เศษเสี้ยวจากความฝัน
ท่ามกลางความมืดมิดของราตรีกาลแสงจันทร์สาดส่องลงมาเป็ประกายระยิบระยับเหนือสนามรบพื้นดินเต็มไปด้วยเศษซากของอาวุธและโลหะ เศษไม้จากเกราะป้องกันที่พังทลายเสียงดาบกระทบกันดังกังวานและเสียงกรีดร้องของนักรบที่ล้มลงบนพื้นธามยืนอยู่กลางสนามรบ ใบหน้าเปื้อนเืและเหงื่อในเครื่องแบบของมือสังหารเสื้อผ้าของเขาเป็ผ้าหนังที่หนาแน่นแต่ยืดหยุ่นได้ดี มีโลหะเล็กๆประดับไว้เพื่อป้องกันการโจมตี เขามองไปรอบๆ เห็นเพื่อนร่วมรบล้มลงไปทีละคนๆด้วยความทรมาน
เขาหยิบดาบขึ้นมาดาบที่มีลักษณะเป็ดาบยาวสองมือ ปลายแหลมคมและดาบที่ยืดหยุ่นพอสมควรด้ามจับถูกออกแบบมาให้มีความกระชับมือธามพุ่งเข้าโจมตีศัตรูด้วยความคล่องแคล่วและความแม่นยำที่เกินกว่ามนุษย์ปกติการเคลื่อนไหวทุกครั้งของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความเชี่ยวชาญทุกครั้งที่เขาฟาดฟันดาบ จะมีศัตรูล้มลงไปทีละคนๆ
“จงยืนหยัดเพื่อชัยชนะ!”เสียงของนายพลที่อยู่ไม่ไกลดังขึ้นธามรู้สึกถึงพลังและความมุ่งมั่นที่เพิ่มขึ้นในใจ เขามองไปรอบๆเห็นศัตรูที่กำลังล้อมรอบเขา และพุ่งเข้าโจมตีด้วยความแม่นยำที่เป็เอกลักษณ์
เสียงนาฬิกาปลุก
เสียงนาฬิกาปลุกดังกังวานในห้องนอนธามตื่นขึ้นมาในเช้าวันธรรมดาๆ หัวของเขากลับเต็มไปด้วยภาพจากความฝันที่ชัดเจนความฝันที่เขาไม่เคยมีมาก่อน เขานอนอยู่ครู่หนึ่ง พยายามเรียบเรียงความคิดภาพของการต่อสู้ในโลกยุคกลางยังคงติดอยู่ในหัว
ธามลุกขึ้นจากเตียงเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่แขวนไว้และมุ่งหน้าตรงไปห้องน้ำเพื่ออาบน้ำ แปรงฟันและล้างหน้า จากนั้นจึงไปสวมชุดนักเรียนไทยที่คุ้นเคย
“ต้องรีบแล้ว!”ธามพูดกับตัวเอง ก่อนจะหยิบกระเป๋านักเรียนแล้วรีบวิ่งลงบันไดจากชั้นสองลงมาเขากล่าวทักทายพ่อกับแม่ที่นั่งอยู่บนโต๊ะอาหารในตอนเช้า “พ่อ-แม่สวัสดีครับ”
แม่ของธามะโถามมา “ไม่กินข้าวก่อนหรอ?”
“ไม่ล่ะครับแม่เดี๋ยวไปกินที่โรงเรียน!” ธามตอบกลับอย่างเร่งรีบแล้วจึงรีบวิ่งออกจากบ้านไปโรงเรียน
ชีวิตธรรมดาในโรงเรียน
ธามเดินเข้าไปในโรงเรียนที่คึกคักไปด้วยเสียงหัวเราะและการพูดคุยของเพื่อนๆเขามองไปรอบๆ และเห็นเพื่อนสนิทของเขา นัท นั่งรวมกลุ่มอยู่กับเพื่อนๆ ที่โรงอาหาร
“วันนี้มาเช้าจังนะ”นัทพูดพลางยิ้ม
“ตื่นสายหน่อยนะแต่ก็ยังมาทันเวลา” ธามตอบพร้อมหัวเราะ
“เมื่อคืนทำอะไรหรือเปล่า?” เพื่อนอีกคนถาม
“ไม่มีอะไรหรอกแค่ฝันแปลกๆ” ธามตอบพร้อมยิ้มเจื่อนๆ
“จะฝันอะไรก็ฝันถึงสาวๆสวยๆ ล่ะสิ! ฮ่าๆๆ” เพื่อนอีกคนตอบพร้อมหัวเราะ
เพื่อนๆ หัวเราะและพูดคุยเื่ต่างๆ ต่อธามรู้สึกผ่อนคลายขึ้นนิดหน่อย
ในห้องเรียน
ธามนั่งลงที่โต๊ะและพยายามตั้งสมาธิในการเรียนแต่ภาพจากความฝันยังคงติดอยู่ในหัวของเขาเขาพยายามบอกตัวเองว่ามันเป็เพียงความฝันแต่ความรู้สึกของการต่อสู้และความตื่นเต้นยังคงชัดเจนในจิตสำนึก
ครูสอนวิชาประวัติศาสตร์กำลังบรรยายเื่าและการต่อสู้ในยุคกลางธามรู้สึกเหมือนกับว่าเขารู้เื่เหล่านี้มากกว่าที่ควรจะรู้ภาพของนักรบและการต่อสู้ในความฝันกลับมาในหัวของเขาอีกครั้ง
“ธามนายรู้ไหมว่าในยุคนั้นเขาใช้กลยุทธ์อะไรในการต่อสู้?” เพื่อนคนหนึ่งถามเบาๆขณะที่ครูกำลังบรรยาย
ธามหันไปมองเพื่อนพร้อมรอยยิ้มบางๆ “ไม่แน่ใจนะแต่ฉันคิดว่าเป็การใช้กลยุทธ์การโจมตีอย่างรวดเร็วและการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ”
“นายรู้ดีจัง”เพื่อนตอบพร้อมแววตาประหลาดใจ
ธามรู้สึกแปลกใจในตัวเองเช่นกันแต่ก็พยายามไม่คิดมาก เขากลับมาตั้งใจฟังครูบรรยายต่อแต่ความรู้สึกของการต่อสู้และความทรงจำในฝันยังคงติดอยู่ในหัวของเขาอย่างชัดเจน
่เวลาพักกลางวัน
ใน่เวลาพักกลางวันธามและนัทนั่งทานอาหารกลางวันที่โรงอาหารของโรงเรียน นัทสังเกตเห็นว่าธามดูเงียบๆและเหม่อลอย
“ธามเป็อะไรหรือเปล่า? วันนี้ดูเงียบๆไปนะ” นัทถาม
“ไม่มีอะไรหรอกนัทแค่รู้สึกไม่ค่อยสบายนิดหน่อย” ธามตอบ
นัทพยักหน้าเข้าใจพร้อมใบหน้ายิ้มแย้มเหมือนมีแผนอะไรในใจ“ถ้างั้นอยากให้ฉันพาไปห้องพยาบาลไหม”
“ไม่เป็ไรขอบใจมากนัท ฉันว่าไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้” ธามยิ้มรับ
“ไปเถอะนะฉันอยากเจอสาวๆ ที่ห้องพยาบาลด้วย” นัทพยายามเซ้าซี้ให้ธามไป
ธามก็ยังคงปฏิเสธที่จะไปห้องพยาบาลเช่นเดิม
หลังจากทานอาหารเสร็จธามและนัทเดินไปที่สนามกีฬาเพื่อดูเพื่อนๆ ที่เล่นฟุตบอลธามสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของเพื่อนๆ ที่เล่นอยู่ในสนามและเขารู้สึกว่าตัวเองสามารถคาดการณ์การเคลื่อนไหวของพวกเขาได้อย่างแม่นยำ
“นัทนายว่าถ้าฉันไปเล่นฟุตบอลฉันจะเล่นเก่งไหม?” ธามถาม
“ฉันว่าเก่งไม่เท่าฉันหรอกฮ่าๆๆ” นัทหัวเราะ
ธามหัวเราะตามและรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย
“ไปเตรียมตัวเรียนคาบถัดไปกันเถอะ”นัทพูด
“โอเคไปกันเถอะ” ธามตอบพร้อมรอยยิ้ม
ธามและนัทเดินกลับไปที่ห้องเรียนเพื่อเตรียมตัวสำหรับวิชาต่อไป
่เวลาบ่าย
ใน่บ่ายธามเข้าชั้นเรียนวิชาพละศึกษา ซึ่งเป็วิชาที่ธามและนัทไม่ค่อยชอบเท่าไรเพราะมันมักจะเหนื่อย เนื่องด้วยธามเป็คนที่ผอมแห้งแรงน้อยส่วนนัทก็อ้วนใหญ่และน้ำหนักเกิน แต่ในขณะที่เขาเล่นบาสเกตบอลกับเพื่อนๆภาพของการต่อสู้ในความฝันก็กลับมาอีกครั้ง
เขารู้สึกเหมือนกับว่าเขาสามารถเคลื่อนไหวและตอบสนองได้เร็วขึ้นความสามารถในการหลบหลีกและการโจมตีในเกมกีฬาทำให้เขารู้สึกประหลาดใจเขารู้สึกว่าร่างกายของเขามีความคล่องตัวและความแม่นยำที่ไม่เคยมีมาก่อน
“ธาม!ส่งลูกมานี่!” เพื่อนร่วมทีมะโ
ธามส่งลูกบาสเกตบอลไปยังเพื่อนร่วมทีมอย่างแม่นยำและรวดเร็วเพื่อนร่วมทีมใและประทับใจกับความสามารถของเขา
“นายเล่นเก่งขึ้นมากเลยธาม!”เพื่อนร่วมทีมพูดพร้อมยิ้ม
ธามยิ้มและรู้สึกมั่นใจในตัวเองมากขึ้นแต่ในใจลึกๆ เขายังคงสงสัยว่าความสามารถนี้มาจากไหนเขาคิดว่าอาจจะเป็เพียงการฝึกซ้อมและความพยายามของเขาเองแต่ความฝันและความทรงจำที่ไม่ชัดเจนยังคงทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ
หลังจากการเรียนวิชาพละสิ้นสุดลงธามและนัทเดินกลับไปที่ห้องเรียนเพื่อเตรียมตัวสำหรับวิชาต่อไปนัทสังเกตเห็นว่าธามยังคงมีความคิดลึกๆ อยู่ในใจ
“ธามนายมีอะไรในใจหรือเปล่า? ดูเหม่อลอยั้แ่เช้า”นัทถามด้วยความห่วงใย
ธามถอนหายใจ “จู่ๆ ฉันก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาน่ะนัทคงไม่มีอะไรมาก”
นัทพยักหน้าเข้าใจและยิ้มออกมาอีกครั้ง“เอายาแก้ปวดไหม เดี๋ยวฉันไปขอให้ที่ห้องพยาบาล ถ้านายไม่อยากไป”
ธามยิ้มรับ “ไม่เป็ไร ขอบใจมากเพื่อนแค่นี้ก็ดีขึ้นมากแล้ว”
นัทรีบตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว “ไม่ได้นะเพื่อนนายปวดหัว ไม่กินยาได้ไงมันไม่หายหรอกนะ เชื่อฉันสิ”
ธามยิ้มรับ “ไม่ต้องเลยเพื่อนฉันรู้นะนายคิดอะไรอยู่”
“โธ่เบื่อจริงเลยคนรู้ทัน” นัทตอบกลับ
กลับมาที่บ้าน
ใน่เย็นหลังเลิกเรียนธามกลับมาถึงบ้านและตัดสินใจที่จะผ่อนคลาย เขานั่งลงที่โต๊ะทำการบ้านแต่ความคิดของเขายังคงวนเวียนอยู่กับความฝันและความรู้สึกที่เขามีในระหว่างวัน
ธามพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับาและนักรบในยุคกลางบนอินเทอร์เน็ตแต่ก็ไม่พบข้อมูลที่ตรงกับภาพในความฝันของเขาเขารู้สึกสับสนและไม่เข้าใจว่าทำไมความฝันนั้นถึงชัดเจนและสมจริงขนาดนี้
เขาพยายามหาคำตอบในหนังสือประวัติศาสตร์และบทความต่างๆแต่ก็ยังคงไม่มีข้อมูลที่สามารถอธิบายความฝันของเขาได้ธามเริ่มสงสัยว่าความฝันนี้อาจจะมีความหมายมากกว่าที่เขาคิด
ในขณะที่ธามนั่งพิจารณาความฝันของเขาเขาสังเกตเห็นว่ามีความสามารถบางอย่างที่เขาไม่เคยมีมาก่อน เช่นความสามารถในการวาดภาพและการเขียนเื่ราวเกี่ยวกับการต่อสู้ในยุคกลางเขาเริ่มวาดภาพและเขียนเื่ราวเกี่ยวกับความฝันของเขาในสมุดบันทึก
การฝึกฝนเพิ่มเติม
ในขณะที่ธามพยายามที่จะหลับเขาก็คิดถึงความฝันที่เขาเห็นเมื่อคืนภาพของการต่อสู้ในโลกยุคกลางยังคงติดอยู่ในหัวของเขาและเขารู้สึกว่าร่างกายของเขาตอบสนองต่อความทรงจำเ่าั้ได้อย่างแปลกประหลาดธามตัดสินใจว่าเขาควรเริ่มฝึกฝนทักษะการต่อสู้เพื่อดูว่าความสามารถเ่าั้สามารถเป็จริงได้หรือไม่
เช้าวันรุ่งขึ้นธามตัดสินใจที่จะลองฝึกฝนการเคลื่อนไหวและการต่อสู้ที่สวนหลังบ้านของเขาเขาเริ่มต้นด้วยการออกกำลังกายเบาๆ และการยืดเส้นยืดสายเขารู้สึกว่าร่างกายของเขามีความคล่องแคล่วและมีพลังมากกว่าที่เคย
ธามลองเคลื่อนไหวตามภาพในความฝันเขาพบว่าตัวเองสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพการหลบหลีกและการโจมตีที่เขาเห็นในความฝันกลับมาในความทรงจำและเขาสามารถทำตามได้อย่างแม่นยำ
ธามรู้สึกแปลกใจในความสามารถของตัวเองแต่เขาก็รู้สึกดีใจที่สามารถพัฒนาทักษะเหล่านี้ได้เขาตัดสินใจที่จะฝึกฝนต่อไปเพื่อเพิ่มพูนความสามารถของตัวเอง
การค้นหาคำตอบ
หลังจากการฝึกซ้อมธามกลับเข้ามาในบ้านและตัดสินใจที่จะหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความฝันของเขาเขาเริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการฝันและการกลับมาเกิดใหม่บนอินเทอร์เน็ต
เขาพบว่ามีหลายคนที่เคยมีประสบการณ์คล้ายๆกับเขา บางคนเล่าว่าพวกเขาสามารถจำความทรงจำจากอดีตชาติได้และบางคนเชื่อว่าความฝันเหล่านี้เป็การส่งสัญญาณจากิญญาหรือการกลับมาเกิดใหม่
ธามรู้สึกว่าข้อมูลเหล่านี้อาจจะช่วยให้เขาเข้าใจความฝันของเขามากขึ้นเขาตัดสินใจที่จะศึกษาเพิ่มเติมและหาคำตอบเกี่ยวกับความฝันและความทรงจำจากอดีตชาติ
เขาพบว่ามีหนังสือหลายเล่มที่เขียนเกี่ยวกับการฝันและการกลับมาเกิดใหม่ธามตัดสินใจที่จะไปห้องสมุดในวันถัดไปเพื่อหาหนังสือเหล่านี้และศึกษาเพิ่มเติม
การค้นคว้าเพิ่มเติม
ในวันถัดไปธามไปห้องสมุดเพื่อหาหนังสือเกี่ยวกับการฝันและการกลับมาเกิดใหม่เขาพบหนังสือหลายเล่มที่น่าสนใจและเริ่มอ่าน
เขาพบว่ามีทฤษฎีหลายทฤษฎีเกี่ยวกับการกลับมาเกิดใหม่บางทฤษฎีเชื่อว่าความทรงจำจากอดีตชาติสามารถส่งผลต่อชีวิตปัจจุบันและบางทฤษฎีเชื่อว่าการฝันเป็วิธีที่ิญญาสื่อสารกับโลกปัจจุบัน
ธามรู้สึกว่าข้อมูลเหล่านี้มีความน่าสนใจและอาจช่วยให้เขาเข้าใจความฝันของเขามากขึ้นเขาตัดสินใจที่จะศึกษาเพิ่มเติมและพยายามเชื่อมโยงข้อมูลเหล่านี้กับความฝันของเขา
การฝึกซ้อมในวันหยุด
ในวันหยุดสุดสัปดาห์ธามตัดสินใจที่จะใช้เวลาฝึกฝนทักษะการต่อสู้เพิ่มเติมเขาออกไปที่สวนหลังบ้านและเริ่มฝึกฝนการเคลื่อนไหว การหลบหลีก และการโจมตีเขารู้สึกถึงความมั่นใจที่กลับมาเมื่อเขาฝึกซ้อมและเขารู้สึกถึงความสามารถที่ยังคงอยู่ในตัวเขา
ธามรู้สึกว่าการฝึกซ้อมนี้ไม่เพียงแค่ช่วยให้เขาเพิ่มความสามารถทางกายภาพแต่ยังช่วยให้เขาผ่อนคลายและรู้สึกถึงความสงบในจิตใจการฝึกซ้อมทำให้เขาสามารถลืมความกังวลและความสับสนเกี่ยวกับความฝันได้ชั่วคราว
ในขณะที่เขาฝึกซ้อมภาพของการต่อสู้ในความฝันกลับมาอย่างชัดเจนเขาจำได้ถึงความตื่นเต้นและความรู้สึกเมื่อเขาอยู่ในภารกิจเขารู้สึกถึงความเยือกเย็นและความเป็มืออาชีพที่เขามีในฐานะนักรบ
ธามพยายามนำเทคนิคที่เขาเห็นในความฝันมาใช้ในการฝึกซ้อมเขารู้สึกว่าการเคลื่อนไหวของเขามีความคล่องแคล่วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นและเขาสามารถควบคุมร่างกายของเขาได้ดีขึ้น
เบาะแสเล็กๆ เกี่ยวกับที่มาของความฝัน
ธามเริ่มสังเกตเห็นว่าในฝันบางครั้งเขามองเห็นเงาของผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ห่างๆเธอสวมชุดคลุมสีขาวและมักจะปรากฏตัวใน่เวลาสำคัญๆ ของการต่อสู้แม้จะไม่ได้เข้าไปช่วยธามโดยตรงแต่เธอก็เป็ที่สังเกตได้ว่าเธอคอยเฝ้าดูและชี้นำอยู่
การแสดงความกลัวและความอ่อนแอ
หนึ่งในคืนที่ธามฝันถึงการต่อสู้ที่ดุเดือดเขาตื่นขึ้นมาเหงื่อโชก ธามนั่งอยู่บนเตียง มือสั่นเทาด้วยความกลัวเขารู้สึกถึงความอ่อนแอในตัวเองว่าเขาอาจจะไม่สามารถปกป้องใครได้ความรู้สึกนี้ทำให้เขารู้สึกท้อแท้และ้าคำตอบมากขึ้น
“ทำไมมันต้องเป็ฉัน?” ธามถามตัวเองขณะนั่งอยู่คนเดียวในความมืดเขารู้สึกถึงความกดดันที่เพิ่มขึ้นและความกลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่ยังไม่รู้
บทสรุปของตอนที่ 1
ในตอนท้ายของวันธามนอนหลับตาและพยายามผ่อนคลาย แต่ความคิดและความทรงจำยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเขาเขารู้ว่าการต่อสู้และความท้าทายที่แท้จริงกำลังจะมาถึงและเขาต้องพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันไม่ว่าจะเป็ในโลกปัจจุบันหรือโลกอดีตที่เขาเคยรู้จัก