ตอนที่126 สัตว์กลายพันธุ์โจมตี
ไนเรลเดินตามคนรับใช้ของประธานซาไปที่ห้องพักรับรองเมื่อเข้าไปมาด้านในห้องแล้วไนเรลก็ทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนนุ่ม ๆอย่างสบายใจพลางคิดเรื่องคำขอที่เขาบอกกับชายชราไป
สิ่งที่เขาขอนั้นก็คือต้องการให้ประธานซาหาพิมพ์เขียวของปืนใหญ่พลังงานให้กับเขา ขอแค่เป็นต้นแบบก็ได้
ในตอนแรกเขาคิดว่าคงจะได้ยินคำตอบปฏิเสธทันทีแต่พอได้ยินว่าจะลองยื่นเรื่องไปให้ซึ่งแน่นอนว่าไนเรลนั้นไม่สนอยู่แล้วว่าประธานซาจะหามันมาได้อย่างไรหรือจากไหนถ้าเขาได้แปลนนี้มาครอบครองไนเรลเชื่อว่าเขาจะต้องหาคนมาสร้างสิ่งที่เขาคิดได้อย่างแน่นอน
และเจ้าสิ่งนี้มันก็จำเป็นกับแผนการของไนเรลหลังจากกลับไปที่เมืองย่อย101 ในครั้งนี้ด้วย
พระอาทิตย์ตกประธานซาก็มาพบกับไนเรลเป็นการส่วนตัวอีกครั้งพร้อมกับยืนบางสิ่งมาให้นั้นก็คือข้อมูลพิมพ์เขียวชายชราไม่ได้เน้นย่ำไนเรลเรื่องข้อตกลง แต่เพียงมองเขาด้วยสายตาและก็จากไป
ไนเรลเองก็เข้าใจถึงการกระทำของประธานซาด้วยฐานะและคนระดับพวกเขานั้นบางครั้งมันก็ไม่ต้องพูดอะไรมากเพียงแค่พวกเขาบรรลุข้อตกลงก็เพียงพอแล้ว
อีกทั้งการที่ประธานซาหาพิมพ์เขียวมาได้รวดเร็วขนาดนี้ก็แสดงให้เห็นถึงอำนาจที่มีอยู่ในมือของชายชราแต่ไนเรลก็ยังสงสัยเรื่องหนึ่งอยู่ดี ว่าถ้าประธานซามีอำนาจขนาดเอาพิมพ์เขียวมาได้ทำไมเขาถึงไม่ใช้สิ่งนี้หามนุษย์ชั้นสูงที่อยู่ในรายชื่อเฝ้าระวังอะไรพวกนั้นมา
พอพุดถึงรายชื่อเฝ้าระวังไนเรลก็คิดขึ้นมาได้ถึงบางอย่างเกี่ยวกับอารอนคนนั้น แต่เขาก็โยนมันทิ้งไปทันทีเพราะไม่อยากจะมาใส่ใจมากนัก
หลังจากที่ประธานซาจากไปสักพักอยู่ ๆประตูห้องของชายหนุ่มก็ถูกเคาะขึ้นมาอีกครั้ง
ไนเรลดูจะแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นว่าครั้งนี้ใครเป็นคนมาหาเขา
“เธอ...ไมน่า”
“สวัสดีค่ะ พี่ไนเรล...”ไมน่าพูดด้วยเสียงที่เบาพร้อมกับก้มหน้ามองพื้นไม่กล้าสบตากับไนเรล
“เธอมาทำอะไรที่นี่” เขาถามด้วยความสงสัยถ้าจำไม่ผิดเด็กสาวนี่คือเพื่อนของน้องสาวตัวเองหลังจากแยกจากกันที่บ้านพักชานเมืองไนเรลก็มุ่งตะวันออกมาที่เมืองซานติเกียส่วนไมน่าและชายหนุ่มอีกคนที่ชื่อ คารอน ก็ตามทหารคุ้มกันมาที่ค่ายแห่งนี้ไนเรลรู้ว่าการเดินทางมาที่ค่ายของประธานซาต้องมีเหตุการณ์อันตรายจนทำให้ประธานซาวิวัฒนาการเป็นมนุษย์ชั้นสูงได้
แต่ไนเรลไม่คิดว่าเด็กสาวจะยังคงรอดมาได้
“คือว่า...ฉัน...ฉันต้องการขอให้พี่ไนเรลช่วย”เด็กสาวพูดออกมาพร้อมกับน้ำตาที่หยดลงมา
“หยุดร้อง มีอะไรก็เข้ามาพูดด้านใน”เขากล่าวมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“พี่ต้องรับปากว่าจะช่วยฉันก่อนนะ ได้โปรด”ไมน่าจับไปที่มือของไนเรลพยายามยื้อไว้
“ปล่อยมือ...”ไนเรลสะบัดมือของไมน่าอย่างไม่สบอารมณ์มากนักตอนที่เธอจากพวกเขามานั้นยังทำเป็นเหมือนไม่เห็นหัวไนเรล
ไมน่าตกใจกับการกระทำของชายหนุ่มแต่เมื่อเห็นว่าไนเรลเปิดประตูทิ้งไว้ และเดินไปนั่งที่เก้าอี้ไมน่ารีบเดินเข้าไปและนั่งลงตกข้ามกับเขา
ทั้งสองเงียบอยู่นานจนกระทั่งไนเรลเปิดปากพูดมาก่อน
“มีเรื่องอะไรลองเล่ามา”
เด็กสาวรีบเล่าเรื่องของเธออย่างรวดเร็วกลัวว่าไนเรลจะเปลี่ยนใจไล่เธอกลับไป
หลังจากที่เธอและคารอนแยกตัวออกมาจากไนเรลและคนอื่นๆ ในระหว่างทางพวกของประธานซาและไมน่าก็เจอกับการโจมตีของสัตว์กลายพันธุ์ระดับสูงตนหนึ่งพวกทหารที่ควบคุมตายกันไปหลายคน แต่สัตว์นั้นก็ยังไม่ตาย
ในขณะที่สัตว์กลายพันธุ์พยายามฆ่าหลานสาวของซามูเอลชายแก่ก็เข้าไปช่วยอย่างสุดชีวิตและสุดท้ายก็จึงวิวัฒนาการเป็นมนุษย์ชั้นสูงร่างของซามูเอลขยายใหญ่หลายเมตรเป็นเหมือนกับยักษ์ฉีกร่างของสัตว์กลายพันธุ์ตัวนั้นจนตกตายไป
ส่วนทางด้านของไมน่าและคารอนถึงจะรอดตายมาได้แต่คารอนนั้นในช่วงที่โดนจู่โจมเขาไม่ได้ห่วงตัวเองกลับรีบช่วยไมน่าออกมาจากรถฮัมวี่นั้นจึงทำให้เขาหนีออกมาช้าและโดนอัดก๊อบปี้อยู่กับรถจนพิการครึ่งท่อนเดินไม่ได้
ถึงประธานซาจะพาพวกเขามาที่ค่ายลี้ภัยได้สำเร็จแต่ก็ไม่ได้ดูแลพวกเขาเป็นการพิเศษเพราะถึงอย่างไรทั้งไมน่าและคารอนก็ไม่ได้เป็นอะไรกับตัวเขา
นั้นทำให้ทั้งสองใช้ชีวิตอย่างยากลำบากแต่ไมน่าก็ยังพอจะเป็นคนดีอยู่บ้าง ไม่ได้ทิ้งคารอนไปให้ตาย
และเรื่องที่ไมน่าจะให้ไนเรลช่วยนั้นก็คือเธอมีปัญหากับพวกนอกกฎหมายเพราะไปยืมเงินเหรียญไทกีล่ามาจำนวนหนึ่งเพื่อไปซื้ออาหารประทังความหิวแต่ด้วยความไร้เดียงสาที่ไม่ทันโลกเธอก็ไม่รู้ว่าพวกนั้นหลอกเรื่องดอกเบี้ยทำให้เธอมีเงินจ่ายไม่เพียงพอและเมื่อไมน่าไม่สามารถจ่ายได้พวกนั้นตามมาทำร้ายคารอนและบอกว่าอีกสองวันถ้าไม่หาเงินมาคืนได้พวกมันจะเอาตัวเธอไป
ซึ่งแน่นอนไมน่ารู้ว่าถ้าเธอโดนพาตัวไปจะต้องเหมือนดังตกลงสู่นรกอย่างแน่นอน
ไนเรลได้ฟังก็สามารถจินตนาการได้ถึงความลำบากของเด็กสาวและชายพิการอายุ14 ปีที่ต้องดิ้นรนใช้ชีวิตอยู่ในโลกแบบนี้
“ฉันรู้แล้วเดี๋ยวจะจัดการให้เธอมีเรื่องแค่นี้ใช่ไหม ถ้าเช่นนั้นก็กลับไปได้แล้ว”ไนเรลรีบส่งเธอกลับหลังจากที่รู้เรื่องของเธอแล้ว
ไมน่าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็กลืนคำพูดพวกนั้นลงไป
“นิเรียเธอสบายดี”ไนเรลพูดออกไปก่อนที่จะปิดประตูในขณะที่ตนเองก็คิดว่าการช่วยไมน่าครั้งนี้ก็เพื่อนิเรียก็แล้วกันอย่างน้อยไมน่าก็เป็นเพื่อนกับน้องสาวของเขา
เมื่อไมน่าจากไปแล้วหลังจากนั้นพวกนอกกฏหมายก็โดนกลุ่มคนลึกลับจัดการฆ่ายกแก็งส่วนเธอนั้นก็ได้งานทำที่พอจะให้มีเงินซื้ออาหารและน้ำได้ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ไนเรลลดตัวไปลงมือด้วยตนเองเขาฝากเรื่องนี้ให้กับประธานซาจัดการ
และเรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นหลังจากที่ไนเรลออกไปจากค่ายแห่งนี้แล้ว
......
เช้าวันต่อมาขณะที่พระอาทิตย์ยังไม่ทันจะได้ทอแสงอย่างเต็มที่เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นมันมาจากประตูทางเหนือของเมืองซึ่งเป็นทิศทางที่เมืองหลวงเก่าเคยตั้งอยู่ แต่มันถูกขวางไว้ด้วยผืนป่าใหญ่
ไนเรลรีบออกไปที่ทางประตูทิศในระหว่างทางนั้นก็เจอเข้ากับประธานซาและกลุ่มบอดี้การ์ดส่วนตัวอีกนับ10 นาย
“พวกมันบุกมากันแล้ว” ก่อนที่ไนเรลจะได้พูดประธานซาก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน
ไนเรลได้แต่เงียบ ๆ วิ่งตามไปที่ด้านบนกำแพงซึ่งมันเต็มไปด้วยทหารและเหล่ามนุษย์ชั้นสูงที่ขึ้นตรงต่อกองทัพเมื่อพวกทหารเห็นว่าไนเรลตามประธานซามาพวกเขาจึงปล่อยผ่านขึ้นไปได้
“เตรียมพร้อมปืนใหญ่ทุกกระบอก!” เสียงสั่งการที่แข็งขันดังออกมาเป็นระยะมนุษย์ชั้นสูงทั้งหน่วยดาบและโลต่างก็มารวมตัวมาสักพักแล้วจากการเรียกตัวของกองทัพ
พวกนั้นสังเกตเห็นไนเรลต่างก็แสดงท่าทีอิจฉาและท้าทายที่เป็นเช่นนั้นเพราะไนเรลระดับพลังของชายหนุ่มที่แสดงออกมาการที่มนุษย์ชั้นสูงอย่างพวกเขาเข้าร่วมกับหน่วยต่าง ๆ ของรัฐบาลก็เพื่อ “พลัง”แต่ไนเรลกลับมีพลังที่พวกเขาเฝ้าหา
ไนเรลผู้เป็นที่เป้าสายตาในตอนนี้ไม่ได้สนใจของพวกนั้นเลยแม้แต่น้อยเขากำลังมองไปด้านหน้าอย่างเรียบเฉย เหมือนกำลังรอบางสิ่งอยู่
“มันมาแล้ว”เขาพึมพำด้วยเสียงที่เบาเป็นอย่างมาก แต่ประธานซาที่ยืนอยู่ด้านข้างกับได้ยินอย่างชัดเจน
ฝูงนกกลายพันธุ์ตัวเล็กจำนวนมากบินขึ้นสู่ท้องฟ้าต้นไม้แหวกผ่านไปเผยให้เห็นสัตว์กลายพันธุ์สูงใหญ่ดังขุนเขาเกือบร้อยเมตรตรงมาทางนี้ด้วยความตื่นตระหนก
“หอยทากยักษ์”
“ตัว...ตัวมันยังกับภูเขาอย่างนี้ปืนใหญ่ของเราจะฆ่ามันได้อย่างไร”
“ทุกนายเตรียมพร้อม นับถอยหลัง 3....2.......1ยิงได้!!!”
เสียงทหารที่อยู่บนกำแพงดูจะหวั่น ๆ เล็กน้อยแต่เพราะเสียงของปืนใหญ่พลังงานที่ยิงไปที่เจ้าหอยทากยักษ์กลายพันธุ์ระดับ 5นั้นกลับทำให้พวกทหารดูมั่นใจขึ้นมา
ปืนใหญ่พลังงานยิงเข้าไปที่เปลือกหอยของมันอย่างรุนแรงแต่กลับไม่เกิดรอยร้าวเลยแม้แต่เล็กน้อย
“อย่าไปกลัวยิงซ้ำเขาไปอีกตรงจุดเดิม”
เสียงสั่งการให้ยิงปืนใหญ่อีกนับครั้งไม่ถ้วนแม้แต่สัตว์กลายพันธุ์ระดับ 5 โดนเข้าไปก็ต้องมีบาดเจ็บกันบ้างเจ้าหอยทากยักษ์ก็เช่นกันหลังจากโดนไป 50กว่านัดมันก็เหมือนจะหวาดกลัวและหลบเข้าไปในเปลือกหอยอยู่นิ่งไม่ขยับ
เมื่อทหารเห็นเช่นนั้นก็พากันดีใจเพราะคิดว่าแม้แต่สัตว์ระดับ 5 ก็ยังต้องยอมสยบให้กับปืนใหญ่ของพวกเขาแต่แล้วความดีใจของพวกเขาก็อยู่ไม่นาน
“รายงานด้านหลังมีสัตว์กลายพันธุ์อีกหลายพันตัวกำลังมุ่งตามมา พวกมันกว่า 70 % เป็นระดับ3 และที่เหลือเป็นระดับ 2 และ 4”
“ระดับ 3 หลายพันตัว บ้าไปแล้ว”
“หยุดพูดแล้วไปประจำตำแหน่งถึงพวกมันจะมีมากแต่ส่วนใหญ่เป็นพวกที่บินไม่ได้แจ้งไปที่หน่วยอากาศบอกพวกเขาว่าเราต้องการให้ใช้ระเบิดนาปาล์มปูพรมเปิดฉากโจมตีก่อนที่พวกมันจะปะทะที่แนวกำแพง”
ขณะที่ทางด้านของทหารและมนุษย์ชั้นสูงเริ่มเตรียมพร้อมที่จะปะทะซึ่งหน้ากันแล้วไนเรลที่ยืนอยู่กับประธานซาก็พูดขึ้นมาด้วยท่าทางแปลกใจเมื่อเขาเห็นหอยทากยักษ์
“คุณว่ามันแปลกไหม เจ้าหอยทากยักษ์นั้นมันเหมือนกับไม่ได้จะมาโจมตีแต่กำลังหนีอยู่”
“นายหมายความว่าอย่างไง”ประธานซาถามด้วยท่าทีสงสัย
“หอยทากนั้นเป็นสัตว์กลายพันธุ์ที่กินพืชเป็นอาหารนิสัยไม่ดุร้ายออกจะรักสงบด้วยซ้ำ...พวกมันไม่ได้มาโจมตี”ไนเรลอธิบายพลางครุ่นคิดไปด้วย
ในขณะนั้นเครื่องบินบินออกไปทิ้งระเบิดในพื้นที่มีสัตว์กลสยพันธุ์จำนวนมากรวมตัวกันอยู่
บูม! บูม! บูม!
ระเบิดที่ถูกทิ้งลงอย่างต่อเนื่องสร้างคลื่นความร้อนพวยพุ่งสู่อากาศแผดเผาสัตว์กลายพันจำนวนมากจนพวกมันส่งเสียงร้องด้วยความโหยหวนแต่ส่วนใหญ่ที่ตายแล้วนั้นกับเป็นสัตว์ระดับ 2 เท่านั้น
ส่วนพวกที่สูงกว่าบ้างก็หนีทันบ้างก็บาดเจ็บแต่ไม่ถึงตาย
“แนวกำแพงเตรียมพร้อมปะทะ”
พวกทหารและมนุษย์ชั้นสูงเลือกที่จะป้องกันโดยอาศัยกำแพงแทนแต่ถึงแบบนั้นด้วยกำแพงที่สูงไม่กี่สิบเมตรไม่สามารถป้องกันความโกรธของสัตว์กลายพันธุ์ได้อย่างแน่นอน
งูกลายพันธุ์ระดับ 4 ตัวหนึ่งที่รอดตายมาได้มันเต็มไปด้วยออร่าสังหารมันตรงเข้าไปที่กำแพงอาศัยลำตัวที่ยืดยาวตั้งตัวขึ้นก็สูงกว่ากำแพงแล้ว
“งู ยิงงูนั้นเร็ว”
“อ๊ากกก”
งูกลายพันธุ์เมื่อขึ้นมาที่กำแพงประชิดทหารและมนุษย์ชั้นสูงได้มันก็จัดการแยกเขี้ยวกลืนคนที่อยู่รอบ ๆ ระยะโจมตีของมันทั้งเป็นอีกทั้งยังใช้หางที่ยาวฟาดไปมาอย่างโหดร้ายจนร่างของมนุษย์ชั้นสูงระดับต่ำคนหนึ่งกระเด็นตกไปนอกกำแพง
ซึ่งนั้นไม่ได้ทำให้ชายคนนั้นตายแต่มันกับมีสัตว์กลายพันธุ์ที่ดูกระหายเลือดเนื้อฉีกจนเป็นชิ้น ๆ
หลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ก็มีสัตว์กลายพันธุ์อีกหลายตัวที่ฝ่ากำแพงมาได้เข้ามาเข่นฆ่าผู้คนมนุษย์ชั้นสูงต่างพากันไปจัดการฆ่าสัตว์พวกนั้นด้วยความร้อนรน
เลือดที่ไหลนองไปทั่วแนวกำแพงเสียงของปืนใหญ่ที่ดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
มนุษย์ชั้นสูงระดับน้ำตาลจับกลุ่มกันชี้อาวุธของตนเองไปที่สัตว์กลายพันธุ์อย่างกระหายเลือดพากันกระโดดลงไปเข่นฆ่าสัตว์กลายพันธุ์ที่ได้รับบาดเจ็บ
ถึงมันจะอันตรายแต่นี้ก็เป็นโอกาสอย่างหนึ่งเช่นกันคนตายเพราะทรัพย์ นกตายเพราะอาหารมนุษย์ชั้นสูงก็ยอมเสียงตายเพื่อให้ได้แก่นพลังงานเช่นกัน