ทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 133 บรรลุข้อตกลง

            วันรุ่งขึ้นในยามเช้าทั้งสามจึงไปยังหมู่บ้านหลิวอีกครา เพื่อไปยังบ้านหลี่เพื่อดูสถานการณ์

            เป็นดังคาดยาของซูอี้หว่านได้ผลชะงัด ทันทีที่หลี่เหนียงจื่อเห็นนาง ก็รีบจับมือนางไว้พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นอย่างยิ่ง "น้องหญิงอี้หว่านเจ้าช่างเป็นหมอเทวดาโดยแท้!"

            "เมื่อวานหลังจากพวกเจ้ากลับไปได้ไม่นาน ท่านพี่ก็ได้สติวันนี้อาการก็ดีขึ้นมาก ไม่มีไข้แล้วด้วย"

            หลี่เหนียงจื่อไม่เคยเห็นหมอในเมืองเหล่านั้นก็จริงแต่ก็พอจะรู้ว่า ผู้ที่มีฝีมือการรักษาเฉกเช่นซูอี้หว่านนั้น คงมิได้มีมากมายนัก

            สามีของนางเมื่อวานยังคงสะลึมสะลืออยู่ครั้นรุ่งเช้ากลับตื่นขึ้นมาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นหากมิใช่นางรั้งไว้มิให้ลงจากเตียงเขาก็คงไปช่วยนางตักน้ำที่ปากทางเข้าหมู่บ้านแล้ว!

            เรือนของพวกเขาตั้งอยู่บริเวณรอบนอกของหมู่บ้านแม้จะอยู่ใกล้ประตูเมือง สะดวกในการเข้าเมืองอยู่บ้างทว่ากลับอยู่ห่างจากบ่อน้ำเพียงแห่งเดียวของหมู่บ้านออกไปพอสมควร ไปกลับราวๆสองเค่อ ย่อมมิใช่เรื่องง่ายที่จะต้องแบกถังน้ำสองถังเดินไปไกลเพียงนี้

            ถึงแม้หลี่เหนียงจื่อจะเติบโตมาในครอบครัวชาวนาทำงานมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย การตักน้ำก็ยังคงมิใช่งานที่ง่ายดายสำหรับนาง

            แต่เดิมงานตักน้ำนี้แน่นอนว่ามิต้องให้นางเป็นผู้ทำ เพียงแต่ช่วงสองสามวันที่ผ่านมา สามีบาดเจ็บนางจึงจำต้องรับภาระนี้เอง

            สามีเป็นห่วงนางนางก็ยินดี ทว่าหากบาดแผลของเขายังมิหายดี หากทำให้บาดแผลฉีกขาดขึ้นมาอีกเล่าจะทำเช่นไร?

            เมื่อเห็นท่าทีกระตือรือร้นเกินเหตุของหลี่เหนียงจื่อซูอี้หว่านก็มิได้ตื่นเต้นมากนัก แย้มยิ้มอย่างสงบ "พี่สะใภ้กล่าวเกินไปแล้ว ข้าขอตรวจดูอาการของพี่หลี่และทำแผลใหม่ให้เขาเสียหน่อย"

            ที่จริงหากมอบผงยาให้หลี่เหนียงจื่อแล้วให้นางทำแผลให้พี่หลี่เอง ก็ใช่ว่าจะทำมิได้เพียงแต่ซูอี้หว่านประการแรกต้องการดูระดับการฟื้นตัวของบาดแผลประการที่สองก็คือมิค่อยวางใจอยู่บ้าง

            ผงยานี้มีสรรพคุณล้ำเลิศหากจะเรียกขานว่ายาวิเศษก็ไม่เกินจริง หากหลี่เหนียงจื่อพลั้งมือเผลอใช้ยามากเกินควร แผลจะสมานอย่างรวดเร็วจนทำให้นางต้องตะลึงงันหรือแม้แต่เกิดความเคลือบแคลง

            ถึงแม้ว่าในยามนี้หลี่เหนียงจื่อจะมีเพียงความสำนึกในบุญคุณ มิได้มีเจตนาอื่นใดแอบแฝง อย่างไรเสียนางก็คือผู้ที่ก้าวข้ามผ่านยุคสมัยแห่งความล่มสลายมาได้ซูอี้หว่านไม่เคยเชื่อมั่นในจิตใจของมนุษย์ และไม่อยากที่จะลองดีด้วยการทดสอบมัน

            หลี่เหนียงจื่อย่อมมิรู้ถึงความกังวลของซูอี้หว่านครั้นได้ยินนางกล่าวว่าจะตรวจดูอาการฟื้นตัวของสามี นางก็รีบพยักหน้าพานางเข้าไปในบ้าน

            เมื่อได้พบนางหลี่ต้าจู้พลันกล่าวขอบคุณอีกฝ่ายไม่หยุดหย่อนกล่าวว่าซูอี้หว่านเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเขาในภายภาคหน้าตนจะต้องตอบแทนอย่างแน่นอน

            มิใช่แค่นั้นเรื่องความร่วมมือ หลี่ต้าจู้ก็มีท่าทีเช่นเดียวกับหลี่เหนียงจื่อยืนกรานว่าจะมิยอมตกลงเรื่องการหักส่วนแบ่งหนึ่งอีแปะต่อผักหนึ่งชั่งกล่าวเพียงว่าหากตนทำเช่นนั้น ตนก็คือสัตว์เดรัจฉานที่เนรคุณ!

            ซูอี้หว่านฟังแล้วมุมปากกระตุกท่าทางว่าเป้าหมายความร่วมมือที่เลือกมานี้ มิได้เลือกผิดคนคนตระกูลหลี่ทั้งสองช่างเป็นคนซื่อตรงอย่างแท้จริง

            นางอดมิได้ที่จะส่ายหน้ายิ้มๆ"พี่หลี่ พี่สะใภ้ ท่านทั้งสองมิต้องเกรงใจถึงเพียงนี้การค้าก็คือการค้า พวกเราให้ความร่วมมือกันก็เพื่อหาเงิน คำกล่าวว่าพี่น้องแท้ๆยังต้องคิดบัญชีให้ชัดเจน ดังนั้นเรื่องความร่วมมือของพวกเรามิได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับสิ่งเหล่านี้"

            มิใช่ว่านางต้องการสิ่งใดตอบแทนจึงได้ช่วยรักษาผู้อื่นซูอี้หว่านยอมรับว่านางมิได้มีคุณธรรมสูงส่งถึงเพียงจะถือเอาการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บให้รอดชีวิตเป็นภารกิจของตนทว่าหากนางสามารถทำสิ่งใดได้ นางย่อมไม่อาจนิ่งเฉย

            หลี่ต้าจู้ย่อมมิใช่คนโง่เขลาเข้าใจความหมายในคำพูดของนาง แต่ก็ยังกล่าวว่า "น้องหญิงข้าเข้าใจความหมายของเจ้า แต่ราคาหนึ่งอีแปะต่อหนึ่งชั่ง ก็ยังสูงเกินไป"

            การเปิดร้านอาหารจะต้องใช้ผักมากเท่าไรกัน?

            หลี่ต้าจู้แม้จะมิเคยสัมผัสการงานเช่นนี้แต่ก็รู้ว่าการทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร หากทำได้อย่างดี วันหนึ่งๆจะต้องใช้ผักอย่างน้อยก็หลายร้อยชั่ง

            เขามิอาจคาดเดาได้ว่าร้านอาหารของซูอี้หว่านจะดำเนินไปในทิศทางใดทว่าสิ่งที่เขายังจำได้ดีคือ ในตอนนั้นตระกูลซูได้อาศัยการขายปูขนจึงสามารถหาเงินทองสำหรับการเดินทางเข้าเมืองได้

            สามารถทำให้แมลงหนีบคนมีรสชาติดีได้ถึงเพียงนั้นฝีมือจะแย่ได้อย่างไร?

            แม้จะประเมินอย่างระมัดระวังในแต่ละวันจะต้องใช้ผักต่างๆ นานา ราวหนึ่งร้อยชั่งหากเขาหักส่วนแบ่งจากหนึ่งชั่งหนึ่งอีแปะ วันหนึ่งๆ ก็คือหนึ่งร้อยอีแปะหนึ่งเดือนก็คือสามตำลึงเงินจำนวนนี้มากกว่าครอบครัวที่มีฐานะดีกว่าในหมู่บ้านเสียอีก

            หลี่ต้าจู้มิใช่คนโลภดังนั้นเขาจึงคิดว่าสามารถหารายได้จากผักได้ชั่งละครึ่งอีแปะ ก็ถือว่าดีมากแล้ว

            อันที่จริงการคาดการณ์ของหลี่ต้าจู้ยังค่อนข้างต่ำไปด้วยซ้ำ ซูอี้หว่านเองยังคิดว่าวันละหนึ่งร้อยชั่งนั้นอาจจะไม่พอ เพราะตอนนี้ร้านอาหารเช้าของพวกเขาแค่ทำซาลาเปาที่ต้องใช้ผักเล็กน้อยปริมาณที่ต้องการต่อวันก็ปาเข้าไปหลายสิบชั่งแล้ว

            หลี่ต้าจู้คิดว่าเดือนละสามตำลึงเงินก็ดีมากแล้วแต่ซูอี้หว่านกลับไม่เห็นด้วย คิดว่ามันน้อยเกินไป บางทีในตอนแรกสองสามีภรรยาตระกูลหลี่อาจจะพอใจกับรายได้เช่นนี้ แล้วหลังจากนั้นล่ะ?

            เพื่อมิให้เกิดความไม่พอใจในภายหลังซูอี้หว่านคิดว่า สู้กำหนดราคาให้สมเหตุสมผลตั้งแต่แรกจะดีกว่า

            "ราคาหนึ่งอีแปะต่อหนึ่งชั่งก็กำหนดเช่นนี้แต่ข้าหวังว่าพวกท่านจะช่วยข้าดูแลให้ดี อย่าให้ใครจงใจใส่ดินโคลนหรือเศษใบไม้เน่าๆ ลงไปปะปนกับผัก เพื่อรับประกันความสดใหม่ของผัก"

            ซูอี้หว่านก็มิใช่ว่าจะไม่เคยเห็นผู้ที่อยากจะทำให้ผักของตนมีน้ำหนักมาก จึงจงใจใส่สิ่งแปลกปลอมเข้าไปเมื่อนางตัดสินใจยกเรื่องการจัดซื้อให้เป็นหน้าที่ของสองสามีภรรยาตระกูลหลี่แล้วนางคงไม่อาจเสียเวลามาควบคุมดูแลได้มากนัก ดังนั้นการควบคุมคุณภาพจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

            หากต้องการให้กิจการร้านอาหารรุ่งเรืองรสชาติและบรรยากาศย่อมสำคัญเป็นอย่างยิ่ง รูปแบบการบริหารจัดการก็สำคัญไม่แพ้กันกระนั้นความสดใหม่ของวัตถุดิบก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน

            "วางใจได้เลย เรื่องนี้แน่นอนอยู่แล้ว" พี่สะใภ้หลี่แทบจะตบหน้าอกรับประกัน"ข้าจะดูแลให้ผักที่ส่งไปถึงมือเจ้าเขียวชอุ่ม มีน้ำมีนวลไม่มีใบเน่าสักใบ"

            ซูอี้หว่านหัวเราะขำกับท่าทีนั้นแล้วโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ "ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกขอแค่โดยรวมไม่มีอะไรน่ากังวลก็พอ"

            เมื่อหารือกันจนได้ข้อสรุปทั้งสองสามีภรรยาตระกูลหลี่ก็ทราบเรื่องที่ร้านอาหารของนางกำลังจะเปิดเพราะไม่อยากเป็นอุปสรรคต่องานของนาง จึงได้ลงนามสัญญาในวันนั้นพร้อมทั้งให้คำมั่นสัญญาว่ามะรืนนี้จะจัดส่งผักมาให้

            ซูอี้หว่านย่อมพอใจกับสิ่งนี้มากและนางก็คิดเอาไว้แล้วว่าร้านอาหารนี้จะเปิดทำการอย่างเป็นทางการในวันมะรืนนี้ช่วงสองสามวันที่ผ่านมาที่ออกแผงขายอาหารเช้าก็สามารถถือโอกาสนี้โฆษณาเชิญชวนเแก่ลูกค้าได้ หนึ่งคนบอกต่อสิบคน สิบบอกต่อร้อยคนเมื่อถึงเวลาที่ร้านอาหารเปิดทำการอย่างเป็นทางการ ธุรกิจก็จะมิต้องกังวล

            ซูอี้หว่านบอกแผนการนี้ให้ทั้งสองฟังจางอ้ายหลินย่อมยกมือเห็นด้วยทั้งสองข้าง

            ซูอี้โจวก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งกล่าวว่าสามวันแรกของการเปิดทำการ พวกเขาสามารถจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายได้ เช่นการลดราคา มอบอาหารฟรีเมื่อกินครบตามจำนวนที่กำหนดหรือมอบเงินขวัญถุงสำหรับสมาชิกใหม่ เป็นต้น

            เกรงว่าการทำเช่นนี้จะดึงดูดสายตาผู้คนมากเกินไปแล้ว!?

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498