต้อนรับเต็มถนนฝ่าบาทยังไปรับที่ประตูเมืองด้วยองค์เองคุณหนูสูงศักดิ์นับไม่ถ้วนพากันจับจองห้องบนหอสุราสองฟากฝั่งต่างอยากชื่นชมบารมีอวิ๋นอ๋อง คุณหนูบ้านพวกเราแย่งตำแหน่งหอสุราที่ดีที่สุดไว้ก่อนแล้ว”ผ่านไปนานกู้เทียนหลานได้ยินเสียงสาวใช้ชราสองนางดังขึ้นข้างหูนาง
อวิ๋นอ๋อง กงซุนอี้ ฮ่า ฮ่า พวกเขาไม่รู้นี่เป็เพียงอุบายอุบายหนึ่งเกียรติยศในวันนี้ของกงซุนอี้ใช้ชีวิตนางและทหารหนึ่งแสนแลกมา
หนึ่งวันหนึ่งคืน ฟ้าเริ่มมืด สุนัขพวกนั้นหิวอีกแล้ว ไม่มีอาหาร พวกมันเริ่มเคลื่อนไหว สายตาร่วงตกลงบนตัวกู้เทียนหลาน กู้เทียนหลานสัมผัสได้ถึงอันตราย นางฝืนลืมตา ในที่สุดตอนนี้นางเริ่มมีแรงขึ้นมาแล้ว หยัดกายขึ้นจากพื้นอย่างยากลำบากกะเผลกขาไปยังริมคอกสุนัข เปลืองแรงอยู่มากกว่าจะปีนออกจากคอกสุนัขได้ นางเกือบคลานกลับที่พักตนเอง ตามจริงแล้วที่พักกู้สุ่ยเย่ว์ไม่ได้ดีกว่าคอกสุนัขนั่นเท่าไร เป็นเรือนมุงสานหนึ่งคูหากลิ่นสะอิดสะเอียนต่างๆ คลุ้งโชย นางกลับไปในเรือนมุงสาน ปิดประตู นอนลงบนเตียงปูพื้นดุจน้ำแข็งหนาวเหน็บนั่น นางหยิบของดำเมี่ยมสองชิ้นจากใต้หมอน ใส่ปากเคี้ยวช้าๆหลับตาลงนอนหลับไป นอนครั้งนี้ตอนตื่นอีกทีก็เป็นยามค่ำ กู้เทียนหลานลงจากเตียงได้ในที่สุดนางมองเรือนมุงฟางโล่งว่าง จากนั้นรื้อดูรอบๆทว่าหาของที่กินได้ไม่เจอ นางทำได้เพียงไปตักน้ำเย็นข้างนอก กรอกปากรวดเดียว
“อ๊ะ คุณหนู ตื่นแล้วรึ” สตรีนางหนึ่งคล้องตะกร้าเดินมา
กู้เทียนหลานนึกฐานะนางได้จากความทรงจำกู้สุ่ยเย่ว์สตรีนางนี้เป็แม่ครัวจวนส่วนหลังนามว่าหวังชุนเหนียง
หวังชุนเหนียงเดินเข้ามา ถีบนางขาหนึ่ง“ในเมื่อตื่นแล้วก็อย่าอู้ ตามข้ามาทำงาน”
ในใจกู้เทียนหลานปรากฏความชิงชังและความหวาดกลัวสายหนึ่ง นางรู้ว่านี่เป็นความรู้สึกของเจ้าของร่างเดิมหวังชุนเหนียงบีบคั้นให้นางทำงาน ใช้นางเหมือนทาสหากนางไม่ทำหวังชุนเหนียงก็จะทุบตีนาง หวังชุนเหนียงเป็นสตรีหยาบช้า คนตัวสูงใหญ่ตีแล้วเจ็บยิ่ง ทุกครั้งหลังถูกตี กู้สุ่ยเย่ว์ต้องนอนซมบนเตียงอยู่นาน กู้เทียนหลานไม่ขยับ หวังชุนเหนียงจึงลากนางไปที่ห้องครัวร่างกายกู้สุ่ยเย่ว์อ่อนแอ ถูกลากฉุดแล้วไม่มีทางขัดขืนไหว หวังชุนเหนียงลากนางตรงไปหน้าเตาไฟ ตนเองนางนั่งข้างๆหยิบมันเทศหัวหนึ่งขึ้นมากิน “นางพิการ รีบทำงานให้ข้า คุณหนูรองอยากซดน้ำแกงกระดูกหมู หากเจ้าตุ๋นไม่ดีข้าจะถลกหนังเจ้า” หวังชุนเหนียงอยู่ห้องครัว อยากเอาใจเจ้านาย น่าเสียดายที่ฝีมือครัวนางหยาบโลนเหมือนตัวนางกระทั่งนางพบคุณหนูสายตรงจวนอัครมหาเสนาบดีที่มีฐานะต่ำต้อยยิ่งกว่าบ่าวรับใช้กู้สุ่ยเย่ว์สติไม่สมประกอบ แต่ทำงานพวกนี้เป็ แถมยังทำได้ไม่เลวไม่นานหวังชุนเหนียงก็โยนงานที่ตนเองได้รับทั้งหมดให้กู้สุ่ยเย่ว์ทำส่วนตนเองรับผลงาน หวังชุนเหนียงได้หน้าแต่เงินรางวัลที่ได้แม้แต่หมั่นโถวหนึ่งลูกก็ยังไม่ให้กู้สุ่ยเย่ว์
เหตุใดต้องสนใจนางโง่นี่ด้วย ไม่แน่ว่ายิ่งนางรังแกแรงพวกนายท่านจะยิ่งชมชอบหวังชุนเหนียงถือว่าการให้กู้สุ่ยเย่ว์ทำงานเป็เื่สมควรแล้วเรียกใช้เ้านายได้ เวลากลับไปคุยกับพวกเพื่อนบ้าน ยังเชิดหน้าชูตาได้อีก
กู้เทียนหลานเริ่มจุดไฟ หวังชุนเหนียงเห็นนางเชื่อฟัง จึงเอ่ยขึ้น “อีกหนึ่งชั่วยามข้าจะกลับมาเอาน้ำแกง หากตุ๋นได้ไม่ดีข้าจะตีเจ้าให้ตาย”ในห้องครัวเหลือเพียงแค่กู้เทียนหลานคนเดียว
ก่อนอายุสิบเจ็ด ที่กู้เทียนหลานถือเป็นเพียงดาบกระบี่ไม่เคยเข้าครัวสักครั้ง ภายหลังได้เป็นฮองเฮา สุขภาพร่างกายของหลี่เย่จิ่นไม่ดีเพื่อบำรุงร่างกายให้เขา กู้เทียนหลานเรียนตุ๋นน้ำแกงกับหมอหลวงโดยเฉพาะภายหลังน้ำแกงที่นางตุ๋นกลายเป็นอาหารขึ้นชื่อในวังหลวงทว่ามีเพียงฮ่องเต้เท่านั้นที่ได้เสพสุขคิดถึงตรงนี้ กู้เทียนหลานอดขบกรามตนเองไม่ได้ขบจนฟันส่งเสียงดังกรอดๆ การกระทำโง่งมเ่าั้ของนาง ตอนนี้นึกแล้วช่างน่าขันนัก
เคี่ยวน้ำแกงหรือ นางจะเคี่ยวให้ดี ในแววตากู้เทียนหลานฉายรอยยิ้มอันตรายหวังชุนเหนียงแกล้งกู้สุ่ยเย่ว์ตามใจได้แต่ตอนนี้ที่อยู่ในร่างกายนี้เป็นางกู้เทียนหลาน ั้แ่เล็กจนโตนางกู้เทียนหลานไม่เคยถูกรังแกเช่นนี้มาก่อน
นางสู้ชนะหวังชุนเหนียงไม่ได้ แต่นางมีวิธีจัดการอีกฝ่ายแค่สตรีชั่วช้านางหนึ่งเท่านั้น
กู้เทียนหลานล้างกระดูกจนสะอาดหลังต้มในน้ำแล้วกำจัดไขมันออก ล้างให้สะอาดอีกครั้ง ใส่เครื่องเทศดับคาวหลังน้ำเดือดแล้วใส่กระดูกหมูลงไป ที่นางใช้ตอนนี้เป็นฝีมือครัวของฮองเฮาวั่งเย่ว์ หลังทำทั้งหมดเสร็จ นางยืนขึ้นมุ่งไปยังเรือนมุงฟางหลังเล็กของตน นางสาดสายตาไปในตะกร้าที่มุมเรือนในตะกร้ามีสมุนไพรแห้งจำนวนมาก ของเหล่านี้เป็นของที่กู้ชิงอวี้ กู้ชิงเหลียนใช้แกล้งนาง สมุนไพรในนี้ บางส่วนทำให้คนท้องเสีย บางส่วนทำให้คนตัวคันพวกนางให้นางกินตอนหิว พอกู้สุ่ยเย่ว์กินแล้ว ผลลัพธ์ก็ไม่ได้ดีเท่าไร กู้เทียนหลานคว้ากำหนึ่งใส่แขนเสื้อ จากนั้นกลับไปที่ห้องครัวนางโยนสมุนไพรกำเล็กๆ ลงไป กลิ่นกระดูกหมูเข้มข้นมากกลบกลิ่นสมุนไพรพวกนี้จนหมด รอเคี่ยวได้พอประมาณแล้วนางค่อยตักสมุนไพรพวกนั้นออกมา
หลังจากนั้นหนึ่งชั่วยาม หวังชุนเหนียงเดินด่าว่าคนเข้ามา “นางพิการ เคี่ยวแกงเสร็จรึยัง คุณหนูรองรออยู่นะ”หวังชุนเหนียงผลักประตูเข้ามาก็เห็นน้ำแกงหม้อหนึ่งตั้งอยู่บนเตาไฟกลิ่นหอมคละคลุ้งเตะจมูก หวังชุนเหนียงไม่ด่าว่าอีก ลอบกลืนน้ำลายอึกหนึ่งเอาน้ำแกงไปส่งให้คุณหนูรองโน่นแล้ว
กู้เทียนหลานยืนอยู่ในมุมมืดของห้องครัวเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม รอยยิ้มเช่นนี้ไม่มีปรากฏบนตัวหญิงสมองพิการนางหนึ่งได้และทั้งหมดนี้หวังชุนเหนียงคงไม่มีโอกาสได้เห็น