วันเวลาผ่านไปนานนับเดือนวันที่หนิงเซียนคาดการว่าจะได้พบกับอ๋องเหลียงเฟิงกลับไม่เป็ไปตามเนื้อเื่ในนิยาย หรือไม่อาจเป็ไปได้ว่าการที่นางซึ่งเป็คนจากโลกอื่นเข้ามาสวมร่างของหนิงเซียนก็อาจจะทำให้เนื้อเื่ทั้งหมดที่ควรจะเป็คลาดเคลื่อนไปได้หรือไม่แต่ก็มิอาจจะวางใจได้จนกว่าจะผ่านพ้นวันนี้ไป
ในอีกทางหนึ่งถ้าหากเป็ไปตามเนื้อเื่จริงในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่บ้าง เพราะคนที่อยู่ตอนนี้มิใช่หนิงเซียนตัวจริงอีกทั้งนางยังรู้เื่ราวของการตายครั้งนี้เป็อย่างดีสามารถหลบเลี่ยงเหตุการณ์ร้าย ๆ ไปได้และถ้าตนรักษาชีวิตหนิงเซียนไว้ได้จนถึงวันที่พระนางได้ครองรักกันจากนั้นไม่แน่ว่านิยายเื่นี้จะจบลงแบบแฮปปีเอนดิงสำหรับทุกฝ่ายแล้วหนิงเซียนตัวจริงก็จะได้กลับร่างเดิม ใช้ชีวิตดั่งที่นาง้า
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังค้างคาอยู่ภายในใจนั่นก็คือความสงสารตัวร้ายผู้นั้น แม้เขาจะใจร้ายกับหนิงเซียนมากเพียงใดแต่สิ่งที่เขาได้พบเจอมันก็โหดร้ายไม่ต่างกัน หากจะโทษก็ควรจะโทษนักเขียนเถิดทำให้ตอนจบของตัวร้ายและตัวประกอบหายไปอย่างบัดซบสิ้นดี
อ๋องเหลียงเฟิงเป็โอรสเพียงพระองค์เดียวของพระสนมเอกเหลียงชิงโยวเขาได้สูญเสียมารดาเมื่อตอนอายุได้เพียงแค่สามหนาวด้วยสูญเสียมารดาั้แ่เยาว์วัย ทำให้ไร้ซึ่งคนคอยกางปีกปกป้องเหล่าสนมทั้งหลายที่้ากำจัดโอรสของฮ่องเต้เพื่อให้บุตรที่เกิดจากตนได้ขึ้นเป็ใหญ่ ต่างก็กลั่นแกล้งรังแกเขาด้วยวิธีต่าง ๆนานา ่วัยเด็กของเขากว่าจะผ่านพ้นมาได้ก็ลำบากไม่น้อย
เหลียงเฟิงในขณะนั้นยังดีมีองค์ฮ่องเต้คอยเอาใจใส่เขาอยู่บ้างแต่ด้วยภารกิจมากมายทำให้ในบางครั้งก็ถูกละเลยในเนื้อหานิยายนักเขียนไม่ได้ลงลึกถึงเื่ราวแต่หนหลังมากนัก บอกเพียงว่าอ๋องเหลียงเฟิงที่ขาดมารดาไปั้แ่ยังเล็กเขาโหยหาความรักมากเกินไปจนทำให้เกิดความรักอันบิดเบี้ยวนำพาซึ่งความตายมาให้ตัวเขาเองในที่สุด
หนิงเซียนนั่งเท้าคางพลางครุ่นคิดทบทวนเนื้อเื่ในสมุดจดบันทึกอีกไม่นานตัวร้ายของเื่จะได้พบกับนางเอก ในตอนที่เขาถูกศัตรูหมายจะเอาชีวิตลอบทำร้ายจนาเ็สาหัสเยว่สือนางเอกของเื่บังเอิญผ่านมาเห็นเข้าพอดี จึงได้ช่วยชีวิตเขาเอาไว้นั่นคือจุดเริ่มต้นของความรักที่ไม่มีวันได้สมหวังแม้จะแลกมาด้วยชีวิตของเขาเพื่อปกป้องนางในตอนสุดท้ายก็ตามเยว่สือยังรักมั่นต่อท่านรองแม่ทัพหยางที่เป็พระเอกของเื่อยู่ดี
หญิงสาวนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างยามนี้ฝนกำลังตกโปรยปราย พื้นดินเจิ่งนองไปด้วยน้ำฝนที่ตกมาั้แ่ตอนกลางคืนจากวันแรกที่มาอาศัยอยู่หมู่บ้านหนานชุนก็นับได้สองเดือนพอดีเกิดเื่ราวที่ดูน่าสงสัยหลายอย่าง เหมือนกับว่านางไม่ได้อาศัยอยู่เพียงคนเดียวแม้จะพยายามหาความจริงจนสุดความสามารถ ผลที่ได้คือล้มเหลวเสียทุกครั้งหนิงเซียนจึงถอดใจเลิกล้มที่จะหาความจริงนั้นเสียเพราะถึงอย่างไรคนที่ได้ประโยชน์ก็คือตัวนางเอง
“อ้าวหนิงเซียนนั่นเ้าจะไปที่ใดมิใช่ว่าจะขึ้นเขาหรอกนะ” หญิงชาวบ้านนางหนึ่งร้องทัก ฝนเพิ่งหยุดตกได้ไม่นานทางขึ้นเขามีแต่ดินโคลนไม่เหมาะที่จะเข้าป่าในยามนี้
“เ้าค่ะท่านป้าเผื่อจะได้ผลไม้ติดมือมาบ้าง” หญิงสาวสะพายกระบุงคู่ใจไว้บนหลังพร้อมกับหันมาตอบหญิงชราด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ไอ้หยาฝนเพิ่งหยุดเช่นนี้จะมีอะไรให้เก็บกัน เชื่อป้าเถอะอย่าเข้าไปเลยทางเดินก็ไม่ดีมีแต่ดินโคลน”หญิงชาวบ้านยังคงกล่าวห้ามปรามมิให้หนิงเซียนไปเก็บของป่าแต่คำตอบที่ได้ก็ดูเหมือนคำเตือนของนางจะไม่เป็ผล
“ข้าจะเข้าไปเพียงส่วนนอก เดินดูรอบ ๆอยู่แถวชายป่านี่เองเ้าค่ะท่านป้า อุดอู้อยู่แต่ในบ้านมานานข้าเบื่อเ้าค่ะ”
“เช่นนั้นก็ระวังตัวด้วยล่ะ ข้าเป็ห่วงหรือให้อาเจาหลานข้าไปด้วยดีหรือไม่”ครั้นจะเสนอตัวไปเองนางก็แก่เกินกว่าจะเดินในระยะเวลานาน ๆ ได้จึงได้เสนอให้หลานชายตนเองไปเป็เพื่อนแทน
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะท่านป้า ข้าเดินแค่รอบๆ เท่านั้นเองเ้าค่ะ” หญิงสาวรีบปฏิเสธเป็การใหญ่ ถ้าขืนให้คนอื่นไปด้วยมีหวังบ่อน้ำพุร้อนของนางก็ไม่เป็ความลับกันพอดี
“ก็ได้ข้าเชื่อเ้าถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวก่อน ตาแก่ที่บ้านคงจะรอนานแล้ว”หญิงชราไม่คิดจะรั้งหนิงเซียนต่อ ได้แต่กล่าวตักเตือนให้ระวังด้วยความเป็ห่วง
“เดินดี ๆ นะเ้าคะท่านป้า”