" ใครมันบังอาจทำร้ายคนในตระกูลข้า "
เสียงดุดันเสียง หนึ่งตวาดขึ้นดังก้องไปทั่วบริเวณ ก่อนจะปรากฏเป็ร่างของชายชราถึง 3 คนกำลังรออยู่บนอากาศพร้อมกับแห่กลิ่นอายของผู้ฝึกตนระดับเซียน์ขั้น3 ออกมาทั้ง 3 คน
" ระดับเซียน์! "
ผู้ฝึกตนที่อยู่แถวนั้นต่างะโออกมาใ แล้วถอยห่างออกมา คนที่อยู่แถวนั้นเมื่อตอนที่ได้เห็นคนของตระกูลมู่ โดนไป๋ชิงจัดการ ก็ต่างพากันสะใจ
เพราะว่าคุณหนู มู่ชิงชิง แห่งตระกูลมู่นั้นมีนิสัยร้ายกาจชอบดูถูกเหยียดหยามผู้อื่น หากไม่พอใจใจผู้ใดก็จะลงมือทุกทีผู้นั้นโดยไม่สนใจกฎหมายบ้านเมือง ก็ไม่มีใครสามารถทำอะไรคุณหนูตระกูลมู่ผู้นี้ได้เพราะต่างก็เกรงกลัวอำนาจของตระกูลมู่ ที่เป็ตระกูลอันดับ 1 ในแคว้นฉี แต่ตอนนี้พวกเขาทุกคนต่างก็คิดว่าไป๋ชิงคงจะไม่รอดแล้ว
" หึ มาเร็วกันเสียจริง "
ผมพูดพลางส่ายหน้าไปมา
“เ้าใช่หรือไม่ที่ทำร้ายคนในตระกูลข้า”
ผู้าุโ 1 ใน 3 คนนั้นเอ่ยถามขึ้น
" ใช่ข้าเอง " ผมตอบรับออกไป
ทางฝั่งฉีิที่ได้ตามร่างบางมาจนถึงแคว้นฉี และได้มาเจอร่างบางกำลังต่อสู้กับคนกลุ่มหนึ่งอยู่จึงได้แอบดูอยู่ห่างๆ ถ้าหากคนตัวเล็กของเขาพลาดท่าเขาจะเข้าไปช่วยทันที
แต่หลังจากที่เขาแอบดูอยู่สักพักก็ต้องตกตะลึงกับเพลงกระบี่ที่คนตัวเล็กได้แสดงออกมาเป็วิชากระบี่ที่แปลกประหลาดพิสดารมาก ทั้งยังสามารถจัดการผู้ที่มีระดับการบ่มเพาะระดับ์ได้โดยไม่ต้องใช้พลังธาตุ
แต่หลังจากที่คนของจวนตระกูลมู่กลับไปก็ได้มี ผู้าุโของตระกูลมู่ ที่มีระดับการบ่มเพาะถึงระดับเซียน์ถึง 3 คนก็ได้มาปรากฏตัวขึ้น เขาจึงรีบออกจากที่ซ่อนไปหาร่างบางทันที
" ชิงเอ๋อ! "
ฉีิร้องเรียกร่างบาง มันจะวิ่งไปดึงร่างบางเข้ามากอด
" ฉีิ นี้ท่านมาได้ยังไงเนี้ย "
ผมถามออกไปอย่างงงๆ ปนใที่อยู่ๆ ก็โดนดึงเข้าไปกอดทำให้ผมรู้สึกเขินอายเป็อย่างมาก
" ทะท่าน ปล่อยข้าก่อน ข้าหายใจไม่ออก "
ผมก็พูดออกไปแบบนั้นแหละแต่ความจริงมันเขินต่างหาก
" ข้าขอโทษชิงเอ๋อ"
ฉีิพูดขึ้นก่อนที่จะดึงผมไปไว้ข้างหลังแล้วหันไปมองหน้าผู้าุโจากตระกูลมู่ทั้ง 3 คน
" เป็แค่ขยะคนนึงกล้าดียังไงมาท้าทายคนของตระกูลมู่"
หนึ่งในผู้าุโทั้ง 3 คนนั้นพูดขึ้น
" เป็ตระกูลมู่ ของพวกเ้าเองต่างหากที่มารบกวนข้า "
ผมโผล่หัวออกไปจากด้านหลังของฉีิแล้วพูดอย่างหงุดหงิด
" หึ คนตระกูลข้าจะไปรบกวนเ้าแล้วมันจะยังไงก็แค่ขยะคนนึงมีสิทธิ์อะไรมาทำร้ายคนตระกูลข้า "
ผู้าุโคนที่ 2 พูดขึ้นอย่างเหยียดหยาม และคำพูดนั้นทำเอาผมโกรธจนออกลมหู
" คิดว่าเป็ตระกูลใหญ่แล้วจะทำอะไรก็ได้โดยไม่เห็นหัวคนอื่นเลยหรือไม่ " ผมถามออกไปเสียงเย็น
" ถ้าใช่แล้วเ้าจะทำอะไรพวกข้าได้ " ผู้าุโคนที่ 3 พูดพร้อมกับปลดปล่อยพลังระดับเซียน์ออกมา
ส่วนฉีิ ก็ปลดปล่อยระดับพลังระดับเซียนขั้น 9 ออกมาเช่นเดียวกัน ถึงอีกฝ่ายจะมีระดับการบ่มเพาะที่สูงกว่าแต่เขาก็ไม่ได้เกรงกลัวอะไรเพราะถึงยังไงเขาก็เป็ถึงประมุขของสำนักดาราทมิฬ ซึ่งเป็หนึ่งใน 4 สำนักใหญ่ของทวีปเทียนหลง และผู้าุโในสำนักทุกคนก็มีระดับการฝึกตนอยู่ที่ระดับเซียนราชันย์ขึ้นไปทั้งนั้น
" หึ แค่ระดับเซียน คิดจะมาสู้กับพวกข้า 3 คน ช่างไม่เจียมตัวเสียจริง " ผู้าุโคนที่ 1 พูดพร้อมปลดปล่อยแรงกดดันออกมาส่วนผู้าุโคนที่ 2 ก็ปลดปล่อยแรงกดดันออกมาเช่นเดียวกัน
" นี้พวกเ้าจะหาเื่ข้าให้ได้เลยใช่ไหม ได้ในเมื่อพวกเ้าอยากมีเื่กับข้าข้าก็จะมีเื่กับพวกเ้า "
ผมพูดขึ้นมาด้วยความโกรธ จากนั้นก็ใช้ทักษะิญญายุทธทันที
" ทักษะที่ 4 ค่ายกลลมปราณ! "
เมื่อผมพูดจบก็เกิดแรงกดดันมหาศาลในระยะรัศมี 10 กิโลเมตร ทำให้ผู้ฝึกตนที่อยู่ในบริเวณนั้นถึงกับต้องคุกเข่าลงเพราะทนแรงกดดันนั้นไม่ไหว แรงกดดันที่ผมปล่อยออกมานั้นถ้าเทียบในอนิเมะเื่ถังซานแล้วก็เปรียบได้กับแรงกดดันของราชทินนามพรหมยุทธระดับ 99 หรือระดับ 100 ได้เลยทีเดียว
" ฮึก นะนี้มัน แรงกดดันอะไรกันทำไมถึงได้รุนแรงเช่นนี้ "
ผู้าุโ 5 พูดขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว คนผู้นี้มีระดับการฝึกตนอยู่ระดับใดกันแน่
ทางด้านฉีิ ที่เห็นว่าร่างบางปลดปล่อยแรงกดดันออกมาก็ใเป็อย่างมาก เพราะเขาเองก็ถูกแรงกดดันจนต้องคุกเข่าลงกับพื้นเช่นกัน ส่วนผู้ฝึกตนที่มีระดับต่ำกว่าระดับเซียนต่างก็ได้พากันสลบไปเพราะแรงกดดันนั้น
ทางด้านผู้าุโทั้ง 3 ของตระกูลมู่
" อ๊าก นี่มันแรงกดดันอะไรกันทำไมมันรุนแรงอย่างนี้ จะ เ้า เป็ใครกันแน่ ถึงได้ทำเช่นนี้ได้ "
หนึ่งในผู้าุโทั้ง 3 พูดขึ้นด้วยความใและหวาดกลัว
" หึ ข้าจะเป็ใครมันก็เื่ของข้าไม่ใช่เื่ของพวกเ้า "
ผมพูดพร้อมกับเดินเข้าไปหาทั้ง 3 คนยิ่งผมเดินเข้าไปใกล้เท่าไหร่แรงกดดันที่อยู่บริเวณนั้นยิ่งรุนแรงมากขึ้น ทำให้ผู้าุโทั้ง 3 คนนั้นถึงกับกระอักเืออกมา
" อ๊ากก ๆๆ อั่ก พรวด "
" ย่ะ อย่าทำอะไรพวกข้าเลยพวกข้ากลัวแล้วปล่อยพวกข้าไปเถอะพวกข้าสัญญาว่าจะไม่มารบกวนท่านอีก "
ผู้าุโคนที่ 1 ร้องขึ้นด้วยความหวาดกลัว คนผู้นี้น่ากลัวเกินไปแล้ว เขาปกปิดระดับพลังของเขามาโดยตลอด
" พวกเ้าเองไม่ใช่เหรอที่อยากจะมาจัดการข้า ทำไมถึงเปลี่ยนใจซะล่ะ "
ผมถามออกไปเสียงเย็นพร้อมกับปลดปล่อยแรงกดดันออกมาอีก
" อ้ากก อ่ะ พะ พวกข้าขออภัยขอรับท่านเทพที่ล่วงเกินท่าน "
ในขณะนั้นเองก็ปรากฏมีเสียงหนึ่งดังลอยขึ้นมาว่า
" ท่านผู้ยิ่งใหญ่ได้โปรดหยุดมือด้วย "
เมื่อได้ยินดังนั้นผมจึงสลายเขตแดนทันทีเมื่อเขตแดนหายไปจึงได้ปรากฏมีชายชราและหญิงชรา รวม 7 คน ทุกคนล้วนมีระดับการฝึกฝนถึงระดับเซียนเทวะขั้น9ลอยลงมายืนอยู่ตรงหน้าพร้อมกับยกมือคารวะ
" พวกท่านเป็ใคร " ผมถามออกไปเสียงเรียบ
" พวกข้าคือบรรพบุรุษของตระกูลฉี ตระกูลราชวงศ์ของแคว้นฉีขอรับท่านผู้ยิ่งใหญ่ "
ชายชรา 1 ใน 7 คนพูดตอบมาอย่างนอบน้อม
" แล้วพวกท่านมาทำอะไรจะมาช่วย สาม คนนี้อย่างนั้นหรอ"
ผมถามออกไปเสียงเย็น
" หามิได้เ้าค่ะ พวกข้าแค่มาช่วยชาวเมือง จากแรงกดดันของท่านทำให้ชาวเมืองได้รับผลกระทบเ้าค่ะ "
หญิงชราคนหนึ่งในกลุ่มนั้นเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม
ด้วยเพราะว่าพวกเขาเองก็ได้รับผลกระทบจากเขตแดนของไป๋ชิงเหมือนกัน
" คนคนนี้คงไม่คนธรรมดาสามัญเป็แน่ "
ท่านบรรพบุรุษทุกคนคิดในใจ
" อ๋อ "
ผมพยักหน้ารับก่อนที่จะเรียกใช้ทักษะของหอแก้ว 9 สมบัติ
" กายแท้ 9 สมบัติ "
ฟูมมมม ฟิ้ววว วูมมมมม
เมื่อผมพูดจบก็ปรากฏเป็รูปหอคอยแก้ว 9 ชั้นขนาดใหญ่รออยู่บนอากาศพร้อมกระจายแสง 9 สีออกมาแล้วได้รักษาทุกคนในเมืองหลวงจนหายดี และคนที่ได้รับการรักษาก็สามารถเพิ่มระดับการฝึกฝนได้ในทันที
เหตุการณ์นั้นสร้างความใให้กับชาวเมืองและผู้ฝึกยุทธที่อยู่ในเมืองนั้นเป็อันมากรวมไปถึงบรรพบุรุษทั้ง 7 คนด้วย
" ข้าไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อชาวเมืองนี้พวกท่านไม่ต้องกังวลมีเพียงแต่คนของตระกูลมู่เท่านั้นที่เป็คนที่ก่อกวนข้า "
ผมพูดกับเหล่าบรรพบุรุษกลุ่มนั้น ก่อนจะหันไปพูดกับผู้าุโทั้ง 3 ที่มาจากตระกูลมู่ ว่า
" ว่ายังไงพวกเ้ายังอยากจะจัดการข้าอีกอยู่อีกหรือไม่ "
" ม่ะ ไม่ แล้วขอรับท่านผู้ยิ่งใหญ่ เป็พวกข้าเลินเล่อชั่วขณะที่คิดจะทำร้ายท่านได้โปรดให้อภัยพวกเราเถอะขอรับ "
"ชะใช่แล้วขอรับท่านผู้ยิ่งใหญ่ "
เหล่าผู้าุโทั้ง 3 ของตระกูลมู่ต่างพากันขอร้องอ้อนวอนด้วยความใและหวาดกลัว
" หึ ครั้งนี้เห็นแก่หน้าของท่านบรรพบุรุษทั้ง 7 ท่าน จะละเว้นพวกเ้าสักครั้ง แต่ถ้าหากมีครั้งหน้า ตระกูลมู่ของพวกเ้าจะต้องชดใช้ "
ผมพูดออกไปเสียงเรียบ
" ขะขอรับ"ผู้าุโทั้ง 3 ตอบพร้อมกันก่อนจะรีบพากันออกไปทันที
" ขอบคุณท่านผู้ยิ่งใหญ่ที่ยอมละเว้น "
ชราคนเดิมในกลุ่มนั้นพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วเหล่าบรรพบุรุษจึงได้พากันขอตัวกลับไป
" ชิงเอ๋อ เ้าไม่เป็อันใดใช่หรือไม่ "
ฉีิถามร่างบางอย่างเป็ห่วงแม้เขาจะรู้ว่าร่างบางของเขานั้นเก่งกาจเพียงใดก็ตามแต่เขาก็ยังเป็ห่วงอยู่ดี
ตอนนี้เขาเองก็ทะลวงไปถึงระดับเซียน์ขั้น 3 ได้แล้วนั้นเป็เพราะพลังของชิงเอ๋อ ทำให้เขาเลื่อนระดับไปถึง 4 ขั้น
" ข้าไม่เป็ไร " ผมหันกลับไปตอบพร้อมกับรอยยิ้ม