ราชันหมื่นมิติ [นิยายแปล]

    บทที่ 51 ธูปพิษอาคมหมื่นมด

    นี่คือหัตถ์ไร้เสียงอาศัยวิธีการแยกกระดูกจัดเส้นเอ็นทำให้อีกฝ่ายสูญเสียความสามารถในการต่อสู้ ในขณะเดียวกันยังทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถส่งเสียงได้ด้วย

            ชายหนุ่มผู้นี้ย่อมเป็นฟ่านเสวี่ยหลี เขาเดินทางมาอย่างลับๆตามหาไม่นานก็มองเห็นฉากนี้เข้า จึงรีบเข้ามา

            ชายหนุ่มที่ถูกฟ่านเสวี่ยหลีโจมตีรู้สึกเหมือนร่างกายถูกกัดแทะด้วยมดจำนวนนับไม่ถ้วนร่างกายเขาแทบพงทลาย แต่ต่อให้เขาอยากร้องอย่างบ้าคลั่งสักเพียงใดแต่เสียงกลับไม่เล็ดลอดออกมาสักนิด

            เขาหวาดกลัวสุดขีด นอนร้องไห้ครวญครางอยู่ตรงนั้นโดยที่ทำอะไรไม่ได้

            เนี่ยชิวอวี่จ้องมองอย่างสติหลุดไปยังฟ่านเสวี่ยหลีผู้มีบุคลิกขาวบริสุทธิ์ดุจหยกที่ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าตนหัวใจของนางแทบจะระเบิดออกมา

            นางอยากกระโจนใส่ฟ่านเสวี่ยหลีและสวมกอดอย่างแรง แต่นางห้ามใจเอาไว้

            สำหรับนางแล้ว ฟ่านเสวี่ยหลีมีสถานะสูงส่ง ส่วนนางเป็นเพียงผู้ช่วยปรุงยาเท่านั้น

            น้ำตาของนางไหลรินออกมา

            มันเป็นน้ำตาแห่งความขมขื่น และยังเป็นน้ำตาแห่งความซาบซึ้ง

            ฟ่านเสวี่ยหลีเดินไปข้างกายนาง ตบไหล่นางเบาๆ แล้วพูดว่า “ทุกอย่างผ่านไปแล้ว ไม่เป็นอะไรแล้ว” เขาเข้าใจความรู้สึกอันสิ้นหวังเมื่อครู่นี้ของเนี่ยชิวอวี่

            “ขอบคุณ” เนี่ยชิวอวี่พูดอย่างแผ่วเบาแล้วปาดน้ำตาออกพร้อมแสดงสีหน้าที่เข้มแข็งเฉกเช่นแต่ก่อน

            ฟ่านเสวี่ยพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นพูดอย่างเคร่งขรึมว่า “เจ้านั่งขัดสมาธิสิ ข้าจะดูว่ามีวิธีการรักษาหรือไม่”

            เงือกน้อยตนนั้นบอกว่ามนุษย์ที่อยู่ตรงนี้ล้วนสูญเสียตบะและจะสูญเสียความทรงจำเกี่ยวกับที่นี่เมื่อผ่านไประยะเวลาหนึ่ง เขาจึงต้องลงมือโดยเร็วที่สุด

            “นี่มันธูปพิษอาคมหมื่นมด!”เมื่อเขาทาบมือไปที่แผ่นหลังของเนี่ยชิวอวี่และสำรวจลมปราณภายในร่างกายของนางก็ถึงกับสีหน้าเปลี่ยน

            ธูปพิษอาคมหมื่นมดเป็นธูปหอมหลงลืมความรักชนิดหนึ่งกล่าวกันว่าผู้สูงส่งจะละทิ้งความรู้สึกและไม่ไหวติงต่อความรัก สรรพสิ่งล้วนปราศจากการแบ่งแยกธูปพิษอาคมหมื่นมดชนิดนี้นำมาจากน้ำแห่งหุบเขาลืมรัก มันจะค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปในหัวใจมนุษย์หลังจากผ่านไปสามวัน ลมปราณน้ำลืมรักจะออกฤทธิ์ และจะลืมเลือนเรื่องราวในช่วงสามวันที่ผ่านมาขณะเดียวกัน มดหมื่นตัวจะกัดแทะอยู่ภายในร่างกาย ปิดกั้นเส้นลมปราณ จึงไม่สามารถใช้ลมปราณได้

            ไม่แปลกใจว่าผู้คนที่มายังสถานที่แห่งนี้หลังจากกลับออกไป ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถนึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นตรงนี้ได้

            โชคดีที่ตอนนั้นฟ่านเสวี่ยหลีกลั้นหายใจ ไม่เช่นนั้นเขาคงรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ไม่ได้เช่นกัน

            แต่สิ่งที่ทำฟ่านเสวี่ยหลีประหลาดใจคือ ธูปพิษอาคมหมื่นมดหายากและล้ำค่าอย่างยิ่งมันเป็นสมุนไพรชั้นยอดสำหรับการปรุงยา เหตุใดถึงแทรกอยู่ในกลิ่นหอมก่อนหน้านี้ได้

            “เนี่ยชิวอวี่ เจ้าจงคงเส้นลมปราณเอาไว้ให้มั่นข้าจะใช้หัตถ์ขจัดไอพิษให้เจ้า” ฟ่านเสวี่ยหลีพูดพร้อมกับหมุนวนหัตถ์ซึ่งมันคือหัตถ์ทองคำจิ่วจ่วนของปรมาจารย์ปรุงยา

            ถึงแม้ธูปพิษอาคมหมื่นมดจะน่าสะพรึงกลัว แต่จะยากเกินความสามารถของปรมาจารย์ปรุงยาอย่างเขาได้อย่างไรและหัตถ์ทองคำจิ่วจ่วนนี้สามารถขจัดพิษอาคมได้โดยที่ไม่เผาผลาญพลังมากเกินไป

            ทันใดนั้นก็มีเสียงอันเย็นชาดังขึ้นจากระยะไกล “ผู้ใดกล้าเสียมารยาทต่อเนี่ยชิวอวี่ อีกทั้งยังกล้าทำร้ายคนในตระกูลเนี่ยของข้า"

            ชายวัยกลางคนสีหน้าเคร่งขรึมคนหนึ่งเดินเข้ามาอย่างเย็นชาบนอกเสื้อของเขามีสัญลักษณ์เตาไฟของนักปรุงยา ดูแล้วเป็นถึงนักปรุงยาระดับกลาง ซึ่งมีสถานะสูงส่งอย่างยิ่งส่วนด้านหลังของเขาก็มีอีกหลายสิบคนที่เดินเข้ามาล้อมฟ่านเสวี่ยหลีด้วยสีหน้าเกรี้ยวโกรธ

            ชายวัยกลางคนที่เดินนำย่อมเป็นผู้นำตระกูลเนี่ย เนี่ยมู่

            ฟ่านเสวี่ยหลียังคงใช้วิชาหัตถ์ต่อไปโดยที่ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเมื่อครู่นี้เขาได้ยินเรื่องที่ผู้นำตระกูลต้องการมอบเนี่ยชิวอวี่ให้กับเผ่ามนุษย์เงือกแล้วจึงรู้สึกรังเกียจผู้นำตระกูลคนนี้อย่างยิ่ง

            ในขณะเดียวกัน เมื่อคนตระกูลเนี่ยเหล่านั้นเห็นฟ่านเสวี่ยหลีก็ขมวดคิ้วมุ่น“เจ้าหมอนี่เป็นใคร”

            “เขารู้จักกับเนี่ยชิวอวี่หรือ ดูเหมือนเขากำลังขจัดพิษให้กับเนี่ยชิวอวี่”บางคนสังเกตเห็นว่าฟ่านเสวี่ยเหมือนกำลังขจัดพิษให้เนี่ยชิวอวี่จึงรู้สึกมีความหวังเล็กน้อย

            “เหลวไหล พวกเราศึกษาพิษนี้มาเป็นหนึ่งวันแล้วพบว่ามันคือพิษหมื่นมดในตำนาน แล้วเขาจะขจัดได้อย่างไร ฝันไปเถอะ!” นักปรุงยาระดับต้นคนหนึ่งพูดออกมาอย่างเย็นชา

            “แต่เจ้าคนนั้นกลับเข้าใกล้เนี่ยชิวอวี่เช่นนี้ต้องมีเจตนาร้ายแอบแฝง!” เมื่อเห็นฟ่านเสวี่ยหลีและเนี่ยชิวอวี่ใกล้ชิดกันเช่นนี้คนตระกูลเนี่ยจำนวนมากก็อิจฉาตาร้อน

            เนื่องจากเนี่ยชิวอวี่เป็นหญิงงามอันดับหนึ่งของตระกูลเนี่ยบุคลิกล้ำเลิศ ไม่รู้ว่ามีคนจำนวนมากเพียงใดที่หลงรักนาง

            “เจ้าไม่ได้ยินคำพูดของท่านผู้นำตระกูลหรืออย่างไร” คนตระกูลเนี่ยคนหนึ่งตะโกนออกมาอย่างอดใจไม่ได้ จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับเนี่ยชิวอวี่ว่า“เนี่ยชิวอวี่ เจ้ายังไม่รีบกลับมาอีก ยังจะอยู่กับฆาตกรนั่นอีกหรือ”

            เมื่อเห็นผู้คนบีบต้อนด้วยคำพูดอย่างต่อเนื่องเช่นนี้เนี่ยชิวอวี่ก็เผยสายตาเยือกเย็น “ข้าพิจารณาตัวเองแล้ว ข้าเนี่ยชิวอวี่ไม่ได้ทำอะไรผิดตลอดเวลาที่ผ่านมาข้าได้ค้นหาวิชาหลอมโอสถใหม่ให้กับตระกูลเนี่ยได้ถึงสี่ชนิด แต่ทางตระกูลเนี่ยกลับบังคับให้ข้าแต่งงานกับอิงเหวยเมื่ออยู่ในหุบเขามรณะแห่งนี้ พวกเจ้ายังจะยกข้าให้กับเผ่ามนุษย์เงือกเพื่อหวังเอาตัวรอดในเมื่อพวกเจ้ามองข้าเป็นเพียงสิ่งของเช่นนี้ จากตอนนี้เป็นต้นไปข้าจะตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลเนี่ย พวกเราไร้ซึ่งความเกี่ยวข้องกัน!”

            เมื่อผู้คนได้ยินเช่นนี้ก็ส่งเสียงฮือฮา ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ทุกคนมองไปที่ผู้นำตระกูลอย่างลังเลในทันที ท้ายที่สุดในกลุ่มพวกเขายังมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้เรื่องราว

            เนี่ยมู่โกรธจนหน้าเขียวแล้วพูดอย่างเย็นชาว่า “อะไรกัน ตระกูลเนี่ยของข้าเลี้ยงดูเจ้ามาจนถึงทุกวันนี้ การให้เจ้าเสียสละเล็กน้อยเพื่อตระกูลเนี่ยในยามคับขันแค่นี้ก็ทำไม่ได้หรืออย่างไร ครอบครัวคืออะไร จิตวิญญาณแห่งการเสียสละคืออะไร หากเจ้าคิดถึงแต่ตัวเจ้าเองไม่สนใจทั้งตระกูล เจ้าจะมองดูคนทั้งตระกูลเนี่ยตายอยู่ที่นี่กันหมดหรืออย่างไร”

            หลังจากที่เขาพูดจบก็กวาดสายตามองคนตระกูลเนี่ยทุกคนที่อยู่ตรงนี้สายตาดุร้าย จิตสังหารแผ่ซ่าน

            ทุกคนในตระกูลเนี่ยต่างก้มหน้าลง ใช่แล้ว เมื่ออยู่ต่อหน้าความเป็นความตายพวกเขาจะมัวสนใจอะไรเล่า หากมีโอกาสรอดอันริบหรี่ ใครเล่าจะไม่ยอมแย่งไขว่คว้า

            “น่ารังเกียจและไร้ยางอายเช่นนี้ ช่างพบได้ยากเสียจริง”ทันใดนั้นฟ่านเสวี่ยหลีก็ถอนฝ่ามือกลับแล้วพูดอย่างเฉยเมย

            หัตถ์ทองคำจิ่วจ่วนของเขาเป็นถึงหัตถ์ขจัดสิ่งชั่วร้ายและอาคมประกอบกับเนี่ยชิวอวี่ถูกพิษอาคมหมื่นมดในปริมาณไม่มากจึงใช้เวลาไม่มากเท่าใด

            เนี่ยมู่พูดอย่างเย็นชาว่า “เจ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ดูจากหน้าตาของเจ้าแล้ว เกรงว่าเจ้าต่างหากที่ใช้อาคมล่อลวงเนี่ยชิวอวี่สินะหากข้าสังหารเจ้าแล้วแล้ว ดูซิว่าเนี่ยชิวอวี่จะยังยืนยันคำเดิมหรือไม่”

            เขาหาได้เคยถูกผู้อื่นด่าต่อหน้าเช่นนี้มาก่อน ตอนนี้เขาเตรียมลงมือฆ่าแล้ว

            “ก่อนอื่นเจ้าต้องมีคุณสมบัติพอที่จะสังหารข้าได้”เมื่อฟ่านเสวี่ยหลีพูดถึงตรงนี้ก็เคลื่อนสายตาทันที

            เพราะเขาเห็นว่าราชาบัลลังก์ทมิฬกำลังคุ้มกันตนอยู่ในความมืดและเห็นได้ชัดว่าลมปราณของราชาบัลลังก์ทมิฬไม่ได้รับผลกระทบจากพิษอาคมหมื่นมด

            แค่ฟ่านเสวี่ยหลีออกคำสั่ง ราชาบัลลังก์ทมิฬก็จะสังหารอีกฝ่ายจนไม่เหลือซากในทันที

            ฟ่านเสวี่ยหลียิ้มมุมปากเล็กน้อย เมื่อมีราชาบัลลังก์ทมิฬเคียงข้างอีกฝ่ายก็ไร้หนทางหนีแล้ว

            เมื่อเห็นท่าทีของฟ่านเสวี่ยหลียังคงเป็นปกติและไร้ซึ่งความกลัวแม้แต่น้อยเนี่ยมู่จึงตกตะลึงและถามอย่างเคร่งขรึมว่า “เจ้าเป็นใครกันแน่” บุคคลตรงหน้าปรากฏตัวขึ้นอย่างไร้ที่มา ความน่ายำเกรงไร้ความหวาดหวั่นแบบนี้ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย

            “ข้าคือหลิงหลงจื่อ เกรงว่าเจ้าคงไม่รู้จักข้า”ฟ่านเสวี่ยหลีพูดอย่างเฉยเมย

            “ที่แท้ก็เป็นเจ้า!” เนี่ยมู่เผยสีหน้าตื่นตะลึงแล้วพูดว่า “เนี่ยชิวอวี่เคยเล่าเรื่องของเจ้าให้ข้าฟังเจ้าเป็นถึงนักปรุงยาระดับสูง อีกทั้งยังเป็นอาจารย์ของบุตรคนรองของเจ้าเมือง สามารถโค่นล้มคุณชายใหญ่และยังสามารถปลดพันธนาการนานหลายปีของเนี่ยชิวอวี่ ซึ่งทำให้เนี่ยชิวอวี่กลับมามีสายเลือดนักปรุงยาเจ้าถือเป็นมังกรพญาหงส์ในหมู่มนุษย์แน่นอน ทว่า!” เนี่ยมู่พูดอย่างเย่อหยิ่งในทันที“ทว่าที่แห่งนี้คือดินแดนของเผ่ามนุษย์เงือก ไม่สามารถใช้พลังนอกกายใดๆ ทั้งสิ้นต่อให้เจ้ามีภูมิหลังที่แข็งแกร่งเพียงใด แต่เจ้าจะทำอะไรได้ เจ้าแค่ตัวคนเดียว ส่วนด้านหลังของข้าเป็นถึงตระกูลใหญ่แค่ข้าออกคำสั่งก็จะสังหารเจ้าในทันที!”

            วันนี้เขาเพิ่งถามเรื่องนี้กับเนี่ยชิวอวี่ จึงรู้เรื่องราวของฟ่านเสวี่ยหลีเดิมทีเขายังมีความใคร่รู้และสงสัยในฟ่านเสวี่ยหลีเล็กน้อย แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าความเป็นความตาย เขาจึงเลือกส่งตัวเนี่ยชิวอวี่ออกไปในทันทีแม้ว่าฟ่านเสวี่ยหลีจะเป็นนักปรุงยาระดับสูงจริงๆ แต่ตอนนี้ก็ไร้ซึ่งตบะเช่นเดียวกับเขาการที่อีกฝ่ายมีตระกูลปรุงยาอยู่เบื้องหลังแล้วจะทำอะไรได้ ตอนนี้แค่เขาออกคำสั่ง ฟ่านเสวี่ยหลีก็จะตายอย่างไม่เหลือซาก!

            เมื่อคนตระกูลเนี่ยอื่นๆ ได้ยินเช่นนี้ก็ตกตะลึง พวกเขาคาดไม่ถึงว่าฟ่านเสวี่ยหลีจะเป็นถึงนักปรุงยาระดับสูง

            หากอยู่ในสถานการณ์ปกติ พวกเขาคงจะเข้าประจบประแจงแล้วแต่ตอนนี้พวกเขาขี่หลังเสือแล้วลงยาก และเพื่อความอยู่รอดนั้น พวกเขาก็ไม่สนอะไรทั้งสิ้น

            ดังนั้นสายตาของพวกเขาในตอนนี้จึงแฝงด้วยเจตนาร้าย

            “พวกเจ้าคิดว่าแค่ฝ่ายตนคนเยอะแล้วจะทำอะไรก็ได้หรือ”ฟ่านเสวี่ยหลียิ้มเล็กน้อย ไม่ต้องพูดถึงผู้คนตรงหน้าที่ไร้ซึ่งตบะต่อให้อีกฝ่ายมีตบะครบถ้วนก็ไม่อาจต้านทานราชาบัลลังก์ทมิฬ

            “สุราคำนับมีไม่ดื่มกลับชอบดื่มสุราลงทัณฑ์สินะ” เนี่ยมู่พูดอย่างเย้ยหยัน “เจ้ารู้หรือไม่ว่าตระกูลเนี่ยของข้ายิ่งใหญ่เพียงใด ในอดีตบรรพบุรุษของข้าเป็นอาจารย์ปรุงยาถึงสามท่านชื่อเสียงลือลั่นไปทั่วหล้า! พวกข้าใช้แผนที่ขุมทรัพย์ของตระกูลเนี่ยจนมาถึงที่แห่งนี้ได้ในที่สุดและข้าได้อาศัยลมปราณในที่แห่งนี้บรรลุเป็นนักปรุงยาระดับสูงแล้วอีกทั้งยังมีโอกาสก้าวขึ้นสู่อาจารย์ปรุงยา ขอเพียงข้าออกจากที่แห่งนี้ได้ สถานะของตระกูลเนี่ยก็จะสูงขึ้นการเสียสละเล็กน้อยในตอนนี้จะเป็นอะไรไป”

            เมื่อเนี่ยมู่พูดถึงตรงนี้ก็มองฟ่านเสวี่ยหลีด้วยสายตาเหยียดหยาม“มนุษย์ด้วยกันไม่มีศัตรูชั่วนิรันดร์ หากวันนี้เจ้าโน้มน้าวเนี่ยชิวอวี่ได อนาคตข้าจะมอบมรดกบรรพบุรุษตระกูลเนี่ยให้เจ้าเช่นเดียวกันทำให้เจ้ามีโอกาสเป็นอาจารย์ปรุงยาที่ทุกคนต่างใฝ่ฝัน!”

            เขาเชื่อว่าการหลอกล่อฟ่านเสวี่ยหลีด้วยชีวิตและสถานะอาจารย์ปรุงยาฟ่านเสวี่ยหลีจะต้องยอมจำนนแน่นอน ท้ายที่สุดความรักย่อมมีจุดสิ้นสุดเมื่ออยู่ต่อหน้าอนาคตที่สดใสยิ่งกว่าย่อมต้องยอมจำนน

            ขอเพียงผ่านด่านนี้ไปได้ ถึงเวลานั้นการจะลอบสังหารฟ่านเสวี่ยหลีก็เป็นเรื่องที่แสนง่ายดาย

            เมื่อผู้ตระกูลเนี่ยอื่นๆเห็นเช่นนี้ก็รู้สึกได้ใจ พวกเขาได้รับผลประโยชน์มากมายจากการเดินทางครั้งนี้ ทักษะการปรุงยายกระดับขึ้นมากขอเพียงหนีรอดจากที่แห่งนี้ก็จะยิ่งใหญ่และอิสระ อนาคตจะมีใครสามารถขวางตระกูลเนี่ยได้อีกเล่า

            พวกเขามองฟ่านเสวี่ยหลีอย่างเย้ยหยัน พวกเขาเชื่อว่าเมื่ออยู่ภายใต้สิ่งล่อใจเหล่านี้เขาจะต้องคุกเข่าประจบพวกตนและเชื่อฟังคำสั่งอย่างว่าง่ายเฉกเช่นสุนัขตัวหนึ่ง!

            เมื่อเทียบกับอนาคตอันรุ่งโรจน์แล้ว สตรีนางหนึ่งจะเทียบอะไรได้

            ในขณะเดียวกันพวกเขาก็หันมองเนี่ยชิวอวี่ ความเห็นใจที่หลงเหลืออยู่เพียงเล็กน้อยก็ถูกครอบงำด้วยความโลภเมื่อตระกูลเนี่ยกลับมารุ่งโรจน์อีกครั้ง พวกเขาจะไม่ได้หญิงสาวที่ตนต้องการได้อย่างไร

            ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวจะทำให้เผ่ามนุษย์เงือกตื่นตัวตอนนี้พวกเขาคงกระโจนเข้าไปมัดตัวเนี่ยชิวอวี่และฟ่านเสวี่ยหลีแล้ว

            ตอนนี้ราชาบัลลังก์ทมิฬเกร็งร่าง จิตสังหารพลุ่งพล่านถึงขีดสุดขอเพียงคนเหล่านี้พุ่งเข้ามา เขาก็จะสังหารคนเหล่านี้ในทันที แต่เขาก็ส่ายหน้าอยู่ในใจคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะใช้สถานะอาจารย์ปรุงยาหลอกล่อฟ่านเสวี่ยหลี ช่างน่าขันสิ้นดีหารู้ไม่ว่าฟ่านเสวี่ยหลีเป็นอาจารย์ปรุงยาตั้งนานแล้ว

            ฟ่านเสวี่ยหลียิ้มอย่างเฉยเมยโดยไม่สนใจคนตระกูลเนี่ยกลับส่งยิ้มเล็กน้อยให้เนี่ยชิวอวี่แล้วพูดว่า “การที่เจ้าตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลเนี่ยถือเป็นการตัดสินใจที่ฉลาดที่สุดในชีวิตของเจ้าแล้ว”จากนั้นเขาก็สื่อจิตถึงราชาบัลลังก์ทมิฬว่า “จับตัวเนี่ยมู่!”

            จับโจรต้องจับหัวหน้าก่อน ในเมื่ออีกฝ่ายดูถูกเขาเช่นนี้เขาจึงถือโอกาสจัดการอีกฝ่ายซะและจะได้ไม่ทำให้เผ่ามนุษย์เงือกที่อยู่ด้านนอกตื่นตัวด้วย

            ลมปราณของราชาบัลลังก์ทมิฬหมุนวน ไอสังหารแผดออกราวกับมังกรทะยานพลางพุ่งเข้าหาเนี่ยมู่

            ราชาบัลลังก์ทมิฬมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าสามารถจับตัวเนี่ยมู่ได้อย่างง่ายดายภายใต้การโจมตีนี้