บ้านใหม่
ถึงแม้ว่าหรันหยูจะรู้สึกผูกพันธ์กับบ้านหลังนี้มาก แต่เพื่อลูกชายของเธอ เธอยอมทำได้ทุกอย่าง อย่าว่าแต่การย้ายบ้านเลย
“แล้วพวกเราจะย้ายไปไหน?” หลินไคถามออกมา ในเมื่อภรรยาของเขาตัดสินใจแล้ว เขาก็ต้องเห็นด้วย แม้ว่าเขาจะไม่อยากที่จะย้ายก็ตาม
อันที่จริง เขาก็รู้สึกและคิดแบบเดียวกันกับภรรยาของเขา ลูกชายของเขาไม่ควรที่จะทุกข์ทรมานอยู่กับความหลัง
ถ้าบ้านหลังนี้มันอยู่แล้ว ทำให้ลูกชายของเขาต้องเจ็บปวด ทรมาน เขายินดีแม้กระทั่งทุบทิ้งหรือขายบ้านหลังนี้ออกไป
“ผมเตรียมเอาไว้แล้วครับ นี่เอกสารโฉนดที่ดินของบ้าน” หลินเฉินยื่นเอกสารให้กับแม่ของเขา
หรันหยูรับมาดูด้วยความประหลาดใจ ทันใดนั้นเธอก็ตาค้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นราคาของบ้าน “หะ...หกล้านหยวน!”
“อะไร?” หลินไคที่อยู่ข้างๆ ตกใจกับเสียงอุทานของภรรยาของเขา เขารีบเข้ามาหยิบเอกสารไปดู ทันใดนั้น ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างแทบถลน “เสี่ยวเฉินนี่มัน...”
หลินเฉินยิ้มเล็กน้อย “ผมบังเอิญถูกล็อตเตอรี่รางวัลใหญ่น่ะครับ นี่เอกสารที่ผมไปรับเงินจากรัฐบาลมา”
พูดจบ เขาก็ยื่นเอกสารที่ฉู่หว่านเอ๋อร์เตรียมไว้ให้ ให้กับแม่ของเขา
หรันหยูรับไปดูด้วยมือที่สั่นเทา เมื่อกวาดสายตามองดู เธอก็สูดลมหายใจเข้าลึก น้ำตาไหลออกมา เธอคิดไม่ถึงเลยว่าลูกชายของเธอจะโชคดีมากขนาดนี้ ถึงกับถูกล็อตเตอรี่รางวัลใหญ่
เธออดคิดไม่ได้ว่า นี่อาจจะเป็นโชคดีท่ามกลางเรื่องแสนเศร้าและเจ็บปวดที่ลูกชายของเธอกำลังเผชิญอยู่ก็เป็นได้
“พวกเราจะย้ายบ้านกันพรุ่งนี้เลยตกลงไหมครับแม่ พ่อ” หลินเฉินถาม
หรันหยูเช็ดน้ำตา มองหน้ากันกับหลินไค ต่างคนก็ต่างพยักหน้า
“ตกลง ลูกว่ายังไง พวกเราก็ว่าตามนั้น” หรันหยูตอบ
“แล้วก็ผมมีเรื่องอยากจะขอ” หลินเฉินพูดอีกครั้ง ใบหน้าของเขาจริงจังขึ้นมา
“เรื่องอะไรเหรอเสี่ยวเฉิน?” หลินไคถามอย่างสงสัย หลินเฉินไม่ลังเลที่จะพูดออกมา “ผมอยากให้พ่อกับแม่เลิกไปทำงาน พ่อกับแม่ลำบากมามากแล้วตลอดหลายปีที่ผมไม่อยู่ ถือว่าผมขอเถอะนะครับ”
หลินไคชะงักไป หรันหยูก็เช่นเดียวกัน หัวใจของคนทั้งสองรู้สึกอบอุ่น มีลูกชายที่ดีและเป็นห่วงพวกเขามากขนาดนี้ พวกเขาไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว
“แม่ตกลง” หรันหยูพูดด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับพยักหน้า
“พ่อเองก็ตกลง” เมื่อภรรยาของเขาตกลงแล้ว เขาจะไม่ตกลงได้หรือ “แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน พวกเราจะได้มีเวลาอยู่ดูแลหลิงหลิงตอนที่ไม่ได้ไปโรงเรียนได้อย่างเต็มที่”
หลังจากที่ได้ฟังคำตอบของพ่อและแม่ของเขา หลินเฉินก็ยิ้มออกมา จากนั้นเขาก็หยิบเอาบัตร ATM ออกมา
บัตร ATM อันนี้ ก่อนที่จะแยกกับฉู่หว่านเอ๋อร์ เธอได้มอบให้กับเขา เพื่อให้ ‘คำอธิบาย’ เรื่องถูกล็อตเตอรี่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
แน่นอนว่าหลินเฉินไม่ได้เอาเงินของเธอมาฟรีๆ เขาได้ให้เงินจำนวนสี่ล้านหยวนแก่เธอไปแล้ว
“แม่ครับ นี่ ATM ข้างในมีเงินอยู่สี่ล้านหยวน รหัสอยู่ด้านหลังบัตร”
“เสี่ยวเฉิน ลูกเก็บไว้เถอะ” หรันหยูรีบโบกไม้โบกมือไปมาอย่างรวดเร็ว จะสังเกตเห็นได้ว่ามือของเธอสั่น
เงินจำนวนมากขนาดนี้ ตั้งแต่เกิดมาเธอไหนเลยเคยเห็นหรือเคยสัมผัส จะกล้าเก็บไว้ได้อย่างไร
อย่าว่าแต่เธอที่เป็นแบบนี้ หลินไคเองก็เป็นเหมือนกัน
“รับไปเถอะครับแม่” หลินเฉินยัดบัตร ATM ใส่มือแม่ของเขา “ผมขอตัวเข้าห้องไปเก็บของก่อนนะครับ พอหลิงหลิงเลิกเรียนแล้ว ค่อยบอกว่าพวกเราจะย้ายไปอยู่บ้านใหม่กัน”
หลินเฉินไม่รอคำตอบจากแม่ของเขา เขารีบเข้าห้องไปในทันที
“ลูกคนนี้...” หรันหยูไม่รู้จะพูดอะไรออกมาดี แต่มือของเธอก็ไม่ยอมหยุดสั่น ขณะถือบัตร ATM ไว้
บอกตามตรงว่าเงินจำนวนมากขนาดนี้เพียงพอที่จะให้ครอบครัวของเธออยู่ได้ตลอดชีวิต โดยไม่จำเป็นที่จะต้องห่วงว่าจะไม่มีกิน
“เฒ่าหลิน พวกเราไปเก็บของกันเถอะ อย่าลืมเรียกเฒ่าไห่มาช่วยพวกเราขนของด้วยนะวันพรุ่งนี้” เมื่อสงบใจลงแล้ว หรันหยูก็พูดกับหลินไค
เฒ่าไห่ที่ว่าเป็นเพื่อนของหลินไค ทำงานรับเหมาขนย้ายพวกของต่างๆ เวลาย้ายบ้าน
“ได้เลย” หลินไคตอบรับ จากนั้นทั้งสองคนก็พากันเริ่มเก็บของ วันนี้ผ่านไปด้วยการที่บ้านของหลินเฉินช่วยกันเก็บของ
.......................................
บ่ายวันต่อมา หลิงหลิงดวงตาเป็นประกาย เมื่อเข้ามาภายในบ้านหลังใหม่ที่ทั้งใหญ่โตและสวยงาม วันนี้เธอไม่ไปโรงเรียน เนื่องจากต้องย้ายบ้านใหม่
“พ่อคะ พวกเราจะอยู่ที่นี่กันจริงๆ เหรอคะ?” เด็กหญิงน้อยผู้น่ารักถามพ่อของเธอ
หลินเฉินพยักหน้า เขายิ้มเล็กน้อย “ใช่ ต่อไปพวกเราจะอยู่ที่นี่กัน”
“ดีจังเลยค่ะ” หลิงหลิงหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข จากนั้นครอบครัวของหลินเฉินก็ใช้เวลาไปจนถึงช่วงค่ำในการจัดของต่างๆ เข้าบ้านใหม่
ในตอนค่ำ บ้านใหม่ของหลินเฉินมีงานเลี้ยงฉลองเล็กๆ เกิดขึ้น เป็นงานเลี้ยงฉลองบ้านใหม่ ทุกคนภายในครอบครัวต่างทานอาหารและพูดคุยกันอย่างมีความสุข และค่ำคืนนี้ก็ผ่านไปเช่นนี้
ตอนเช้า หลิงหลิงไปโรงเรียนตามปกติ ด้วยความที่โรงเรียนอยู่ไกลจากบ้านใหม่ค่อนข้างมาก หลินไคจึงขับรถไปส่งเธอ
เหตุผลที่หลินเฉินไม่ได้ไปส่งลูกสาวด้วยตัวเองนั้น เป็นเพราะว่าหลินไคอาสาไปแทน อาจจะเป็นเพราะว่าหลินไคเป็นห่วงความรู้สึกในช่วงนี้ของลูกชาย เขาจึงอยากให้ลูกชายพักผ่อนอยู่ที่บ้าน ไม่ต้องทำอะไรในช่วงนี้
หลินเฉินที่รู้ว่าพ่อของเขาเป็นห่วง เขาจึงไม่ได้ยืนกรานที่จะไปส่งหลิงหลิง พักอยู่ที่บ้านตามที่พ่อของเขาบอก
..............................................
อีกด้านหนึ่ง บนภูเขาที่สูงที่สุดในเซี่ยงไฮ้ ชายชราใบหน้าเหี่ยวย่นในชุดสีแดงได้ยืนอยู่ สายตาทอดมองท้องฟ้า ราวกับกำลังดื่มด่ำไปกับธรรมชาติที่สวยงาม
ทันใดนั้น ด้านหลังของเขามีชายวัยกลางคนปรากฏตัวขึ้นมาราวกับภูติผี เมื่อปรากฏตัว สิ่งแรกที่ชายวัยกลางคนทำก็คือคุกเข่าลง
“ท่านอาจาย์” ชายวัยกลางคนพูดด้วยน้ำเสียงเคารพอย่างเต็มเปี่ยม
“มีเรื่องอะไรถึงกลับมาเร็วถึงเพียงนี้ เซี่ยตู้” ชายชราค่อยๆ หันกลับมามองชายวัยกลางคน
ชายวัยกลางคนที่ถูกเรียกว่าเซี่ยตู้ รีบพูด “ผมมีเรื่องขอร้องท่านอาจารย์”
“เรื่องอะไร?” ชายวัยชราขมวดคิ้วเล็กน้อย
“น้องชายของข้า เซี่ยโหมวตายแล้ว จึงอยากให้ท่านอาจารย์ทำนายว่าใครเป็นคนฆ่าเซี่ยโหมว!”
“ว่ากระไร?!” ชายชราตกใจกับคำพูดของเซี่ยตู้มาก แต่เขาก็สงบลงอย่างรวดเร็ว “คิดไม่ถึงว่าจะมีใครบางคนกล้าฆ่าคนของนิกายวายุโลหิตของพวกเรา!”
จากคำพูดนี้ของชายชราคนนี้ เป็นที่แน่นอนแล้วว่าเขาเป็นคนของนิกายวายุโลหิต แน่นอนว่าเซี่ยตู้เองก็เป็นคนของนิกายวายุโลหิตเช่นเดียวกัน
“ใช่ ข้าเองก็คิดไม่ถึงเช่นเดียวกัน” เซี่ยตู้กำหมัดแน่น บอกตามตรงว่าเขารู้สึกโกรธต่อคนที่ฆ่าน้องชายของเขาอย่างเซี่ยโหมวเป็นอย่างมาก
เหตุผลที่เขารู้ว่าเซี่ยโหมวตายไปนั้น เป็นเพราะเศษหินผลึกชีวิตของเซี่ยโหมวที่เขามีอยู่แตกสลาย
ถ้าจะถ้าว่าเศษหินผลึกชีวิตคืออะไรนั้น มันก็คือสิ่งที่บ่งบอกได้ว่าคนผู้ที่หยกเลือดใส่เศษหินผลึกชีวิตไว้ ตายแล้วหรือว่ายังมีชีวิตอยู่!
จบบทที่ 100