กำเนิดราชันย์แห่งจอมเวท

    ตอนที่ 36 กลุ่มคนผู้มาใหม่

         ภายในถ้ำอันคัดเคี้ยว  ท่ามกลางความมืดมิดไร้ซึ่งแสงจากดวงตะวันกลับมีแสงไฟจากคบเพลิงที่สาดประกาย  มันทำให้เผยถึงร่างของชายสามคนที่กำลังย่ำเท้าก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่น ในดวงตาปรากฏทั้งความตื่นเต้นยินดีและความโลภ เสียงหัวเราะได้ยินมาจากชายรูปร่างกำยำอยู่เป็นระยะ 

     

        ชายรูปร่างกำยำผู้นี้มีชื่อว่าไทโคเป็นนักเวทระดับผู้ใช้มนตราขั้นที่สอง  แม้จะไม่มีพรสวรรค์ด้านการใช้พลังเวทมากนักแต่เขาก็เป็นผู้ที่ถือได้ว่าเป็นผู้ที่พอมีฝีมือผู้หนึ่ง เพราะถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เก่งกาจในเรื่องการใช้พลังเวทแต่ไทโคก็เกิดมาพร้อมกับร่างกายที่ใหญ่โตกว่าเพื่อนฝูงในรุ่นราวคราวเดียวกันตั้งแต่ยังเด็ก

     

           ในโลกเวทมนตร์แห่งนี้ใช่ว่าทุกคนจะเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ด้านพลังเวทเสมอไป  สำหรับผู้ที่ไร้พรสวรรค์ด้านพลังเวทนั้นหลายคนก็เลือกที่จะยอมแพ้ต่อโชคชะตา  แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่เลือกจะไม่ยอมแพ้ด้วยการฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่งขึ้นมาทดแทนและไทโคก็คือหนึ่งในนั้น  แต่เพราะความที่ไร้พรสวรรค์ด้านพลังเวทไทโคจึงติดอยู่ในระดับผู้ใช้มนตราขั้นที่สองมากว่าห้าปีแล้ว จนกระทั่งเขาอายุสามสิบหกปีก็ยังไม่มีท่าทีว่าระดับของเขาจะเลื่อนไปไหน

     

         ส่วนชายที่รูปรางผอมบาง ใบหน้าเล็กแหลมราวกับสุนัขจิ้งจอกที่อยู่ด้านขวามือของไทโคนั้นชื่อว่าเพเตอร์  ส่วนทางด้านซ้ายมือของไทโค  ชายรูปร่างอ้วนกลมที่กำลังเดินไปข้างหน้าพร้อมกับพุงขนาดใหญ่ที่กระเพื่อมไปมาราวกับเป็นถุงหนังสัตว์ใบใหญ่ใส่น้ำเอาไว้ในนั้นมีชื่อรูเบอร์ ทั้งคู่เป็นนักเวทที่คอยติดสอยห้อยตามเพเตอร์มาหลายปีแล้ว  ทั้งเพเตอร์และรูเบอร์นั้นเป็นเพื่อนกันมาก่อนที่จะได้เจอกับไทโคเมื่อหลายปีก่อน มันทั้งสองเป็นนักเวทที่ไม่เก่งกาจมากนักแม้จะอายุยี่สิบหกแล้วแต่ก็ยังเป็นเพียงระดับนักเวทฝึกหัดขั้นที่เจ็ดและแปดเท่านั้น 

     

         ในที่สุดพวกมันทั้งสามก็เดินมาจนสุดทางเดินของถ้ำ ด้านหน้าของพวกมันเป็นประตูทางเข้าดันเจี้ยน  ประตูเดียวกับที่แอเรียนเดินผ่านเข้าไปเมื่อหลายวันก่อน

     

         “ นั่นไงหัวหน้าประตูดันเจี้ยนจริงๆด้วย  ข้าบอกแล้วว่าแผนที่ของข้าไม่ใช่ของปลอม ท่านรู้บ้างไหมกว่าข้าจะหามันมาได้ข้าต้องลำบากเพียงใด “

     

          เพเตอร์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นพลางอวดผลงานของมันเพื่อประจบไทโคไปด้วย

     

         “ ใช่เจ้าคนเดียวซะที่ไหน  ข้าเองก็เป็นผู้ที่เจอแผนที่พร้อมกับเจ้า  อย่าเอาแต่ความดีความชอบคนเดียวสิ  ข้ารู้นะว่าเจ้าคิดจะขอส่วนแบ่งเยอะกว่าข้าน่ะเพเตอร์! “ 

     

         รูเบอร์โวยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนักที่กำลังโดนแย่งความดีความชอบ พวกมันสองคนแม้จะเป็นเพื่อนกันแต่ก็มักจะเถียงกันอยู่เช่นนี้เป็นประจำ

     

         “ เอาล่ะๆไม่ต้องเถียงกัน  ครั้งนี้ข้าถือว่าพวกเจ้าทั้งสองทำได้ดี  ไม่เสียแรงที่ข้าต้องลำบากบุกป่าฝ่าอันตรายมาถึงที่นี่ฮ่าๆๆ “

     

         ไทโคพูดออกมาอย่างอารมณ์ดี ประตูดันเจี้ยนที่อยู่เบื้องหน้าของมันนับว่าเป็นขุมทรัพย์อย่างแท้จริง มันคือความหวังที่จะทำให้มันเลื่อนระดับจากผู้ใช้มนตราขั้นที่สองไปสู่ขั้นที่สามเสียที และบางทีก็อาจจะทำให้มันแข็งแกร่งไปมากกว่านั้น 

     

         แต่ในขณะที่หัวของมันกำลังจินตนาการถึงทรัพย์สมบัติมากมายรวมถึงแก่นอสูรที่รอให้มันมาเก็บกวาดจากดันเจี้ยนสีหน้าของมันก็พลันเปลี่ยนไป 

     

         “ มีอะไรรึเปล่าหัวหน้า  ทำไมท่านทำหน้าแบบนั้น “

     

         เพเตอร์เป็นผู้ที่สังเกตเห็นสีหน้าของไทโคจึงรีบเอ่ยถามทันที 

     

         “บัดซบ !! มีคนที่มาถึงก่อนพวกเรา !! “

     

         ทันใดนั้นสีหน้าของเพเตอร์และรูเบอร์ก็พลันเปลี่ยนไปทันที 

     

         “ เอายังไงดีหัวหน้า“

     

         “ ก็รีบเข้าไปสิ ไอ้เจ้าโง่ !! “

     

         

     

         อีกหลายวันต่อมาในด้านหนึ่งภายในดันเจี้ยนชั้นที่ห้า เสียงของการต่อสู้ดังก้องอยู่ภายในดันเจี้ยนอยู่เป็นระยะ สายฟ้าที่คำรามก้องปะปนกับเสียงของเหล่าสัตว์อสูรที่คำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวบางครั้งก็เป็นเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด 

     

        แอเรียสพึ่งพิชิตดันเจี้ยนชั้นที่สี่แล้วผ่านขึ้นมาในดันเจี้ยนชั้นที่ห้าเมื่อสามวันก่อน  เขาใช้เวลาในการจัดการกับเหล่าก็อบลินในชั้นที่สี่อยู่หลายวันกว่าจะจัดการพวกมันได้จนสิ้นซาก ดันเจี้ยนชั้นที่สี่นั้นมีก็อบลินอยู่จำนวนไม่ต่างจากชั้นที่สามมากนักแต่ในจำนวนนั้นกลับมีหนึ่งตัวที่เป็นก็อบลินระดับสูง  การรับมือกับมันนับว่าลำบากอยู่ไม่น้อย และพวกมันยังใช้การโจมตีเป็นกลุ่มทำให้แอเรียสรับมืออย่างยากลำบาก  

     

         หลังจากที่จัดการสัตว์อสูรในดันเจี้ยนชั้นที่สี่จนหมดแอเรียสก็ดูดซับแก่นอสูรจนเลื่อนระดับมาสู่ระดับผู้ใช้มนตราขั้นที่หนึ่งทำให้แอเรียสพอจะรับมือสัตว์อสูรระดับสูงในชั้นที่ห้าได้ไม่ยากนัก  หากมีผู้ใดล่วงรู้แอเรียสสามารถดูดซับพลังงานจากแก่นอสูรได้โดยตรงเช่นนี้มันผู้นั้นคงได้อิจฉาจนแทบคลั่งตายเป็นแน่และแอเรียสคงได้ถูกไล่ล่าจากนักเวทจำนวนมากเพื่อเค้นหาความลับจากเขา  การดูดซับพลังงานจากแก่นอสูรได้โดยตรงเช่นนี้ก็ไม่ต่างจากการดูดซับพลังจากพลังชีวิตของสัตว์นับเป็นการฝืนกฎของธรรมชาติอย่างแท้จริง 

     

         ดันเจี้ยนชั้นที่ห้านับว่าอันตรายกว่าชั้นอื่นที่ผ่านมา ตลอดสามวันมานี้แอเรียสปะทะกับสัตว์อสูรระดับสูงมาสามตัวแล้ว  พวกมันอันตรายกว่าสัตว์อสูรระดับกลางหลายเท่านักแต่โชคดีที่พวกมันไม่ใช่เป็นสัตว์อสูรที่รวมฝูงกันเหมือนกับพวกก็อบลินไม่เช่นนั้นแอเรียสคงตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ 

     

         ในที่สุดแอเรียสก็เดินมาถึงจุดสิ้นสุดของดันเจี้ยนชั้นที่ห้า  ที่ด้านหน้าของแอเรียสคือประตูสองบาน  หนึ่งคือประตูที่จะพาเขาไปสู่ดันเจี้ยนชั้นต่อไป  และอีกหนึ่งคือประตูที่พาเขาไปสู่โลกภายนอก แต่ดูเหมือนหนทางไปสู่ประตูจะไม่ได้ง่ายดายเช่นนั้น

     

         “ คราวนี้เป็นเถาวัลย์เสพโลหิตรึ “

     

         แอเรียสมองต้นเถาวัลย์ที่แผ่อาณาเขตอยู่ด้านหน้าของเขาพวกมันเกาะกลุ่มกันอยู่คล้ายกับพุ่มไม้ขนาดใหญ่ทั่วไป แต่หากสังเกตดีๆจะเห็นว่าตามเถาวัลย์บางส่วนยังมีโลหิตติดอยู่ มันคงเป็นโลหิตของสัตว์อสูรบางตัวที่หลงเดินเข้าไปในอาณาเขตของเถาวัลย์เสพโลหิต ลำต้นของมันเป็นสีดำสนิทแม้แต่ใบของมันก็เป็นสีดำเช่นกัน  เถาวัลย์เสพโลหิตนั้นแม้มันจะคล้ายกับต้นไม้ทั่วไปแต่มันก็ถูกจัดอยู่ในประเภทของสัตว์อสูร   และที่สำคัญมันยังเป็นสัตว์อสูรระดับสูงอีกด้วย

     

         “ รู้สึกข้าจะเจอของน่าสนใจเข้าแล้วสิ“

     

         แอเรียสเพ่งมองไปยังจุดใจกลางเถาวัลย์เสพโลหิต  มันมีกล่องไม้ขนาดเล็กที่ถูกวางเอาไว้บนแผ่นหิน แม้จะไม่ได้แกะสลักด้วยลวดลายอันงดงามหรือประดับประดาด้วยอัญมณีอันทรูหราจนดูสะดุดตาแต่แอเรียสก็สัมผัสได้ถึงพลังเวทอันเอ่อล้นออกมาจากภายในกล่องไม้นั้น ดูเหมือนว่าเถาวัลย์เสพโลหิตจะมีหน้าที่เฝ้ากล่องไม้กล่องนี้เอาไว้ 

     

         ทันทีที่แอเรียสเดินเข้าไปใกล้  เถ้าวัลย์ก็เลื้อยมาทางแอเรียสทันที แต่หากจะพูดให้ถูกต้องควรจะต้องบอกว่าพุ่งมาโจมตีคงจะเหมาะกว่า  เหล่าเถาวัลย์ที่เลื้อยมาทางแอเรียสนั้นว่องไวราวกับอสรพิษที่พุ่งมาฉกกัดศัตรู  แอเรียสกระโดดหลบพร้อมกับโจมตีสวนกลับไป 

     

         ปักกก !!

     

        ขณะที่แอเรียสกำลังกระโดดหลบก็มีเถาวัลย์เส้นหนึ่งมารัดที่ขาของเขาเอาไว้ มันทำให้เถาวัลย์เส้นอื่นโจมตีโดนแอเรียสเข้าอย่างจัง  รอยฟาดแดงยาวเป็นทางพร้อมกับเลือดที่ไหลซิบออกมาจากบาดแผลทำให้แอเรียสรู้สึกเจ็บปวดอยู่ไม่น้อย  แอเรียสใช้สายฟ้าโจมตีไปที่เถาวัลย์เส้นที่รัดขาของเขาเอาไว้ก่อนที่จะถอยออกมาตั้งหลักอีกครั้ง 

     

         “ หึ !ทำข้าไว้เจ็บแสบนัก  งั้นข้าจะเผาเจ้าให้เป็นท่อนฟืนไปเลยแล้วกัน “

     

         บอลเพลิง !!

     

         เปลวไฟถูกจุดขึ้นมาบนฝ่ามือของแอเรียสก่อนที่จะพุ่งเข้าไปโจมตีเถาวัลย์เสพโลหิต   นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตนี้ที่แอเรียสใช้เวทอัคคีในการต่อสู้ ปกติแล้วแอเรียสจะใช้เวทอัคคีเฉพาะในการปรุงยาเท่านั้น แอเรียสคือผู้ที่มีธาตุพิเศษคือธาตุอัสนีซึ่งเป็นธาตุที่เกิดจากการผสานระหว่างธาตุอัคคีและธาตุวายุ แม้แอเรียสไม่อาจจะใช้เวทอัคคีและวายุได้แข็งแกร่งเทียบเท่าเวทอัสนีแต่ก็นับว่าไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่าผู้ใด 

     

         สัตว์อสูรประเภทพฤกษานั้นมีจุดอ่อนคือแพ้ทางธาตุอัคคี นั่นคือเหตุผลที่แอเรียสเลือกที่จะใช้ธาตุอัคคีโจมตี ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งก็เพราะมีเถาวัลย์เส้นหนึ่งโจมตีโดนที่ใบหน้าของแอเรียสเข้าอย่างจัง  นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เพลิงความโกรธในใจของแอเรียสลุกโชนจนอยากจะเผาเถาวัลย์เสพโลหิตให้กลายเป็นเถ้าถ่าน 

     

     

     

     

         อีกด้านหนึ่งภายในดันเจี้ยนชั้นที่สาม กลุ่มที่นำโดยไทโคกำลังเดินสำรวจดันเจี้ยนด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์นัก พวกมันสำรวจดันเจี้ยนมาถึงสามชั้นแล้วแต่กลับพบว่าสัตว์อสูรส่วนใหญ่ถูกจัดการไปจนหมดแล้ว และภายในดันเจี้ยนทั้งสามชั้นก็ไม่มีสมบัติใดๆที่พวกมันเฝ้าฝันหาเลยแม้แต่น้อย  สิ่งที่ถูกทิ้งไว้มีเพียงซากศพของสัตว์อสูรเพียงเท่านั้น

     

         “ บัดซบ !!นี่เราเดินสำรวจดันเจี้ยนมากี่วันแล้ว  แม้แต่เหรียญคริสตัลเดียวข้าก็ยังมองไม่เห็น  !! “

     

         ไทโคคำรามออกมาด้วยความหงุดหงิด  มันฟาดดาบเข้าไปที่ก้อนหินโชคร้ายก้อนหนึ่งจนแตกกระจายออกไป

     

         “ ไม่แน่ว่ามันอาจจะซุกซ่อนไว้ที่ไหนสักแห่งก็ได้หัวหน้า“

     

          เพเตอร์พยายามพูดออกมาเพื่อดับความเพลิงความโกรธของไทโค  แต่เหมือนคำพูดของเขาจะไม่ได้ผล ไทโคหันไปจ้องเพเตอร์ด้วยความไม่พอใจก่อนจะใช้มือกระชากคอเสื้อของเพเตอร์อย่างแรง  ร่างของเพเตอร์ถูกยกลอยขึ้นมาเหนือพื้น  ใบหน้าของมันซีดลงอย่างเห็นได้ชัดด้วยความกลัว          

        

         “ เป็นเพราะแผนที่ห่วยๆของเจ้า !! ที่ทำให้ข้าต้องมาเสียเวลาแบบนี้ “

     

         ไทโคตะโกนออกมาด้วยความโกรธ

     

         “ ข..ข..ข้าไม่รู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้“

     

         เพเตอร์ละล่ำละลักออกมาด้วยความกลัว  มันเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าจะมีผู้ที่ชิงตัดหน้าพิชิตดันเจี้ยนไปก่อนพวกมันเช่นนี้

     

         “ ใจเย็นๆก่อนหัวหน้า  ทะเลาะกันเองก็ไม่ช่วยอะไรหรอก ข้าว่าข้าพอจะมีหนทางที่พวกเราจะได้สมบัติในดันเจี้ยนแล้วล่ะ “

     

         เสียงของรูเบอร์ราวกับระฆังที่ช่วยชีวิตของเพเตอร์เอาไว้  ไทโคปล่อยมือออกจากร่างของเพเตอร์ก่อนจะเงี่ยหูฟังรูเบอร์ด้วยความจดจ่อ 

     

         “ หากเจ้าพูดจาไร้สาระออกมาล่ะก็  รับรองว่าเจ้าได้เจอดีแน่ ! “

     

         คำพูดของไทโคทำให้รูเบอร์อดไม่ได้ที่จะสั่นกลัวเล็กๆ

     

         “ ข้าดูจากร่องรอยแล้วผู้ที่มาถึงดันเจี้ยนก่อนหน้าพวกเราน่าจะมาก่อนพวกเราเพียงไม่นานนัก ทำไมเราไม่ไปตามหาตัวมันแล้วชิงเอาสมบัติมาจากมันซะเลยล่ะ “

     

         “ เจ้าจะพูดเรื่องที่ข้าก็รู้อยู่แล้วทำไม !!  ในเมื่อหลายวันมานี้พวกเราก็เดินแกะรอยมันมาตลอด  แล้วเจ้าเห็นเงามันบ้างรึไม่ หากเจ้าจะพูดเรื่องไร้สาระแบบนี้ก็หุบปากเหม็นๆของเจ้าไปซะ  ก่อนที่ข้าจะใช้เจ้าเป็นที่ระบายความโกรธ !!“

     

         “ ใจเย็นๆก่อนสิหัวหน้า  ฟังข้าให้จบก่อน “

     

         รูเบอร์รีบชูมือห้ามปรามไทโคที่กำลังเดินมาทางเขาด้วยท่าทางขึงขัง  สองขาก้าวเดินถอยหลังก่อนจะรีบอธิบายต่อด้วยความรวดเร็ว เขาเองก็ไม่อยากจะเจ็บตัวเหมือนกับเพเตอร์สักเท่าไรนัก

     

         “ ทำไมพวกเราจะต้องเดินตามหามันด้วยล่ะ ในเมื่อถึงอย่างไรมันก็ต้องกลับออกจากดันเจี้ยนอยู่ดี  สู้เราไปเฝ้ารอมันที่ปากทางเข้าดันเจี้ยนไม่ดีกว่ารึ“

     

         รูเบอร์หรี่ตายิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มอันเจ้าเล่ห์ ในดวงตาอันเล็กราวกับเม็ดถั่วของมันแฝงไปด้วยความโลภและความชั่วร้ายที่ก่อตัวขึ้นมา  ดวงตาของพวกมันทั้งสามประสานกันอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนที่เสียงหัวเราะอันน่าเกลียดของพวกมันจะดังก้องไปทั่วทั้งดันเจี้ยน 

     

         “ ไม่เสียแรงที่เป็นลูกน้องข้า  ถ้าแผนของเจ้าสำเร็จข้าจะเพิ่มส่วนแบ่งให้กับเจ้า“

     

         หลังจากนั้นไม่นานพวกมันทั้งสามก็เลือกที่จะเดินผ่านประตูทั้งด้านซ้ายเพื่อเดินกลับออกไปยังโลกภายนอกเพื่อทำตามแผนการอันเจ้าเล่ห์ของพวกมัน  ด้านแอเรียสเองก็ไม่รู้เลยว่ามีสิ่งใดกำลังดักรอเขาอยู่ที่โลกภายนอก

     

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดราชันย์แห่งจอมเวท ที่คุณอ่าน

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    นิยาย แฟนตาซี
    571K 2468
    คุณพ่อยอดพระกาฬ

    คุณพ่อยอดพระกาฬ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    848K 1761
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    THe Superman

    THe Superman

    นิยาย แฟนตาซี
    333K 566
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.58M 3137
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34