เทพปกรณัมแห่งแดนเหนือ ภาค กำเนิดมารอเวจี

    ตอนที่ 42 ลูคัส เรน ปะทะ มู่เฉิง


       เฮ้!ลานประลองสถานศึกษามอวู้ดส์เกิดเสียงโห่ร้องดังสนั่น การแสดงความสามารถของเทพธิดามู่เฉิงประทับใจพวกเขาเป็นอย่างมาก

     

    "มู่เฉิง สถานศึกษาอาเทนชนะ" สิ้นเสียงประกาศ

     

    "ลูคัสแห่งแดนเหนือข้าขอท้าประลองท่าน" เมื่อประโยคนี้ดังขึ้น

     

       เหล่าผู้คนที่อยู่ภายในงานชุมนุมพยัคฆ์ล้วนไม่แปลกใจส่วนผู้คนโดยรอบที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ต่างมึนงงว่าเหตุใดเทพธิดามู่เฉิงต้องท้าทายเด็กหนุ่มที่ไม่มีชื่อเสียงด้วย

     

       หยวนซีที่กำลังก้าวลงจากเวทีในสภาพคอตกเงยศีรษะกลับขึ้นมาทันทีตัวเขาเองที่เป็นอัจฉริยะในหมู่ศิษย์ด้วยกันยังต้องพ่ายลงภายในไม่กี่อึดใจแล้วเจ้าหนุ่มปากดีจากแดนเหนือที่ดูอ่อนแอนั่นจะมีชะตากรรมน่าสังเวชขนาดไหนคิดแค่นี้ความโศกเศร้าของหยวนซีก็หายเป็นปลิดทิ้ง

     

    เมื่อมู่เฉิงท้าทายลูคัสทำให้สมาชิกเหล่าสถานศึกษาอีเดนล้วนมองมาที่ตัวเขาเพื่อจับพิรุธ

     

    "นายรู้จักเทพธิดามู่ด้วยเหรอ" ไบรอันถามออกมาอย่างจริงจัง

     

    "ก็ไม่นะ" ลูคัสตอบอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะเดินออกไปยังเวทีประลอง

     

       ว่านชิงโบกมือให้กับเขาพร้อมกับยักคิ้วหลิ่วตาให้เด็กชาย ลูคัสทำเป็นมองไม่เห็นเขาไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนไปมากกว่านี้ แต่สายไปแล้วพฤติกรรมเพียงเล็กน้อยของว่านชิงทำให้เหล่าแฟนคลับของเทพธิดาทั้งสองล้วนสาปแช่งลูคัสแห่งแดนเหนืออยู่ในใจ

     

       อาโม่เองก็รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้เป็นฝ่ายท้าทายเขาด้วยตนเองแต่อีกใจก็อยากจะรู้ว่าลูคัสจะมีวิธีการรับมือกับมู่เฉิงที่เป็นยอดฝีมือของสถานศึกษาอาเทนอย่างไร

     

    "ข้าแนะนำให้แกยอมแพ้เสียแต่เนิ่นๆเพลงกระบี่มังกรแดงนั่นไม่ใช่อะไรที่คนอย่างแกจะรับมือไหว"หยวนซีที่อยู่อีกฝั่งของเวทีตะโกนออกมา

     

    ลูคัสยักไหล่พลางกระชับดาบใหญ่บนสายสะพายแล้วเดินไปกึ่งกลางเวทีประลอง

     

    “ไอ้โง่แกกำลังจะออกไปเป็นตัวตลก”หยวนซีแผดเสียงออกมาจากสะใจ

     

    "ลูคัส สถานศึกษาอีเดน" เขายกมือประสานตามธรรมเนียมของนักสู้

     

    "ชักอาวุธออกมา" มู่เฉิงกล่าวขึ้นพร้อมถือกระบี่หนักเล่มใหญ่ไว้ในมือ

     

    "ยังไม่ถึงเวลา" ลูคัสตอบด้วยเสียงเรียบ คำพูดนี้ไม่ดังแล้วก็ไม่เบาจนเกินไปพอที่จะให้ผู้คนโดยรอบได้ยิน

     

       โห่! เสียงโห่ดังออกมาจากฝั่งอัฒจันทร์พวกเขารู้สึกไม่พอใจที่เด็กหนุ่มจากแดนเหนือผู้นี้มีท่าทางไม่จริงจังกับการประลอง

     

        มู่เฉิงขมวดคิ้วขึ้นเป็นปมชายคนนี้ดูแล้วก็มิใช่คนโง่เหตุไฉนเขาจึงไม่ทุ่มฝีมือออกมาเพื่อสู้กับเธอหรือเธอจะไม่คู่ควรให้อีกฝ่ายเอาจริง

     

       ไม่มีทางพวกเขาทั้งสองล้วนอยู่ชั้นปีหนึ่งแถมอีกฝ่ายเองก็แลดูอายุน้อยกว่าเธอด้วยซ้ำไม่ว่าจะมองมุมไหนเด็กหนุ่มตรงหน้าก็ไม่มีทางมีระดับพลังเกินกว่าอาณาจักรที่ 3 ขั้นห้าซึ่งมากกว่าเธอไปได้

     

    ในขณะที่เธอกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น

     

    "เริ่มเถอะ"เสียงลูคัสส่งมาพร้อมกับร่างเด็กชายมาปรากฏห่างจากเธอไม่เกินหนึ่งช่วงแขน

     

    ผัวะ!หมัดธรรมดาถูกส่งออกเข้ากลางลำตัวทำให้เธอกระเด็นออกไปก่อนที่จะหมุนตัวกลางอากาศแล้วร่อนลงเวทีประลองอย่างสง่างาม

     

    "แข็งแกร่ง" นี่คือความคิดแรกที่ส่งออกมาจากสมองของมู่เฉิงเธอรู้ดีว่าหมัดเมื่อครู่เป็นแค่คำเตือนเท่านั้นจากที่เธอสัมผัสได้ หมัดธรรมดานั้นควรจะมีความรุนแรงไม่น้อยกว่า 15 ดาว

     

    มู่เฉิงเองก็มีทักษะเคลื่อนไหวที่รวดเร็วเธออ้อมออกมาอยู่บริเวณมุมอับสายตาของอีกฝ่าย

     

    ขณะที่เธอกำลังจะวาดกระบี่ออกไปนั้นดวงตาสีฟ้าอ่อนหันมาสบเข้ากับนัยน์ตาคู่สวยของเธอ

     

    “ฮ่า”เธอส่งเสียงปลุกใจก่อนกระโดดถอยหลังหนีออกไปสองก้าวใหญ่ตามสัญชาตญาณ

     

    เม็ดเหงื่อผุดขึ้นบริเวณหน้าผาก

     

       ทักษะ "ก้าวไร้ร่องรอย"ของเธอนั้นจะทำให้กลิ่นอายของผู้ใช้ถูกลบออกจนศัตรูไม่สามารถจับการเคลื่อนไหวใดใดได้
    แต่เด็กชายตรงหน้าคล้ายกับมีตาหลังเขาสามารถหันมายังทิศทางที่ถูกต้องได้เพียงเสี้ยวอึดใจ

     

    "ไม่จริงน่าคงเป็นเรื่องบังเอิญ" เธอสงบสติอารมณ์พร้อมใช้ท่าก้าวไร้ร่องรอยอีกครั้งแต่ไม่ว่าจะกี่ครั้งลูคัสก็หันมาถูกเสมอทำให้เธอหาช่องโจมตีเข้าใส่ไม่ได้

     

    ฉากเหตุการณ์นี้ทำให้ผู้คนโดยรอบล้วนสงสัยว่าเหตุใดทั้งสองจึงไม่ยอมสู้กันเสียที

     

       พวกเขาเห็นแต่เทพธิดามู่เฉิงเอาแต่เคลื่อนที่เพื่อเข้ามุมอับของอีกฝ่ายแต่ก็กระโดดถอยออกมาซ้ำๆ การกระทำนี้หากไม่ใช่เทพธิดาที่พวกเขาเทิดทูนละก็คงตะโกนโห่ออกมาจนคอแตกไปแล้ว

     

       แต่แล้วลูคัสก็ใช้ทักษะก้าวพริบตาเข้าประชิดตัวเธออีกครั้งดรรชนีทองคำถูกส่งออกไปนิ้วสีทองอร่ามกำลังจะแทงเข้าบริเวณลำตัวของอีกฝ่าย

     

     เกิดเสียงโลหะดังขึ้นดรรชนีสีทองปะทะเข้ากับกระบี่หนักมู่เฉิงเซถอยหลังไปหลายก้าวกระบี่แดงสั่นไหวนานกว่าจะหยุดลง

     

    หลังจากยกกระบี่ป้องกันออกจากระยะสายตา

     

    “เขาไปไหน”เด็กสาวคิดในใจตอนนี้เธอรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้อยู่ห่างจากเธอมากนัก

     

    เสียงฮือฮาจากคนดูดังขึ้นมาอีกครั้งเพราะเด็กชายนั้นลอยตัวอยู่เหนือศีรษะของเธอทำให้มู่เฉิงต้องมองด้านบนตามสัญชาตญาณ

     

    “เขากำลังยืนบนอากาศ”เด็กสาวตกตะลึง

     

    “อั่ก”ไหล่ขวาถูกดรรชนีกัมปนาทยิงเข้าใส่อย่างไม่ทันตั้งตัวกระบี่หนักสีแดงกำลังจะร่วงลงสู่พื้น

     

    มู่เฉิงม้วนตัวเก็บกระบี่ด้วยมือซ้ายเธอวาดกระบี่ออกไปมังกรสีแดงคำรามก่อนพุ่งทะยานเข้าใส่เด็กชายที่ลอยตัวอยู่ด้านบนอากาศ

     

    โฮกก! มังกรแดงน่าเกรงขามกำลังจะกลืนร่างเด็กชายทั้งเป็นภาพนี้ทำให้เหล่าคนดูตะโกนออกมาด้วยความหวาดเสียว

     

    ลูคัสใช้บาทาคชสารเหยียบลงบนร่างมังกรเสียงทึบดังสนั่นกลางเวหามังกรสลายกลายเป็นหมอกควัน

     

    รอบด้านเงียบสงัดเลือดกำลังไหลรินออกจากไหล่ขวาของเทพธิดามู่เฉิง

     

    “เขาเป็นใครทำไมถึงแข็งแกร่งอย่างนี้”เด็กคนหนึ่งในหมู่คนดูเอ่ยขึ้น

     

    “ข้าได้ยินว่าเขาชื่อลูคัส”เด็กหญิงอีกคนสะกิดเพื่อนด้านข้าง

     

    ขณะที่มู่เฉิงกำลังใช้ความคิดอยู่นั้นเหยียบเงาถูกใช้ออกมาอย่างแนบเนียน

     

    แข้งขวาปะทะเข้ากับลำตัวเด็กสาวทำให้เธอกระเดนอย่างหมดท่า

     

    เด็กชายร่อนลงสู่พื้นอย่างนิ่มนวล

     

    "ขอยอมแพ้"มู่เฉิงกล่าวออกมาอย่างจนใจตั้งแต่ต้นจนจบเด็กชายยังไม่ได้ชักอาวุธออกมาสักครั้ง

     

    ราวกับว่าอีกฝ่ายเพียงปล่อยหมัดเท้าออกมาตามใจเท่านั้นเธอยังรับไว้ไม่ไหว

     

    ผู้ที่ถูกขนานนามว่าเทพธิดารู้สึกต้อยต่ำเป็นครั้งแรกทุกอย่างเงียบสนิทเหล่าผู้ชมโดยรอบยังตั้งตัวไม่ทันว่าเกิดอะไรขึ้น

     

    "ลูคัส เรน สถานศึกษาอีเดนชนะ"

     

    เฮ้!เสียงยินดีดั่งออกมาจากฝั่งสถานศึกษาอีเดน

     

    หยวนซียืนแข็งดั่งก้อนหินเขาตบหน้าตัวเองอยู่หลายครั้งเพื่อตรวจดูว่าตนกำลังฝันไปหรือไม่

     

    แม้แต่อากิโกะก็กำหมัดแน่นลูคัสในตอนนี้แข็งแกร่งเกินไป

     

    อาโม่เองก็ตะลึงกับฉากการต่อสู้ที่พึ่งผ่านไปเช่นกันเขาไม่คิดว่าผลจะออกมาในรูปนี้

     

    "เป็นอย่างไรบ้าง" มู่หลิงถามขึ้นขณะที่หลานสาวเดินคอตกกลับมา

     

    "หลานไม่สามารถเอาชนะชายคนนั้นได้เขาแข็งแกร่งเกินไป"สายตาเลื่อนไปยังเด็กชายผมสีดำสะพายดาบใหญ่ที่กำลังยืนนิ่งอยู่บนเวที

     

    ร่างที่ดูบอบบางราวอิสตรีแต่กลับให้ความรู้สึกองอาจและน่าเกรงขาม

     

    “ชักอาวุธออกมา” เด็กสาวรู้สึกหน้าแดงเมื่อนึกถึงคำพูดเหล่านี้

     

    "ทักษะที่เขาใช้คืออะไรท่านอา" มู่เฉิงถามอย่างสงสัย

     

    "ดรรชนีทองคำหนึ่งในกระบวนท่าของเพลงมวยจักรพรรดิ และเจ้าก็ไม่ต้องเสียใจไปเขาไม่ใช่ระดับรวมปราณธรรมดาแต่เป็นผู้ฝึกยุทธที่เดินทางสายเต๋าหลอมร่างกายหกชั้นฟ้า"มู่หลิงแถลงข้อสงสัยให้กับทุกคนในฝั่งอาเทน

     

    "สายเต๋า...หลอมร่างกายหกชั้นฟ้า" มู่เฉิงพึมพำกับตัวเองเด็กสาวรู้ดีกว่าการหลอมกายหกชั้นฟ้าคืออะไรตัวเธอเองก็เคยพยายามทำได้หนึ่งชั้นตอนอยู่ขั้นกำเนิดปราณ

     

    ทางด้านฝั่งของสถานศึกษาโนเบอร์เองก็ตกตะลึงเป็นอย่างยิ่งฉางยีสั่งทุกคนให้พยายามเลี่ยงการประลองกับลูคัสเพื่อไม่คะแนนตกไปอยู่ในมือของฝ่ายตรงข้าม

     

    ส่วนฝั่งของสถานศึกษามอวู้ดส์เองก็สั่งให้ระวังลูคัสเช่นเดียวกัน

     

    "เจ้าหนูนั่นถึงกับฝึกเพลงมวยแห่งเต๋า" เฒ่าฮานอุทานขึ้นด้วยความประหลาดใจแน่นอนว่าเขารู้จักเพลงมวยนี้ดีตัวเขาเองก็เคยผ่านตาทักษะเพลงมวยจักรพรรดิมาเช่นกันแต่ความลึกซึ้งของเพลงมวยชุดนี้มีมากจนคนทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้ในระยะเวลาอันสั้นต้องเป็นผู้ที่ตระหนักกฎเกณฑ์ของฟ้าดินจึงสามารถเริ่มฝึกเพลงมวยนี้ได้

     

    "เส้นทางแห่งเต๋า" นักเรียนจากสถานศึกษาอีเดนพึมพำ

     

     

     

    ณ เวลานี้พระอาทิตย์ลอยเด่นกลางศีรษะเริ่มมีแสงลอดออกมาจากหมู่เมฆทำให้เวทีประลองสว่างขึ้น

     

    ขณะที่ลูคัสยืนหลับตาอยู่บนอัฒจันทร์นั้น

     

    "ขอท้าหยวนซีสถานศึกษาโนเบอร์"หยวนซีผู้ถูกท้าถึงกับหน้าถอดสีวันนี้ไม่ใช่วันของเขาเลยสักนิดแม้แต่เทพธิดายังพ่ายให้กับเด็กชายผู้นั้น แล้วเขาจะมีหน้าออกไปสู้ได้อย่างไร

     

    "ข้ายอมแพ้" เสียงถูกส่งออกมาจากฝ่ายสถานศึกษาโนเบอร์

     

    "ลูคัส เรน สถานศึกษาอีเดนชนะ" ประกาศดังขึ้นอย่ารวดเร็ว

     

    "ขอท้าต้าเหนิงสถานศึกษาอาเทน"นี่คือเด็กสาวที่อ้างเรื่องศักดิ์ศรีในงานชุมนุมพยัคฆ์เมื่อคืนวาน

     

    "ดิชั้นยอมแพ้" เสียงถูกส่งออกมาอย่างแผ่วเบาเธอกำลังอับอายเป็นอย่างมาก

     

    "ขอท้าอาจูสถานศึกษามอวู้ดส์"

     

    "ผมยอมแพ้"

     

    "ขอท้า" "ขอท้า" "ขอท้า"ชื่ออีกนับสิบชื่อถูกกล่าวขึ้นนี่เป็นทุกคนที่อ้างศักดิ์ศรีในงานชุมนุมในคืนนั้น

     

    ทุกคนที่ถูกท้าต่างกล่าวออกมาว่า"ยอมแพ้"

     

    เหตุการณ์นี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ของศึกรวมสถานศึกษาไม่มีใครกล้ารับคำท้าเด็กชายที่ยืนอยู่บนนั้น

     

    เพื่อนนักเรียนฝั่งสถานศึกษาอีเดนต่างกำหมัดแน่นพวกเขาภูมิใจในตัวลูคัส

     

    “เขาทำได้อย่างที่พูดจริงๆ”มู่เฉิงยิ้มมุมปาก

     

       เนื่องจากเหตุการณ์ดั่งกล่าวไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสี่สถานศึกษาจึงต้องพักการประลองชั่วคราวแล้วเริ่มการประชุมด่วน

     

    เมื่อผ่านไปสักระยะก็มีมติออกมาเป็นเอกฉันท์

     

    "หากไม่มีใครกังขาในความสามารถของชายผู้นี้เขาจะถูกประกาศให้เป็นอันดับหนึ่งในการประลองศึกรวมสถานศึกษาในทันทีจากนั้นการประลองจะถูกดำเนินต่อเผื่อหาผู้ชนะลำดับอื่นต่อไป"

     

    หลังจากประกาศนี้ถูกส่งออกมาก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นอีกครั้ง

     

    หากได้ที่หนึ่งหมายความว่า"เสื้อคลุมมังกรดำระดับตำนาน" ก็จะตกเป็นของเด็กชายผู้นั้น

     

    มีคนยอมเสี่ยงดวงขึ้นมาวัดฝีมือกับลูคัสอีกสามถึงสี่รายแต่ก็ถูกส่งกระเด็นลงด้านล่างเวทีในหมัดเดียว

     

    "ลูคัส เรน คืออันดับหนึ่งในศึกษารวมสถานศึกษา"เสื้อคลุมมังกรดำถูกมอบให้กับเด็กชายเป็นที่เรียบร้อย

     

    หลังจากนั้นการประลองก็ดำเนินต่อไปโดยลูคัสต้องวางมือแล้วลงมาเป็นผู้ชมด้านล่างแทน

    .

    คล้ายกับเรื่องเทพปกรณัมแห่งแดนเหนือ ภาค กำเนิดมารอเวจี ที่คุณอ่าน