[จบ] มุมมองนักอ่านพระเจ้า (OMNISCIENT READERS VIEWPOINT)

    Episode 7 เจ้าของที่ดิน (2.2) (รีไรต์)

            ความรู้สึกเหมือนถูกทิ่มแทงใจดำเข้าอย่างจังทำเอาผมหมดกำลังใจนิดหน่อยแต่จะถอยไปจากที่นี่ก็น่าลำบากใจเกินไป

            “...ไม่เชื่อก็ช่วยไม่ได้ถ้าอย่างนั้นคงเป็นฝ่ายคุณเองนะครับที่ต้องเสียประโยชน์”

            สีหน้าของกงพิลดูซับซ้อนกว่าเดิมเมื่อได้ยินผมพูดผมหมุนตัวหันหลังกลับอย่างไม่ลังเล การแสดงให้เห็นว่าไม่มีเยื่อใยใด ๆเหลืออยู่นั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นมากต้องทำแบบนี้ถึงจะยิ่งทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเสียดาย

            “เดี๋ยวก่อน”

            นั่นไง

            “จ่ายค่าปรับด้วย คิดจะหนีไปไหน”

            ดันเป็นความเสียดายเรื่องอื่นซะงั้น ไอ้เวรนี่ผมหัวเราะอย่างกระอักกระอ่วนพลางหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับเขา

            “เท่าไหร่นะครับ ร้อยเหรียญ?”

            “ไม่แกกับเด็กนั่นรวมเป็นพันเหรียญ”

            เส้นเลือดปูดโปนขึ้นบนหน้าผากไอ้เวรนี่คิดว่าหนึ่งพันเหรียญคือแบงก์พันใบเดียวหรือไง...

            “นั่นมันมากเกินไป”

            ขนาดกับโทแกบีผมยังไม่เคยถูกรีดไถเงินมากขนาดนั้นแน่นอนว่าย่อมไม่มีทางมอบเงินหนึ่งพันเหรียญให้คนอย่างกงพิลดูแน่

            กงพิลดูหัวเราะ

            “ถ้าอย่างนั้นก็ถูกตัดสิทธิ์การเช่าตายซะ”

            ผมผลักคนรอบ ๆ ออกโดยสัญชาตญาณ แล้ววิ่งตรงไปยังบริเวณที่สมาชิกกลุ่มอยู่

            ได้ยินเสียงปังจากการยิงครั้งแรกดังขึ้นอีฮยอนซองถือโล่เหล็กและกำลังยืนขวางอยู่ด้านหลังของผม เป็นคนที่พึ่งพาได้จริง ๆ

            “...คุณดกจา”

            แต่อีฮยอนซองที่ระดับเลเวลความแข็งแกร่งกับพละกำลังเข้าใกล้14กลับมีสีหน้ากระวนกระวายเป็นอย่างมากพอเห็นกล้ามเนื้อแขนสั่นเทาไม่หยุดผมก็แน่ใจในทันที

            ความสามารถของอีฮยอนซองซึ่งยังไม่อาจเปิดใช้งานอักขระที่สองได้ไม่มีทางทนต่อกระสุนจากป้อมปืนพวกนั้น

            อีกอย่างตอนนี้จองฮีวอนก็ไม่อยู่ในสภาพที่จะต่อสู้ได้ ถ้าพวกเราสู้หัวชนฝาที่นี่จะต้องมีใครในกลุ่มเสียชีวิตลงแน่นอน

            “คุณกงพิลดู เดี๋ยวก่อนครับ”

            ในเมื่อเป็นแบบนั้นก็อย่าต่อสู้ให้เกิดความเสียหายอย่างไร้ประโยชน์จะดีกว่า

            “อะไรอีก”

            “ไม่สู้กับพวกเราตอนนี้จะดีกว่านะครับ”

            “ทำไม”

            ความเสียหายที่ว่า ก็แค่โยนมันใส่หัวเจ้านั่นแทน

            “เพราะถ้าต่อสู้กันตอนนี้คุณจะตายที่นี่”

            ใบหน้าของกงพิลดูกระตุกถึงแม้ผมจะจงใจไม่พูดอะไรเพิ่มแต่กงพิลเองก็ดูจะสังเกตเห็นได้ถึงตัวตนของชายคนหนึ่งที่กำลังใช้บันไดเลื่อนมุ่งหน้ามายังชั้นใต้ดินบีหนึ่งในตอนนี้

            เล่นแผ่พลังมหาศาลออกมาแบบนั้น ไม่รู้ก็แปลกแล้ว

            “พอดีว่าสหายสนิทของผมกำลังมา”

            ยูจุงฮยอก ไอ้ผู้ย้อนกลับสารเลวนั่นไม่นึกเลยว่าผมจะดีใจที่ได้เจอเขาขนาดนี้

            “อาจารย์ คนคนนั้นค่ะเขาอ้างว่าเป็นสหายของอาจารย์”

            อีจีฮเยพูดเสียงแหลมและชี้นิ้วมาที่ผม ข้างกายเธอคือตัวเอกของพวกเราที่กำลังเดินตรงมาอย่างหล่อเหลาเหมือนถ่ายละครอยู่คนเดียวภาพยามที่เขามองมาที่ผมด้วยแววตาดุร้ายนั้นช่างน่าประทับใจเหลือเกิน

            [ตัวละคร ‘ยูจุงฮยอก’ รู้สึกกระสับกระส่ายอย่างรุนแรง]

            [สกิลเฉพาะตัว ‘มุมมองนักอ่านพระเจ้า’ ขั้นที่ 2 ถูกเปิดใช้งาน!]

            ผมรู้สึกวิงเวียนศีรษะอยู่ครู่หนึ่งเพียงไม่นานก็เริ่มได้ยินความคิดของเขา

            「 ได้ยังไงกัน มาถึงแล้ว? 」

            ผมโบกมือไปทางเขาอย่างเริงร่า

            “สวัสดี จุงฮยอกอา”

            「 ... 」

            “สบายดีนะ? สีหน้านายดูดีนี่”

            「 ... 」

            อีจีฮเยกับกงพิลดูมองผมสลับกับยูจุงฮยอกอย่างไม่อยากเชื่อสายตาราวกับว่าผมกับยูจุงฮยอกไม่มีทางเป็น ‘สหาย’ กันได้อย่างเด็ดขาด ความตึงเครียดเริ่มเข้ากลืนกินบรรยากาศรอบ ๆ

            “คนพวกนี้ไม่ยอมเชื่อว่าฉันเป็นสหายของนายนายช่วยพูดให้ฉันหน่อยได้มั้ย”

            แต่ผมรู้จักยูจุงฮยอกดี เขาฆ่าคนได้ง่าย ๆเหมือนแค่ตักข้าวใส่ปาก แต่อย่างไรก็เป็นคนที่ยึดมั่นในสัญญาที่ตัวเองให้ไว้

            [กลุ่มดาวจำนวนหนึ่งให้ความสนใจกับคำตอบของตัวละคร‘ยูจุงฮยอก’]

            [กลุ่มดาว‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงดุจปีศาจ’ จับตาดูความซื่อสัตย์ของตัวละคร‘ยูจุงฮยอก’]

            ยิ่งในตอนนี้ที่กลุ่มดาวกำลังให้ความสนใจด้วยแล้วยิ่งไม่อาจบ่ายเบี่ยง

            「 ... 」

            ยูจุงฮยอกมองผมด้วยนัยน์ตานิ่งเฉยก่อนจะเปิดปากช้า ๆ แต่ผมชิงพูดขึ้นก่อน

            “อ๊ะขอพวกฉันใช้ห้องน้ำด้วยก็ดีนะ!”

            ในที่สุดยูจุงฮยอกก็ชักดาบออกมา

             

    ไม่นานหลังจากนั้นพวกเราก็ได้ใช้ห้องน้ำกันอย่างปลอดภัยและกลับลงมายังชานชาลารถไฟสายสาม ทั้งหมดต้องขอบคุณผู้ย้อนกลับคนนี้ผมหัวเราะพลางพูดหยอกเขา

            “ดีใจที่ได้พบนาย ไอ้เวร”

            “...รอดมาได้จริงด้วยสินะ”

            สรุปว่ายูจุงฮยอกไม่ได้เรียกผมว่าสหายหรอกแต่เขาตอบกลับด้วยการชี้ดาบไปทางกงพิลดูเงียบ ๆ แทน

            โล่งอกที่กงพิลดูเองก็ไม่ต้องการจะปะทะกับพวกเราจึงกัดฟันกรอดยอมปล่อยไปเฉย ๆ

            “หวังอยากให้ตายเหรอไง”

            “แบบนั้นน่าจะดีกว่า”

            สหายบ้าอะไรล่ะได้เห็นใบหน้าเย่อหยิ่งนี่อีกครั้งผมยิ่งโมโหจนแทบบ้าอยากจะพุ่งเข้าไปต่อยเสยคางเขาสักทีแต่ก็ทำแบบนั้นไม่ได้

            [สกิลเฉพาะตัว ‘ลิสต์ตัวละคร’ถูกเปิดใช้งาน!]

            [ข้อมูลเกี่ยวกับตัวละครดังกล่าวมีมากเกินไป‘ลิสต์ตัวละคร’ จะถูกแปลงค่าเป็น ‘ลิสต์สรุปย่อ’]

            ขอเวอร์ชั่นเต็มเถอะ

            [ข้อมูลตัวละคร ‘ยูจุงฮยอก’ ถูกปรับเปลี่ยนเป็นเวอร์ชั่นเต็ม]

             

    <ข้อมูลตัวละคร>

    ชื่อ : ยูจุงฮยอก

    อายุ : 28 ปี

    กลุ่มดาวผู้สนับสนุน : ???

    คุณลักษณะ : ผู้ย้อนกลับ<รอบที่ 3> (ตำนาน), เกมเมอร์มือโปร (หายาก)

    สกิลเฉพาะตัว : [เนตรแห่งปราชญ์Lv.8], [ต่อสู้ระยะประชิดLv.8], [ทักษะการใช้อาวุธระดับสูงLv.8], [การป้องกันตัวอันแข็งแกร่ง Lv.5], [บาเรียป้องกันจิต Lv.5], [ควบคุมฝูงชนLv.5],[การอนุมาน Lv.5], [จับเท็จ Lv.4]...

    อักขระ : [ย้อนกลับ Lv.3]

    ค่าสถานะ : [ความแข็งแกร่งLv.24], [พละกำลัง Lv.24],[ความเร็ว Lv.25],[พลังเวท Lv.23]

    ผลการประเมินโดยรวม : (ผลการประเมินของตัวละครดังกล่าวยาวเกินไปจึงไม่สามารถโหลดข้อมูลได้)

     

            ตอนอ่านนิยายไม่เห็นจะรู้สึกอะไรแต่พอได้เจอกับตาตัวเองผมถึงได้เข้าใจว่าเขาเป็นมนุษย์ที่พิเศษมากขนาดไหน

            เพิ่งจะเข้าสู่ซีนาริโอหลักที่ 3 เองแท้ ๆ แต่ค่าสถานะโดยรวมของความแข็งแกร่ง พละกำลังและความเร็วกลับเกินเจ็ดสิบไปแล้ว ไหนจะเลเวลสกิลอีก...

            ไอ้บัดซบ นี่สินะ บัฟตัวเอก

            “มีอะไรอยากพูดอีกหรือเปล่า”

            ยิ่งไปกว่านั้นคือระดับความเร็วในการพัฒนาของยูจุงฮยอกดูจะเร็วกว่ารอบที่3 ในนิยายต้นฉบับ

            ยิ่งเขาพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว นั่นยิ่งหมายความว่ามีความเสี่ยงสูงมากตามไปด้วย...เพิ่งจะย้อนกลับมาแค่สามรอบแท้ๆ หมอนั่นทำเรื่องบ้าอะไรลงไปกันนะ

            รู้สึกไม่สบายใจแปลก ๆ ชอบกลเดี๋ยวคงต้องลองสืบ...

            “ฉันถามว่าแกยังมีอะไรอยากพูดอีกหรือเปล่า”

            “เปล่า แค่มองเพราะหมั่นไส้”

            「 ...นึกแล้วเชียว เป็นคนดื้อดึงจริง ๆ 」

            ดื้อดึงบ้าอะไร นายสิเป็นพวกจูนิเบียวอยู่คนเดียว

            「 เย่อหยิ่งนักก็ไม่ใช่เรื่องดีหรือฉันควรจะฆ่าเขาเสียเลย? 」

            “ฉันล้อเล่นน่ะ”

            ผมรีบยิ้มตอบกลับไปยูจุงฮยอกสะบัดหน้าอย่างไม่สนใจไยดี

            [กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ ผิดหวังในตัวคุณ]

            ผมไม่คิดที่จะชวนยูจุงฮยอกทะเลาะจนบาดหมางกันในตอนนี้หรอก

            เพื่อที่จะเคลียร์ซีนาริโอจำนวนนับไม่ถ้วนที่เหลืออยู่ในอนาคตยูจุงฮยอกเป็นตัวละครที่จำเป็น ต่อให้ไม่ได้สนิทสนมจนเป็นสหายกันจริง ๆก็ยังคุ้มค่าที่จะใช้งานเขาในหลาย ๆ ด้าน

            ...ทำไมนะ ทั้ง ๆที่ผมกำลังพูดความจริงอยู่แท้ ๆ แต่กลับฟังดูเหมือนข้อแก้ตัวเสียได้

            “ดูเหมือนว่าแกจะได้สหาย”

            ยูจุงฮยอกหันกลับมามองผมด้วยแววตาไร้อารมณ์แล้วจึงมองกลุ่มคนด้านหลังผม

            [ตัวละคร ‘ยูจุงฮยอก’ รู้สึกผิดหวังในตัวคุณเล็กน้อย]

            ...อะไรล่ะนั่น ทำไมกันแต่เพียงครู่ก็รู้คำตอบได้ทันที

            [ตัวละคร ‘ยูจุงฮยอก’ เปิดใช้งาน ‘เนตรแห่งปราชญ์ Lv.8’!]

            「 อุตส่าห์พาอีฮยอนซองมาถึงนี่ได้แต่กลับส่งเสริมจนพัฒนาได้แค่เท่านี้เองงั้นหรือ 」

            นั่นเป็นความจริงเพราะอย่างนั้นผมจึงพูดอะไรไม่ออกไปครู่หนึ่ง อีฮยอนซองถ้าหากได้ร่วมทางกับยูจุงฮยอกละก็ เขาจะต้องพัฒนาไปได้มากกว่านี้แน่นอน

            แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...ไอ้เวรนี่ผมเป็นแค่นักอ่านธรรมดาทั่วไปที่โชคดีรู้อนาคตเท่านั้นเองนะ

            「 แย่กว่าที่คิด 」

            ได้ยินความในใจแบบนี้มันรู้สึกทิ่มแทงใจเหมือนโดนมีดปักมิดด้ามมากกว่าได้ยินออกมาตรงๆ จากปากเสียอีก

            แต่แล้วสายตาของยูจุงฮยอกที่กวาดมองสมาชิกกลุ่มอยู่พักใหญ่กลับหยุดชะงักความสับสนปรากฏขึ้นในแววตาของเขาเป็นครั้งแรก

            「 ...นั่นมันอะไรกัน 」

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] มุมมองนักอ่านพระเจ้า (OMNISCIENT READERS VIEWPOINT) ที่คุณอ่าน