อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

    บทที่ 148 เลิกราต่อกัน

    บทที่ 148 เลิกราต่อกัน




    ปัง!!




    “นังเด็กสารเลวคนนี้ ฉันไม่ปล่อยแกไปแน่!!” ชายร่างใหญ่คำรามลั่น เขาโกรธมากที่เห็นเครื่องมือสร้างอำนาจของตนเองจากไปทั้งอย่างนั้น 


                


    ซูหยวนผ่อนลมหายใจออกมา เธอสนใจพวกมนุษย์ทดลองเหล่านี้จริงๆ ถึงอย่างนั้น...ตัวทดลองที่จะถูกใช้งานต่อไปคงไม่ใช่ง่ายๆเหมือนกับก่อนหน้านี้แล้ว หญิงสาวจำเป็นต้องเร่งการฟื้นตัวของตนเองให้เร็วที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าพวกคนชั่วเหล่านี้ไม่เปิดโอกาสให้เธอทำแบบนั้นอยู่แล้ว


                


    พวกมันโกรธจัดที่เธอฆ่าหมายเลข 1 ไปอย่างง่ายดายขนาดนี้ หัวหน้ากลุ่มร่างใหญ่กัดฟันกรอด รู้ว่ามีความเสี่ยงในการเรียกใช้งานมนุษย์หมายเลข 2 ทว่า...พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น




    “เปิดให้หมายเลข 2 ออกมา” คนออกคำสั่ง ซึ่งมันก็ทำให้ลูกน้องของเขาตกใจไม่น้อยเลย




    “มะ หมายเลข 2 เลยหรอครับ”




    “หัวหน้า คือว่า....หมายเลข 2 นั่นมันตัวอันตรายนะครับ” เมื่อได้ยินคำสั่งของหัวหน้า พวกลูกน้องที่อยู่ด้านหลังก็ลอบกลืนน้ำลาย แทนที่จะกลัวเด็กสาวตรงหน้า พวกเขากลับกลัวหมายเลข 2 นั้นมากกว่าอีก


                


    ถ้าบอกว่าหมายเลข 1 คือมนุษย์ทดลองที่ผิดพลาด เกิดปัญหาในกระบวนการพัฒนาจนทำให้ร่างกายของมันเกิดการตอบสนองที่ผิดปกติ ทุกๆครั้งที่ได้รับบาดเจ็บก็จะรู้สึกคันไปทั่วทั้งร่าง หรือตอนที่อยู่เฉยๆก็มีความรู้สึกอยากทำร้ายตัวเองขึ้นมา ความผิดปกตินี้ทำให้การทดลองผิดพลาด แม้ว่ามนุษย์ทดลองจะมีความสามารถในการฟื้นตัวสูง แต่ถ้าใช้การไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์


                


    ทว่า...หมายเลข 2 นั้นไม่ใช่แค่มนุษย์ทดลองที่ผิดพลาดเท่านั้น แต่มันควรจะเรียกว่ามนุษย์ที่ไม่ควรทดลองต่างหาก ไม่ใช่ว่ามันเป็นการทดลองที่ดี แต่พวกเขาเลือกผู้เข้าทดลองผิดไป


                


    หมายเลข 2 ยังคงมีปัญหา แต่เหนือจากปัญหาพวกนั้น กลับเป็นความคิดของมันที่ไม่สามารถควบคุมได้ ความต้องการ “ฆ่า” เหมือนกับพวกกลายพันธุ์ อารมณ์ฉุนเฉียวเหมือนกับคนที่ใช้สารเสพติดทุกวัน และที่สำคัญก็คือ...มันรวมเอาพลังในการฟื้นฟูของหมายเลข 1 เอาไว้ ผสมกับความสามารถใหม่อย่างการ “งอกกระดูก” ของสัตว์กลายพันธุ์ในพื้นที่ระดับสูงมาด้วย


                


    เมื่อกล้ามเนื้อฟื้นฟูได้ตลอด แถมยังหาอาวุธได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ที่ผ่านมา...ในเขตชั้นกลางนี้ กลุ่มพวกเขาถือเป็นอันดับต้นๆที่ทรงอิทธิพลมากในบรรดาพวกกลุ่มในเงามืด


                


    เพราะเหตุผลที่กล่าวมานี้ พอหัวหน้าบอกให้ปล่อยหมายเลข 2 ออกมา ภาพที่หมายเลข 2 ไล่ฆ่าผู้คนนับร้อยชีวิต ไม่ใช่แค่ฝั่งศัตรู แต่กระทั่งฝั่งของตัวเองก็ยังบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมากนั้นได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง หลายคนได้เป็นพยานในการล่าสังหารครั้งนั้นด้วย ไม่น่าแปลกใจเลยที่มันจะติดตาจนถึงทุกวันนี้




    “หมายเลข 2 อันตราย แต่นังเด็กนี่ไม่อันตรายหรือ? ถ้าอย่างนั้น...ใครจะฆ่ามันให้ฉันล่ะ!!”




    “แต่ว่าหัวหน้า....” ทั้งสองฝั่งถกเถียงกันอยู่อย่างนั้น นี่นับเป็นครั้งแรกๆที่พวกลูกน้องไม่อยากทำตามความต้องการของหัวหน้า ดูสิ...เมื่อเทียบกับเด็กที่มีเหตุผลขนาดนี้แล้ว เจ้าหมายเลข 2 นั้นอันตรายเกินไป




    “หัวหน้าครับ เด็กคนนี้...ให้ผมเจรจาดีไหมครับ”




    “อะไรนะ? แกบอกว่าจะเจรจากับมันงั้นหรอ!!”




    “หัวหน้า...ฟังก่อนเถอะครับ อย่าลืมสิครับว่าพวกเราไม่ได้มีความโกรธแค้นกับเด็กนี่มาก่อนเลย แถมค่าจ้างที่ได้รับก็ไม่คุ้มราคาด้วย อีกฝ่ายจัดการกับหมายเลข 1 ไปแล้ว ถือเป็นความเสียหายครั้งใหญ่ หากรายงานให้ท่านผู้นั้นฟัง เขาก็คงจะตำหนิออกมา ทว่า...ถ้าปล่อยหมายเลข 2 ออกมาก่อปัญหา ต่อให้ฆ่าเด็กนั่นได้จริงๆ แต่ถ้ามันออกไปอาละวาดข้างนอกจนตัวตนถูกเปิดเผย ไม่ใช่พวกเราจะแย่หรอครับ? ถ้าข่าวนี้หลุดออกไป...ท่านผู้นั้นไม่ปล่อยพวกเราไว้แน่”


                


    ลูกน้องคนหนึ่งรีบเข้ามากระซิบบอก ซูหยวนได้ยินคำพูดของพวกเขาทั้งหมด เธอจะใส่ใจกับ “ท่านผู้นั้น” ของพวกเขาให้มากขึ้นอีกหน่อย ดูเหมือนว่าเบื้องหลังอันธพาลทุกๆเขต จะมีคนควบคุมอยู่จริงๆ




    “แล้วหมายเลข 1 ที่เสียไป...”




    “หัวหน้าครับ เรื่องนี้เป็นความผิดของคนทั้งสองคนนั้นนี่ครับ พวกมันจ้างงานพวกเราโดยไม่บอกระดับของเด็กคนนี้ด้วยซ้ำ เพียงบอกว่าเด็กคนนี้เป็นนักล่าและยังมีอายุน้อย พวกเราจึงไม่ได้เตรียมความพร้อมมากนัก การหลอกลวงพวกเราก็ถือว่ามีความผิดนะครับ ดังนั้น...ถ้าจะต้องหาคนผิด ก็เป็นพวกมันนี่แหละ”




    “แล้วเด็กนั่นจะยอมหรือ?” หัวหน้าร่างใหญ่หรี่ตาลง มองดูอันซูหยวนที่พร้อมสำหรับการต่อสู้


                


    ต่อให้พวกเขายอมถอย แต่เด็กนั่นไม่ยินยอม แล้วแบบนี้จะไม่โยนศักดิ์ศรีทิ้งไปแบบเปล่าประโยชน์หรอกหรอ? แทนที่จะต่อสู้เพื่อให้ตัวเองยังคงมีหน้าตา พวกเขาทำไมต้องก้าวถอยออกมาก่อนด้วย




    “ให้ผมเจรจาดูก่อนไหมครับ”




    “เหอะ! กับเด็กแค่คนเดียว ฉันต้องเสียศักดิ์ศรีขนาดนี้เลยงั้นหรอ”




    “หัวหน้าครับ นี่ก็เพราะพวกเราถูกหลอกลวงเท่านั้นครับ หลังจากนี้...เมื่อพวกเราเตรียมพร้อมทุกอย่างแล้ว ก็ค่อย....” คนเป็นลูกน้องขยิบตาให้หัวหน้า


                


    คนชั่วก็ยังคงเป็นคนชั่วอยู่อย่างนั้น ปากบอกว่าอยากจะเจรจา แต่กลับวางแผนตลบหลังเล่นงานเธอ...ซูหยวนได้แต่แค่นหัวเราะออกมาอย่างดูแคลนก็เท่านั้น




    “หึ หึ ดี เป็นแผนที่ดี!” 


                


    เมื่อได้รับอนุญาตจากหัวหน้าแล้ว ผู้เสนอแผนการนี้ก็ผ่อนลมหายใจออกมา เขาเดินมาข้างหน้าพร้อมกับยกมือขึ้นทั้งสองข้าง จ้องตากับซูหยวนก่อนจะพูดเจตนาของตน




    “พวกเราอยากจะเจรจา” ซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อยเป็นสัญญาณให้อีกฝ่ายพูดต่อ




    “เพราะพวกเราได้รับค่าจ้างจากทั้งสองคนนั้นก็เลยต้องลงมือกับเธอ แถมคนที่ล่อลวงเธอมาที่ถิ่นของพวกเราก็คือไอ้โง่สองตัวนั้นด้วย ดังนั้น...เพื่อไม่ให้เรื่องมันวุ่นวายไปมากกว่านี้ ฉันต้องการให้มันจบลงได้แล้ว”




    “แล้วทำไมฉันต้องจบ” ซูหยวนเอียงคอ สายตาของเธอบ่งบอกว่าต่อให้สู้อีกสักหน่อย เธอก็ไม่คนามือ 




    “เธอคงจะได้ใจที่สามารถจัดการหมายเลข 1 ไปได้ แต่พวกเราไม่ได้มีแค่นี้หรอกนะ ถ้าเธอยังต้องการลงมือ พวกเราจะปล่อยอาวุธชิ้นสุดท้ายของพวกเราออกมา และตอนนั้น...เธอก็เตรียมรับหายนะได้เลย”




    “.............”




    “ฉันยอมมอบทางลงให้ก่อน อยู่ที่เธอจะเลือกแล้ว ทางฉันเองก็เสียหายเหมือนกัน เธอแค่โดนหลอกมา แต่ก็ไม่ได้รับบาดเจ็บเลยไม่ใช่หรอ? กลับกัน...ฝ่ายพวกเราตายไปกี่คนแล้ว แถมยังถูกทำลายมนุษย์ทดลองที่มีค่าไปอีกด้วย หากกลุ่มในเงากลุ่มอื่นๆรู้ว่าพลังของพวกเราลดลง พวกเขาก็คงจะมาวุ่นวายต่อ ดังนั้น...นี่ก็คือโทษของพวกเราแล้ว เธอก็ควรจะใจกว้างบ้างนะ”


                


    แม้ว่าซูหยวนจะแสดงออกว่าไม่ยินยอม แต่ทางนั้นก็ไม่ได้กลัวเธอมากจนต้องร้องขอให้เธอปล่อยไป ท้ายที่สุดแล้วอาวุธหนักของพวกเขายังคงอยู่ ถ้าซูหยวนดื้อรั้นต่อไป คงมีแต่จะต้องเสียกับเสียแน่


                


    หญิงสาวทำท่าครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยถาม




    “แล้วสองคนนี้ที่กล้าหลอกฉันล่ะ”




    “เรื่องสองคนนั้น พวกเราต้องขอไว้ เพราะพวกมันเป็นคนผิด กล้าหลอกลวงพวกเรา ดังนั้นพวกเราจะจัดการให้มันรู้สึกเหมือนอยู่ไม่สู้ตายเอง!!” เมื่อซูหยวนได้ยินแบบนั้น เธอก็แสยะยิ้มขึ้นมา ท่าทางพอใจของเธอทำให้ตัวแทนผ่อนคลายลงไม่น้อย




    “ฉันต้องการให้พวกเขาไม่สามารถออกมาใช้ชีวิตข้างนอกได้อีก”




    “นั่นเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว ถ้าเธอขอให้ไว้ชีวิตพวกเขาต่างหากที่พวกเราจะไม่เห็นด้วย”




    “ถ้าอย่างนั้นก็ตกลง ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ถ้าอย่างนั้นฉันก็ขอฝากด้วยก็แล้วกัน” ซูหยวนพูดแค่นั้นก่อนจะเดินกลับออกไป ท่ามกลางสายตาเกลียดชังของหัวหน้าตัวใหญ่




    “ฮึ่ม!! นังเด็กอวดดี! ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่”




    “หัวหน้าครับ ผมมีแผนครับ...ไม่ใช่ว่าไอ้สารเลวสองคนนี้รู้จักครอบครัวของเธอหรอกหรอครับ เพื่อที่จะสั่งสอนให้มันรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวด ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็เตรียมเล่นสนุกกับครอบครัวของพวกมันหน่อยดีไหมครับ”




    “ฮ่าๆ ดี ต้องดีอยู่แล้ว ในเมื่อมันกล้าท้าทายพวกเรา ฉันก็อยากจะให้มันรู้ว่าพวกเราเป็นคนละระดับกัน!! แต่ก่อนอื่น...ไอ้สารเลวทั้งสองคนนี้จะต้องได้รับโทษ!” ชายร่างใหญ่ย่างสามขุมเข้ามา ทั้งซินซินและหานฮ่าวพยายามจะลุกหนี แต่ขาของพวกเขาได้รับบาดเจ็บแล้ว ดังนั้นไม่มีทางที่จะหนีไปไหนได้ไกล




    “ยะ อย่า อย่าเลย ได้โปรดปล่อยพวกเราไป”




    เพี๊ยะ!!




    “ถุย!! นังสารเลวเอ้ย! นังโง่ที่ไม่รู้จักมองความสามารถของตัวเอง จู่ๆก็หาเรื่องมาให้พวกเรา ผู้หญิงอย่างแกน่ะ เป็นได้ก็แค่ของเล่นสนุกของพวกเราเท่านั้นแหละ” 




    “ชะ ใช่ครับ ลูกพี่ครับ เป็นเพราะนังคนนี้หลอกผม ผมก็เลย...”


                


    ผลั๊ววะ!!




    “ไอ้โง่ไม่มีสมองอย่างแกก็มีความผิดเหมือนกัน แต่ไม่เป็นไร ฉันไม่อยากจะฆ่าแกตอนนี้หรอก ในเมื่อแกทำให้พวกเราเสียมนุษย์ทดลองไปหนึ่งตัว อย่างนั้น...ฉันก็จะทำให้แกกลายเป็นมนุษย์ทดลองของฉันแทน”




    “มะ ไม่นะ ไม่นะ ได้โปรด!!”


                


    เสียงกรีดร้องของทั้งสองดังลั่น น่าเสียดายที่มันดังไม่มากพอที่จะทำให้คนอื่นได้ยิน สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ถูกลากเข้าไปในเงามืด ท่ามกลางกลุ่มคนสกปรกอีกหลายสิบคน...


                


    ค่ำคืนนั้น ในขณะที่ผู้คนกำลังสนุกไปกับการระบายอารมณ์ ความโกรธแค้นของวันนี้กำลังค่อยๆถูกโยนให้สองร่างที่แทบจะเป็นเศษเนื้ออยู่แล้ว จู่ๆเสียง “ตึง” ก็ดังขึ้นจากด้านหน้า คิ้วของชายร่างใหญ่ผู้เป็นหัวหน้าที่กำลังนั่งสนทนาวางแผนจัดการเด็กอวดดีก็ขมวดเข้าหากัน




    “เสียงอะไร”




    “ครับ? เสียงอะไรหรอครับหัวหน้า พวกเราไม่เห็นได้ยินเลย”


                


    ฟวับ!!




    “อ้าก!!” 


                


    ยังไม่ทันที่ชายร่างใหญ่จะได้คำตอบ จู่ๆก็มีร่างของหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มลอยเข้ามา ร่างนั้นขาดเป็นสองท่อน เหลือเพียงท่อนบนที่อ้าปากพะงาบๆ และกองเลือดขนาดใหญ่ เห็นได้ชัดว่าเป็นการโจมตีที่ทำให้ร่างกายขาดในครั้งเดียว!




    “ใครวะ! ใครมันกล้า!!” หัวหน้าส่งเสียงคำรามออกมาด้วยความโกรธ วันนี้กลางวันถูกเด็กน้อยคนหนึ่งหยามเกียรติ ตอนนี้ก็ยังมีคนลอบมาทำร้ายพวกเขาอีกงั้นหรอ?


                


    ไอ้วิธีแบบนี้ ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาคิดกำลังจะทำกับคนอื่นหรืออย่างไร แล้วทำไม...ทำไมถึงมีคนคิดจะมาตลบหลังเขาด้วย!




    “ไง สวัสดี...ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะ”


                


    เสียงใสของเด็กสาวที่เพิ่งได้พบเจอกันเมื่อกลางวันทำให้ดวงตาของชายร่างใหญ่เบิกกว้าง นังเด็กนี่มาปรากฏตัวที่นี่อีกได้ยังไง แถมเธอไม่ได้มาคนเดียว หากแต่มาพร้อมกับ “สุนัขทมิฬ!!” ด้วย




    “กรรซ์...” 


                


    ราวกับต้องการส่งเสียงทักทายเป็นเพื่อนเจ้านาย สุนัขปีศาจร่างใหญ่ส่งเสียงออกมา และนั่นก็ทำให้พวกที่อ่อนแอหมดสติไปกับแรงกดดันนี้ทันที




    “นังเด็กสารเลว แก...ไม่ใช่ว่าแกบอกจะเลิกแล้วต่อกัน...”




    “โอ้ ก็เหมือนที่คุณทำอยู่ไงคะ นั่น...เป็นแผนที่บ้านของฉันไม่ใช่หรอ? ในเมื่อคุณต้องการเตรียมของขวัญให้ฉัน ฉันก็แค่เตรียมของขวัญมาให้ก่อนก็เท่านั้นเอง”




    “นังเด็กสารเลว ดี ดี!! ในเมื่อแกต้องการมาตายถึงที่ ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะจัดการแกเอง! ไป! ตอนนี้ไปตามหมายเลข 2 มาได้หรือยัง!! หลังจบเหตุการณ์นี้ ฉันจะจัดการแกที่ให้ข้อเสนอกับฉันเน่!!” หัวหน้ากลุ่มเหมือนเป็นคนบ้าไปแล้ว เขาคำรามลั่น ออกคำสั่งด้วยความโมโห ทำกระทั่งเตะคนของตัวเองจนลอยไปไกล ทำเอาคนไม่กล้าเข้าใกล้เลย


                


    ซูหยวนยกยิ้ม ส่ายหน้าให้กับความโง่เขลาของคนพวกนี้...แท้จริงแล้วตอนกลางวัน เธอยอมถอยก็เพื่อไม่อยากมีปัญหากับคนที่ “อยู่เบื้องหลัง” หรือ “นายท่าน” ที่พวกเขาพูดถึง ทว่า...คิดจริงๆหรือว่าเธอจะปล่อยสัตว์นรกพวกนี้ไปน่ะ


                


    แน่นอนว่าต้องไม่เป็นเช่นนั้นแน่ เธอยังมีครอบครัวที่ต้องปกป้องอยู่ข้างหลัง ดังนั้น...เธอจึงกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับใช้ “สุนัขปีศาจ” ซึ่งเป็นตัวเดียวกับที่เธอเคยลงมือในเขตชั้นนอก


                


    หากเป็นไปได้ เธอก็คาดหวังว่าไอ้คนที่อยู่เบื้องหลังอันธพาลเขตชั้นนอก และคนที่อยู่เบื้องหลังอันธพาลของเขตชั้นกลางจะตีกันให้หัวแตกไปข้างหนึ่งเลย!




    ………………………………………

    คล้ายกับเรื่องอันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน