ข้าคือจักรพรรดิและข้าก็จะเป็นมันตลอดไป

    หอการค้าจันทรา 2

    ร่างกายของหลี่จวิ้นระเบิดออกมาพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนอันรุนแรง รวมถึงร่างกายของหญิงสาวอีกสองคนก็ระเบิดออกมาเช่นกัน สะเก็ดเลือดกระเด็นออกไปทั่วบริเวณ ส่งผลให้ทุกคนต้องกระเด็นถอยไปแต่มันไม่ได้มาจากแรงระเบิดแต่มันมาจากพิษที่ปล่อยออกมาจากร่างกายของพวกเขา ซิ่วหนิงพยายามจะฝ่าฟันพิษเหล่านั้นเพื่อเข้าไปช่วยลูกชายของนาง แต่เมื่อมองไปที่เศษซากและเลือดที่กระจายอยู่บนพื้น หัวใจของนางก็แหลกสลายไปในทันที

    เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดหลุดออกจากปากของซิ่วหนิง “ไม่…จวิ้นเอ๋อ!”

    หลิงเสอและไป๋กู่หวังเองก็มีสีหน้าตกตะลึง พวกเขามองสภาพที่เกิดขึ้นด้วยความประหลาดใจปนระมัดระวัง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้เกินความคาดหมายของพวกเขาไปบางส่วน

    ซิ่วหนิงลุกขึ้นมา ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความแค้น ทว่าในใจของนางกลับเต็มไปด้วยความสับสนและปวดร้าว นางจ้องไปที่หลิงเสอและไป๋กู่หวังด้วยดวงตาที่เปล่งประกายไปด้วยความอาฆาต "พวกเจ้าจะต้องชดใช้…"

    หลิงเสอยกมือปัดฝุ่นจากเสื้อผ้าด้วยท่าทีที่เยือกเย็น "ข้าเพียงทำตามหน้าที่เท่านั้น หากเจ้าต้องการการแก้แค้น ข้าว่าเจ้ายังคงไม่มีความสามารถอยู่ดีเป็นถึงจักรพรรดินักบุญแต่ไม่สามารถฆ่ากษัตริย์นักบุญได้ มันน่าอายจริงๆ"

    ไป๋กู่หวังหัวเราะเบา ๆ ขณะที่ร่างของเขาเริ่มเปล่งแสงสีเขียว "ข้าล่ะอยากเห็นจริงๆ …ว่าเจ้าจะเอาชีวิตของข้าไปได้อย่างไร"

    ในขณะที่การถกเถียงอันดุเดือดระหว่างหลิงเสอ ไป๋กู่หวัง และซิ่วหนิงยังคงดำเนินต่อไป บรรยากาศในที่นั้นก็เริ่มแปรเปลี่ยน เมื่อจู่ ๆ พวกเขาทั้งหมด รวมถึงผู้นำหอการค้าจันทราที่เหลือรอดและชาวเมืองที่อยู่ใกล้เคียงต่างพากันพ่นเลือดออกมาโดยไม่รู้สาเหตุ ทันใดนั้นเอง พลังการบ่มเพาะของทุกคนก็เริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว

    ซิ่วหนิงสังเกตเห็นว่าการบ่มเพาะของนางร่วงลงสู่ระดับกษัตริย์นักบุญ ระดับที่ 9 ในทันที ความตกตะลึงปนความโกรธสะท้อนในดวงตาของนาง น้ำตาของนางเอ่อล้นออกมาพร้อมเสียงที่สั่นเครือ

    “พิษงั้นหรือ? ไอ้พวกสภาเทพขยะ! พวกเจ้ากล้าวางยาพิษในร่างของลูกชายข้างั้นรึ? ช่างเป็นแผนการที่แยบยลและน่ารังเกียจยิ่งนัก...ข้าหลงกลพวกเจ้าเข้าแล้วจริง ๆ”

    ไป๋กู่หวังที่เริ่มรู้สึกว่าพลังของตัวเองหายไปเช่นกันก็หันไปตอบด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น “เจ้าลองก้มมองดูที่พื้นดูสิ เผื่อจะมีสมองของเจ้าตกอยู่กับพื้นในตอนนี้ เพื่อว่าถ้าเจ้าเก็บมาใส่ได้ทันเวลามันอาจจะทำให้เจ้าฉลาดขึ้นสักหน่อยถึงจะไม่มากแต่ก็น่าจะดูออกว่าข้าเองก็โดนพิษเหมือนกัน! โง่!!”

    ซิ่วหนิงกัดฟันพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราด “ข้าคิดไว้แล้วว่าพวกเจ้ามันเชื่อใจไม่ได้เลย ไอ้พวกงูพิษ ไอ้พวกหนูสกปรกที่วันๆ เอาแต่แอบอยู่ใต้ดิน พวกเจ้าคงวางแผนจะเล่นงานหอการค้าจันทราของข้ามาตั้งแต่แรกสินะ!”

    ไป๋กู่หวังพูดแทรกขึ้นมา “เจ้าโง่รึไง?! เจ้าคิดว่าข้าจะใช้พิษให้โดนตัวเองด้วยทำไมกันละ ถ้าเป็นไอ้งูขาวนั้นมันโง่อยู่แล้วและโอกาสที่มันจะใช้พิษโดนตัวเองไปด้วยมันจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เอ๊ะ…. อืม…. เจ้าใช่ไหมหลิงเสอ!! เจ้าตั้งใจจะฆ่าข้าเพื่อแย่งชิงผลงานทั้งหมดของข้าไปสินะ ข้า... ข้า... ข้า… คิดว่าเจ้าเป็นเพื่อนมาตลอดแท้ๆ”

    หลิงเสอถอนหายใจเบา ๆ ขณะเหลือบมองไปที่ไป๋กู่หวังด้วยท่าทีเยาะเย้ย “เจ้าไปว่าคนอื่นว่าโง่อย่างนู้นอย่างนี้ แต่เจ้าเองก็ดูจะไม่ได้ฉลาดไปกว่าซิ่วหนิงมากนักนะว่าไหม แต่ข้าสาบานได้เลยว่า หากข้ารอดกลับไปได้ ข้าจะเอากระดูกของเจ้าไปให้หมาเคี้ยวเล่นเอง”

    ไป๋กู่หวังยิ้มเยาะเสียงแผ่ว “ก็นั้นไง ข้าคิดไว้แล้ว เจ้าคงอยากจะเปลี่ยนคู่หูสินะ แต่มันถึงกลับต้องใช้วิธีการแบบนี้เลยหรือไงกัน”

    ซิ่วหนิงมองทั้งคู่ด้วยความขยะแขยง นางสบถอย่างรุนแรง “เจ้าทั้งสองช่างโง่เขลายิ่งนักที่ใช้พิษแล้วยังกลับมาทำร้ายตัวเองด้วยเนี่ยนะ?”

    หลิงเสอหัวเราะ “พูดมาก ข้าเริ่มไม่แปลกใจเลยว่าทำไมลูกชายของเจ้าถึงได้โง่ขนาดนั้น กรรมพันธุ์ความโง่มันต้องถูกส่งต่อมาจากเจ้าแน่ ๆ!”

    ซิ่วหนิงตัวสั่นด้วยความโกรธ จ้องมองหลิงเสอด้วยสายตาที่อาฆาต “สองคำก็โง่ สามคำก็โง่ เจ้าไม่มีปัญญาคิดคำด่าที่ดีกว่านี้หรือ…”

    แต่ก่อนที่นางจะพูดจบ เสียงลมแหวกอากาศพัดผ่านหูไปอย่างรวดเร็ว และทันใดนั้น หัวของซิ่วหนิงก็หลุดออกจากร่างของนางทันที ร่างไร้ศีรษะของนางล้มลงสู่พื้น เลือดกระเซ็นเปื้อนพื้นดินโดยรอบ ท่ามกลางแรงระเบิดและเศษซากของเมืองที่พังพินาศ หลิงเสอและไป๋กู่หวังต่างสะดุ้งเมื่อมองไปยังภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้า รวมถึงผู้นำหอการค้าจันทราคนอื่นๆ ที่ยังรอดอยู่ก็ตกใจเช่นกัน

    หลิงเสอตั้งสติและอ้าปากออกอย่างกะทันหัน ร่างของงูขาวขนาดใหญ่ยักษ์ก็พุ่งออกมาจากปากเขาอย่างรวดเร็ว งูขาว ตัวนั้นกลืนร่างของไป๋กู่หวังเข้าไปทันทีและพุ่งทะยานออกจากเมืองอย่างรวดเร็ว หวังที่จะหลบหนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้ ทว่า ไม่ทันที่หลิงเสอจะหนีไปได้ไกลนัก ลูกบอลเพลิงขนาดใหญ่ยักษ์ได้พุ่งตรงลงมาจากฟากฟ้าด้วยความรวดเร็วและแรงกดดันอันมหาศาลของมันแผ่ไปทั่วบริเวณ

    ตูมมมมม!!!

    เสียงระเบิดสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเมือง เปลวเพลิงลุกโชนแผ่กระจายกินพื้นที่ไปทั่วเมือง เหลือเพียงเถ้าถ่านที่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ ครึ่งหนึ่งของเมืองได้ถูกทำลายไปจนไม่เหลือร่องรอยอาคารใด ๆ ส่วนหลิงเสอ แม้รอดพ้นจากความตาย แต่เขาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส ร่างกายของเขามีรอยไหม้จากพลังเพลิงที่พุ่งเข้าโจมตี ทำให้เขาหายใจรวยริน แต่ถึงอย่างนั้น แววตาของเขายังคงแฝงไปด้วยความตื่นเต้นและความสนุก

    หลิงเสอพยายามรวบรวมพลังที่เหลืออยู่ เขาหลับตาเพ่งสมาธิ ก่อนที่ร่างของงูขาวขนาดใหญ่ยักษ์นั้นจะแตกออกเป็นงูตัวเล็กนับแสนตัว งูเหล่านั้นต่างแยกย้ายกันไปคนละทิศทาง กระจายตัวหลบหนีในทุกมุมอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกัน หอกเพลิงจำนวนมหาศาลได้พุ่งลงมาจากท้องฟ้าในพริบตา เปลวเพลิงแผ่กระจายไปทั่วปกคลุมฟ้าอย่างไม่หยุดยั้ง หอกเพลิงนั้นร่วงหล่นดุจสายฝนที่โปรยปราย พุ่งทะลวงร่างงูขาวทุกตัวที่กระจายไปคนละทิศคนละทาง และมันได้กวาดล้างงูขาวเล็กๆ เหล่านั้นจนไม่มีเหลือแม้แต่ตัวเดียว

    บนท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ หลี่หวงลอยอยู่เหนือเมฆขณะตรวจสอบรายการแจ้งเตือนของระบบอย่างละเอียด แต่กลับไม่พบชื่อของหลิงเสอหรือแม้แต่ไป๋กู่หวังด้วยซ้ำ ทำให้หลี่หวงคิดว่าพวกมันสองคนน่าจะหนีไปได้อีกแล้ว

    ทันใดนั้น ฉิงอิ๋งปรากฏตัวขึ้นจากหมู่เมฆ นางก้มศีรษะลงและคำนับ ก่อนจะรายงานข่าวให้หลี่หวงด้วยความเคารพ

    “ฝ่าบาท ตอนนี้หน่วยลับเงาทมิฬได้เข้าไปควบคุมหอการค้าจันทราได้มากกว่าครึ่งหนึ่ง และอีกหนึ่งวันจะสามารถควบคุมสาขาที่เหลือทั้งหมดของหอการค้าจันทราได้อย่างสมบูรณ์เจ้าค่ะ”

    หลี่หวงพยักหน้าเล็กน้อยขณะครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “เจ้านำหน่วยลับเงาทมิฬไปเก็บสมบัติและของมีค่าทั้งหมดในเมืองให้หมด ภายในเวลา 5 นาที”

    ฉิงอิ๋งรับคำสั่งอย่างนอบน้อม ก่อนจะพุ่งตรงลงไปยังเมืองเบื้องล่างเพื่อดำเนินการทันที ขณะนั้น หลี่หวงเองก็ใช้พลังของดวงตาเพ่งมองตรวจสอบว่าในเมืองยังมีบุคคลที่มีร่างกายพิเศษที่น่าสนใจหลงเหลืออยู่หรือไม่ แต่ถึงจะสำรวจรอบเมืองอย่างละเอียด ก็ไม่พบผู้ใดที่โดดเด่นหรือน่าจะเป็นประโยชน์กับเขาเลย

    เวลาผ่านไปห้านาที ฉิงอิ๋งกลับมาพร้อมกับทรัพยากรและสมบัติมากมายที่รวบรวมมาได้อย่างเต็มมือ หลี่หวงมองดูสิ่งที่ถูกนำขึ้นมาก่อนจะรวบรวมพลังวิญญาณขึ้นอีกครั้ง ทันใดนั้น ลูกบอลเพลิงขนาดใหญ่ยักษ์ปรากฏขึ้นกลางอากาศ เปลวเพลิงลุกโชนร้อนแรงจนพื้นดินเบื้องล่างสั่นสะเทือน และหลี่หวงก็ค่อยๆ ปล่อยลูกบอลเพลิงนั้นลงไปยังเมืองข้างล่างทันที

    “ตูมมม!!!”

    เสียงระเบิดกึกก้องสะเทือนไปทั่วทั้งเมือง อาคารบ้านเรือนและทุกสิ่งที่ขวางทางถูกเปลวเพลิงกลืนกินไปในพริบตา ซากปรักหักพังและเถ้าถ่านปลิวลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าดุจหมอกควัน หลี่หวงยืนมองไปข้างล่างด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์ใดๆ ก่อนจะพูดขึ้น

    “ฉิงอิ๋งเจ้าจงนำหน่วยลับเงาทมิฬไปตรวจสอบบริเวณรอบๆ ในรัศมีรอบเมือง 1 แสนกิโลเมตร ข้าไม่ต้องการให้มีสิ่งมีชีวิตใดๆ แม้แต่ตัวเดียวที่เหลือรอดอยู่”

    ฉิงอิ๋งรับคำสั่งอย่างนอบน้อม ก่อนจะนำหน่วยลับเงาทมิฬไปสำรวจบริเวณรอบทันที พวกเขาฆ่าทุกอย่างที่สามารถเคลื่อนไหวได้โดนไม่สนว่ามันจะเป็น มนุษย์หรือสัตว์วิญญาณใดๆ ขณะนั้นเองในใจของหลี่หวงก็มีเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้น

    [ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ท่านสังหารผู้คนไปมากมาย ได้รับแต้มสังหาร 45,451,111,000]

    [แต้มสังหารทั้งหมด: 46,292,346,810 แต้ม]

    คล้ายกับเรื่องข้าคือจักรพรรดิและข้าก็จะเป็นมันตลอดไป ที่คุณอ่าน