มหาศาสตรากู้แผ่นดิน

    ตอนที่ 78 ทหารจากกองทัพอาสา

    ตอนที่78 ทหารจากกองทัพอาสา

     

    แน่นอนว่าเป็นใครก็ต้องมีความลับด้วยกันทั้งนั้นและเมื่อว่ากล้วยไม่พูด ชายหนุ่มบุญสมก็จะไม่ถามต่อเพราะเขาเป็นคนที่ไม่ชอบถามเซ้าซี้ใคร.....

     

    “ไม่คิดเลยว่าเอ็งจะมีความสามารถมากถึงเพียงนี้อายุแค่นี้ก็มีฝีไม้ลายมือเหนือกว่าข้าอีก ถ้าไม่ใช่เพราะการต่อสู้ในครั้งนี้ข้าก็คงจักมิรู้ว่าตัวเองเป็นเพียงกบในก้นบ่อเท่านั้น”

     

    ชายหนุ่มบุญสมได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างเลยจากการประลองกับกล้วย แม้ว่ากล้วยจะจัดการเขาได้เพียงแค่หมัดเดียวก็ตามแต่นั่นก็ทำให้เขารู้ว่าตัวเองยังอ่อนแอมากแค่ไหนเมื่อเทียบกับโลกภายนอกและคนอีกมากที่รุ่นราวคราวเดียวกันหรือแม้แต่คนที่อายุน้อยกว่า......

     

    “อันที่จริงตัวข้าเองก็ยังมิเคยพบเจอผู้คนที่ฝึกวิชามากนักเพราะคนที่สามารถเป็นนักรบผู้มีพลังได้นั้นมิใช่ว่าจะเป็นกันง่ายๆสำหรับท่านที่สามารถเป็นนักรบชั้นหัวหมู่ขั้นต้นได้ก็ถือว่าสุดยอดมากแล้วแม้แต่พวกพี่ๆ ของข้าก็ยังเป็นนักรบกันได้ช้ากว่าท่าน”

     

    กล้วยเข้าใจความคิดของชายหนุ่มดีดังนั้น เขาจึงพูดปลอบใจและยกเอาชายหนุ่มจากหมู่บ้านท่าเสด็จของเขามาเทียบเพราะพวกไอ้แดงกับไอ้ดำกว่าจะเป็นนักรบกันได้ก็อายุยี่สิบกว่าแล้วแต่ชายหนุ่มบุญสมพึ่งจะอายุยี่สิบต้นๆ เท่านั้น.....

     

    “เอ็งมิต้องมาปลอบใจข้าดอก เอาไว้ข้าหายดีแล้ว และเอ็งยังมิได้ไปไหนพวกเรามาประลองซ้อมมือกันอีกครั้งนะเพราะข้ารู้สึกว่าทักษะในการต่อสู้ของข้านั้นดีขึ้นมากเลยเมื่อข้าได้คำแนะนำจากเอ็ง หากว่าตอนที่สู้ข้าสนใจมันมากกว่านี้ข้าคงแข็งแกร่งขึ้นมิน้อย”

     

    “ได้สิ! ถ้าข้ายังมิได้ไปไหนนะ”

     

    กล้วยตอบรับคำขอของชายหนุ่มบุญสมในทันทีแต่นั่นก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าเขาจะออกเดินทางก่อนหรือว่ามือของชายหนุ่มจะหายก่อนกัน.....

     

    ดี!

     

    “เช่นนั้นพวกเรามาดื่มกัน นี่เป็นสาโทสูตรพิเศษจากบ้านของข้าเลยทั้งหอมและก็หวาน ลองดูสิ!”

     

    เอิ่ม.....

     

    “เอ็งมิเคยดื่มเหล้ารึ?”

     

    “คือว่าข้ายังอายุแค่สิบสี่เท่านั้น ข้าจึงยังมิเคยดื่ม แต่เพื่อท่านแล้ววันนี้ข้าจะลองดูก็แล้วกัน!”

     

    อ้า....

     

    “ถ้าเยี่ยงนั้นเอ็งดื่มแค่ขวดเล็กก็พอแล้ว เพราะสาโทนี่มันแรกเอาการอยู่ถ้าคนที่ยังมิเคยได้ลองดื่มมาดื่ม อาจจะทำให้เมาจนขาดสติได้”

     

    เมื่อชายหนุ่มเห็นว่ากล้วยไม่เคยดื่มเหล้าหรือของมึนเมามาก่อนเขาก็เปลี่ยนเป็นขวดเล็กให้กับกล้วยแทนเพราะเขากลัวว่ากล้วยจะเมาหนักถ้าดื่มเยอะ.....

     

    ขอบใจพี่ชายบุญสม!

     

    กล้วยรับขวดสาโทมาก่อนที่จะใช้จมูกดมกลิ่นสาโทที่บรรจุอยู่ภายในนั้นว่ากลิ่นของสาโทที่ว่านี้เป็นอย่างไร.....

     

    ซูด.....

     

    อ๊ะ!

     

    เมื่อกล้วยสูดดมกลิ่นสาโทเขาไปดวงตาของเขาก็ถึงกับเบิกโตเลย เพราะกลิ่นสาโทนั้นแรงมากๆแต่ก็ไม่ได้เหม็นจนทำให้ทนไม่ไหว เนื่องจากสาโทนี้มีตะไคร้หอมเป็นส่วนผสมด้วยนั่นจึงทำให้กลิ่นเหล้าในสาโทถูกทำให้เบาลง และแทนที่ด้วยกลิ่นของตะไคร้หอมแทน.....

     

    “เป็นเยี่ยงใดบ้าง? กลิ่นหอมดีใช่หรือไม่?”

     

    อ้า.....

     

    “ถ้าเยี่ยงนั้นก็ลองดื่มดู ถ้าเอ็งพอใจและอยากดื่มต่อข้ายังมีให้เอ็งอีกเยอะเลย”

     

    ขอบใจ!

     

    “ไอ้จ๋อ เอ็งจักลอง........เห้ย! นี่เอ็งดื่มก่อนไม่รอข้าเลยงั้นรึวะ?!”

     

    ทว่าในตอนที่กล้วยคิดที่จะหันไปถามไอ้จ๋อเขาก็เห็นไอ้จ๋อนั่งกอดไหเหล้าที่บรรจุสาโทเอาไว้และดื่มกินอย่างมีความสุขไปแล้วและดูจากสีหน้าของมัน มันน่าจะเมาได้ที่แล้วด้วย.....

     

    “ก็เอ็งชักช้า ข้าก็เลย....เอิ๊ก! ดื่มก่อนเอ็งเยี่ยงไรละ มา! มา!มาดื่มกัน.....เอิ๊ก!!”

     

    เอ็งนี่มัน!

     

    กล้วยหมดคำที่จะพูดเลยเมื่อเห็นไอ้จ๋อเริ่มที่อาการเมาแล้วแต่เพราะเห็นไอ้จ๋อดื่ม เขาจึงคิดที่จะลองดื่มดูบ้าง.....

     

    หมับ!

     

    อึก!

     

    อ้า!!

     

    เพียงแค่อึกแรกที่กล้วยดื่มลงไปตั้งแต่ลำคอลงไปยังลำไส้ของเขาก็รู้สึกได้ถึงความร้อนเกิดขึ้นจากแอลกอฮอล์ในสาโทที่เขาดื่มเข้าไปในทันทีและเพื่อระบายความรู้สึกออกมา เขาจึงรีบเปิดปากกว้างและส่งเสียงครางเบาๆ ......

     

    “ทำไมมันถึงได้รู้สึกร้อนคอเยี่ยงนี้ล่ะ? อ้า!”

     

    ฮ่าฮ่า ฮ่า!

     

    “นั่นแหละความรู้สึกของมัน ครั้งแรกที่ข้าได้ดื่มก็รู้สึกเยี่ยงนี้แหละแต่หลังๆ ไปก็ชินเอง”ชายหนุ่มบุญสมพูดปลอบใจกล้วยราวกับผู้ใหญ่ที่กำลังสั่งสอนเด็กเพราะตัวเขาในตอนแรกที่ได้ดื่มก็มีอาการเช่นนี้เหมือนกันแต่หลังจากที่วันเวลาผ่านไป เขาก็เริ่มที่จะชินกับมันแล้ว......

     

    อ้า......

     

    แม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่กล้วยได้ดื่มสาโทแต่เขาก็ไม่ได้เมามายเหมือนกับคนอื่นๆ ที่เคยดื่มเป็นครั้งแรกนั่นก็เพราะว่าตัวเขาใช้พลังในการขับแอลกอฮอล์ในสาโทบางส่วนออกไปเหลือทิ้งไว้แต่ประโยชน์ที่ควรจะได้รับจากสาโทหมักนี้แทน........

     

    งานเลี้ยงในคืนนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและสนุกสนานจนกระทั่งถึงเวลาเที่ยงคืน ผู้คนก็เริ่มที่จะแยกย้ายกันกลับบ้านใครบ้านมันมีเพียงแค่เหล่าชายหนุ่มที่ยังนั่งดื่มกันต่อรวมถึงกล้วยและไอ้จ๋อด้วยที่ยังนั่งอยู่กับหนุ่มๆ เหล่านี้......

     

    “ช่วงนี้ข้าได้ยินมาว่ากองทัพอาสาของเมืองจันทร์สีครามกำลังประกาศรับสมัครทหารเพิ่มเห็นว่าให้เหล่านายทหารออกไปตามหมู่บ้านต่างๆ ในละแวกนี้เพื่อรวบรวมผู้คนด้วยอีกมินานคงจักมาถึงหมู่บ้านของพวกเราเป็นแน่แท้”

     

    “ข้าเองก็ได้ยินเช่นนั้นมาเหมือนกัน ถ้าพวกนายทหารมาถึงที่นี่ไม่รู้ว่าจักมาขอความร่วมมือหรือมาบังคับพวกเราให้เข้าร่วมเพราะไอ้พวกคนรวยในหมู่บ้านใหญ่ๆ มันยัดเงินเสียมากเพื่อมิให้บุตรแลหลานของพวกมันเข้าร่วม”

     

    หือ?

     

    “มีเรื่องเยี่ยงนั้นด้วยรึ? ถ้าเป็นเยี่ยงที่เอ็งว่าเช่นนั้นกองทัพอาสาก็ต้องมองหาคนที่อื่นมาเพิ่มสิวะ?”

     

    “มันจักต้องเป็นเยี่ยงนั้นอยู่แล้ว อย่างหมู่บ้านทุ่งตะไคร้หอมของพวกเราที่เป็นเพียงแค่หมู่บ้านเล็กๆในป่าเขาด้วยแล้ว ข้าคิดว่าพวกมันคงจักต้องเกณฑ์ชายหนุ่มจนหมดหมู่บ้านแน่”

     

    “ในยุคที่วุ่นวายเยี่ยงนี้ ใครๆก็อยากจักเอาตัวรอดกันทั้งนั้นแต่ถ้าพวกเราขัดขืนมิฟังความท่านเจ้าเมือง มันจะมิเป็นการก่อกบฏเยี่ยงนั้นรึ?”

     

    ฮึ!

     

    “กบฏเยี่ยงนั้นรึ? ไอ้พวกสารเลวพวกนั้นต่างหากเล่าที่เป็นกบฏพวกมันเอาแต่เงิน มิเคยสนใจชาวบ้านเยี่ยงพวกเราเลยสักนิดเดียวขอเพียงแค่ได้รับสินบนสักเพียงเล็กน้อยพวกมันก็พร้อมที่จักมองผ่านทำเป็นมิเห็นสิ่งใดแล้ว!”

     

    เฮ้อ.......

     

    เหล่าชายหนุ่มต่างก็พากันทำหน้าเคร่งเครียดเมื่อพูดถึงเรื่องนี้แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้กลัวการออกไปสู้รบแต่การเข้าร่วมกองทัพอาสาที่เป็นเพียงกองทัพเดนตายเช่นนี้มันไม่ต่างอะไรไปจากพวกทาสเลย ซึ่งพวกเขาไม่ใช่ทาสที่ไม่มีทางเลือกแต่พวกเขาแค่ถูกบังคับไม่ให้เลือกเท่านั้น......

     

    “กองทัพอาสาของเมืองจันทร์สีครามมันมิดีเยี่ยงนั้นหรือ? เหตุใดพวกพี่ๆ ถึงได้ดูไม่พอใจเยี่ยงนั้น?”

     

    กล้วยนั่งฟังเหล่าชายหนุ่มพวกนี้พูดคุยกันมาได้สักพักเขาก็เกิดความสงสัยในกองทัพอาสาที่ว่านี้เพราะเขาไม่ค่อยมีความรู้เรื่องกองทัพเท่าไหร่นัก แม้ว่าจะตอนนี้หมู่บ้านท่าเสด็จของเขาจะกลายเป็นหมู่บ้านกองทัพอาสาแล้วก็ตามแต่เขาก็ไม่ได้กลับไปที่หมู่บ้านเกือบจะสองปีแล้ว......

     

    อ้า.......

     

    “มันก็มิใช่ว่ากองทัพอาสานี้มิดีดอกเพียงแต่แม่ทัพกองอาสานี้เป็นคนที่เห็นแก่เงินมากกว่าสิ่งอื่นใดมันมิเคยสนใจว่าทหารในกองทัพจะเป็นหรือตายมันทำเพียงแค่ให้ตัวมันเองอยู่รอดเท่านั้น”

     

    ชายหนุ่มบุญสมหันไปตอบกลับกล้วยในทันทีตัวเขาเองก็พอที่จะรู้เรื่องนี้มาบ้างแม้ว่าจะไม่ได้พบเจอกับแม่ทัพคนนี้มาก่อนก็ตาม แต่จากข่าวลือที่หน้าหูแล้วเขาเชื่อว่ามันจะต้องเป็นอย่างนั้น......

     

    เป็นเยี่ยงนั้นเองรึ?

     

    กล้วยพยักหน้ารับฟังอย่างตั้งใจก่อนที่จะเงียบและไม่ได้ถามสิ่งใดต่อ เพราะเรื่องนี้มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาเขาแค่แวะมาที่หมู่บ้านนี้เท่านั้น.......

     

    “ถ้าเกิดว่าไอ้พวกนายทหารจากกองทัพอาสามาถึงข้าแนะนำเลยนะว่าให้เอ็งหลบไปซ่อนตัวเสียก่อนจะเป็นการดีที่สุด”

     

    “ทำไมต้องหลบด้วยล่ะพี่บุญสม?”

     

    “ข้าเองก็บอกมิได้เช่นกันว่าทำไมแต่ข้ารู้สึกว่าพวกมันจักต้องนำปัญหามาได้กับเอ็งอย่างแน่นอนเยี่ยงนั้นแล้วเอ็งควรทำตามที่ข้าบอกจักดีกว่า”

     

    ชายหนุ่มบุญสมไม่รู้จักพูดอย่างไรแต่เขามีความรู้สึกว่านายทหารเหล่านั้นอาจจะสร้างปัญหาให้กับกล้วยได้เพราะเขายังไม่รู้ว่าพวกนั้นจะมาดีหรือมาร้าย......

     

    อ้า.....

     

    “ท่านมิต้องเป็นห่วงข้าดอก ข้าสามารถเอาเองตัวรอดได้”

     

    กล้วยเข้าใจสิ่งที่ชายหนุ่มบุญสมต้องการจะสื่อดีแต่เขาไม่ได้กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยและเขาก็ไม่อยากให้คนอื่นมากังวลเกี่ยวกับตัวของเขาด้วย......

     

    “ถ้าเอ็งมั่นใจเยี่ยงนั้น ข้าก็จักมิว่าความใดอีก มาสิ! มาดื่มกันต่อยังเหลือสาโทอีกตั้งหลายไห คืนนี้เอาให้เมาจนโงหัวไม่ขึ้นไปเลย!”

     

    ดี!

     

    ดื่ม!!

     

    ......................................

     

    เช้าวันถัดมา.......

     

    เป้ง!เป้ง! เป้ง!

     

    มีทหารจากเมืองมา!

     

    เมื่อถึงช่วงเช้าเสียงสั่นระฆังแจ้งเตือนของหมู่บ้านก็ดังขึ้นพร้อมกันกับเสียงตะโกนบอกเหตุจากคนที่เฝ้ายามอยู่บนหอคอยหน้าหมู่บ้าน......

     

    พึ่บ!

     

    ทหารจากเมืองรึ?

     

    เมื่อเหล่าชายหนุ่มที่นอนเมาอยู่ได้ยินเสียงระฆังแจ้งเตือนพวกเขาก็รีบพากันตื่นและลุกขึ้นยืนเพื่อออกไปดูทหารที่ว่าในทันทีแม้ว่าพวกเขาจะเมาค้างอยู่แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับพวกเขาที่จะปรับสภาพของตัวเองให้พอลุกเดินได้.......

     

    ส่วนกล้วยเขาตื่นตั้งแต่ที่สัมผัสได้ถึงทหารเหล่านี้จากระยะหนึ่งกิโมเมตรแล้วเพราะในหมู่นายทหารที่มามีคนหนึ่งอยู่ระดับหัวหมู่ขั้นสูงเกือบจะบรรลุระดับนายพันขั้นต้นแล้วนั่นจึงทำให้กล้วยตื่นตัวเป็นพิเศษ และเพื่อตรวจสอบทหารเหล่านี้กล้วยจึงออกไปนอกหมู่บ้านเพื่อเฝ้าดูทหารที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้านี้......

     

    ส่วนไอ้จ๋อตอนนี้มันยังคงนอนเมาอยู่ที่เดิม พร้อมกับกอดไหสาโทอย่างมีความสุขโดยที่ไม่ได้รับรู้อะไรเรื่องอะไรเลยแม้ว่ามันจะมีพลังระดับหัวหมู่ขั้นกลางแล้วแต่ประสาทสัมผัสของมันก็ไม่ได้ดีเท่ากับกล้วยบวกกับนี่เป็นครั้งแรกที่มันได้ดื่มสาโทที่เป็นของมึนเมาและแถมยังดื่มเข้าไปตั้งหลายสิบไหนั่นจึงทำให้มันเมาจนไร้สติเหมือนกับตอนนี้......

     

    ห่างออกไปเจ็ดร้อยเมตรที่นอกหมู่บ้านทุ่งตะไคร้หอม......

     

    ย๊ะ!

     

    กรุบกรับ!กรุบกรับ!

     

    ย๊ะ!

     

    เร็วเข้า!

     

    “ข้างนี้ก็ถึงหมู่บ้านทุ่งตะไคร้หอมแล้ว เร่งฝีเท้าเร็วเข้า!”

     

    ย๊ะ!!!

     

    “ท่านหัวหมู่ พวกเราจักรีบเดินทางทำไมกัน นี่ยังเช้าอยู่เลยทำไมพวกเรามิพักต่ออีกสักหน่อย?”

     

    “เอ็งจักไปรู้อะไร ยิ่งพวกเราทำงานนี้เสร็จเร็วเพียงใดพวกเราก็ยิ่งจักได้พักเร็วมากขึ้นเพียงนั้นแถมพวกเรายังจักได้รางวัลพิเศษจากท่านแม่ทัพด้วย หรือว่าพวกเอ็งมิอยากได้?”

     

    อ๊ะ!

     

    อยากได้สิท่านหัวหมู่!

     

    “งั้นก็เร่งรีบเข้าสิวะ! คราที่แล้วพวกเราอดได้เพราะกระทำการกันชักช้าครั้งนี้ถ้าพวกเรายังกระทำการชักช้าอยู่เช่นเดิมอีกแล้วแบบนี้จักได้รางวัลได้เยี่ยงไรกัน?”

     

    อ้า!

     

    “ท่านหัวหมู่พูดถูก เยี่ยงนั้นก็รีบไปกันเถอะ!”

     

    ดี!

     

    ย๊ะ!

     

    กรุบกรับ!กรุบกรับ!!

    คล้ายกับเรื่องมหาศาสตรากู้แผ่นดิน ที่คุณอ่าน