โหดเหี้ยมและป่าเถื่อน
เพียงการปะทะชั่วพริบตามนุษย์ยังไม่ทันได้ตั้งหลักสัตว์ป่ามหึมาที่เร้นกายอยู่ใจกลางพายุทอร์นาโดก็เปิดฉากจู่โจมอย่างอำมหิต
มันเหวี่ยงก้อนหินยักษ์ข้ามผ่านอากาศมาไกลนับร้อยเมตรพุ่งทำลายเครื่องบินรบจนระเบิดเป็นเสี่ยงๆ
เมื่อได้เห็นภาพนี้ไม่ใช่เพียงเครื่องบินรบหลายลำที่ยังบินวนอยู่เหนือศีรษะของจระเข้จักรพรรดิจะตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูกแม้แต่ฝั่งมนุษย์ที่ได้รับภาพจากกองทัพอากาศส่งกลับมายังหน่วยเฝ้าระวังพลังวิญญาณส่วนกลางต่างก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน
“อึก...”
เจ้าหน้าที่หนุ่มคนหนึ่งกลืนน้ำลายอึกใหญ่ใบหน้าของเขาซีดเผือดลงทันตา
เห็นได้ชัดว่าภาพเหตุการณ์นี้สร้างความหวาดผวาให้เขาไม่น้อย
“นี่น่ะเหรอสัตว์ป่ากลายพันธุ์...”
รองหัวหน้าสื่อก้าวไปข้างหน้าจ้องมองเงาร่างยักษ์ที่ซ่อนอยู่ในพายุทอร์นาโดด้วยสายตาลุ่มลึกก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำว่า “สัตว์กลายพันธุ์ตัวนี้โหดเหี้ยมผิดมนุษย์มนาและดูจากขนาดตัวของมันแล้ว เครื่องบินรบเพียงไม่กี่ลำนี้คงสยบมันไม่ได้”
เมื่อได้ยินเสียงของรองหัวหน้าทุกคนต่างก็พยักหน้าเห็นพ้อง
“ต้องกำจัดมันสินะ”
“อืม ต้องกำจัดมันซากของมันคงเป็นวัตถุดิบชั้นยอดสำหรับการทดลอง”
“ดูจากรูปร่างที่ค่อยๆปรากฏในพายุทอร์นาโด มันดูคล้ายจระเข้ยักษ์บรรพกาล...มีคุณค่ามหาศาลในการศึกษาวิจัยเลยทีเดียว”
......
ท่ามกลางเสียงพูดคุยกันเซ็งแซ่รองหัวหน้าสื่อตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เอ่ยสั่งการด้วยน้ำเสียงเย็นชา“แจ้งหน่วยรบพิเศษของกองทัพอากาศให้เปิดฉากโจมตีเต็มกำลังทันทีพร้อมทั้งเตรียมขีปนาวุธพิสัยไกลให้มั่นใจว่าสามารถสังหารมันได้ในการโจมตีครั้งเดียว”
“รับทราบครับ!”
ท่ามกลางเสียงตอบรับอย่างพร้อมเพรียงมาตรการต่างๆเพื่อปลิดชีพจระเข้จักรพรรดิก็เริ่มดำเนินการอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
......
บนผืนดินจระเข้จักรพรรดิที่เร้นกายอยู่ใจกลางพายุทอร์นาโดจ้องมองซากเครื่องบินรบที่กระจัดกระจายอยู่บนท้องฟ้าพลางเผยรอยยิ้มหยันไม่ต่างจากมนุษย์
ทว่าในวินาทีนั้นเองราวกับได้รับคำสั่งจู่โจมกระสุนปืนใหญ่หลายสิบลูกก็พุ่งทะยานลงมาจากใต้ปีกเครื่องบินรบ
“เฟี้ยว เฟี้ยว เฟี้ยว”
พริบตาต่อมาเมื่อเปลวเพลิงท้ายเครื่องยนต์ลุกโชนกระสุนปืนใหญ่แต่ละนัดก็พุ่งแหวกอากาศเข้าหาเป้าหมาย
ด้วยความที่เป็นเครื่องบินรบรุ่นล่าสุดของสหพันธรัฐพวกมันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อภารกิจโจมตีภาคพื้นดินหรือต่อต้านอากาศยานทั่วไป
ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงละทิ้งระเบิดและปืนกลแต่ติดตั้งกระสุนเจาะเกราะและขีปนาวุธพิสัยกลางถึงไกลจำนวนมากแทน
และในยามนี้สิ่งที่พุ่งฉีกท้องฟ้ามาคือกระสุนเจาะเกราะสามนัดและขีปนาวุธพิสัยกลางถึงไกลอีกจำนวนหนึ่ง
ทว่าจระเข้จักรพรรดิจะยี่หระหรือ?
นัยน์ตาสีเหลืองแนวตั้งฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่งก่อนที่จะจับหินยักษ์อีกก้อนม้วนขึ้นมา
เรื่องที่น่าตกใจคือหินยักษ์ก้อนนี้มีความสูงถึงสามเมตร
มองจากระยะไกลราวกับภูเขาขนาดย่อมลูกหนึ่งกำลังลอยละลิ่วขึ้นมาท่ามกลางพายุทอร์นาโด
“มันคิดจะทำอะไร?”
นักบินที่จับความเคลื่อนไหวของหินยักษ์นี้ได้อย่างรวดเร็วพลันรู้สึกถึงลางร้ายขึ้นมาในใจ
และเพียงชั่วอึดใจท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของพวกเขา หินยักษ์ก้อนนั้นถูกเหวี่ยงขึ้นไปบนท้องฟ้า
จากนั้น...
“ตูม!” หางยาวหลายสิบเมตรสะบัดวาดดุจเงาแส้ก่อให้เกิดลมพายุอันน่าสะพรึงกลัว
“ครืน!”
พร้อมกับเสียงดังกึกก้องสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นหินยักษ์ทั้งก้อนก็ถูกหางอันมหึมาฟาดจนแตกกระจาย
ทว่าแม้จะถูกฟาดจนแตกเช่นนี้หินยักษ์กลับแตกละเอียดเป็นก้อนกรวดเล็กๆ นับไม่ถ้วนกระจายตัวดุจพายุฝนที่พัดย้อนกลับสู่ท้องฟ้า
“เวรแล้วไง...”
เสียงอุทานดังขึ้นท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของเหล่านักบินขีปนาวุธที่พวกเขายิงออกไปกลับปะทะเข้ากับพายุก้อนกรวดที่สาดซัดเข้ามาอย่างจัง
“บึ้ม! บึ้ม! บึ้ม!”
เสียงระเบิดดังขึ้นต่อเนื่องราวกับดอกไม้ไฟขนาดยักษ์ที่เบ่งบานกลางผืนฟ้า
เรื่องที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือคลื่นกระแทกอันรุนแรงยังส่งผลกระทบต่อสมดุลของเครื่องบินรบอื่นทำให้แต่ละลำสั่นสะเทือนอย่างหนักจนแทบเสียการควบคุม
......
“เจ้าเล่ห์นัก”
น้ำเสียงของรองหัวหน้าสื่อเผยความกังวลเล็กน้อยแฝงไปด้วยความหวาดระแวง
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นสัตว์ป่ากลายพันธุ์ที่รู้จักหาวิธีไม่ให้กระสุนปืนใหญ่เข้าใกล้ร่าง
อย่างตะขาบเงินระดับเหนือธรรมชาติขั้นที่สองตัวนั้นแม้จะมีความเฉลียวฉลาด แต่ก็ยังทนรับการโจมตีจากกระสุนปืนใหญ่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนสุดท้ายก็ไม่สามารถต้านทานระเบิดแช่แข็งที่มนุษย์สร้างขึ้นเป็นพิเศษร่างกายจึงถูกแช่แข็งในพริบตาและถูกจับตัวไปได้สำเร็จ
ทว่าตอนนี้ เธอได้เห็นอะไรอยู่กันแน่?
สัตว์กลายพันธุ์แรกเริ่มขั้นที่เก้าที่เพิ่งเลื่อนระดับกลับดูเหมือนจะรู้ซึ้งถึงภัยคุกคามของปืนใหญ่ แม้จะมีพลังป้องกันที่น่าหวาดหวั่นแต่ก็ยังไม่เอาตัวเข้าเสี่ยงและหาทางทำลายกระสุนตั้งแต่จากระยะไกล
ที่สำคัญกว่านั้นคือวิธีที่มันใช้ป้องกันกระสุนปืนใหญ่ แม้จะดูเรียบง่ายและป่าเถื่อนแต่นั่นกลับเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
......
ในยามนี้จระเข้จักรพรรดิไม่ได้สนใจเลยว่ารองหัวหน้าคนนั้นจะคิดอย่างไร
เรื่องแรกที่ผุดขึ้นในใจของมันตอนนี้คือการหลบหนี
ใช่แล้ว การหนี
แม้ว่าพลังของมันจะเพิ่มขึ้นมหาศาลแต่มันก็ไม่อยากเสียเวลากับมนุษย์เหล่านี้
สัญชาตญาณบางอย่างบอกมันว่าอย่าได้ปะทะกับสิ่งมีชีวิตที่เดินสองขาเหล่านี้โดยไม่จำเป็น
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ห้ามเด็ดขาด
แน่นอน นี่เป็นทั้งสัญชาตญาณลึกลับของมันและยังเป็นผลจากการพร่ำสอนของท่านเทพต้นไม้
ต้องรู้ว่าท่านเทพต้นไม้เคยกล่าวไว้ว่า‘มนุษย์คือสิ่งมีชีวิตที่เชี่ยวชาญการรุมโจมตีที่สุดในโลกใบนี้’
ตัวเดียวนั้นไม่ได้น่ากลัวประดุจมดตัวหนึ่งที่บี้ให้ตายได้โดยง่าย
ทว่าเผ่าพันธุ์นี้กลับมักจะรวมกลุ่มกันมาโดยตลอด...
อืม...
และที่สำคัญจระเข้จักรพรรดิไม่ได้สันทัดเรื่องการรับมือศัตรูจำนวนมากพร้อมกัน
เมื่อคิดได้ดังนั้น...
จระเข้จักรพรรดิก็ค่อยๆ ยืดเส้นยืดสายเตรียมจะก้าวขาอันอวบสั้นของมันเพื่อออกเดินทางอีกครั้ง
ทว่าก่อนจะจากไป 'แมลงวัน' น่ารำคาญไม่กี่ตัวบนท้องฟ้ามันจะต้องกำจัดให้สิ้นซากเสียก่อน
เมื่อคิดได้เช่นนั้นจระเข้จักรพรรดิก็สูดหายใจเข้าอย่างแรง หน้าอกยืดขยาย...
ในขณะเดียวกันพลังวิญญาณที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าก็พุ่งทะลักเข้าสู่ปากของมัน
เมื่อมองจากเบื้องล่างมันดูราวกับยักษ์ใหญ่ตัวนี้กำลังสูบกินพลังวิญญาณอันมหาศาลที่รวมตัวกัน
......
“แย่แล้ว!ค่าพลังวิญญาณสูงสุดพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ทะลุหกหมื่นแล้ว...!”
เสียงสั่นเครือด้วยความตกใจดังมาจากหูฟังทว่ามันก็สายเกินกว่าจะตอบสนองเสียแล้ว
สิ่งที่รอคอยเหล่านักบินและสัตว์กลายพันธุ์โดยรอบมีเพียงเสียงคำรามที่ราวกับแว่วมาจากยุคดึกดำบรรพ์
“โฮก...”
คลื่นเสียงพุ่งทะยานขึ้นก่อเกิดเป็นระลอกคลื่นกระแทกชั้นแล้วชั้นเล่า
“ครืน... ครืน...”
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวเป็นระลอกผิวตัวถังของเครื่องบินรบเริ่มปรากฏรอยร้าวเล็กๆ แผ่กระจายออกไป
ทว่านั่นยังไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายที่สุด
สิ่งที่เลวร้ายอย่างแท้จริงคือนักบินเหล่านี้ต่างเลือดออกทางทวารทั้งเจ็ดซ้ำยังมีรายหนึ่งถูกคลื่นเสียงสั่นสะเทือนจนอวัยวะภายในแหลกเหลวเสียชีวิตคาที่
[คลื่นเสียงสั่นสะเทือน -จระเข้จักรพรรดิมีความสามารถในการเปล่งเสียงที่ทรงพลังและกว้างขวางนอกจากจะใช้เพื่อประกาศอาณาเขตและดึงดูดเพศตรงข้ามแล้วมันยังสามารถใช้พลังวิญญาณสั่นสะเทือนมวลอากาศ ก่อเกิดคลื่นเสียงที่เป็นรูปธรรมซึ่งก็คือการโจมตีด้วยคลื่นเสียงอันเลื่องชื่อนั่นเอง]
นี่เป็นเพียงกลยุทธ์เล็กน้อยที่จระเข้จักรพรรดิเคยใช้ก่อนจะเข้าสู่ระดับเหนือธรรมชาติ
ทว่าหลังจากเลื่อนขั้นเป็นสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติความสามารถนี้กลับพัฒนาไปสู่การโจมตีวงกว้างที่น่าสะพรึงกลัวและไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ของมัน
......
จระเข้จักรพรรดิมองเครื่องบินรบที่เสียการทรงตัวอยู่บนท้องฟ้าด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะเลิกสนใจพวกมันอีก
พวกนั้นสูญเสียความสามารถในการไล่ล่าไปหมดสิ้นแล้ว
ยามนี้ทำได้เพียงรอคอยความตายหรือไม่ก็พยายามร่อนลงจอดเพื่อเอาชีวิตรอด
เมื่อคิดเช่นนั้นจระเข้จักรพรรดิก็เริ่มก้าวขาอันอวบสั้นของมันอีกครั้ง...
“ตูม!”
พร้อมกับเสียงดังกึกก้องร่างมหึมาของมันก็พุ่งทะยานออกจากพายุทอร์นาโดอย่างสมบูรณ์
ทว่าในวินาทีนั้นจระเข้จักรพรรดิไม่ได้คาดคิดเลยว่ารูปลักษณ์ที่แท้จริงของมันจะถูกจับภาพได้อย่างชัดเจนโดยกล้องของเครื่องบินรบ
ลำตัวยาวเหยียดเกือบห้าสิบเมตร
ขากรรไกรยักษ์ที่น่าเกรงขามยาวประมาณถึงสี่ถึงห้าเมตร
ผิวหนังปกคลุมด้วยเกล็ดหนาสีเหลืองอมน้ำตาลที่แผ่กลิ่นอายความแข็งแกร่งดุจเกราะเหล็ก...
“จระเข้... จักรพรรดิ...”
เสียงกลืนน้ำลายดังขึ้นแผ่วเบาหน่วยเฝ้าระวังพลังวิญญาณทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบราวกับอยู่ในป่าช้า
นี่มัน...จระเข้ยักษ์ประเภทย้อนสายเลือดบรรพกาลของจริง
เฉกเช่นเดียวกับสัตว์น้ำที่ก่อคลื่นสัตว์ร้ายในทะเลเมื่อไม่นานมานี้
เป็นประเภทย้อนสายเลือดบรรพกาลเหมือนกัน...
ซึ่งนั่นบ่งบอกถึงความโหดเหี้ยมอำมหิตอย่างแท้จริงและพรสวรรค์อันโดดเด่นล้ำเลิศที่ยากจะหาสิ่งมีชีวิตใดเปรียบ