การโจมตีของดาบเล่มสีดำไร้ซึ่งพลังใดๆที่สามารถต้านทานได้ ผมแค่ฟาดฟันมันไปเบาๆก็ทำลายการโจมตีของ ลาล่า ลูลู่ทิ้งไปได้ในการโจมตีเดียว ผมพุ่งเข้าไปประชิดพวกเธอต่อในทันทีด้วยความที่พวกเธอทั้งสองยังคงตกตะลึงกับตัวผมที่รอดมาจากการโจมตีครั้งแรกไปได้และคิดว่าจะจบมันอีกทีในการโจมตีครั้งที่สอง
แต่ผมก็สามารถทำลายการโจมตีของพวกเธอทิ้งไปได้ง่ายๆและยังไม่แม้แต่ใช้ทักษะใดๆออกมาแม้แต่อย่างเดียว พวกเธอไม่เหลือทางเลือก เลือกที่จะพุ่งตัวเข้าแลกโดยการระเบิดสภาวะพลังพร้อมที่จะพลีชีพของตนเองร่างกายของพวกเธอทั้งสองเรืองแสงสีขาวออกมา
รัศมีพลังงานสีขาวอันบริสุทธิ์ก็สาดส่องนำทางการโจมตีที่มีผลไม่สนการป้องกันมาที่ผมมีดสั้นคู่และทวนก็โจมตีเข้ามารวดเร็วอีกครั้งราวกับสายฟ้า ผมเบี่ยงหลบไปได้ทั้งหมดแล้วสวนการโจมตีกลับไปทางฝั่งของพวกเธอเองก็หลบหลีกการโจมตีของผมได้
แต่ก็ยังได้รับผลกระทบจากพลังงานสีดำของผมไปเล็กน้อยทำให้กระอักเลือดออกมาหนึ่งครั้ง
“โรเบิร์ตรีบจัดการพวกเธอได้แล้วจะมัวรออะไรอีกหรือว่าทำใจฆ่าผู้หญิงสวยๆไม่ได้”
“เดี๋ยวสิอาเธน่าคุณจะตัดสินผมแบบนั้นไม่ได้นะ ใจเย็นก่อนสิเดี๋ยวนี้คุณดูมีอคติกับผู้หญิงคนอื่นมากเกินไปรึเปล่า”
อาเธน่าก้นหน้าลงจากนั้นก็แสดงสีหน้าสำนึกผิดเพราะมันเป็นเรื่องจริงที่เธอกลายเป็นคนที่มองผู้หญิงที่เข้ามาใกล้ผมแปลกไปแต่มันกลับไม่มีผลแบบนั้นกับภรรยาของผมและร่างอวตารที่อยู่บนไหล่ผมในตอนนี้ ราวกับว่าความรู้สึงโดยสัญชาตญาณของอาเธน่ามันได้บอกว่ามีเพียงหญิงที่ถูกเลือกเท่านั้นที่จะสามารถกลายเป็นวงศ์วานของผมได้
“ฉัน...ฉันขอโทษ”
ผมใช้มือทั้งสองมือของผมเอาตัวของอาเธน่ามาวางไว้บนฝ่ามือแล้วพูดขึ้น
“เพื่อความสบายใจของคุณ ผมขอพูดจากใจว่าผมไม่ได้คิดกับพวกเธอแบบนั้นหรอกและไม่มีทางที่พวกเธอจะเป็นแบบที่ผมชอบไปได้เพราะฉะนั้นวางใจเถอะ การที่ผมต้องรับมือกับพวกเธอไปแบบนั้นผมเองก็มีข้อสงสัยบางอย่างแค่นั้นเอง”
ชายคนนั้นที่มองดูการต่อสู้แทบจะไม่อยากเชื่อสายตาของตนเองการรับมือกับ ลาล่า ลูลู่ ได้อย่างน้อยต้องเป็นคนที่มีระดับความสามารถอยู่ที่ขอบเขตผู้เชี่ยวชาญเวทย์ขั้นกลางขึ้นไปเท่านั้น แต่เขาก็วัดระดับความสามารถของผมแล้วก็รู้ว่ามันอยู่แค่ขอบเขตนักเวทย์ฝึกหัดขั้นกลางเท่านั้น
มันเป็นไปได้ยังไง ชายคนนั้นเองก็ไม่สามารถหาข้อสรุปเกี่ยวกับตัวของผมออกมาได้จึงเรียกหน่วยอัศวินผู้พิทักษ์ออกมาจำนวนห้าคนที่เป็นตัวทดลองที่ประสบผลสำเร็จแล้วและก็เป็นตัวทดลองที่แข็งแกร่งที่สุดในที่นี้ด้วย
"ลาล่า ลูลู่ กลับมานี่ไม่ต้องไปสู้จนตัวตายขนาดนั้นแสดงว่าเจ้านี่ต้องเป็นตัวทดลองที่ล้ำค่าเพราะฉะนั้นข้าจะลงมือขั้นเด็ดขาดคอยดูว่าพลังที่ห่างชั้นมากมายถึงขนาดนี้เจ้านั่นจะสามารถต่อต้านได้ไหม A1 A2 A3 A4 A5 ออกมาหาข้า"
A1 A2 A3 A4 A5 ที่ปรากฏตัวออกมานั้นก็มีรูปร่างลักษณะเหมือนมนุษย์ทุกอย่างแต่มีเอกลักษณ์ตรงที่บนหัวจะมีเขาหนึ่งเขางอกออกมาและร่างกายแต่ละคนก็จะมีอักขระชื่อของตนเองกำกับเอาไว้ตามร่างกายแต่ละคนไป
ชายคนนั้นที่มองเห็นท่าทีของผมที่ยื่นนิ่งเงียบไม่ขยับไปไหนก็เผยรอยยิ้มออกมา
"ถ้ายอมแพ้ตอนนี้ข้ายังพอให้โอกาสเจ้าได้กลายเป็นตัวทดลองที่จะได้สัมผัสถึงพลังอันไร้ขีดจำกัดก่อนตัวทดลองอื่นก็ได้นะว่ายังไงละข้อเสนอนี้เป็นข้อเสนอที่ดีใช้ได้เลยใช่ไหม ฮ่า ฮ่า"
“ก่อนที่ฉันจะตอบรับคำพูดของแกฉันขอถามอะไรหน่อยสิ”
“โอ้! ได้สิข้าเป็นคนใจกว้างมากพอ จะถามอะไรก็ถามมาได้เลย หรือจะถามว่าพอเข้ามาเป็นตัวทดลองแล้วจะเป็นยังไงสิ่งนั้นข้าอยากให้เจ้าถามมากที่สุด”
ผมชี้ไปยังคริสตัลที่มีร่างของอิซาเบลล่าอยู่ในนั้น
“แกไปได้เธอมาจากที่ไหน”
“หืม! นั่นมันร่างต้นแบบการทดลอง IS1 อิซาเบลล่า ไวโอเล็ท นิรึว่าเจ้าจะเคยพบเจอตัวทดลองของร่างต้นแบบตัวนี้มาแล้ว”
“ใช่”
“ก็ได้ข้าจะพูดให้เจ้าฟังเป็นกรณีพิเศษเองในฐานะที่ตัวทดลองล้ำค่าแบบเจ้าจะมอบตัวเองให้กับข้า ร่างต้นแบบนี้ข้าได้มากจากซากของโลกแห่งหนึ่งที่เคยเป็นโลกชนชั้นที่หนึ่งที่ได้ร่วงหล่นไปแล้ว ข้าไปพบเจอนางที่นั่นมาและนางก็ยังอยู่ในสภาพที่กำลังนั่งสำนึกผิดต่อหน้าหลุดศพหลุมหนึ่งอยู่”
“นึกไม่ถึงเลยว่านางจะทำลายพลังความสามารถและทักษะทั้งหมดของตนเองทิ้งไปจนเหลือเอาไว้แค่ระดับความสามารถขอบเขตกำเนิดเวทย์เพียงเท่านั้นแต่เพราะตอนนั้นข้าเกิดความสนใจในตัวของนางเข้าด้วยความที่นางมีกายศักดิ์สิทธิ์ที่พบเจอได้ยากทำให้นางถูกข้าจับมาตัดแยกร่างกายออกเป็นส่วนๆแล้วยัดมันลงไปคริสตัลพร้อมกับใช้สมบัติศักดิ์สิทธิ์โบราณหยุดเวลาของนางเอาไว้”
ผมนึกย้อนไปยังความทรงจำที่ผมเห็นเมื่อตอนนั้นผู้หญิงที่มารอรับการมาของผมในวันนั้นเธอพยายามเพื่อที่จะพิสูจน์ตนเองและสำนึกผิดในสิ่งที่ได้ทำลงไป ตัวผมในความทรงจำไม่อาจที่จะยอมรับการกระทำที่เธอได้กระทำผิดลงไปได้จึงได้ผลักไสเธออกไป แต่สุดท้ายเธอก็ได้ร้องขอความต้องการข้อหนึ่งก็คือการที่จะมาเยี่ยมหลุดศพของชายที่เธอรักที่เธอเป็นต้นเหตุให้เขาตายไปเพราะความเห็นแก่ตัวของเธอ
แสดงว่าความทรงจำที่ผมเห็นทั้งหมดและทำให้เวลามันเดินมาหยุดที่หนึ่งร้อยปีมันต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับบางสิ่งบางอย่าง บางทีอาจเป็นพลังในร่างกายที่แปลกประหลาดของผมพลังนั้นก็ได้ แต่ที่สำคัญในตอนนี้ผมต้องช่วยอิซาเบลล่าตัวจริงออกมาก่อนแต่ว่าถ้าช่วยออกมาแล้วผมจะใช้วิธีไหนช่วยชีวิตของเธอได้กันละ
เพราะตอนนี้เธอได้ไปอยู่ในจุดที่เรียกว่าถ้าคลายพลังหยุดเวลาไปเธอก็จะตายได้ทุกเมื่อพลังในตัวของผมไม่มีพลังไหนเลยที่จะช่วยเธอได้ต่อให้ใช้ทักษะฟื้นฟูด้วยพลังแห่งธรรมชาติก็ไม่มีทางที่จะสามารถทำแบบนั้นได้ ถ้าใช้ทักษะรังสรรค์นำเทคโนโลยีมาก็ไม่ได้เพราะตั้งแต่ขึ้นมาโลกเบื้องบนไม่มีอะไรที่เทคโนโลยีในโลกก่อนของผมจะใช้ออกมาได้อีกต่อไปแล้ว
เนื่องจากพลังที่เหนือจินตนาการเกินไปของโลกเบื้องบนมันลดความโดดเด่นของเทคโนโลยีโลกก่อนของผม ไม่สิ! มันยังมีวิธีอยู่ผมลืมมันไปได้ยังไงกันตลอดเวลาที่ผ่านมาผมจดจ่ออยู่กับการต่อสู้ของตนเองรวมถึงเรื่องราวมากมายและทักษะอื่นมาเกินไปจนลืมนึกไปถึงความสามารถที่แท้จริงของทักษะรังสรรค์ที่ตนเองได้ครอบครองอยู่
พลังที่ได้ขึ้นชื่อว่าโกงที่สุดในบรรดาทักษะที่ผมมีและมันก็ไม่ได้ถูกระบุหรือจำกัดพลังของมันอยู่ในขอบเขตใดเลย เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นการสร้างสิ่งที่จับต้องได้อย่างอาวุธ อุปกรณ์ต่างๆ หรือสมบัติที่คิดความสามารถขึ้นมาเองแล้ว ผมยังสามารถที่จะรังสรรค์สิ่งที่จับต้องไม่ได้อย่างเช่นการสร้างทักษะขึ้นมาได้
ถ้าความคิดแบบนี้การคาดการณ์ของผมที่มีนี้เป็นความจริงแล้วละก็ ต่อให้ผมไม่ได้พลังอะไรเลยไม่มีฐานะเป็นแวมไพร์หรือเก่งกล้าสามารถแบบคนอื่น เพียงแค่มีทักษะที่ครอบจักรวาลอย่างทักษะรังสรรค์อยู่ละก็ผมก็สามารถพูดได้เลยว่าสิ่งพวกนั้นมันไม่จำเป็นอีกต่อไป
เมื่อมันไม่มีก็แค่สร้างมันขึ้นมา สร้างโอกาส สร้างความเป็นไปได้ สร้างเส้นทางไปสู่สิ่งที่ต้องการ สำหรับผมที่หลงลืมจุดมุ่งหมายของตนเองที่มีการผจญภัยเป็นจุดมุ่งหมายตั้งแต่แรกตอนนี้ เวลานี้ ผมได้กลับมาแล้ว ต่อจากนี้จะไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้อีกต่อไป
ดวงตาที่มุ่งมั่นพร้อมกับรอยยิ้มที่มีเลิศนัยของผมก็กลับมาอีกครั้ง กลับมาเป็นตัวของตนเอง อาเธน่ากับร่างอวตารที่อยู่ข้างๆมาโดยตลอดถึงกับตกตะลึงเพราะผมที่พวกเธอรู้จักได้เปลี่ยนไปในเวลาชั่วอึดใจ
ส่วนทางด้านของชายคนนั้นกลับเกิดอาการเย็นวาบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เขาพยายามทำใจให้นิ่งสงบก่อนที่จะพูดขึ้น
“คำตอบของเจ้าว่ายังไงละ ข้าให้เวลาเจ้าคิดมาพอสมควรแล้ว ไม่ต้องห่วงไปหรอกเดี๋ยวข้าจะประกอบร่างของเธอไปให้เจ้าได้เห็นร่างที่สมบูรณ์เองเจ้าจะได้ไม่มีพันธะอะไรที่จะให้ยุ่งเกี่ยวอีกต่อไป”
“นั่นสินะ ฉันเองก็ได้สติจากคำพูดของแกความกดดันทางจิตใจที่มอบมันมาให้ฉันเหมือนกันแกนับเป็นศัตรูคนแรกที่ให้แง่คิดที่สำคัญขนาดนี้ให้ฉันเอาเป็นว่าฉันจะทำให้แกได้ตายไปอย่างสบายที่สุดก็แล้วกัน”
“ฮ่า ฮ่า นั่นคือคำตอบของเจ้าสินะดีมาก A1 A2 A3 A4 A5 ฆ่ามันซะข้าไม่สนใจมันแล้ว ตัวทดลองที่มีประสิทธิภาพยังมีอีกมากมายให้เลือกใช้อีกเยอะแยะ”
ชายคนนั้นที่กำลังรอการขานตอบรับของ A1 A2 A3 A4 A5 ก็ต้องขมวดคิ้ว
“พวกเจ้าเงียบเสียงไปทำไมไม่ขานตอบรับกลับมาอย่างที่เคยทำ”
เขากำลังไม่สบอารมณ์กับคำตอบที่ได้จากผมก็หันหน้ามองไปยังตัวทดลองที่เขาคิดว่าแข็งแกร่งที่สุดพวกนั้นตอนนี้พวกมันได้ลงไปกองกับพื้นเรียบร้อยแล้วด้วยร่างกายที่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์เพราะถูกแยกออกเป็นชิ้นๆ จากนั้นเขาก็หันหน้ามองมาที่ผมที่ยืนอยู่ที่เดิมไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกายไปที่ไหนนอกจากนิ้วชี้ที่ชี้ไปที่ตัวทดลองพวกนั้นกำลังเก็บมันกลับไป
“จะ...เจ้าทำอะไรลงไป!!”
“ทำอะไรลงไป? อ้อ ก็แค่แยกชิ้นส่วนพวกมันให้เท่านั้นเอง”
ชายคนนั้นเบิกตากว้างจากนั้นก็ตระโกนร้องลั่นออกมา
“ลาล่า ลูลู่ ไปกำจัดเจ้านั่นให้กับข้าเร็วเข้า”
ลาล่า ลูลู่ ที่เป็นคนที่จงรักภักดีอย่างสุดหัวใจก็พร้อมที่จะพลีชีพของตนเองอยู่แล้วพวกเธอก็พุ่งเข้ามาที่ตัวผมพร้อมกับใช้ทักษะต้องห้ามออกมาที่มีความสามารถในการเพิ่มความแข็งแกร่งอย่างมหาศาลในเวลาอันสั้นแต่มันก็จะเผาผลาญพลังชีวิตของพวกเธอไปจนหมดในที่สุด
แต่ไม่ทันที่จะถึงตัวผมก็ถูกเถาวัลย์สีดำพันรัดรอบตัวทุกส่วนของร่างกายแล้วตรึงเอาไว้บนอากาศก่อนที่จะถูกดึงเข้าไปในโลกลึกลับที่อยู่ในตัวของผม
ที่นี่เขาอยู่ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เขาต้องรีบหนีไปจากที่นี่เพื่อความปลอดภัยของตนเอง ชายคนนั้นก็หยิบกลไกอะไรบางอย่างขึ้นมาจากนั้นก็เปิดมันออก พาหนะที่คล้ายเรือเหาะที่มีเกราะสีขาวก็ปรากฏขึ้นมาพร้อมกับกำลังลอยตัวขึ้นไปบนอากาศสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ชายคนนั้นมองมาที่ผมก่อนจะพูดขึ้น
“ฮ่า ฮ่า ถึงเจ้าจะมีความสามารถมากขนาดไหนก็ไม่มีวันทำลายเกราะป้องกันนี่ได้หรอกนะ”
“ไม่เห็นต้องทำลายก็ได้นี่จริงไหม”
ผมที่ยืนนิ่งอยู่นั้นก็มองไปยังอากาศธาตุที่อยู่ตรงหน้าห่างออกไปสองเมตรทันใดนั้นเองร่างของชายคนนั้นก็มาปรากฏตัวตรงหน้าของผมในลักษณะที่กำลังถูกพลังงานสีดำพันรัดรอบคอของเขาอยู่บนอากาศ
“เป็นไปไม่ได้ระดับความสามารถแบบนี้เจ้าต้องอยู่ไม่ต่ำกว่าขอบเขตราชันแล้วทำไมถึงได้ปิดบังระดับความสามารถแล้วมาลงมือกับข้าที่เป็นคนต่ำต้อยกว่าด้วย”
“ฉันเห็นแก่เจ้าที่เลือกที่จะอธิบายอะไรมากมายรวมถึงทำให้ฉันตาสว่างขึ้นมาฉันจะบอกอะไรให้ฟังก่อนที่จะฆ่าเจ้าก็แล้วกัน อย่างแรกฉันไม่ใช่มนุษย์”
หลังจากที่ผมพูดเสร็จชายคนนั้นก็มองเห็นร่างเงาสีดำขนาดใหญ่ร่างหนึ่งที่มีดวงตาสีแดงฉานมันให้ความรู้สึกราวกับจักรพรรดิแห่งความมืดผู้สูงส่งกำลังมองไปยังมดปลวกตัวหนึ่งที่อยู่ในกำมือ
“อย่างที่สองฉันก็เป็นแค่คนที่มีระดับความสามารถขอบเขตนักเวทย์ฝึกหัดขั้นกลางอย่างที่แกได้รับรู้ไปในตอนแรก อย่างที่สามต้องขอบคุณแกมากที่ยังไม่ได้ฆ่าอิซาเบลล่าให้ตาย ถ้าอย่างนั้นก็ลาก่อน”
“ท่านผู้สูงส่ง อภัยให้ข้าด้วย ข้าขอร้องปล่อยข้าไปเถอะ จะให้ข้าทำอะไรก็ได้ และข้าก็จะสร้างตัวทดลองที่มีความสามารถให้เป็นลูกน้องผู้ซื่อสัตย์ของท่านเอง ได้โปรดท่านผู้สูงส่ง ได้โปรด.....”
จากนั้นก็มียมทูตสองตนฉีกกระชากมิติออกมาดึงร่างของชายคนนั้นเข้าไปภายในโลกแห่งความมืดมิดที่ไร้ซึ่งสิ่งใดนอกจากความว่างเปล่ากับความมืดมิดนิจนิรันดร์
เมื่อจบเรื่องของชายคนนั้นไปผมก็มุ่งหน้าไปยังคริสตัลที่มีร่างของอิซาเบลล่าอยู่ข้างใน.........
. . .