ตอนที่9 แม่ทัพเหลียง
ถ้ำแห่งหนึ่งระหว่างทางไปเมืองลู่เป่ยถ้ำนี้เป็ถ้ำเล็กๆฝังเขาไปในเชิงเขา อากาศรอบถ้ำนั้นหนาวเย็นสุดขั้วทั้งๆที่ไม่ใช่หน้าหนาว หน้าถ้ำเต็มไปด้วยไอเย็นะเืแผ่กระจายออกมาจากถ้ำ ตัวถ้ำบางส่วนจับด้วยน้ำแข็งผู้ฝึกยุทธ์ธรรมดาไม่อาจเข้าใกล้ได้เลย
ที่นอกถ้ำห่างออกไปไกลจนทำให้แน่ใจว่าไม่เป็อันตราย มีเด็กน้อยสองคนนั่งอยู่ข้างกองไฟเพื่อให้ความอบอุ่น เด็กชายย่างไก่ป่าเสร็จก็ฉีกแบ่งเป็สองส่วนส่งไม้นึงไปให้เด็กหญิง
“ท่านน้าซู เข้าไปในถ้ำนานแล้วเมื่อไหร่จะออกมากันนะ?”
“พักนี้ท่านแม่เป็อย่างนี้บ่อยๆพอเป็ก็จะแยกตัวออกไป ให้เสี่ยวไป๋อยู่ห่างๆ ประหลาดยิ่ง”เด็กสาวพูดพรางกินไก่ด้วยท่าทางเอร็ดอร่อยเนื่องเพราะเกิดเื่ขึ้นในเมืองทำให้นางอดได้ลิ้มลองอาหารเลิศรสในหออิ่มวดี แต่อย่างน้อยได้กินไก่ย่างฝีมือเกอเกอของนางก็ดีไปอีกแบบ
“ท่านน้าซูได้บอกหรือไม่ว่าเพราะอะไร?”
“แม่ไม่ได้บอกแต่เสี่ยวไป๋ว่าแม่อาจจะไม่สบาย? วันนั้นที่ได้เจอกับเกอเกอแม่ก็พาเสี่ยวไป๋ไปฝากไว้ที่หมู่บ้าน บอกว่าจะรีบกลับมา”
เด็กชายหยุดนิ่งครุ่นคิดคงต้องรอให้ท่านน้าซูออกมาค่อยถามนางหลังจากที่กินไก่เสร็จทั้งคู่ก็คุยกันเล่นสัพเพเหระต่างๆเสี่ยวไป๋นั้นั้แ่จำความได้ก็อยู่แต่กับแม่ นางไม่เคยเจอพ่อมาก่อนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชื่ออะไร เป็ใครมาจากไหน
บางทีนางก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการมีบิดารู้สึกเป็เยี่ยงไร หรือการมีพี่ชายรู้สึกเป็เยี่ยงไรนั่นอาจจะเป็สาเหตุอย่างนึงที่ทำให้เสี่ยวไป๋ชอบที่จะสนิทกับหวู่เฉินมากคงเพราะนางอาจจะเหงามากกระมัง?
ทันใดนั้นเกิดเสียงม้าดังขึ้นไม่ไกลหวู่เฉินตื่นตัวเพ่งมองไป เห็นทหารเมืองจิ้นหยงควบขี่ตรงมา ตามปกติควรไม่มีอันใด แต่ภาพเหตุการน์เมื่อเช้าที่เมืองจิ้นหยงลอยชัดขึ้นมา ทำให้เด็กชายรู้สึกไม่ไว้วางใจเด็กชายเลื่อนตัวไปหยิบท่อนไม้มาอยู่ใกล้ๆมือเผื่อเอาไว้
ทหารกว่าสิบนายขี่ม้ามาล้อมพวกมันไว้เสี่ยวไป๋ดูตัวเก็งเล็กน้อย มือบอบบางเลื่อนมาจับชายเสื้อเกอเกอนางไว้
ทหารคนหัวหน้าแต่งกายด้วยชุดเกราะหนักเต็มยศดูท่าทางน่าจะอายุ40ปีขึ้นไป ที่ข้างกายสพายไว้ด้วยดาบใหญ่มันจ้องมาที่เด็กทั้งสองเหมือนจ้องมดปลวก พูดจาด้วยน้ำเสียงวางอำนาจ“ผู้หญิงนั้นอยู่ที่ไหน?”
หวู่เฉินได้ยินแล้วก็รู้ได้ทันทีว่าผู้มาเยือนไม่มีทางมาดีแน่ คงจะมาเพราะเื่บุตรชายเ้าเมืองมันยิ้มด้วยท่าทางใสซื่อ
“ผู้หญิง? ท่านหมายถึงใคร?”
“อย่ามาแกล้งโง่ก็นังผู้หญิงที่กล้าทำร้ายลูกชายท่านเ้าเมืองยังไง ถ้าไม่บอกมาดีดี อย่าหาว่าข้าเหลียงชุ่น รังแกเด็ก!” มันพูดพร้อมทำตาดุร้ายหมายข่มขู่เด็กทั้งสองให้กลัว
หวู่เฉินพยายามเงี่ยหูฟังไปทางถ้ำที่อยู่ไม่ใกลมากเพื่อรอดูความเคลื่อนไหวในถ้ำ แต่ต้องผิดหวังเพราะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ
“ถ้าหมายถึงท่านน้าท่านน้าเดินทางไปหุบเขาหมอก ยังไม่กลับมา” เด็กน้อยโกหกด้วยหน้าใสซื่อ
“หา!แล้วนางทิ้งเด็กกโปโลอย่างพวกเ้า ไว้แถวนี้เพียงลำพัง?” แม่ทัพไม่ค่อยเชื่อซักเท่าไหร่
“ข้าก็ไม่รู้แต่ว่าข้าเห็นนางท่าทางรีบร้อนมาก นางว่าที่นั้นอันตราย ให้พวกเรานั่งรอที่นี้”
“แล้วนางไปทำอะไรที่นั้น?”
“ข้าก็ไม่รู้ แม่ทัพท่านนี้ทำไมไม่พากันไปถามนางเองล่ะ นางพึ่งไปไม่กี่ชั่วยาม บางทีพวกท่านอาจจะยังตามนางทัน”
ทหารฟังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง“ก็ได้งั้นพวกเ้ามากับข้า” มันพูดพรางสั่งให้ลูกน้องไปจับตัวเด็กทั้งสองมาทหารนายนึงเดินไปจับแขนเสี่ยวไป๋ แต่เสี่ยวไป๋ขืนตัวแน่นไม่ยอมไป “ปล่อยข้าเ้าคนชั่ว ปล่อยข้า”
“นังเด็กนี้อยู่นิ่งๆเดี๋ยวได้เจอดี” หวู่เฉินเห็นดังนั้นก็คว้าไม้ที่ซ่อนไว้ข้างหลังฟาดไปที่มือทหารนายนั้นจนมันร้องลั่นปล่อยมือจากเด็กหญิงหวู่เฉินคว้ามือน้องสาวพลิกร่างขึ้นเสี่ยวเฮยหนีไปทางถ้ำ
พวกทหารโกรธแค้น “ตามพวกมันไป!”เด็กน้อยทั้งสองหนีไปได้ซักระยะ จนมาถึงหน้าถ้ำที่ซูรั่วซานเก็บตัวอยู่ ทหารสิบกว่าคนตามมาทันล้อมทางหนีไว้อย่างรวดเร็ว
“เด็กพวกนี้วอนหาเื่ซะแล้วสงสัยข้าต้องแสดงความน่าเกรงขามของทหารหาญเมืองจิ้นหยง ให้พวกมันได้รู้ซึ้ง”
“ใช่ไอ้เ้าเด็กผู้ชายนี่มันฟาดแขนข้า ข้าจะหักแขนมัน”
พวกมันล้อมเด็กทั้งสองไว้ก่อนเคลื่อนเข้ามาใกล้ทันใดนั้นมันก็ััได้ถึงบางอย่างที่ไม่ปกติ
“ทำไมแถวนี้มันถึงได้หนาวเย็นถึงเพียงนี้ นี่ก็ไม่ใช้ฤดูหนาวนะ”
“มันมาจากถ้ำถ้ำนี้มันมีอะไรกันแน่” พวกมันทำท่าทีระมัดระวัง
หวู่เฉินสังเกตเข้าไปในถ้ำแต่ก็ยังไม่มีวี่แววการเคลื่อนไหวของซูรั่วซาน “ถ้ำนี้มีปีศาจหมีน้ำแข็งอยู่มันดุร้ายมาก ถ้าพวกเ้าเข้ามาใกล้กว่านี้ อย่าหาว่าข้าไม่เตือน!”
“หมีน้ำแข็ง? หมีน้ำแข็งอันใด ข้าไม่เคยได้ยินว่าแถวนี้มีมันมาก่อน”
“เ้าคิดว่าเ้าเป็ใครเ้าจะรู้ทุกเื่? ข้าขอบอกไว้ก่อนหมีน้ำแข็งนี้ร้ายกาจมาก อย่างพวกเ้า ไม่ใช่คู่มือมันแน่!” หวู่เฉินน้อยข่มขู่พวกมัน
“ไม่ใช่คู่มือ? เ้าว่าข้าเหลียงชุ่นผู้นี้ ไม่มีทางเป็คู่มือหมีอะไรนั้นงั้นเรอะ!”แม่ทัพเหลียงโกรธเกี้ยวั้แ่มันเกิดมา ไม่เคยมีใครกล้าสบประมาทมันถึงเพียงนี้ทุกการต่อสู้ทุกการศึกมันล้วนได้ชัย ไต่เต้าจนเป็แม่ทัพใหญ่ของเมืองจิ้นหยงมันผู้มีขอบเขตเป็ถึงระดับก่อกำเนิดขนาดเ้าเมืองจิ้นหยงยังต้องไว้หน้ามันอยู่หลายส่วน
มันพูดพรางปล่อยรังสีปรานออกมาเป็คลื่นพลังสีขาวเห็นได้ด้วยตาเปล่าหินศิลารอบด้านนั้นลอยขึ้นมาในอากาศ แสดงปรากฏการเหนือธรรมชาติแสดงให้เห็นว่าฝีมือมันก้าวข้ามความเป็มนุษย์ ก้าวเข้าไปในเส้นทางเซียนจนสามารถควบคุมปรากฎการเหนือธรรมชาติได้
หวู่เฉินหน้าซีดเผือดเด็กหญิงน้อยเกาะแขนมันไว้แน่น ร่างกายของมันรู้สึกเ็ปเหมือนโดนบีบไว้ด้วยอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็นจนไม่สามารถขยับได้แม้แต่ครึ่งชุ่น
ทีแรกมันลังเลว่าจะเข้าไปในถ้ำดีมั้ยเพราะมันก็ได้แต่หวังพึ่งความร้ายกาจของท่านน้าซู จัดการพวกทหารเหล่านี้แต่ขนาดเกิดเื่วุ่นวายถึงเพียงนี้ด้านนอกมันไม่เชื่อว่ายอดฝีมืออย่างซูรั่วซานจะมิอาจััถึงถ้าััได้แล้วใยไม่ออกมาช่วยพวกมัน? มันเลยคิดว่าบางทีซูรั่วซานอาจาเ็หนักจนไม่สามารถออกมาได้หรืออาจจะเกิดเื่ร้ายแรงกว่านั้น
มันเลยลังเลที่จะหนีเข้าไปในตอนแรกเพราะไม่รู้สถานการน์ของซูรั่วซาน กลัวจะสร้างความยุ่งยากให้มากกว่าเดิม พยายามพูดจาเบี่ยงบ่ายให้พวกทหารถอยออกไปหรืออาจหาวิธีรับมืออื่นเองโดยไม่ต้องพึ่งนางเซียนสาว
แต่ทันทีที่มันััได้ถึงพลังของแม่ทัพหาญตรงหน้ามันรู้สึกว่าตัวเองช่างไร้เดียงสายิ่งนัก พลังที่แผ่ออกมาของแม่ทัพผู้นี้ยังร้ายกาจกว่าตอนที่ กวนปี่หัวหน้าโจรอาชา์ในสภาพกินยาเข้าไปทั้งกำอยู่หลายส่วน มันไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าซูรั้วซานจะรับมือได้หรือไม่เพราะมันไม่รู้ขอบเขตพลังฝีมือที่แท้จริงของนางยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงสถานการน์ของนางไม่แน่ชัดเช่นนี้
แต่ตอนนี้ไม่ว่าสิ่งใดก็ไม่อาจแก้ไขได้มันอยู่ในสถานการน์ไร้ทางหนีร่างกายถูกตึงด้วยพลังปรานจนไม่อาจขยับตัวได้คงต้องฝากความหวังเดียวไว้ที่ท่านน้าสาวของมัน
แม่ทัพเหลียงสั่งลูกน้องไปจับตัวเด็กทั้งสองก่อนจะสั่งให้ทั้งหมดเดินลึกเข้าไปในถ้ำ”ดีมาก ข้าจะแสดงให้เด็กน้อยปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างเ้าดูว่าข้าจะจัดการหมีอะไรนั้นของเ้าเยี่ยงไร พวกเราตามข้ามา!”
หลังจากพวกมันเดินลึกเข้าไปในถ้ำผนังถ้ำนั้นเกาะเต็มไปด้วยน้ำแข็ง เด็กทั้งสองรู้สึกหนาวมากแต่อาจจะเพราะบางทีแม่ทัพเหลียงผู้นี้โคจรลมปราณเล็กน้อยห่อหุ้มร่างเด็กทั้งสองไว้ทำให้พวกมันไม่แข็งตายเสียก่อน
ไม่ใช่เพราะเป็ห่วงเพียงแค่มันไม่อยากให้เด็กทั้งสองหนาวตายไปก่อนที่จะได้เห็นความเก่งกาจของมัน
ที่ส่วนลึกสุดของถ้ำที่ก้อนหินแห่งนึงที่แข็งจนกลายเป็ก้อนน้ำแข็ง มีร่างงามวิจิตดุจนางเซียนนั่งขัดสมาธิอยู่นางนั้นงดงามเป็อย่างมากเมื่อรวมกับสะเก็ดน้ำแข็งระยิบระยับที่ลอยอยู่รอบตัวนางดูเข้ากันยิ่งขับความงามของนางให้เด่นชัดออกมา
เพียงแต่ร่างของนางเซียนนั้นไม่ได้มีสภาพดั่งปกติที่ร่างกายทั่วทุกส่วนจับแน่นไว้ด้วยน้ำแข็งจนขาวโพนระยิบระยับ กายานิ่งไม่ขับเขยื้อนดูไม่ออกว่าเป็หรือตาย เสี่ยวไป๋เห็นดังนั้นจึงร้องออกมาด้วยความใด้วยความเป็ห่วงมารดา
“ท่านแม่ ท่านแม่ท่านเป็อันใดแล้ว!”
แม่ทัพเหลียงมองดูร่างดุจดั่งรูปสลักน้ำแข็งตรงหน้าก็หัวเราะเยาะออกมาเสียงดัง
“หมีน้ำแข็ง? นี่น่ะหรือหมีน้ำแข็งของเ้า? เหอะนางคงฝึกฝนจนธาตุไฟเข้าแทรกจนมีจุดจบเยี่ยงนี้”
“ท่านแม่ไม่ได้ตาย ท่านโกหกท่านแม่ไม่ได้ตาย แง หวู่เฉินเกอเกอท่านแม่ไม่ได้ตายใช่หรือไม่? แง”
เจียงหวู่เฉินไม่ตอบคำเด็กหญิงมันขมวดคิ้วเป็ปมมันไม่คิดว่าสถานการน์ของซูรั่วซานจะดูย่ำแย่กว่าที่มันคิดไว้เสียอีกมันทั้งเป็ห่วงความปลอดภัยของท่านน้าสาว แต่มันก็ไม่รู้ว่าจะช่วยเหลือนางยังไงหรือกระทั้งเอาตัวรอดจากสถานการน์ตรงหน้าอย่างไร
มันแค้นใจนักที่ตัวมันไร้ทั้งฝีมือไร้ทั้งวรยุทธ ถ้ามันมีวรยุทธกล้าแข็ง มันยังต้องกลัวผู้ใด? ผู้ใดยังกล้าตอแยผู้คนรอบตัวของมัน?
“เหอะ ตายไปง่ายๆเช่นนี้ช่างถือว่าเป็วาสนาของนางนัก ไม่งั้นนางคงพบจุดจบที่อนาถกว่านี้ ชั่งเถอะคนตายแล้วก็แล้วกันไป อย่างน้อยเอาร่างกลับไปด้วย จะได้มีคำบอกกล่าวต่อเ้าเมือง”มันพูดพรางก้าวเข้าใกล้ร่างซูรั่วซานมือยื่นออกเคลื่อนใกล้ร่างนางเซียนไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
เจียงหวู่เฉินกัดฟันมันไม่สามารถขยับร่างได้เนื่องจากโดนพวกทหารจับอยู่อีกทั้งร่างมันยังห่อหุ้มไปด้วยลมปราณของแม่ทัพเหลียงทำให้มันขยับไม่ได้แต่ต่อให้มันขยับได้มันก็ไม่เห็นหนทางพลิกสถานการน์ตรงหน้า
ใน่เวลาคับขันมือหยาบของแม่ทัพเคลื่อนเข้าใกล้ร่างนางเซียนเหลือแค่ไม่กี่ชุ่นมือมันโดนไอเย็นที่ปล่อยออกจากร่างนางเซียน เล่นงานอย่างต่อเนื่องถ้าเป็คนอื่นย่อมแข็งตายไปนานแล้วแต่มันเป็แม่ทัพเหลียงผู้ฝึกยุทธ์ ที่บรรลุถึงขอบเขตก่อกำเนิดมันสามารถทานทนความเย็นนี้ได้
แต่ทันใดนั้นความเย็นก็รุนแรงขึ้นจนทำให้น้ำแข็งเกาะที่มือมันมันขมวดคิ้วเร่งโคจรลมปราณเพื่อละลายน้ำแข็งแต่ไม่อาจต่อต้านได้มากนักความเย็นะเืเสียดกระดูกมากขึ้นเรื่อยๆ จนมันไม่อาจทนทานต้องถอยร่างทิ้งระยะออกมา ตามันเบิกกว้างอย่างตะลึง เงยหน้ามองไปร่างบาง ผสานกับสายตาของนางที่เลื่อนเปิดขึ้นมาพอดี