รู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress

    อยากจะช่วยเด็กคนนั้น

             

            “ลูกไม่เป็๞อะไรแล้วใช่ไหมคะคุณ?”ถังซินหลานถามสามีอย่างมีความหวัง

             

            แต่สีหน้าของถังซื่อหยวนกลับดูไม่ดีเขาพูดออกมาเสียงเบาด้วยกลัวลูกสาวจะตื่น

             

            “ไม่หรอกเมื่อกี้คือโอสถเติมชีวิต มันแค่ช่วยยื้ออาการของลูกไปได้สักพัก...”

             

            คำตอบของเขาทำให้ภรรยาของเขาใช้มือปิดหน้าเขาได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆของเธอแต่ไม่รู้จะปลอบใจอย่างไรดี

             

            “นายใหญ่กลับมาแล้วครับ!”

             

            คนดูแลด้านนอกรีบเข้ามาแจ้งกับสมาชิกตระกุลถังด้านในและไม่ถึงหนึ่งนาทีเสียงฝีเท้าหนักๆที่ดูรีบร้อนก็ดังขึ้นแล้วตามมาด้วยร่างของชายชราที่เปิดประตูเข้ามา

             

            “เย่เย่เป็๞ยังไงบ้าง!?”

             

            นายใหญ่ตระกูลถังแม้จะอายุมากแล้วแต่กลับยังเต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลังลมปราณจากร่างของเขาสั่นกระเพื่อมออกมาแสดงให้เห็นว่าเขากำลังร้อนใจจนเก็บอารมณ์ไม่อยู่

             

            “ท่านปู่?”

             

            ถังเล่อถงเรียกปู่ของตนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือถังเทียนจี๋ที่เห็นสายตาของหลานชายแล้วก็รีบเข้าไปดูหลานสาว

             

            สภาพของหลานสาวของเขาคงจะดีขึ้นมากเพราะเขา๱ั๣๵ั๱ได้ถึงความวุ่นวายและยังได้กลิ่นโอสถเติมชีวิตที่เป็๞เหมือนสมบัติของตระกูลถังถูกใช้ไปแล้วด้วย

             

            ชายชราฟังถังเล่อถงอธิบายสถานการณ์ให้ฟังทันใดนั้นก็ราวกับเขาจะแก่ลงไปอีกหลายปีเมื่อรู้ว่าสาเหตุที่หลานสาวอาการทรุดลงเป็๞เพราะโอสถที่ตัวเองปรุง

             

            “...นี่ฉันทำอะไรลงไป?”

             

            โอสถที่เขาทุ่มเทเสียเวลาวิจัยปรุงขึ้นเพื่อความหวังที่จะมาช่วยให้หลานสาวร่างกายแข็งแรงกลับทำให้เย่เย่เกือบตายหัวใจของคนแก่อย่างเขาที่รักหลานสาวคนนี้มากราวกับถูกกรีดจนเป็๞รอยลึก

             

             

            “โอสถเติมชีวิตน่าจะช่วยยืดเวลาไปได้หนึ่งวัน...”ถังซื่อหยวนพูดกับพ่อของตัวเอง ซึ่งชายชราก็พยักหน้ารับเบาๆ

             

            “เรายังมีโอสถนี้อีกไหมคะคุณพ่อ?”ถังซินหลานถามพ่อตาของนางอย่างมีความหวัง

             

            “โอสถเติมชีวิตเป็๲โอสถระดับ4 ผู้ที่จะปรุงมันได้อย่างน้อยก็ต้องเป็๲ผู้ฝึกตนระดับปรมาจารย์ในประเทศนี้ผู้ฝึกตนระดับปรมาจารย์ที่เป็๲ผู้ปรุงโอสถด้วยมีอยู่แค่คนเดียว”

             

            “ปรมาจารย์ลู่ชิง”

             

            ถังเทียนจี๋อธิบายให้ลูกสะใภ้ฟังด้วยใบหน้าหม่นหมอง

             

            “...เราเชิญเขาให้มาช่วยเย่เย่ได้ไหมคะ?”

             

            “ฉันจะลองดู...”

             

            ถังเทียนจี๋ถอนหายใจเขาเดินออกจากห้องมาพอดีสวนกับหมอที่รีบวิ่งเข้าไปหน้าตาตื่นลุงหวงปรากฏตัวข้างๆนายใหญ่ตระกูลถังด้วยใบหน้าเป็๲กังวล

             

            “นายใหญ่ปรมาจารย์ลู่ชิงกำลังเดินท่องไปทั่วโลก ตอนนี้ยังไม่มีข่าวคราวอะไรของเขามา 3 ปีแล้ว”

             

            “ฉันรู้...”

             

            “แล้วเ๱ื่๵๹หมอเทวดาล่ะ?”

             

            “เขาก็ยังไม่ออกมาเลยครับ”

             

            ถังเทียนจี๋พิงกำแพงอย่างปวดหัวเขานวดที่ขมับเบาๆแล้วถามเ๱ื่๵๹ที่เกิดขึ้นกับคนสนิท

             

            “เล่อถงเป็๲คนรู้ตัวเ๱ื่๵๹ผลข้างเคียงของโอสถตัวนี้รึ?”ถังเทียนจี๋รู้สึกสนใจในประเด็นนี้อย่างมาก เพราะตอนที่หลานชายของเขาเล่าเหตุการณ์ให้ฟังคร่าวๆได้พูดถึงเ๱ื่๵๹ผลข้างเคียงในการดึงพลังชีวิตในร่างมาใช้ของโอสถคืนพลังออกมาด้วย

             

            ทั้งที่แม้แต่ตัวเขาที่เป็๲ผู้ปรุงมันออกมายังไม่รู้ตัวเลยแท้ๆ

             

            “เ๱ื่๵๹นั้นไม่ใช่หรอกครับเป็๲ปรมาจารย์ไป่ที่บอกพวกเราต่างหาก” ลุงหวงรายงานตามตรงแล้วเขาก็สะดุ้งออกมาเพราะลืมไปเลยว่าเผลอปล่อยให้ปรมาจารย์คนหนึ่งรอคอยอยู่ที่ห้องอาหาร

             

            “ปรมาจารย์ไป่?ทำไมฉันไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน?”

             

             

             

             

            ที่ห้องอาหารไป่ฟานเซียนก็กำลังรอคอยอยู่จริงๆ หญิงสาวจิบชาที่เริ่มเย็นชืดอย่างสงบ เธออยากจะได้ชาใหม่สักหน่อยแต่ในเมื่อทุกคนกำลังวุ่นวายเธอจึงคร้านที่จะรบกวนพวกเขา โดยมีเด็กน้อยฮุ่ยเอ๋อที่กำลังงุนงงกับสถานการณ์นั่งอยู่ข้างๆ

             

            ลุงหวงรีบลงมาจากชั้นสองสำหรับตัวตนระดับปรมาจารย์นั้นยิ่งใหญ่กว่านายท่านใหญ่ตระกูลถังเสียอีกถ้าทำให้ตัวตนระดับนั้นไม่พอใจเขาก็ไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรตามมาบ้าง

             

            ผู้ฝึกตนระดับนี้ต่อให้ไม่ได้เป็๞มิตรก็อย่าเป็๞ศัตรูเด็ดขาด

             

            ทั้งนางยังเป็๞ผู้ที่บอกผลข้างเคียงของโอสถคืนพลังให้พวกเขารับรู้ด้วย

             

            ลุงหวงก้าวยาวๆไปหาไป่ฟานเซียนแล้วค้อมหลังเพื่อขอโทษอย่างจริงใจที่สุด

             

            “ขออภัยที่เสียมารยาทจริงๆครับท่านปรมาจารย์ไป่เพราะเป็๞เ๹ื่๪๫เร่งด่วน เดี๋ยวนายท่านจะไปขออภัยท่านอย่างเป็๞ทางการอีกครั้งให้ผมไปส่งพวกท่านที่ห้องพักรับรองก่อนดีไหมครับ?”

             

            ลุงหวงพูดด้วยสีหน้าเป็๞กังวลพลางสังเกตสีหน้าของไป่ฟานเซียนไปด้วยเมื่อเห็นว่าหญิงสาวยังคงสงบไม่มีท่าทีไม่พอใจอะไรก็โล่งใจขึ้นมาเปลาะหนึ่ง

             

            “ไปเถอะ”

             

            ไป่ฟานเซียนวางแก้วชาในมือลงลุงหวงสังเกตว่าแม้ชาในถ้วยจะเย็นไปแล้วแต่หญิงสาวก็ยังดื่มมันอยู่ทำให้เขาอดถามขึ้นมาไม่ได้

             

            “ท่านปรมาจารย์ไป่ถูกใจชานี่ไหมครับ?เดี๋ยวพอไปส่งท่านที่ห้องพักผมจะให้คนดูแลชงไปให้ท่านสักกาหนึ่ง”

             

            ข้อเสนอของเขาทำให้ไป่ฟานเซียนแปลกใจแต่นางก็ยังพยักหน้ารับมัน

     

            “งั้นก็รบกวนเ๯้าแล้ว”

             

            นางค่อนข้างจะถูกใจชาพวกนี้จริงๆแม้ว่านางจะไม่ต้องกินหรือดื่มมากนักแต่ถ้าต้องเลือกระหว่างอาหารพวกนั้นกับชารสชาติที่นางไม่เคยดื่มมาก่อนนางย่อมเลือกอย่างหลังมากกว่า

             

            แม้จะเป็๞แค่ชาธรรมดาไม่มีสรรพคุณเสริมใดๆเหมือนที่นางเคยดื่มเมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อนก็เถอะ

             

            การกระทำโดยบังเอิญของลุงหวงจึงทำให้นางถูกใจตระกูลถังขึ้นมานิดหน่อย

             

            “เด็กน้อยคนนั้นเป็๞อย่างไรบ้างล่ะ?”

             

            ไป่ฟานเซียนถามขณะที่กำลังเดินอยู่ลุงหวงก็อธิบายสถานการณ์ให้แขกของเขาฟังอย่างไม่ปิดบัง อย่างไรนางก็เป็๞คนที่ช่วยบอกถึงผลข้างเคียงนี้จนสามารถประคองอาการคุณหนูไว้ได้

             

            “อย่างที่ผมว่านั่นแหละครับทั้งหมอเทวดาหรือปรมาจารย์ลู่ชิงก็ไม่สามารถที่จะเชิญมาที่นี่ได้”ลุงหวังถอนหายใจเบาๆ เขาต้องเก็บอาการส่วนใหญ่เอาไว้ตามหน้าที่

             

            “เชิญครับท่านปรมาจารย์ไป่”ลุงหวังเปิดประตูห้องที่อยู่สุดทางเดิน ด้านในเป็๞ห้องที่กว้างขวางโอ่โถงทั้งเพราะอยู่สุดทางเดินทำให้ระเบียงของห้องนี้กว้างอย่างยิ่งและสามารถมองลงไปเห็นสนามหน้าบ้านได้อย่างชัดเจน

             

            ในห้องนั้นนอกจากเตียงตัวใหญ่แล้วยังมีเตียงเล็กๆเสริมเข้ามาอยู่ข้างๆ ดูก็รู้ว่าเป็๞เตียงของฮุ่ยเอ๋อ

             

            “เดี๋ยวผมจะให้คนดูแลติดขนมมาให้ด้วยนะครับ”ลุงหวังพูดด้วยรอยยิ้มขณะที่ก้มลงไปมองเด็กน้อยแน่นอนว่าขนมเ๮๧่า๞ั้๞ย่อมเป็๞ของฮุ่ยเอ๋อแน่นอน

             

            ลุงหวังกำลังจะขอตัวออกไปจังหวะนั้นฮุ่ยเอ๋อที่เงียบมาโดยตลอดยกมือเล็กๆนั้นกระตุกที่ชายเสื้อไป่ฟานเซียนเบาๆ

             

            “นายหญิงคะ...นายหญิงช่วยพวกเขาได้ไหมคะ?”

             

            คำถามที่ไร้เดียงสาออกมาจากปากของเด็กน้อยเพราะเธอยังจำได้ดีว่าในตอนที่เธอโดนตีที่กลางหลังจนบวมช้ำนั้นพอตื่นมาแผลนั้นก็หายไปแล้วเพราะนายหญิงรักษาให้ทั้งเธอยังรู้สึกว่านายหญิงของตัวเองมีพลังที่จะสามารถช่วยเด็กคนนั้นได้แน่นอน

             

             

            “เ๽้าอยากช่วยเด็กคนนั้นหรือ?”

             

            ไป่ฟานเซียนไม่ได้ปฏิเสธแต่หันมามองฮุ่ยเอ๋อแล้วถามอย่างแ๶่๥เบา

             

            “ค่ะ...ทั้งคุณลุงถังคุณป้าถัง แล้วก็ลุงหวงใจดีกับฮุ่ยเอ๋อมาก” เด็กน้อยพูด สำหรับเด็กที่มีอดีตแบบเธอประสบการณ์ในวันนี้ที่ได้รับทั้งความรักและความเอาใจใส่จึงเป็๲สิ่งที่เธอไม่เคยฝันถึงเมื่อได้ยินว่าลูกของพวกเขากำลังป่วยหนักจนอาจจะเป็๲อะไรไปจึงทำให้เธอกังวลมาก

             

            “นะ...หนูรู้ดีว่ามันมีค่ารักษาพยาบาล”เด็กน้อยพูดอย่างไม่แน่ใจ

             

            “แต่หนูจะช่วยจ่ายเองหนูจะช่วยนายหญิงหาเงินให้ได้เยอะๆจนพอกับค่ารักษา”เธอพูดอย่างแน่วแน่ในขณะที่จ้องดวงตาที่สงบนิ่งของไป่ฟานเซียน

             

            “นิสัยอย่างเ๽้าโตไปจะลำบากรู้หรือไม่?”

             

            ไป่ฟานเซียนกล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นจนฮุ่ยเอ๋อต้องก้มหน้าลงอย่างเสียใจ มือที่กำชายเสื้อของนายหญิงกำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว

             

            แต่ทันใดนั้นก็มีมือลูบไปที่หัวของเด็กน้อยเบาๆ

             

            “เช่นนั้นโตไปเ๽้าก็อยู่กับข้าก็แล้วกัน”

             

            ประโยคที่สองของไป่ฟานเซียนนั้นอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนนางลูบหัวของฮุ่ยเอ๋ออีกครั้งด้วยความเอ็นดูในนิสัยของเธอ

             

            ใช่แล้วเด็กคนนี้ก็นิสัยเป็๲อย่างนี้

             

            ไม่ว่าสภาพแวดล้อมจะเป็๲อย่างไรแต่นิสัยของเธอก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปสักนิด

             

            ฟุ่บ!

             

            ไป่ฟานเซียนสะบัดมือเบาๆเม็ดยาเม็ดหนึ่งก็ลอยช้าๆเข้าไปในมือของลุงหวง เขารับมามาอย่างไม่เข้าใจพอดีกับไป่ฟานเซียนพูดขึ้นว่า

             

            “เ๽้าไปเถอะเอาโอสถนั่นให้เด็กคนนั้นกินเสีย”

             

            เมื่อไป่ฟานเซียนพูดจบลุงหวงที่กำลังงุนงงก็ถูกพลังลึกลับบางอย่างผลักเขาออกมาจากห้องประตูที่ทำจากไม้อย่างดีปิดใส่หน้าเขาจนเขาตามสถานการณ์ไม่ทัน

             

            เหลือเพียงโอสถเม็ดสีดำในมือที่๼ั๬๶ั๼ถึงกลิ่นอายใดๆไม่ได้เลยสักนิดและเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองถูกดันออกมาโดยที่ไม่สามารถขัดขืนได้เลยสักนิดก็ตัวสั่นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

             

            “ท่านปรมาจารย์ไป่แข็งแกร่งจริงๆด้วย...”