วันนี้ อำนาจในทางทหารของ จักรพรรดิเซี่ยเสียนถูกทำลายไปเสียสิ้น กลายเป็นจักรพรรดิไร้ซึ่งอำนาจทางการทหาร มีแต่อำนาจเหนือดินแดน และเมืองตอนเหนืออีก เพียง 20 เมืองเท่านั้น และยังมีเมืองที่ยังเหลือเจ้าเมืองมีชีวิต ที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย อีก เพียงสิบเมือง จักรพรรดิเรียก เจ้าสำนักยุทธ์ อันดับ 1-4 เพื่อเตรียมตัวโจมตี เฉินเสี่ยวเทียนอีกครั้ง โดยเรียกใช้ พวกใช้เหล่าจอมยุทธ์ ที่อยู่บนดินแดน พิภพที่ 7 แห่งนี้
คราวนี้เจ้าเมืองอีก สิบเมืองต่างก็หนาวๆ ร้อนๆ เพราะขนาด กองทัพทั้งสี่ภาคล้วนตายเกลี้ยง แล้วบัดนี้ แม้แต่จักรพรรดิเซี่ยเสียน ยังไม่สามารถหยุดเฉินเสี่ยวเทียนได้ ทั้งหมดตัดสินใจเข้าไป ยอมรับทำตามที่เสี่ยวเทียนกำหนด ออกคำสั่งเลิกทาส
ไม่มีทาสอีกต่อ ไป หากจะแรงงานก็ต้องจ้างตามกฏหมาย สุดท้าย เมืองแดนใต้ทั้งสามสิบเมือง ยุบรวมเหลือเพียง 16 เมืองเท่านั้น
เมืองแดนใต้กลายเป็นเมืองที่มีความสงบสุข ไม่มีใครหรือผู้ใดกล้าฝ่าฝืนกฏหมายโดยเฉพาะทหาร และ ขุนนาง เพราะจะถูกทำโทษ มากกว่า ชาวบ้านถึงสองเท่า และที่สำคัญ ถ้าผิดจริง จะต้องถูกยึดทรัพย์อีกด้วย
ฝ่ายเมืองหลวง จักรพรรดิเซี่ยเสียน ก็รีบสั่งให้สำนักยุทธ์ ทั้งหลายที่เมืองหลวง
ไปลอบจัดการกับเสี่ยวเทียน โดยมีตัวแทน สำนักยุทธ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของดินแดนพิภพชั้นที่ 7 ทั้งสี่สำนักมีพลังขั้น เซียนสวรรค์ระดับสูงสุด ทั้งสี่คน
มีนักพรตลู่ฉาน ฉายา เซียนขลุ่ยปีศาจ ลี้ซาน เซียนมีดบินปลิดวิญญาณ
หยางลู่ เซียนทวนฟ้าทมิฬ และ เฒ่าม่อโจว เซียนหมื่นพิษ
เสี่ยวเทียนนั่งสมาธิอยู่ในจวนเจ้าเมือง ที่แยกออกมาอย่างเงียบสงบ
“ อาจารย์สงสัยข้าจะรับมือ สี่ คนนี้ คนเดียวไม่ไหวแน่?”
“ ก็แค่เซียนสวรรค์สี่คน เจ้าใช้กระบี่เซียนมายาเงาพิฆาตจัดการพวกมัน ไม่น่ามีปัญหา”
“ จริงซิ ข้าลืมไปเลย” ท่าร่างของกระบี่เซียนมายาเงาพิฆาตนั้น สามารถแยกร่างออกได้หลายๆ คน
เสี่ยวเทียนออกไปเผชิญหน้า กับ คนทั้งสี่ ที่มายืนรออยู่บนท้องฟ้า เช่นกัน
“ เจ้าหนุ่ม น่าเสียดาย ด้วยวัยเพียงแค่นี้ อนาคตยังอีกไกล มัวแต่คิดเรื่องปฏิรูป
ไม่รู้เลยรึว่าที่นี่เป็นแผ่นดินของใคร?” นักรพรตลู่ฉานเห็นหน้าเสี่ยวเทียนยังเด็กก็เลยเสียดายเห็นว่าเสี่ยวเทียนนั้น ยังเด็กเกินไป
“ ไปพูดกับมันทำไม แค่เด็กคนหนึ่ง ข้าจะจัดการกับมันเอง จะได้รีบกลับไปรายงาน กับองค์จักรพรรดิ” ลี้ซานกระตุกมือ มีมีดเล็ก ไหล่จากชายเสื้อลงมาจากมือ แล้วเหวี่ยงไปที่เสี่ยวเทียน
“ มีดบินปลิดวัญญาณ”
ลี้ซานส่งเสียงออกมา เสียวเทียนขยับมือ กระบี่อัศนีตวัดมีดบินออกไป กลับมีเงามีดบินพุ่งใส่เสี่ยวเทียนอีกเป็นจำนวนมาก
“ กระบี่เซียนมายาสังหาร”
เงากระบี่มากมาย ทำลายเงามีดนับร้อยที่บินเข้ามา จนเกินประกายวิบวับ ไปทั่ว
จากนั้น เงากระบี่ยังพุ่งตรงไปยัง ร่างของลี้ซาน ที่รีบหายตัววับ หลบออกไป
ฉัวะ ! ร่างของลี้ซานหัวขาดกลิ้งหลุนๆ ลงไปกองกับพื้น สามคนที่มาด้วยกันมองอย่างตื่นตะลึง เสี่ยวเทียนสัมผัสได้ ว่าลี้ซาน จะหลบมาทางนี้ ก็เลยมาดักรอ !
ทั้งสามคนพุ่งตัวล้อมเสี่ยวเทียน
นักพรตลู่ฉาน เป่าขลุ่ยปีศาจเข้าใส่เสี่ยวเทียน
หยางลู่ ใช้ทวนทมิฬ แทงเข้าใส่ เงาทวนพุ่งออกมานับสิบเล่ม
เฒ่าม่อโจว เซียนหมื่นพิษ ปล่อยฝ่ามือพิษเข้าใส่ กลายเป็นเงาสีเขียว พุ่งเป็นสายออกมาล้อมเสี่ยวเทียน
แต่ว่าทั้งสามคน ต่างตกใจ เพราะร่างเสี่ยวเทียนแยกออกเป็นสามร่าง รอพวกเขาอยู่ด้านหลัง แล้วฟันคอทั้งสามคนพร้อมกัน ฉัวะ ! ฉัวะ ! ฉัวะ !
หัวทั้งสามคน กระเด็นร่วงไปกับพื้น ตายกันไปอย่างง่ายดาย
“ อาจารย์ พวกเราจะไปหาหยกมังกรฟ้าชิ้นที่เจ็ดได้หรือยัง?”
“ หากว่าเจ้าไป ทางนี้โดนจักรพรรดิเซิ่ยเสียน เล่นง่านแน่ ไปเมืองหลวง จัดการให้มันจบๆ ไปเลย หยกมังกรฟ้าอยู่อีกมิติหนึ่งบนท้องฟ้า เหนือเมืองหลวงเซี่ย”
“ถ้าเช่นนั้นเราก็ไปกันเลย”
เสี่ยวเทียน ก่อนไปก็สั่งเจ้าเมืองฉี เอาไว้
“ ข้าต้องไปพบกับจักรพรรดิเซี่ยเสียน เพื่อจัดการเรื่องนี้ให้จบ คงต้องลาก่อน”
เสี่ยวเทียนเอ่ยลาทันที
“ เดี๋ยวก่อน มีสิ่งหนึ่งที่เจ้าควรรู้ จักรพรรดิเซี่ยเสียน นั้นมีของวิเศษอยู่ชิ้นหนึ่ง เรียกว่า หยกดูดพลังเซียน เวลาเจ้าต่อสู้กับเขาเมื่อไร พลังเซียนของเจ้าจะหายไปครึ่งหนึ่ง จะเข้าไปอยู่ในร่างของจักรพรรดิเซี่ยทันที เจ้าต้องระวังตัวเอาไว้ด้วย”
ก่อนไปเสี่ยวเทียนมอบสมบัติทั้งหมดที่แย่งชิงมาจากเจ้าเมืองและขุนนาง 14 เมือง ให้กับเจ้าเมืองฉีทั้งหมด เพื่อคืนกลับให้ประชาชนที่เดือดร้อน เสี่ยวเทียนมอบให้อย่างแสนเสียดาย เพราะว่าเป็นคำสั่งของอาจารย์ลู่เอิน เลยต้องจำใจคืน
จากนั้นเสี่ยวเทียนก็เดินทางเข้าเมืองหลวงของราชวงศ์เซี่ย ที่มีชื่อว่า เมืองฉีเซี่ย
บรรยากาศในเมือง ในขณะนี้ล้วนมีการกล่าวขวัญถึงราชวงศ์เซี่ย ต้องสูญเสียทหารไปถึง สี่หมื่นคน พร้อมแม่ทัพทั้งสี่ และเมืองบริวาร ทั้งสามสิบเมือง ถูกทำลายไป14 เมือง อีก 16 เมืองก็เกิดแข็งข้อขึ้น แต่น่าแปลก ที่ชาวบ้านกลับไปไม่กลัวว่า เฉินเสี่ยวเทียน จะมาเมืองหลวง เพื่อสังหารองค์จักรพรรดิ เพราะพวกเขามั่นใจว่า
ไม่ว่าอย่างไร เสี่ยวเทียน ก็ไม่สามารถเอาชนะ จักรพรรดิเซี่ยเสียนได้ อาจะเป็นเพราะเชื่อมั่นใน ฝีมือของจักรพรรดิเซี่ยเสียนมาก
เสี่ยวเทียนนั่งอยู่ในโรงเตี๊ยมในเมืองหลวง ได้นั่งฟังคนคุยกัน ถึงเรื่องตนเอง และเรื่องทาสที่อยู่ในเมืองหลวง กับ เมืองบริวารอีก 20 เมืองตอนเหนือ พวกเขาหลายคนมีความคิดเห็นคล้ายกันว่า คนที่เคยแต่ถูกใช้งานและเป็นทาส ของ 16 เมืองนั้นต่อให้เลิกเป็นทาส สุดท้าย ก็หากินกันไม่เป็น ต้องมาเป็นคนรับใช้ในบ้านของเจ้านายเหมือนเดิม เพราะว่า ตั้งแต่เกิดมาพวกเขาไม่เคยทำมาหากินอะไรเลย
“ นั่นเป็นแค่บางคนเท่านั้นที่คิดกลับไปเป็นทาสอีก แต่ก็มีคนอีกมากที่ไม่อยากเป็นทาส เหมือนพ่อกับแม่ของพวกเขา” เด็กสาวผู้หนึ่งนังฟังอยู่โต๊ะด้านข้างเอ่ยขึ้นมาหลังจากที่ได้ยิน ทั้งหมดได้คุยกัน
ชายหลายคนหันมามองเด็กสาวคนนั้น มีคนหนึ่งเอ่ยถามว่า
“ นังหนู เจ้าจะไปรู้ดี ไปกว่าคนพวกนั้นได้อย่างไร?”
เด็กสาวไม่ตอบ วางเงินค่าอาหารเสร็จ ก็เดินออกจากร้านไป
เสี่ยวเทียนมองผ่านหมวก ที่ผ้ามาปิด เห็นที่หน้าผากของเด็กสาวคนนั้น มีตัวหน้งสือ สักเอาไว้ที่กลางหน้าผาก
“ตราประทับทาส? มีคนถูกสักตราประทับทาสไว้ที่หน้าผากเช่นนี้ด้วยหรือเนี่ย ท่านอาจารย์” เสี่ยวเทียนสงสัย
“ อืม ตามปกติเดี๋ยวนี้ ผู้คนไม่นิยมสักตราประทับทาส เอาไว้ ยกเว้นว่า เป็นทาสที่เกิดจากการล่าสัตว์อสูรหรือเชลยสงคราม เท่านั้น”
“ ดินแดนพิภพชั้น 7 นี้ มีสงครามกับ ดินแดนอื่นด้วยหรือ?”
“ เด็กสาวคนนี้ไม่ธรรมาดา เจ้ารีบไปช่วยรักษาตราประทับทาส ให้กับนางก่อน ตราประทับนี้เป็นคำสาป ทาสผู้นั้น ไม่สามารถ หลีกหนีไปได้ หากคนที่ตีตราประทับล่วงรู้ อาจส่งจิตสั่งการออกไป ทาสผู้นั้นก็จะหัวระเบิดตายในทันที”
“ แล้วข้าจะลบรอยประทับทาสนั้นได้ด้วยรึ?”
“ คำสาปพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ เจ้ายังถอนมาแล้ว เจ้าสามารถใช้ไข่มุกจันทรา สร้างแสงจันทรา คลายคำสาป หรือ สามารถใช้น้ำในจอกศักดิ์สิทธิ์ กับเวทมนตร์ศาสตร์มืด ถอนคำสาปก็ได้”
เสี่ยวเทียนพยักหน้าเข้าใจ เลยเดินออกไปตามเด็กสาวคนนั้นทันที
พอตามออกมาไม่นาน ก็พบว่า เด็กสาวกำลังถูกชายนับสิบคนมีพลังยุทธ์ขั้นเซียนฟ้าทั้งหมด คอยดักเอาไว้ด้วยค่ายกลตาข่ายฟ้า ทำให้ไม่สามารถหนีไปไหนได้ เด็กสาวพยายามจะ ดิ้นรนสุดชีวิต แต่ไม่นานก็ถูกจี้จุด ไม่สามารถขยับตัวได้ เสี่ยวเทียนเห็นเช่นนั้น
ก็ใช้พลังเซียนดึงร่างของ เด็กสาวผู้นี้กลับมา ด้วยความเร็วของการดึง ทำให้หมวดที่อำพรางใบหน้าถึงกับหลุดออก ผมยาวสลวยของเด็กสาวสยายหลุดออกมาเผยให้เห็นใบหน้าชัดๆ เสี่ยวเทียนดึงนางมาไว้ในอ้อมอก สูดผิวกายอันหอมละมุน ทำให้รู้สึก ชื่นใจอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งมองใบหน้าของนางอย่างลึกซึ้งด้วยแล้ว วาวาที่ว่างามล้ำแล้ว หันมามองเด็กสาวคนนี้ ก็ต้องยอมรับเลยว่า งามล้ำไม่แพ้กันเลย
“ ไอ้หนุ่ม เจ้ากล้าแย่งชิงคน ของ เผ่าปีกสวรรค์เชียวรึ?”
“ ปีกสวรรค์? ข้าจะเพิ่งจะเคยได้ยินนี่แหละ”
“ บังอาจ ! ตายเสียเถอะ” ชายคนที่เป็นผู้นำ พุ่งมือออกมาแล้วมีกระบี่เล่มยาวสีขาว พุ่งออกมา อย่างรวดเร็ว เสี่ยวเทียนยิงดัชนีเหมันต์เข้าใส่ เปรี้ยง ! ร่างของชายที่พุ่งมากลายเป็นหุ่นน้ำแข็ง ค้างอยู่ตรงนั้นทันที
หญิงสาวหันมาสบตา กับเสี่ยวเทียนด้วยความตกตะลึง อีกเก้าคนถึงกับนิ่งงันไม่มีใครกล้าเข้ามาโจมตีอีก ทั้งเก้าคนเข้ามาจับร่างหัวหน้าที่กลายเป็นน้ำแข็ง แล้วพากันออกไปจากที่นี่
โดยที่แต่ละคน มีปีกสีขาว โผล่ออกมาจากทางด้านหลัง แล้วพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วหายวับไปในทันที
“ ปล่อยข้าได้หรือยัง” เด็กสาวที่อยู่ในอ้อมกอดของเสี่ยวเทียนนั้น เริ่มพูดออกมาทั้งที่ตนเองยังขยับตัวไม่ได้เลย
“ โอ้ ขออภัย” เสี่ยวเทียนปล่อยนางออกแล้วช่วยคลายจุดให้ทันที
“ ขอบคุณ คุณชาย” หญิงสาวรีบนำหมวก
“ เจ้าเป็นใคร พวกมีปีกนั่นทำไมต้องจับตัวเจ้า?”
“ ข้าชื่อ หยุนซิน พวกมันเป็นชนชั้นสูง ของเผ่าปีกสวรรค์ ข้าเป็นทาสที่หนีมา”
“ เจ้าไม่รู้หรือว่า ตราประทับทาสที่พวกมันประทับเอาไว้ พวกมันสามารถสั่งระเบิดหัวเจ้าได้เลยนะ” เสี่ยวเทียนเอ่ยด้วยความสงสัย
“ ข้าไม่กลัว ข้ายอมตาย ดีกว่าตกเป็นนางบำเรอของมัน”
“ เฮ้อ แล้วเจ้าคิดจะทำอะไรต่อไป?”
“ ข้าต้องไปเมืองฉี ไปพบคนผู้หนึ่ง คุณชายรู้จักเมืองฉีไหม ?”
“ เจ้าจะไปหาใครที่นั่น?”
“ จอมยุทธ์เฉินเสี่ยวเทียน”
“ หา ! เจ้ารู้จักเขาด้วยหรือ และจะไปหาเขาเพื่ออะไร?”
“ ข้าไม่รู้จักเขา ข้าจะขอร้องให้เขา ไปช่วยชนเผ่าของข้า ให้รอดพ้นจากความเป็นทาส”
หยุนซิน เอ่ยออกมาด้วยสายตามุ่งมันแรงกล้า เสี่ยวเทียนมองแล้วอดชื่นชมไม่ได้
“ เปิดหมวกเจ้าออกซะ”
“ ท่านจะทำอะไร?”
“ ข้าจะช่วยถอนตราประทับทาสให้เจ้า”
“ อย่าเลย ท่านทำไม่ได้หรอก ตราประทับทาสนี้ ถูกทำขึ้นมาจาก ท่านราชครูหานจิ้ง จอมเวทย์อันดับหนึ่ง ของเผ่าปีกสวรรค์ ในโลกนี้ไม่มีใครถอนตราประทับทาสนี้ได้ นอกจากเขาแต่เพียงผู้เดียว” หยุนซินกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
“ ไม่ลองแล้วจะรู้ได้อย่างไร ให้ข้าลองก่อน แล้วข้าจะพาเจ้าไปพบคนที่เจ้าตามหาดีไหม”
“ จริงนะ”
“อืม”
แล้วหยุนซินก็ค่อยๆ เปิดหมวกออกมา เสี่ยวเทียนค่อย ๆ เปิดเส้นผมที่นำมาปกปิด ตราประทับทาส
ใบหน้าหยุนซินแดงขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะนี่เป็นครั้งแรกของนาง ที่ได้ใกล้ชิดกับชายหนุ่ม ระยะใกล้ขนาดนี้ พอเสี่ยวเทียนทำการสัมผัสเส้นผม เพื่อเปิดหน้า หยุนซินถึงกับตัวสั่นหลับตา ไม่กล้าแม้กระทั่งสบตากับเสี่ยวเทียน
เสี่ยวเทียนหยิบจอกไม้เก่า ออกมา แล้วใช้นิ้วชี้จุ่มน้ำ แล้วไปเช็ดที่หน้าผากของ
หยุนซิน ร่างของหยุนซินเกิดอาการสั่นเทาขึ้นมา เสี่ยวเทียนร่างเวทย์จากศาสตร์มืด
เพื่อถอนคำสาปทันที รอยตราประทับที่หน้าของหยุนซิน ก็ค่อย ๆ หายไปทีละนิด ๆ จนไม่มีเหลืออีกเลย
“ เสร็จแล้ว ลืมตาได้”
หยุนซินใช้มือลูกหน้าผากตนเอง แล้วรีบนำแผ่นโลหะคล้ายกระจก ออกมาดู
พบว่า ตราประทับทาสหายไปแล้วจริงๆ จึงตกใจและดีใจเป็นอย่างมาก ก้มคุกเข่าขอบคุณเสี่ยวเทียนทันที
“ เอาละ ไม่ต้องขอบคุณแล้ว เจ้ารอข้าอีกสองวัน ให้ข้าจัดการกับ จักรพรรดิเซี่ยเสียนให้เรียบร้อยก่อน แล้วข้าจะไปช่วยชนเผ่าของเจ้า ให้หลุดพ้นจากการเป็นทาสเอง”
“ เรื่องนี้ข้าซาบซึ้งใจนัก แต่ว่าพวกมันมีฝีมือกล้าแข็ง คุณชายเพียงคนเดียวข้าเกรงว่า...” หยุนซินเป็นห่วงว่า เสี่ยวเทียนจะเป็นอันตราย
“ เจ้ากลัวว่าข้า จะสู้พวกมันไม่ได้รึ?”
“ ใช่ท่านยังเด็กนัก ข้าว่า ไปขอความช่วยเหลือ จากจอมยุทธ์เฉินเสี่ยวเทียนดีกว่า”
“ ข้าบอกว่า หากข้าช่วยเจ้าเสร็จ ข้าจะพาเจ้าไปหา เฉินเสี่ยวเทียน และตอนนี้
เขาก็ยืนอยู่ต่อหน้าเจ้านี่แล้ว” เสี่ยวเทียนยืดอกเล็กน้อย หยุนซินขำพรึดออกมา
จนต้องนำมือมาป้องปากตนเองเอาไว้
“ คุณชายข้าขอบคุณที่ท่านได้ช่วยข้าเอาไว้ แต่เรื่องนี้สำคัญต่อชีวิตของชนเผ่าข้า
ไม่อาจล้อเล่นได้ ท่านช่วยพาข้าไปพบจอมยุทธ์เฉินเสี่ยวเทียนด้วยเถิด”
คราวนี้ถึงเวลาที่เสี่ยวเทียนนิ่งขรึม ขึ้นมา นี่นางคิดว่าเราพูดเล่นได้ยังไงฟะ !
เสี่ยวเทียนจับใบหน้าตัวเอง ไม่เหมือนเสี่ยวเทียนตรงไหน
“ ข้าไม่ได้โกหกเจ้า ข้าคือเฉินเสี่ยวเทียนจริงๆ”
“ ชาวบ้านบอกว่า จอมยุทธ์เฉินเสี่ยวเทียน อายุราว ห้าสิบปี ผมสีเงิน มีพลังเทพอัสนีสายฟ้า สามารถควบคุม สภาพดินฟ้า อากาศได้ ท่านเป็นเด็กน้อยรุ่นเดียวกับข้า จะเป็นจอมยุทธ์ผู้ทำลายกองทัพนับหมื่น ด้วยตัวคนเดียวได้อย่างไร?”
อายุ ห้าสิบปีเชียวรึ? ชาวบ้าน ก็ลือกันไปได้ เสี่ยวเทียนส่ายหัว แล้วมือซ้ายโอบเอวของหยุนซิน แล้วพาลอยขึ้นไปบนฟ้า บนนภา แล้ว สะบัดมือขวาขึ้น มีประกายอัสนีปรากฏในมือ แล้วปล่อยขึ้นไปบนท้องฟ้า สายอัสนีเส้นใหญ่นี้ กลับยิงไปบนท้องฟ้า แทนที่จะตกจากท้องฟ้า มาที่พื้นดิน
“ เชื่อหรือยัง”
หยุนซินเห็นมนุษย์ผู้หนึ่งสร้างเส้นอัสนีเส้นใหญ่ขนาดนี้ แล้วยิงไปบนท้องฟ้าแบบนี้ ถึงกับอ้าปากตาค้าง หันมามองหน้าเสี่ยวเทียน ที่อยู่ห่างไม่ถึงคืบ หน้าแดงใจสั่น ตื่นเต้น ดีใจสุดเปรียบปาน
“ ท่านคือ จอมยุทธ์เฉินเสี่ยวเทียน จริงๆ?”....