การเดินทางครั้งนี้นับว่ายาวนานมากสำหรับซุนหวางผู้ที่ไม่เคยได้ก้าวย่างออกจากจวนเลยสักครั้งในชีวิตหลังจากผ่านพ้นเหตุการณ์ระทึกขวัญมาแล้ว หมายถึงคนอื่น ๆ แต่สำหรับซุนหวาง เหตุการณ์ที่น่าหวาดหวั่นของเขายังไม่ผ่านพ้นไปรถม้าคือสถานที่ที่น่าจะปลอดภัยที่สุดแล้วสำหรับซุนหวางในตอนนี้
ยามเหม่าทุกคนต่างรีบเร่งพากันเก็บสัมภาระอีกแค่ห้าวันพวกเขาก็จะถึงหูเจียงแล้ว แต่ครั้งนี้พวกเขาไม่ได้เร่งรีบเพราะไม่ต้องระแวงต่อสิ่งใดเหมือนเช่นที่ผ่านมากลุ่มทหารที่มีเพียงยี่สิบกว่านายในคราแรกนั้น แต่ตอนนี้เห็นมีมาเพิ่มอีกนับร้อยคนทำให้พวกเขามั่นใจว่าอย่างไรก็ปลอดภัยแน่นอน [ยามเหม่า 05.00-06.59 น.]
ขณะเดินทางกลุ่มของแม่ทัพชิวหานซึ่งเป็ทหารกลุ่มแรกที่ได้เข้ามาช่วยจัดการกับพวกอันธพาลได้ควบม้าอยู่รั้งท้ายขบวนหากผู้คนที่ผ่านไปมาได้พบกับขบวนเดินทางของพวกเขาผู้คนคงได้เข้าใจผิดคิดว่ากลุ่มทหารกำลังคอยอารักขาคนสำคัญอยู่เป็แน่แท้
“มองอะไรหรือขอรับท่านแม่ทัพอยากรู้สิ่งใดทำไมไม่เข้าไปถาม” ตวนหยางสังเกตมาได้สักพักเมื่อเห็นสหายรักเอาแต่จดจ้องรถม้าที่อยู่เบื้องหน้าไม่ไกลนัก
“ให้ข้าไปถามให้ก็ได้นะขอรับ”
“เดินทางเงียบ ๆ ไปเถอะเหวินเจี๋ยหากไม่อยากให้แผลปริอีกก็จงสงบปากสงบคำเข้าไว้” เป็เหว่ยเจี๋ยที่ปรามแฝดผู้น้องเอาไว้ด้วยความหมั่นไส้เต็มประดา
“แผลของข้าดีวันดีคืนตอนนี้แทบไม่รู้สึกว่าตัวเองมีแผลด้วยซ้ำ ช่างน่าเสียดายที่ต่อไปจะไม่มียาของร้านฟู่เจียงอีกแล้วหากท่านหมอปิงปรุงยาได้แบบนี้ก็คงจะดีนะขอรับ”
“เฮอะ! ที่ข้าคอยเสาะหาซื้อยาพวกนี้ให้ก็เพราะตาแก่นั่น้าจะแยกแยะสมุนไพรและทดลองปรุงยาเ่าั้นั่นแหละ เป็ปีแล้วข้าไม่เห็นว่าเขาจะทำสำเร็จเลย” ตวนหยางบ่นอุบกับคำสั่งที่ได้รับมอบหมายมาจากท่านหมอปิงและยังกำชับให้เขานำยาจากร้านฟู่เจียงกลับไปให้ได้
“ท่านแม่ทัพ หากเราขอซื้อยาจากคุณชายซุนหวางเขาจะขายให้เราหรือไม่ข้ามั่นใจว่าคุณชายน้อยผู้นั้นจะต้องมียาอยู่กับตัวไม่น้อยทีเดียวผู้เฒ่าปิงจะได้ไม่โกรธข้าที่หาซื้อยาไปให้ไม่ได้ ท่านแม่ทัพได้โปรด ข้าน้อยตวนหยางต้องพึ่งพาบารมีและอาศัยความสามารถของท่านแล้วนะขอรับ” เสียงออดอ้อนที่ไม่เข้ากับใบหน้าของกุนซือหนุ่มเลยแม้แต่นิดเดียวได้สร้างความขบขันให้กับเหล่าสหายและผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาเป็อย่างมากหน้าตาหรือก็ไม่ให้สักนิดช่างหน้าหนาคิดกล้าทำเสียงสองเสียงสามเช่นนี้
“หึ ๆ น่าเกลียดยิ่งหยุดพล่ามเสียทีเถอะ”ชิวหานว่าให้สหายพลางคิดถึงใบหน้าของบางคน หากเป็ซุนหวางออดอ้อนเขาบ้างคงจะน่าเอ็นดูไม่น้อยทีเดียวนี่เขาคงเปลี่ยนไปดังเช่น ตวนหยางว่าจริง ๆ สินะ เพียงสบตาคู่นั้นแค่ครั้งเดียวมันทำให้ความรู้สึกของเขาเปลี่ยนไปได้จริงๆ หรือนี่
“เขาอาจจะมีแค่พอไว้ใช้แต่ข้าจะลองถามดูให้ก็แล้วกัน” ชิวหานบอกกับสหายก่อนที่จะควบม้าออกไปยังรถม้าที่อยู่เบื้องหน้าไม่ไกลนัก อย่างน้อย ๆ เขาก็มีข้ออ้างที่จะไปพบคนผู้นั้นได้แล้วโดยไม่ต้องกลัวว่าจะโดนล้อเลียน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“คุณชายซุน ข้าแม่ทัพชิวข้าขอสนทนาด้วยได้หรือไม่”
“เอ่อ...ท่านแม่ทัพขอรับคุณชายของข้าคงจะหลับ หากได้หลับแล้วก็ปลุกยากขอรับ”
“เป็เช่นนี้เองแล้วแผลนั่นดีขึ้นแล้วหรือ”
“อีกสองสามวันก็น่าจะหายแล้วขอรับขอบคุณท่านแม่ทัพที่เป็ห่วงคุณชายของข้า”
“ไม่เป็ไร ข้าจะรอจนกว่าเ้านายของเ้าจะตื่นก็แล้วกันเ้าแน่ใจนะว่าเขาไม่เป็อะไร” ชิวหานถามด้วยความเป็ห่วงั้แ่เมื่อวานจนถึงตอนนี้นับสิบชั่วยามได้แล้ว เขายังไม่เห็นคนตัวเล็กออกมาจากรถม้าเลยไม่รู้ว่าจะเป็อะไรมากไหม
“แน่ใจขอรับ ยาที่เรามีก็ใช้ได้ดีขอรับท่านแม่ทัพไม่ต้องเป็ห่วง"
“แล้วยาของพวกเ้ายังเหลืออยู่บ้างหรือไม่หากว่าข้าจะขอซื้อ...”
ซุนหวางที่อยู่ภายในรถม้าได้ยินการสนทนาของแม่ทัพชิวและเสี่ยวฟงตลอดเวลาพวกเขาอยากจะได้ยาหรือ ตอนนี้ยาที่มีอยู่ก็มีมากพอสมควรเขาไม่ได้ส่งยาให้กับร้านยาฟู่เจียงในรอบสั่งซื้อหลังสุดจึงได้แต่หอบหิ้วมาด้วยหวังอย่างยิ่งว่าจะเอาไปเสนอขายที่ร้านยาในเมืองหูเจียงแต่หากได้ขายตอนนี้ก็นับว่าดี จะแสร้งหลับต่อไปหรือจะสนทนากับท่านแม่ทัพดีนะ ยาก็อยากจะขายยังโชคดีที่เขามีสมุนไพรไว้คอยกลบกลิ่นคาวเืช่วยให้เบาใจไปได้อีกเปาะหนึ่ง แต่หากอีกสามวันเขาไม่ออกไปจากรถม้าเลยมันจะดูเป็ที่น่าสงสัยหรือไม่ซุนหวางไม่เคยเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อนเลยทำให้รู้สึกเป็กังวลอย่างมากกว่ารอบเดือนจะหายเขาคงต้องแสร้งเป็คนป่วยต่อไปอีกสักสองสามวันโน่นแล้ว
แกร็ก!
เสียงที่ดังออกมาจากรถม้าพร้อมกับผ้าม่านได้ถูกเปิดขึ้นเพียงแค่ครึ่งเดียวกับท่าทางอิดโรยของคนที่อยู่ด้านในรถม้านั่นทำให้แม่ทัพหนุ่มรู้ได้ทันทีว่าคนตัวเล็กนั้นไม่สบายแน่ ๆหรืออาจจะเป็เพราะพิษาแ ไหนว่าไม่ได้เป็อะไรมากทำไมใบหน้าถึงได้ซีดเซียวเช่นนี้
“ตื่นแล้วหรือ ท่าทางเ้าจะไม่สบายหนักเราควรหยุดพักสักสองสามวันจนกว่าเ้าจะหายแล้วค่อยเดินทางต่อดีหรือไม่” สีหน้าของเขาดูเหมือนจะเป็ห่วงคนที่อยู่ในรถม้าอย่างปิดไม่มิด
“ท่านแม่ทัพ ข้ายังเดินทางไหวแค่ไม่ต้องถูกแดดถูกลมก็พอ ร่างกายของข้าก็อ่อนแอเป็ปกติเช่นนี้แหละท่านอย่าได้กังวลเลย แล้วท่านแม่ทัพมีอะไรจะพูดกับข้าหรือไม่ขอรับ” ซุนหวางเปิดหนทางสู่การเจรจาค้าขายอย่างไม่รอช้า
“อ้อ...ข้าแค่อยากจะรู้ว่าเ้ามียาของร้านฟู่เจียงมากน้อยเพียงใดพอดีกุนซือตวนอยากจะได้ หากว่าเ้ามีมากพอจะแบ่งขายได้บ้างหรือไม่เ้าจะคิดเอากำไรเพิ่มจากราคาที่ซื้อมาข้าก็ไม่ว่า”
“ข้าพอมีอยู่บ้างไม่มากเท่าใดอย่างละห้าร้อยเม็ดน้อยไปหรือไม่ ข้าจะเก็บไว้ใช้แค่นิดหน่อย”
“ห้าร้อยเม็ดเลยหรือ! นี่เ้าเหมายาจากร้านฟู่เจียงมาจริง ๆ หรือนี่” ชิวหานใกับจำนวนเม็ดยาซึ่งเขาไม่คิดว่าซุนหวางจะมีไว้มากมายถึงเพียงนี้
“ข้าขออภัย เพราะข้าต้องเดินทางไกลและยาพวกนั้นก็ดีจริงๆ อีกอย่างข้าก็เอาไว้ขายต่อเพื่อทำกำไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ข้าเลยขอเหมามาทั้งหมด ไม่คิดว่าจะทำให้พวกท่านเดือดร้อนผงยาชาของข้าก็มีนะ ข้าได้มาจากร้านฟู่เจียงเช่นกัน ท่านแม่ทัพ้าด้วยหรือไม่ขอรับ”
“ยาชาหรือข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน”คราวนี้หัวคิ้วของเขาถึงขมวดเข้าหากันเมื่อได้ยินชื่อของยาชนิดใหม่
“ก็เอาไว้ใช้แทนเหล้าที่พวกท่านใช้ใส่แผลก่อนที่จะเย็บอย่างไรละขอรับ”
“ดูเหมือนเ้าจะรู้เื่ยาไม่น้อยเลยนะซุนหวางข้าเรียกเ้าเช่นนี้ได้หรือไม่”
“เอ่อ...ขอรับแล้วแต่ท่านแม่ทัพจะเรียก ที่ข้ารู้เื่ยาเป็เพราะร้านขายยาแนะนำมาอีกที หากคิดจะซื้อมาไว้ขายจะไม่รู้เื่ยาเลยคงจะเป็ไปไม่ได้ขอรับ” ซุนหวางตอบออกไปอย่างลื่นไหลไม่มีติดขัดโดยหวังว่าท่านแม่ทัพคงจะไม่ติดใจอันใดที่จริงแล้วเขาไม่อยากจะขายยานี่หรอก แต่การเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเขาสองคนไม่รู้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นกี่มากน้อยหากเอายาไปขายที่เมืองหูเจียงไม่รู้ผลตอบรับจะดีหรือไม่ ไหนจะพวกสมุนไพรที่ต้องเอามาปรุงยาอีกคงต้องใช้เวลาอีกนานโขกว่าทุกอย่างจะลงตัวตอนนี้เงินคือสิ่งที่เขา้ามากที่สุด ถึงจะพอมีเก็บอยู่บ้างแล้วก็ตาม มีมากมันย่อมอุ่นใจกว่าเป็ไหนๆ
“อืม...ข้าเอายาทั้งหมดที่เ้ามีอย่างที่ข้าบอกเ้าเพิ่มราคาและเอากำไรได้ตามสบาย กุนซือตวนหยางคงจะยินดีจ่ายให้อย่างงาม” หึ ๆ เมื่อคิดเห็นหน้าสหายแม่ทัพหนุ่มถึงกับหัวเราะออกมาในเสียงหัวเราะนั้นยังแฝงความเ้าเล่ห์เอาไว้ด้วย
“ข้ามียาอยู่ห้าชนิดข้าคิดห้าร้อยตำลึงทอง แค่นี้คงมากพอแล้วกระมัง”
“มันน้อยไปหรือไม่ เ้าไม่คิดค่าขนส่งบ้างหรือ” สำหรับ ตวนหยาง แค่ห้าร้อยตำลึงทองจะไปพออะไร แค่คิดเห็นท่าทางของสหายรักท่านแม่ทัพหนุ่มถึงกับกลั้นขำเลยทีเดียว
“ข้าคิดราคาเพิ่มเท่าตัวแล้วนะขอรับ”
“อืม...เื่ราคาเดี๋ยวข้าคุยกับกุนซือตวนหยางให้ก็แล้วกันดูเหมือนอาการของเ้าจะดีขึ้นแล้วนะ เป็เพราะได้คุยกับข้าหรือไม่ซุนหวาง”
“แค่ก แค่ก ข้าคิดว่าข้าพูดมากไปเริ่มจะเจ็บคอแล้วคงต้องขอนอนพักก่อน ถึงหูเจียงเมื่อใดข้าจะมอบยาให้นะขอรับ”พรึ่บ! ผ้าม่านถูกดึงลงอย่างรวดเร็ว เขาลืมตัวไปว่ากำลังแสร้งเป็คนป่วยอยู่น่าขายหน้าจริงเชียวซุนหวางหนอซุนหวาง...
“หึ ๆ ๆแล้วเ้าไม่คิดจะอาบน้ำบ้างหรือ” แม่ทัพชิวอดขำกับอาการของคนตัวเล็กไม่ได้ที่เหมือนจะรู้ตัวว่ากำลังโดนจับผิดเสียแล้ว
“แผลข้ายังโดนน้ำไม่ได้ขอรับ” ‘แล้วท่านแม่ทัพจะมาถามทำไมตอนนี้ ข้าน่ะหรือไม่อยากอาบน้ำตอนนี้ข้าเหนียวตัวจะแย่ รอให้หายดีก่อนเถอะจะลงแช่น้ำให้เลย’ ซุนหวางบ่นให้คนสู่รู้อยู่ในใจ
ในที่สุดความทรมานสามวันก็ผ่านพ้นเมื่อรอบเดือนของซุนหวางได้หมดไปแล้วผ้าซับเืที่มากมายได้ถูกห่อหุ้มอย่างดีและซ่อนเอาไว้ในหีบอย่างมิดชิด สมุนไพรกำจัดกลิ่นคาวเืก็ใช้ได้ผลดีจริงๆ จากนี้ไปซุนหวางคงไม่คิดจะเดินทางไกลไปไหนอีกแล้ว เขาเข็ดขยาดกับการเดินทางไกลหนนี้จริงๆ มันช่างทรมานยิ่งที่ต้องปกปิดความประหลาดของตนเช่นนี้ แต่มันก็ผ่านพ้นไปแล้ว ตอนนี้เขาอยากจะอาบน้ำเหลือเกิน
“เสี่ยวฟง”
“คุณชายหายดีแล้วหรือขอรับ”
“อืม…ข้าอยากจะอาบน้ำ หากจุดพักข้างหน้ามีลำธารให้อาบน้ำบ้างก็คงจะดี”
“คุณชายน้อยไม่ต้องห่วงขอรับจุดพักข้างหน้ามีน้ำตกอยู่หลายจุด อย่างไรก็มีน้ำให้อาบแน่นอนขอรับ” เหอเชียนผู้ที่นั่งเงียบมานานได้กล่าวออกมาบ้าง
เมื่อถึงจุดพักที่เหอเชียนบอกเอาไว้จากคำบอกเล่าของเหอเชียน น้ำตกที่ว่าอยู่ไม่ไกลจากที่พักมากนักประมาณหนึ่งลี้เห็นจะได้ซุนหวางและเสี่ยวฟงจึงได้พากันเร่งรีบไปที่น้ำตกนั่นทันทีทั้งชีวิตซุนหวางไม่เคยเห็นน้ำตกเลยสักครั้งมันทั้งตื่นเต้นและยินดีที่ได้เห็นน้ำตกจริงๆ เป็ครั้งแรก มันช่างงดงามยิ่งนักงามกว่าภาพวาดที่เขาเห็นในตำราเป็ไหน ๆเพราะมัวแต่พากันดีใจจนหลงลืมไปว่า อาจจะไม่ได้มีแค่พวกเขาเท่านั้นที่มาอยู่ในสถานที่แห่งนี้เสี่ยวฟงเป็ผู้ดูแลให้นายของตนลงไปอาบก่อน เพราะคุณชายของเขาคงจะใช้เวลาอาบน้ำนานแน่นอนก็ไม่ได้อาบน้ำมาตั้งหลายวันนี่นะ
จ๋อม จ๋อมจ๋อม
เสียงของคนก้าวลงมาในน้ำทำให้คนที่กำลังแช่น้ำอยู่รู้ตัวทันทีว่ากำลังโดนบุกรุกความเป็ส่วนตัวเขาไม่ชอบอาบน้ำร่วมกับผู้ใด เหล่าสหายและลูกน้องของเขาต่างก็รู้ดี เพราะฉะนั้นเป็ไปไม่ได้ที่คนของเขาจะมาอาบน้ำที่นี่เว้นเสียแต่บางคนหรือกลุ่มของลุงเหอนั่น
มันไม่ผิดไปจากความคิดของชิวหานแม้แต่นิดเดียวเพราะสายตาเหยี่ยวหันไปสะดุดกับร่างของใครบางคนพอดี ทำไมถึงไม่ระวังเช่นนี้ ไม่รู้ตัวบ้างเลยหรืออย่างไรว่าร่างกายของตัวเองนั้นงดงามเพียงใดรูปร่างอันบอบบางและผิวพรรณที่นวลขาวผุดผาดตัดกับเส้นผมที่ดำขลับเป็เงางามสยายเต็มแผ่นหลังหากไม่เคยพบเจอกันมาก่อนเขาคงคิดว่าซุนหวางเป็สตรีแน่นอน ช่างงดงามเหลือเกินแม่ทัพหนุ่มเริ่มเพ้อร่างเปลือยเปล่าที่เห็นแค่ส่วนบนสร้างความรู้สึกบางอย่างเพียงแค่ได้มองเท่านั้น ทำให้่ล่างของเขาเครียดเกร็งขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนไม่ใช่ว่าจะไม่เคยเห็นร่างกายของบุรุษเสียเมื่อไหร่ แต่ความรู้สึกเช่นนี้กลับเกิดขึ้นกับคนผู้นี้เพียงคนเดียวความหวงแหนจึงเริ่มบังเกิดโดยไม่รู้ตัว ร่างกายนี้ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะให้ใครได้พบเห็นเช่นตอนนี้มีเสียงคนกำลังตรงมาที่นี่ ชิวหานจึงพุ่งตัวออกมาจากพื้นที่ของตนและเข้าถึงตัวซุนหวางทันทีเพียงแค่หนึ่งลมหายใจยังไม่ทันที่ร่างบางจะได้กรีดร้องออกมาฝ่ามือใหญ่ก็ปิดเอาไว้ทันควันก่อนที่จะมีเสียงเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากบางแล้วเขาก็พามายังพื้นที่ของตนเองที่เคยอยู่ก่อนหน้านี้
“ซุนหวาง ข้าจะปล่อยมือห้ามร้องเป็อันขาดข้าทำเพราะจำเป็มีคนกำลังมาที่นี่ เ้าคงไม่คิดจะให้ใครเห็นร่างกายของเ้าหรอกใช่ไหม”
“ทะ...ท่านแม่ทัพ ท่านแม่ทัพชิวปะ...ปล่อยตัวข้าก่อนเถิดขอรับ” ซุนหวางเอ่ยออกมาเสียงสั่นด้วยความใเสียงนี้เขาจำได้ดีเป็ท่านแม่ทัพชิวหานแน่นอน คนผู้นี้มาอยู่ที่นี่ั้แ่เมื่อใดกันเขามองจนทั่วแล้วก่อนที่จะลงน้ำมาก็ไม่เห็นมีใครอยู่แถวนี้เลย โอไม่นะ...ร่างกายที่แนบชิดเช่นนี้ต่อให้เป็บุรุษด้วยกันก็อันตรายยิ่งถึงเขาจะสวมใส่กางเกงอยู่ก็เถอะแต่อีกคนกลับไม่ความรู้สึกที่ถูกดุนดันอยู่เบื้องล่างทำให้ซุนหวางไม่กล้าขยับแม้แต่น้อยมันล่อแหลมเกินไป ทั้งมืออีกข้างของท่านแม่ทัพก็ยังโอบกระชับรอบเอวบางไว้อยู่ ความเย็นจากธารน้ำตกไม่ได้ช่วยให้ความร้อนผ่าวตามตัวและใบหน้าหายไปได้เลยยิ่งหัวใจน้อย ๆ ก็ยิ่งแล้วมันเต้นกระหน่ำจนน่ากลัว เขาคงจะป่วยอีกแล้วกระมังคราวนี้เขาไม่ได้แสร้งป่วยแน่นอน
“อยู่นิ่ง ๆ จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นข้าสัญญาให้พวกเขาขึ้นจากน้ำไปก่อนเถิดนะ” ความเงียบเกิดขึ้นอีกครั้งแต่หัวใจของแม่ทัพหนุ่มกลับไม่ได้สงบดั่งเช่นภายนอกเลย
“ซุนหวาง” ….……..“ขะ ขอรับ”
“กลัวข้าหรือไม่”……….. “ไม่ขอรับ”
“รังเกียจข้าหรือไม่” …………“ไม่ได้รังเกียจขอรับ”
“หากข้าบอกว่าชอบเ้าล่ะ”………… “ทะ...ท่านแม่ทัพ ข้า...”
“ข้าคงเร่งรัดเ้าเกินไปใช่ไหม”
“แต่ข้าเป็บุรุษนะขอรับ”
“ข้ารู้...และข้าก็ไม่ได้คิดว่าเ้าเป็สตรีเสียหน่อย”