ตอนที่14 พี่ชิงอี้ ช่วยฉันด้วย! (2)
“ปล่อยฉัน! ปล่อยให้ฉันตายๆไปเถอะ! อย่ามาห้ามฉันเลย!!”
“ซิ่วเหลียน หยุดคิดสั้น แล้วฟังผม!”
อู๋ซิ่วเหลียนร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมกอดของหลินชิงอี้ และภาพฉากนี้ก็ปรากฏชัดต่อสายตาของทุกคน รวมถึงหลินจิงซูด้วยเช่นกัน แรงอาฆาตพยาบาทภายในใจของเธอยิ่งปะทุเดือดรุนแรงมากขึ้นและมากขึ้น!
หลินจิงซูย่อมสังเกตเห็นได้เช่นกัน ถึงสายตาที่หลินชิงอี้กำลังจับจ้องมองมาที่เธอ แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกลับถลึงตาเบิกโพลงจงใจเพ่งมองไปที่มือข้างนั้นของพ่อตัว ที่กำลังใช้โอบกอดเรือนร่างของอู๋ซิ่วเหลียนไว้
ในที่สุด หลินชิงอี้ก็เพิ่งรู้สึกตัวหลังจากถูก ‘จิติญญาแห่งความเป็พระเอก’ เข้าครอบงำ แม้เขาอยากจะปล่อยมือเพียงใด แต่กลับคิดไม่ถึงว่าอู๋ซิ่วเหลียนจะยังคงกอดร่างของเขาไว้แน่นพร้อมกับร้องห่มร้องไห้ไม่หยุด
ขณะที่กำลังโอบกอดสามีคนอื่นแแ่อยู่นั้น เธอก็ยังเฝ้าดูใบหน้าถอดสีซีดเผือดของติงเสวี่ยเหม่ยที่อยู่ตรงหน้าด้วยความพึงพอใจ
“กอดกันกลางวันแสกๆนี่นะ หน้าไม่อายจริงๆ!”
ตำรวจนายหนึ่งทนดูต่อไปไม่ไหว ถึงกับต้องตวาดด่าออกไปชุดหนึ่ง เพราะเหตุนี้ ทั้งคู่จึงยอมคลายมือปล่อยจากกันอย่างรวดเร็ว และยืนเคียงข้างกันด้วยท่าทีเก้อเขิน
ตำรวจสรุปเหตุการณ์ให้ฟังโดยสังเขปว่า
“เราจะต้องสอบปากคำคนในหมู่บ้านอู๋เจียทั้งหมด หวังว่าหลังจากนี้ความจริงจะกระจ่างชัดยิ่งขึ้น นี่ไม่ใช่การปล้นทรัพย์ทั่วไป แต่อาจเป็คดีการฆาตรกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน! ในฐานะเ้าหน้าที่บ้านเมือง ย่อมไม่สามารถปล่อยให้เกิดความผิดพลาดได้อย่างเด็ดขาด! และจะต้องจับตัวการสำคัญเข้าคุกให้จงได้!”
“คุณอู๋ซิ่วเหลียน คุณเองก็มาจากหมู่บ้านอู๋เจียเช่นกัน ขอเชิญติดตามพวกเรากลับไปที่สถานีตำรวจด้วยครับ ทางเรามีเื่จะต้องสอบถามเพิ่มเติม”
อู๋ซิ่วเหลียนรู้สึกกลัวเป็อย่างมาก ทั้งเนื้อทั้งตัวสั่นเทาไปหมด หันไปคร่ำครวญกับหลินชิงอี้ยกใหญ่
“พี่ชิงอี้! ฉันไม่ได้ทำจริงๆนะ! ช่วยฉันด้วย!!”
หลินชิงอี้รีบเข้าเจรจากับเ้าหน้าที่ตำรวจอย่างรวดเร็วเช่นกัน
“สหายตำรวจ เื่นี้ไม่เกี่ยวข้องกับซิ่วเหลียนจริงๆครับ ผมรับประกันได้เลย!”
แต่เมื่อเห็นว่าเ้าหน้าที่ตำรวจต่างเพิกเฉยต่อคำพูดของเขา ด้วยความเดือดดาลสุดขีด เขาจึงหันไปตะคอกใส่หน้าหลินจิงซูอย่างหยาบคายทันที
“นังเด็กเวร! นั่นป้ารองของแกนะ! แกกล้าดียังไงถึงได้สาดโคลนสกปรกใส่เธอ? คนแซ่อู๋มีไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ ทำไมถึงได้พูดแบบนั้นกับตำรวจ? อยากอวดให้ทุกคนเห็นว่าแกเป็คนไขคดีได้รึไง!?”
หลินจิงซูอยากจะกลอกตามองบนใส่พ่อเดรัจฉานคนนี้เสียจริงๆ ั้แ่ต้นจนจบ เธอยังไม่ได้พูดหรือใส่ร้ายอะไรเลยสักคำ ทั้งหมดล้วนเป็อู๋ซิ่วเหลียนที่ทั้งเล่นและกำกับเองทั้งสิ้น!
ใครกันแน่ที่กำลังสาดโคลนสกปรกใส่ใคร?
ตำรวจคำรามสวนใส่หน้าหลินชิงอี้ทันควัน พวกเขาเองก็เริ่มทนนิสัยงี่เง่าของคนเหล่านี้ไม่ไหวแล้วเช่นกัน
“สรุปนี่ผมหรือคุณกันแน่ที่เป็ตำรวจ? ถ้าจะนำตัวใครสักคนไปสอบปากคำเพิ่มเติม จำเป็ต้องได้รับการอนุญาตจากคุณด้วยใช่มั้ย?”
เมื่อถูกตำรวจพูดจาแดกดันใส่เช่นนี้ หลินชิงอี้ถึงกับอ่อนลงในทันที และไม่กล้าปริปากพูดอะไรอีกต่อไป
เมื่อเห็นว่าตำรวจกำลังจะพาตัวเธอไป อู๋ซิ่วเหลียนก็ยิ่งตื่นตูมแสดงท่าทีกระวนกระวายใจอย่างหนัก ะเิเสียงร้องไห้ดังลั่น ทั้งน้ำหูน้ำตาแทบไหลมากองรวมกัน
“พี่ชิงอี้! ช่วยฉันด้วย! ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดจริงๆนะ! นี่ไม่ยุติธรรม! ไม่ยุติธรรมเลย!!”
เธอร้องห่มร้องไห้ถึงเพียงนี้เพราะหวังว่าหลินชิงอี้จะใจอ่อนยอมเข้าช่วยเหลือ แต่ในความเป็จริงแล้ว หลินชิงอี้ก็กลัวตำรวจแทบปัสสาวะราดแล้วเช่นกัน ต้องจำใจก้มศีรษะมองลงพื้น แสร้งทำเป็ไม่ได้ยินใดๆทั้งสิ้น
เฝ้ามองภาพฉากที่แสนโรแมนติกนี้ หลินจิงซูได้แต่แอบะเิเสียงหัวเราะขบขันอยู่ภายในใจ แม้แต่สายตายังเผยร่องรอยแห่งความเย้ยหยันออกมาเกินกว่าจะปกปิดไว้ได้
เธอได้เห็นอย่างแจ่มแจ้งชัดเจนเสียที ท้ายที่สุด หลินชิงอี้ก็เป็เพียงแค่คนขี้ขลาดคนหนึ่งที่ไม่มีอะไรดีสักอย่าง
ภายหลังที่ตำรวจควบคุมตัวหวางต้าจูและอู๋ซิ่วเหลียนไปแล้ว เื่ราวทั้งหมดก็เป็อันยุติลง
เวลานี้เองที่หลินจิงซูเพิ่งตระหนักได้ถึงจู้หยานที่อยู่ข้างกัน แต่เมื่อหันศีรษะเหลียวหากลับพบว่าอีกฝ่ายได้เดินจากไปอย่างเงียบๆเพียงลำพังแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงแค่แผ่นหลังที่ดูเปล่าเปลี่ยวของเขาเท่านั้น
เดิมทีเธอตั้งใจจะวิ่งตามเขาออกไปเพื่อกล่าวขอบคุณ แต่เมื่อไตร่ตรองดูแล้ว เธอตัดสินใจว่าลืมไปเสียดีกว่า เพราะดูจากท่าทางของอีกฝ่ายแล้ว เขาไม่น่าอยากจะคุยกับเธอเท่าไหร่นัก รักษาระยะห่างไว้แบบนี้คงจะเป็ืทางเลือกที่ดีกว่า
สิ่งเดียวที่เธอพอจะตอบแทนเขาได้ตอนนี้ คงจะเป็การทำอาหารแมวแสนอร่อยให้เ้าสาหร่ายมากขึ้น
แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เธอเองก็ได้แต่คิดสงสัยว่า ทำไมเขาถึงต้องถ่ายรูปอาหารไว้ทุกวันแบบนี้ กระทั่งรูปคนส่งอาหารก็ไม่เว้น มิหนำซ้ำยังจดบันทึกข้อมูลอาหารทั้งหมดไว้อีกด้วย? พฤติกรรมแปลกประหลาดของเขาชวนให้ใครต่อใครต้องงุนงงสับสน
“หึ! นังเด็กชั่ว ซิ่วเหลียวก็ถูกตำรวจคุมตัวไปแล้ว ทีนี้สาแก่ใจแกแล้วรึยัง! เป็เพราะแกคนเดียวที่ทำให้ครอบครัวของเราต้องบ้านแตกสาแหรกขาดแบบนี้!”
ด่าว่าหลินจิงซูเสร็จสรรพ ย่าอู๋ก็หันไปชี้นิ้วด่าติงเสวี่ยเหม่ยต่อ
“แกก็อีกคนนังตัวดี! ให้กำเนิดลูกยังไงห๊ะ ถึงได้คลอดสัตว์นรกแบบมันออกมา!”
หลินจิงซูถกแขนเสื้อเตรียมจะเข้าปะทะกับย่าอู๋แล้ว แต่ใครจะรู้ว่าคราวนี้กลับกลายเป็ติงเสวี่ยเหม่ยที่ออกโรงด้วยตัวเอง!
“จิงซูไม่ใช่สัตว์นรกที่ไหน เธอเป็ลูกสาวฉัน!”