โชคดีที่ชายหนุ่มผู้นี้ ไม่ได้โจมตีเขาอย่างจริงจัง ถ้ามันตั้งใจโจมตีให้โดนร่างของ อู่ อวี้ ป่านนี้เขาคงจะกลายเป็นศพไปแล้ว
จากท่าทางที่แสดงออกของชายผู้นี้ เห็นได้ชัดว่าตัวแทนของพรรคจงหยวน เป็นผู้มีพรสวรรค์อย่างยิ่ง
" ศิษย์พี่เจียง เชิญนั่ง! " ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน เชื้อเชิญต้อนรับอย่างสุภาพ และ มีไมตรีจิตอย่างยิ่ง หยวนเฉินยืนอยู่ด้านหน้าของชายหนุ่มผู้หนึ่ง ท่าทางของเขาดูมีความสุข เมื่อเขาแนะนำชายหนุ่มผู้ซึ่งมีนามว่า เจียง จุนหลิน ทั้งสองต่างหัวเราะออกมาอย่างรื่นเริง บุรุษผู้ซึ่งมีนามว่าเจียงนั้นมีร่างกายสูงใหญ่ มันเดินโงนเงนไปยังโถงกลาง จากนั้นหยวนเฉินก็เดินตามหลังของมันไป ...
" รินสุรา " ชายหนุ่มกล่าวกับหยวนเฉิน ด้วยน้ำเสียงก้องกังวานดึงดูด
" ขอรับ...ท่านพี่เจียง " หยวนเฉินยิ้มเล็กน้อย
พร้อมกับรินสุราดื่ม
" เสิ่น อู๋เต้า ข้าขอแนะนำให้ท่านได้รู้จัก ผู้ที่อยู่เบื้องหน้าท่าน มิใช่เป็นเพียงศิษย์ของผู้นำพรรคจงหยวน แต่เป็นบุตรของท่านหัวหน้าพรรค นามว่า เจียง จุนหลิน ซ่างเซียน! เหตุใดท่านถึงยังไม่รีบกล่าวทักทายอีก!” เมื่อบุรุษหนุ่มผู้นี้มาถึง ท่าทางของฮ่องเต้หยวนฮ่าวก็เปลี่ยนเป็นหยิ่งทะนง มันเอ่ยนามแฝงของ อู่ อวี้ ออกมาตรง ๆ พร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยความดูแคลนชวนกระตุ้นโทสะ
ไม่ใช่น่าแปลกใจเลยที่มันจะมีท่าทีที่หยิ่งทะนงเช่นนี้ ที่แท้ตัวตนของมัน ก็เป็นถึงบุตรของหัวหน้าพรรคจงหยวน ... ศักดิ์ฐานะนี้ของมัน เหนือล้ำยิ่งกว่า ซู หยานลี่ และ ตัวเขาเสียอีก อย่างน้อยๆ ซู หยานลี่ก็ไม่มีความเกี่ยวดองทางสายเลือดกับ เฟิง ซัวหยา
เมื่อหยวนฮ่าวเอ่ยประโยคนี้ออกมา เจียง จุนหลิน ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็หันมาให้ความสนใจกับ อู่ อวี้ ดวงตาที่มองมาของมันนั้น ส่องประกายเจิดจ้าราวกับดวงดารา ปากของมันแสยะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย พร้อมกับกล่าวว่า "เจ้าคือศิษย์ที่นิกายกระบี่สวรรค์ ส่งมารับตำแหน่งผู้พิทักษ์อาณาจักรบูรพาเย่วอู่งั้นรึ น่าหัวร่อสิ้นดี คำกล่าวที่ว่าคนจากนิกายกระบี่สวรรค์ ล้วนเป็นพวกปากแข็งดูท่าจะเป็นความจริง พวกมันจะทำอะไรกันได้บ้าง ถ้าไร้ซึ่งกระบี่”
จากบทสนทนาในครั้งนี้ มันต้องการที่จะทำตัวเพื่อให้สูงส่งกว่า อู่ อวี้
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ นิกายกระบี่สวรรค์หนุนหลังเขาอยู่ ในนี้ยามเขาไม่จำเป็นต้องเกรงกลัว หรือ แสดงความเคารพกับมัน จากนั้นเขาก็กล่าวขึ้นว่า "ที่แท้ท่านก็คือศิษย์พี่ เจียง จุนหลินนี่เอง ยินดีที่ได้พบ ส่วนเรื่องข้าจะใช้ศาสตราเต๋าอะไรนั้น มันเป็นเรื่องส่วนตัวของข้า"
การปรากฏตัวของ เจียง จุนหลิน ทำให้การแก้แค้นชำระหนี้เลือดของ อู่ อวี้ นั้นกลายเป็นยากเย็นยิ่งขึ้น!
ดูเหมือนว่าการแก้แค้นฮ่าวเทียนในครั้งนี้ เขาคงต้องไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน ส่วน ซีเฟย แค่เพียงกระดิกนิ้วเขาก็สามารถฆ่านางจิ้งจอกนี่ได้แล้ว
เมื่อเห็น อู่ อวี้ ไม่ยอมอ่อนข้อ เจียง จุนหลิน ก็แสยะยิ้มขึ้น หลังจากที่มันกระดก 'สุราวานร' ที่ หยวนเฉินรินให้ มันก็แหงนหน้าขึ้นไปมองประติมากรรมบนเพดาน ของพระราชวังเทียนอู่ พร้อมกับเหยียดนิ้วมืออันเรียวยาวออกไป มันหัวเราะจากนั้นก็กล่าวว่า “ข้าพึ่งได้รับเคล็ดวิชานี้มาหมาด ๆ เวลาในการฝึกฝนยังคงอ่อนด้อย มันคือหนึ่งในวิชาเต๋า นามว่า 'เพลิงผลาญกระดูก' ช่วงเวลาที่เพลิงเผาผลาญกระดูก ช่างเป็นภาพที่น่ารื่นรมย์อย่างแท้จริง ..."
ฉับพลัน มันก็ชี้นิ้วมือไปทาง อู่ อวี้
พรึ่บ!
อู่ อวี้ ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ในยามนี้ คลื่นของเพลิงสีฟ้า ที่ผุดขึ้นมาจากอากาศ กำลังเผาไหม้บนผิวของเขาอยู่ ตั้งแต่ส่วนหน้าอก กวาดไหม้ไปทั่วทั้งแขนขา และ ลามไปยังศีรษะ เพียงชั่วพริบตา ทั่วทั้งร่างของ อู่ อวี้ ก็ลุกท่วมไปด้วยเพลิงสีฟ้า แต่ที่น่าสะพรึงกลัวเสียยิ่งกว่านั้น เพลิงนี้ไม่ได้เผาไหม้แค่เพียงผิวกายของเขา แต่มันเปรียบเสมือนกับคมหอกนับไม่ถ้วน ที่กำลังเจาะผ่านผิวกายลึกลงไปยังกระดูกของเขา
สัญชาตญาณร้องเตือนว่า เมื่อเพลิงนี้เจาะลึกลงไปถึงกระดูกของเขา เกรงว่าชีวิตของเขาคงจะต้องสูญสิ้นลง
นี่คือสิ่งที่ เจียง จุนหลิน กล่าวถึง 'เพลิงผลาญกระดูก'!
เพียงแค่พบปะกันในครั้งแรก มันกลับใช้วิชาเต๋าโจมตีเข้าใส่ตัวเขาเสียแล้ว เห็นได้อย่างชัดเจนว่ามันต้องการสะกดข่มเขา โชคยังดี อู่ อวี้ ฝึกฝนบ่มเพาะวิชากายาเพชรอมตะ ทำให้ร่างกายของเขานั้นแข็งแกร่งทนทาน จนสามารถต้านทานเปลวเพลิงนี้ได้ ทำให้ ‘เพลิงผลาญกระดูก’ ไม่สามารถเจาะทะลวงผ่านผิวหนังของเขาได้โดยตรง
อย่างไรก็ตาม เจียงจุนหลินยังไม่ได้เอาจริงด้วยซ้ำ แต่เพียงแค่นี้ อู่ อวี้ ก็ยากที่จะต้านรับ
กรอดดดดด!
อู่ อวี้ กัดฟันแน่น อดทนต่อเพลิงผลาญกระดูก ที่กำลังลุกไหม้อยู่ทั่วทั้งร่างกาย จากนั้นฮ่าวเทียน ซ่างเซียนก็วาดอาคม ใช้ออกไปด้วยกฎแห่งธาตุของมัน ห่างออกไปไม่ไกลนัก ใจกลางของสระน้ำก็ปรากฏเป็นมังกรวารีขึ้น ฉับพลันมังกรวารีก็ร้องคำรามก้อง พร้อมกับพุ่งเข้าปะทะเข้ากับร่างกายของ อู่ อวี้ ชั่วพริบตาร่างกายของอู่ อวี้ ก็เปียกโชกราวกับไก่ตกลงไปในถ้วยน้ำซุป[1](#_ftn1)!
ณ ตอนนี้ตั้งแต่หัวจรดเท้า ร่างกายของ อู่ อวี้ นั้นชุ่มโชกไปด้วยน้ำจากสระ
ถ้าว่ากันตามจริง น้ำของโลกมนุษย์ไม่อาจดับเพลิงผลาญกระดูกลงได้ เพราะมันคือเพลิงซึ่งเกิดจากเคล็ดวิชาเต๋า แต่ทันใดนั้นเอง เจียง จุนหลิน ก็งอนิ้วของมันกลับมา เพลิงผลาญกระดูกที่กำลังปะทะกับมังกรวารีก็ดับลง
น้ำกับไฟที่ปะทะกัน ทำให้ภาพประติมากรรมของราชวังเทียนอู่นั้นอยู่ในสภาพเสียหาย แน่นอนว่านี่คือสิ่งความน่าอับอายอย่างที่สุดสำหรับ อู่ อวี้ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่มันคือความอัปยศอดสูถึงที่สุดในชีวิตของเขา!
" ข้าต้องขออภัยด้วย ทั้งหมดนี้มันเป็นเพียงแค่การฝึกฝนวิชาเต๋าของข้าก็เท่านั้น แท้จริงแล้วข้ายังควบคุมมันได้ไม่ดีนัก โชคยังดีที่ท่าน ฮ่าวเทียน ใช้วิชาควบคุมน้ำมาดับเพลิงผลาญกระดูกของข้าได้ทันเวลา " เจียง จุนหลิน กล่าวออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา
ฮ่าวเทียน ซ่างเซียนยิ้มแล้วกล่าวขึ้นว่า " ข้าว่าน้องชายเสิ่นคงเข้าใจเรื่องนี้ดี เนื่องจากว่าเคล็ดวิชาเต๋านั้น ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง ไม่มีผู้ใดจะสามารถควบคุมมันได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นการเกิดอุบัติเหตุขึ้นจึงถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา แน่นอนว่ามันเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ และ ศักดิ์ฐานะของคนผู้นั้นด้วย ถ้าน้องชายเสิ่น ยินดีที่จะอยู่บนหุบเขาซ่างเซียนนับต่อจากนี้ โดยไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับราชกิจบ้านเมือง ของอาณาจักรบูรพาเย่วอู่ เคล็ดวิชาเต๋าของเรา ก็จะไม่เกิดอุบัติเหตุผิดพลาดแบบนี้ขึ้นอีก เช่นนั้นดีหรือไม่?
หลังจากพรั่งพรูถ้อยคำกลับกลอกไปมา ท้ายในที่สุดมันก็เผยเจตนาที่แท้จริงออกมา เห็นได้อย่างชัดเจนว่ามันไม่ประสงค์ให้อู่อวี้ เข้ามายุ่งเกี่ยวกับอาณาจักรบูรพาเย่วอู่ ถึงแม้ตัวเขาจะกลายเป็นผู้พิทักษ์อาณาจักรมนุษย์ แต่คุณสมบัติเขานั้นก็ถือว่ายังไม่ผ่าน
เริ่มต้นด้วยการโจมตีของ เจียง จุนหลิน ต่อมาก็เป็นคำพูดของฮ่าวเทียน ซ่างเซียนเช่นนี้อีก จากมุมมอง และ จุดยืน ทำให้ อู่ อวี้ สามารถเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่าพวกมันประสงค์สิ่งใด
"เสิ่นอู่เต้า ในที่สุดพี่ชายของข้า หยวนเฉิน ก็กลับมา คาดว่าเขาจะอยู่ที่อาณาจักรบูรพาเย่วอู่ไปอีกนาน ถึงแม้ว่าท่านจะเป็นผู้พิทักษ์อาณาจักร แต่ข้าคิดว่าคุณสมบัติของท่านนั้นยังไม่เพียงพอ ฉะนั้นคงดีกว่าถ้าจะปล่อยให้พวกเขาเป็นผู้จัดการราชกิจต่าง ๆ แทน ท่านเข้าใจหรือไม่? " ฮ่องเต้หยวนฮ่าวหัวร่อเสียงดังลั่น คำกล่าวของมันแสดงเจตนาออกมาอย่างชัดเจน
ในยามนี้ พวกมันกำลังรอการตอบสนองของ อู่ อวี้
ร่างกายของ อู่ อวี้ ร้อนผ่าวราวกับจับไข้ ไอน้ำภายในร่างระเหิดออกอย่างรวดเร็ว ในที่สุดความร้อนภายในร่างกายของเขาก็เผาผลาญจนไอน้ำเหล่านั้นแห้งเหือด ในเวลานี้เขาหยิบพลองพิชิตมารออกมั้ง แล้วจ้องมองไปยัง เจียง จุนหลิน อีกครั้ง ก่อนกล่าวว่า " สิ่งที่ทุกท่านกล่าวมา ข้าเข้าใจแล้ว ความตั้งใจของข้าคือการมุ่งเน้นไปที่จิตวิญญาณแห่งการฝึกตน ซึ่งหยวนเฉินก็ยังถือได้ว่ามีศักดิ์เป็นองค์ชายของอาณาจักรนี้ แน่นอนว่าเขามีสิทธิ์ที่จะอยู่ในอาณาจักรบูรพาเยว่อู่อยู่ได้ "
เขาชะงักไปชั่วครู่ จากนั้นก็กล่าวขึ้นว่า " หากไม่มีสิ่งใดแล้ว ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวลา "
ไท่เฮาหยวนซีเผยรอยยิ้มละเมียดออกมา พร้อมกับกล่าวขึ้นว่า " ท่านซ่างเซียน อยู่บนหุบเขาเซียนซานเพียงลำพังนั้นคงโดดเดี่ยวไม่น้อย ฉะนั้นข้าจะส่งสาวงามไปปรนนิบัติท่านสักสองสามคน "
ช่างเป็นคำพูดที่ไม่เหมาะสม และ น่ารังเกียจอย่างยิ่ง นางคงไม่ปรารถนาให้ อู่ อวี้ ลงมาจากหุบเขาเซียน
" ไม่จำเป็น ข้าขอลา "
อู่ อวี้ หันกลับไป
" ไม่ส่งแขกนา! " ฮ่องเต้หยวนฮ่าว เห็น อู่ อวี้ มีสภาพอเนจอนาถ ยิ่งทำให้มนุษย์รู้สึกรื่นรมย์อย่างยิ่ง แม้ว่ามันจะเป็นฮ่องเต้ แต่เพราะด้วยวัยที่เยาว์นักของมัน มันจึงยากที่จะระงับความตื่นเต้น และ เสียงหัวเราะ ไม่ให้หลุดเล็ดลอดออกมา
ช่างน่าอับอายยิ่งนัก!
อู่ อวี้ ก้าวออกจากพระราชวังเทียนอู่ แล้วก้าวขึ้นไปบนปักษาเมฆาสวรรค์ เพื่อกลับไปยังยอดเขาซ่างเซียน ปักษาเมฆาสวรรค์ลุกขึ้นยืน จากนั้นมันก็พุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า
ในค่ำคืนนี้สายลมค่อนข้างสงบเงียบ ทำให้ อู่ อวี้ สามารถ ค่อย ๆ จัดระเบียบความคิดของตนเอง
" การปรากฏตัวของ เจียง จุนหลิน เรียกว่าเหนือความคาดหมายของข้าอย่างยิ่ง ถ้าข้ารีบเร่งแก้แค้นในยามนี้ เกรงว่าความยุ่งยากอาจเพิ่มมากขึ้น "
" ในวันนี้พวกเขาพยายามกำราบข้า วัตถุประสงค์ของพวกมันชัดเจนอย่างยิ่ง ว่าไม่ปรารถนาให้ข้าขึ้นมาเป็นผู้พิทักษ์ภายในอาณาจักรแห่งนี้ ถ้าเช่นนั้นก็แน่ชัดแล้วว่า ฮ่าวเทียน ซ่างเซียนไม่คิดที่จะจากไป "
" ตัวข้าเองก็ไม่ปรารถนาให้มันกลับไปเช่นกัน "
“ถ้าจะให้ดี ข้าคงต้องรอให้ เจียง จุนหลิน กลับไปเสียก่อน แล้วข้าค่อยเริ่มแผนการดีหรือไม่?”
อู่ อวี้ ใช้เวลาอยู่กับเขาภวังค์ความคิดอย่างยาวนาน
ทั้งเพลิงผลาญกระดูก และ สภาพร่างกายที่ชุ่มโชกไปด้วยน้ำ มันได้สร้างความอัปยศให้กับเขาถึงขีดสุด นอกจากนี้ยังมีท่าทางชั่วร้ายของหยวนฮ่าว มันทำให้ อู่ อวี้ หวนนึกถึงการเผชิญหน้าในวันวาน ใบหน้าของพวกมัน ภาพเหล่านี้ตอกย้ำความเกลียดชังอย่างล้ำลึก ที่ฝังลึกอยู่ภายในจิตใจของ อู่ อวี้
" ท่านพี่หญิง "
สิ่งที่ยากเย็นมิใช่การแก้แค้น หากเขาคิดเพียงแก้แค้นคงไม่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยเนิ่นนานถึงเพียงนี้ ดั่งคำกล่าวของบุรุษผู้หนึ่งว่าไว้ แก้แค้นสิบปีนั้นยังไม่สาย เขารีบหันกลับไปยังอาณาจักรบูรพาเยว่อู่ โดยห่วงกังวลในตัวของ อู่หยู
ปัจจุบันอาณาจักรทิศบูรพาเย่วอู่ ของดินแดนตงเสิ้งถูกพิทักษ์โดยซ่างเซียน (ชาวสวรรค์) ทันทีที่ อู่ อวี้ ก้าวมาถึงดินแดนแห่งนี้ เขาก็ได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับการผูกสัมพันธไมตรี ด้วยการจัดพิธีวิวาห์ขึ้นโดยมีเจ้าหญิง อู่หยู เป็นตัวเชื่อมสัมพันธ์ ภายในงานพิธีนั้นจะมีทั้ง เจียง จุนหลิน และ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน นั่งอยู่ด้วย จึงเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง ที่เขาจะสอดมือเข้าไปขัดขวางพิธีวิวาห์ในครั้งนี้ หากผิดพลาดล้มเหลว อู่ อวี้ คงต้องตกอยู่ในสภาพอเนจอนาถ!
"ฮ่าวเทียน, ซีเฟย ,เจียง จุนหลิน! "
" และ อาณาจักรตงเสิน "
ในเวลานี้ อู่ อวี้ กำหมัดแน่นอยู่บนยอดเขาเทียนหยุน ด้วยความบ้าคลั่งอย่างไม่น่าเชื่อ
" สิ่งที่รีบเร่งที่สุดในตอนนี้ คือการหยุดยั้งพิธีวิวาห์ที่กำลังจะจัดขึ้นระหว่างท่านพี่หญิง อู่หยู กับ อาณาจักรตงเสิ่นกั๋ว "
อู่ อวี้ ทอดสายตายาวออกไป เขามองไปยังทิศทางพระราชวังที่ อู่หยู พำนักอยู่ เสมือนเขากำลังร้องตะโกนบอกว่าในไม่ช้าเขาจะกลับไป หลังจากนั้นเขาก็ขี่ปักษาเมฆาสวรรค์ไปยังทิศทางของหุบเขาซ่างเซียน ซึ่งทางนั้นเป็นทิศทางที่ตั้งของพระราชวัง อู่หยู ที่ซึ่งนางกำลังเฝ้ารอ อู่ อวี้ อยู่ แต่เขาไม่ได้มุ่งหน้ากลับไปยังหุบเขาซ่างเซียน แต่เลือกที่จะไปที่พระราชวังของ อู่หยู แทน
" ในตอนนี้ ข้าต้องเผชิญหน้ากับชะตากรรม อันแสนยากลำบาก ข้าจะต้องไม่สูญเสียความสงบเยือกเย็นอย่างเด็ดขาด หากข้าผิดพลาดแม้แต่เพียงก้าวทุกอย่างจะจบสิ้น คงเป็นเรื่องยากที่ข้าจะแก้ไข หรือ ให้อภัยได้ ชะตากรรม และ ความสุขของท่านพี่หญิงของข้า ในเวลานี้มันอยู่ในกำมือของข้าแล้ว ข้าไม่อาจผิดพลาดได้แม้แต่ก้าวเดียว ฉะนั้นข้าจะต้องเยือกเย็นมากยิ่งขึ้น "
" บางที ข้าควรหารือกับนาง "
ในความเป็นจริงแล้วตลอด 15 ปีผ่านมานี้ หากเขามีสิ่งใดติดขัดแก้ไม่ตก อู่ อวี้ ก็มักจะไปขอคำปรึกษาหารือกับ อู่หยู เสมอ เนื่องจากบางครั้งนางจะมีหนทาง และ วิธีแก้ที่ดีกว่าเขา
" ไป! "
อู่ อวี้ สะกดคมอารมณ์ภายในจิตใจ แล้วมุ่งหน้าไปอย่างพระราชวังของ อู่หยู ทันที
ทันใดนั้นเอง อู่ อวี้ ก็ได้กลิ่นเหม็นสาบรุนแรงลอยคละคลุ้งตาม กระแสลมมา
" มันไม่ใช่กลิ่นของปัสสาวะ แต่เป็นกลิ่นสาบที่เน่าเหม็นราวกับซากสัตว์ มันคือสัตว์อสูร ... มันจะต้องเป็นปีศาจ! "
เขาได้กลิ่นสาบนั้น!
ในมุมมองของ อู่ อวี้
แต่หลังจากยืนยันได้ชัดแล้วว่ามันคือกลิ่นสาบของปีศาจ อู่ อวี้ ก็แสยะยิ้ม
"ปีศาจ! ปีศาจอสรพิษ! หว่านชิง! "
ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ ไม่เคยล่วงรู้ตัวตนอันแท้จริงของ หว่านชิง มาก่อน เขาไม่เคยรู้ว่านางนั้นเป็นปีศาจแปลงกายมา แต่เวลานี้เขาได้รู้แล้ว ฉะนั้น ...
ในยามนี้หว่านชิง ไม่ต้องหลบซ่อนตัวอยู่ภายในพระราชวังอีกต่อไป ร่างกายของ อู่ อวี้ สั่นสะท้าน เมื่อเห็นนางมาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้า ในหลาย ๆ ปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ราษฎรในอาณาจักรหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ชีวิตของผู้บริสุทธิ์จำนวนมากมาย ต้องถูกสังเวยกลายเป็นอาหาร และ เขาจะไม่มีวันให้อภัยนางปีศาจตัวนี้!
"หว่านชิง! "
อู่ อวี้ สั่งให้ปักษาเมฆาสวรรค์ลดระดับความสูงลง แล้วสั่งให้ปักษาเมฆาสวรรค์ กลับไปยังหุบเขาซ่างเซียนเพียงลำพัง โดยที่เขาไม่ได้ปริปากพูดสิ่งใดออกมา ร่างของเขากลายเป็นแสงสีทองพุ่งไปยังถนนภายในเมืองหลวงของอาณาจักรเย่วอู่ ลงไปยังบ้านที่อยู่แถวรอบนอก
" ใกล้แล้ว … อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น "
ยิ่ง อู่ อวี้ เข้าใกล้ระยะของ หว่านชิง มากเท่าใด จิตสังหารที่แผ่ออกมาจากกายของเขาก็รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
แม้เขาจะสวมหน้ากากวานร แต่จิตสังหารรุนแรงที่แผ่ออกมาก็ยังทำให้ บุคคลที่อยู่ด้านนอกสามารถรับรู้ได้
ณ ค่ำคืนอันดึกสงัดของวันนี้
ในยามค่ำคืนดึกดื่นเช่นนี้ มีสถานเริงรมย์เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น ที่ยังคงจุดโคมไฟสว่างไสว เพื่อรอต้อนรับผู้คนที่มาไขว่คว้าหาความสุข และ แน่นอนว่าปีศาจหว่านชิงจะต้องอยู่ตามสถานเริงรมย์เหล่านี้
" มันคือกลิ่นอายของปีศาจ... "
เมื่อ อู่ อวี้ ก้าวเข้าสู่ขั้นการเปลี่ยนเป็นเซียนแล้ว ทำให้เขาสามารถรับรู้กลิ่นที่ล่องลอยอยู่บนอากาศได้ไว และ แม่นยำขึ้น กลิ่นเพียงอย่างเดียวที่เขาได้รับในตอนนี้ นั่นก็คือกลิ่นอายของปีศาจ คนธรรมดาไม่อาจรับรู้กลิ่นอายปีศาจนี้ได้
ครืดดดด ∼ ครืดดดด ∼
ในความมืดสลัวของยามราตรี ภายในซอกเหลือบของถนนแห่งหนึ่ง มีเสียงเคลื่อนไหวของปีศาจขนาดใหญ่ กำลังเคลื่อนตัวดังออกมา
กลิ่นอายปีศาจลอยคละคลุ้งตลบอบอวลไปทั่ว
" หางของอสรพิษ! "
อู่ อวี้ เหลือบเห็นหางขนาดใหญ่ เลื้อยหายเข้าไปภายในความมืดนั้น
ในที่สุดเขาก็พบมัน
" หึ! "
ปีศาจอสรพิษหว่านชิง ยังไม่รับรู้ถึงการมาถึงของ อู่ อวี้ เลยแม้แต่น้อย
ฉับพลัน อู่ อวี้ ก็ปรากฏกายอยู่ที่ด้านหลังของหัวอสรพิษขนาดใหญ่ของมัน มันกำลังอ้าปากเตรียมกลืนกินเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายรายหนึ่ง ชายผู้นี้กำลังอยู่ในสภาพมึนเมาอย่างที่สุด
"หว่านชิง"
อู่ อวี้ นำพลองพิชิตมารออกมา ขณะที่ยืนอยู่ด้านหลังของปีศาจอสรพิษ เมื่ออยู่ในตำแหน่งนี้ ทำให้เขาสามารถมองเห็นเกล็ดงูของนางได้อย่างชัดเจน
"ผู้ใด! "
เมื่อได้ยินเสียงของคนผู้หนึ่งเรียกชื่อของนาง ร่างของปีศาจอสรพิษก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง เนื่องจากว่าตอนนี้นางกำลังอยู่ในร่างจริง ในร่างปีศาจนี้มีผู้รู้จักนาง โดยรู้ว่านางคือ หว่านชิง ไม่มากนัก! เมื่อรีบนางหันมองอย่างเลิกลัก และแล้วสายตาของนางก็มาหยุดลงที่ร่างของ อู่ อวี้
...................................................................................
เชิงอรรถ
1.สำนวนจีน 落汤鸡 ไก่ตกน้ำซุป คล้ายกับสำนวนไทยที่ว่า ลูกหมาตกน้ำ ความหมายคือ คนที่ถูกน้ำสาดจนเปียกชุ่มโชกไปทั้งตัว หรือ อยู่ในสภาพที่ดูไม่จืด
---------------------------------------------------------------
[1](#_ftnref1)