“ อย่างที่ผมได้ประกาศไปก่อนหน้า มีคนบางกลุ่ม ในที่นี้ผมจะขอเรียกพวกเขาว่าผู้ก่อการร้ายก็แล้วกัน ผู้ก่อการร้ายกลุ่มนี้พวกมันได้นำเชื้อไวรัสไปปล่อยในเมือง X ตอนนี้อาจจะแพร่กระจายไปยังเมืองข้างเคียงแล้ว ที่ผมนัดทุกคนมาในวันนี้ก็เพื่อหาทางรับมือกับมัน ”
เสียงพูดของประธานาธิบดีกระจายไปทั่วห้อง เหล่าผู้คนสวมใส่สูทสีดำและชุดทหารลายพรางต่างขมวดคิ้วเมื่อได้รับข่าวที่น่าตกใจเกี่ยวกับการแพร่เชื้อของไวรัสที่ยังไม่ทราบชื่อ ทันใดนั้นกลางห้องก็มีวีดีโอเปิดให้ทุกคนเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเมือง X ภาพเมืองที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวากลายเป็นเมืองซอมบี้
“ นี่มันเรื่องบ้าอะไร คุณไม่ได้โกหกเราใช่ไหม ” หนึ่งในนายพลยศใหญ่พูดด้วยใบหน้าแตกตื่น เขาไม่เคยเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน ประธานาธิบดีที่เห็นทุกคนแตกตื่นเขาจึงเรียกสติทุกคนให้กลับมา ตอนนี้จำเป็นต้องประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่ออพยพผู้คนเข้าไปในที่ปลอดภัย พร้อมกับให้ทางกองทัพช่วยส่งเครื่องบินเข้าไปสำรวจเพราะเมือง X ไม่สามารถส่งสัญญาณติดต่อเข้าไปได้
ในขณะที่การประชุมในทำเนียบดำเนินต่อไป ด้านหน้าทำเนียบกลับมีรถตู้สีดำคันหนึ่งจอดทิ้งเอาไว้ กระจกทั้ง 4 บานของมันเปิดอ้าออกจนทำให้ได้ยินเสียงลมรั่วมาจากด้านใน โดยสิ่งที่รั่วไหลไม่ใช่ลมแต่เป็นเชื้อที่กระจายไปรอบๆ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาจนถึงเที่ยงวัน ผู้คนมากมายที่เดินเข้าไปในทำเนียบเพื่อประชุมต่างก็เดินมาขึ้นรถหน้าทางออก แต่ก่อนจะขึ้นรถพวกเขากลับต้องผ่านผู้สื่อข่าวมากหน้าหลายตาที่รอฟังคำแถลงการณ์ของประธานาธิบดีที่เรียกให้พวกเขาเดินทางมา โดยหารู้ไม่ว่าบนร่างของพวกเขาสูดดมเชื้อที่ทำให้กลายเป็นซอมบี้เข้าสู่ร่างกายไปแล้ว อีกไม่นานมันจะแพร่เชื้อเข้าไปทุกหน่วยงาน
------------------------------------- --------------------
“ หนูไม่เห็นใครเลยพี่ ไปเลย”
โยฮันปีนออกมาจากทางหน้าต่างพลางกวาดตามองออกไปรอบๆ ดินที่เขาขุดขึ้นมาเพื่อทำห้องลับไม่สามารถทิ้งเอาไว้ในบ้านได้เพราะมันจะทำให้คนที่ปีนกำแพงเข้ามาเกิดความสงสัยจนอาจจะมีคนรู้ว่าพวกเขาขุดดินภายในบ้าน ดินทั้งหมดจึงถูกยัดใส่กระเป๋าเพื่อนำไปทิ้งตึกฝั่งตรงข้าม ด้วยการขุดดินแล้วนำดินใส่กระเป๋าซ้ำๆตั้งแต่เช้าจนถึงบ่ายแก่ๆอีกไม่นานจะค่ำ ห้องที่มีขนาดความกว้าง 3 เมตรก็เสร็จสิ้นแล้ว เหลือแค่นำดินออกไปทิ้งเป็นครั้งสุดท้ายการสร้างห้องใต้ดินก็เป็นอันเสร็จ
หลังจากปีนขึ้นมาบนกำแพงแล้วกวาดตามองรอบข้างอีกที โยฮันไม่เห็นใครมองดูเขาจึงรีบไปยังตึกอีกฝั่งแล้วเทดินออกมาจากกระเป๋าจากนั้นก็วิ่งกลับมา ในจังหวะที่เขาปีนขึ้นกำแพงโยฮันกลับทิ้งตัวลงไปนอนบนพื้นอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินเสียงปืนดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
เสียงปืนเงียบหาย โยฮันเริ่มรู้สึกเป็นกังวล วันนี้นับว่าเป็นวันที่แปลกมากเพราะเขาเริ่มได้ยินเสียงยิงปืนตั้งแต่เที่ยงวัน เสียงปืนที่ดังขึ้นเป็นระลอกเริ่มดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนเขาวิตกกลัวว่าจะมีคนกลุ่มใหญ่วิ่งผ่านมาทางนี้
“ พี่หาทิศทางของเสียงได้หรือเปล่า ”
แอลลี่ถามพี่ชายที่กลับเข้ามาในบ้าน พี่ของเธอจึงชี้ไปยังทิศใต้ เขาไม่รู้ระยะทางที่แน่นอน แต่เสียงปืนดังมาจากทิศนั้น ซึ่งมันเข้ามาใกล้บ้านของเธอเรื่อยๆ แอลลี่จึงต้องทำอาหารเผื่อเอาไว้ก่อน หากมีคนเข้ามาใกล้ถ้าเธอทำอาหารคนเหล่านั้นจะได้กลิ่น
ปังปัง!
เสียงปืนดังขึ้นอีกระลอกหนึ่ง โยฮันจึงขึ้นไปบนชั้นสองแล้วมองผ่านรูเผื่อจะเจอเจ้าของเสียง เพียงแต่ว่าปืนที่กำลังดังกลับมีเสียงระเบิดแทรกเข้ามา เขาไม่รู้ว่ามีสิ่งใดระเบิดแต่มันจะต้องเป็นการปะทะที่หนักหน่วงอย่างแน่นอน
“แอลลี่รีบเร่งมือ พวกเขาอาจจะมาถึงที่นี่ในช่วงค่ำ ”
“ หนูทำเผื่อมื้อเช้าเอาไว้แล้ว อีกเดี๋ยวจะเสร็จ ”
แอลลี่เร่งมือ เธอพยายามเทอาหารลงไปในกล่องเพื่อเก็บไม่ให้กลิ่นกระจายออกไปด้านนอก ต่อให้จะมีกลิ่นการทำอาหารมันกลับถูกเครื่องกรองอากาศที่พึ่งเปิดดักจับกลิ่นได้เกือบหมด ซึ่งเธอไม่สามารถเปิดเครื่องนี้ตลอดเวลาได้เพราะมันเป็นต้นกำเนิดของเสียง จึงเปิดใช้งานแค่ตอนทำอาหารเพื่อลดกลิ่นเพียงเท่านั้น
“ เสร็จแล้วพี่ ”
“ อืม หาที่หลบเลย อาจจะมีกระสุนพุ่งมาทางนี้ ”
แอลลี่พยายามวิ่งเข้าหาผนังแล้วนั่งพิง ในระหว่างนี้เธอก็แกะห่อขนมกินฆ่าเวลา มันไม่ถูกนับว่าเป็นอาหาร ในบัญชีอาหารที่เธอทำไม่มีการลงบันทึกเกี่ยวกับพวกมันเพื่อให้เธอสามารถกินได้เท่าที่ต้องการจนกว่ามันจะหมด แม้ขนมบางอย่างจะนำมาคลุกกับข้าวเพื่อทานได้ อาหารกระป๋องกลับเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเธอจึงแยกพวกมันเอาไว้กินเล่นแทน
“ เสียงเงียบไปแล้ว พี่เห็นคนที่กำลังต่อสู้หรือยัง ”
โยฮันส่ายหน้า เขามองไม่เห็นมนุษย์เลยสักคน สิ่งที่มองเห็นมีเพียงควันไฟจากทางทิศใต้ห่างออกไปราว 2 - 3 กิโลเมตร เขาคิดว่าควันที่กำลังลอยขึ้นไปบนฟ้าสูง อาจจะเป็นควันที่เกิดจากการเผาไหม้ของรถยนต์ เสียงระเบิดเมื่อครู่คงเป็นการทำให้ถังน้ำมันภายในรถระเบิด
“ 17.00 น. แล้วค่ะ ”
แอลลี่บอกเวลาพี่ชาย จากนั้นเธอก็ค่อยๆทิ้งตัวนอนเพราะอาจจะต้องอยู่เวรในช่วงดึก โยฮันกลับคิดว่าคืนนี้เขาจะไม่เดินทางออกไปไหนเพราะกลัวกลุ่มที่มาพร้อมกับเสียงปืน เขากลัวว่าคนเหล่านี้จะเดินทางมาที่บ้านของตนจึงต้องพักอยู่ที่บ้านสักคืน ทันใดนั้นเองเขาก็พบว่าเสียงปืนที่เกิดขึ้นอีกระลอกมุ่งหน้าไปทิศเหนือห่างออกจากบ้านของเขาไปเรื่อยๆ
“ พี่คะ ถ้าเกิดว่าเสียงปืนนี้เป็นของทหารล่ะ ”
โยฮันขมวดคิ้ว เขาวิตกเกี่ยวกับการรวมกลุ่มมากเกินไปจนลืมว่าเสียงปืนที่ได้ยินอาจจะเป็นเสียงปืนของเหล่าทหารที่เข้ามาช่วยเหลือ ทว่าเขากลับแย้งความคิดของน้องสาว หากเป็นทหารจะต้องมีการกราดยิงมากกว่านี้ ทหารไม่ควรจะยิงปืนราวกับว่ากระสุนของพวกเขามีจำกัด นอกจากนั้นแล้วปืนที่ทหารใช้ยังเป็นปืนกล เสียงที่พวกเขาได้ยินมีทั้งปืนพกปืนลูกซอง จึงไม่น่าจะใช่ทหาร เมื่อมองไปยังนาฬิกาพบว่าเป็นช่วง 18.00 น. แล้ว เขาจึงชวนน้องสาวกินข้าวในส่วนของมื้อเย็น วันนี้เขาตัดสินใจว่าจะไม่ออกจากบ้านเพราะยังวิตกกับกลุ่มคนที่กำลังยิงปืน
ปัง!
“ ดูเหมือนว่าการต่อสู้จะไม่จบง่ายๆนะคะ ”
“ คงงั้น ดูท่าพวกเขาคงจะกำลังรับมือกับซอมบี้ แต่จากเสียงการยิงที่ลดจำนวนลง พวกเขาคงได้ที่หลบชั่วคราวแล้ว พรุ่งนี้คงเดินทางต่อ ”
“ พี่คะ เราไปแลกเปลี่ยนข้อมูลกับพวกเขาไหม เผื่อพวกเขาจะมีข้อมูลจากกองทัพหรือรัฐบาล ” แอลลี่กลัวว่าการหลบอยู่ด้วยกันแค่สองพี่น้อง จะทำให้ถูกเมินจากความช่วยเหลือ เธอจึงอยากจะเข้าไปสอบถามข้อมูลจากมนุษย์ที่ยังคงมีชีวิตรอด การที่อีกฝ่ายมีกระสุนปืนที่มากพอจะยิงได้หลายพันนัดอาจจะมีใครติดต่อกับทางกองทัพได้ โยฮันกลับลูบคางคิดตาม ดูเหมือนว่าเขาจะต้องเข้าไปเกี่ยวพันกับผู้คนเช่นเดิม หากต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูล
“ งั้นให้พวกเขาไปไกลกว่านี้ก่อน ฉันจะไล่ตามไปถามแล้วก็หนี ถ้าทำแบบนี้เราน่าจะปลอดภัยจากเรื่องวุ่นวาย ”
“ เอาแบบนั้นก็ได้ ว่าแต่คืนนี้พี่จะไม่ออกไปไหนแล้วใช่ไหม ”
โยฮันพยักหน้าเบาๆ น้องสาวของเขาจึงทิ้งตัวลงนอนข้างๆเมื่อรู้ว่าพี่ชายไม่ได้ออกไปล่าเหมือนเมื่อวาน ของกินสำหรับพวกเขาสองคนมากพอให้อยู่ไปอีกหลายเดือน
นาฬิกาบอกเวลาค่อยๆเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ เสียงปืนเงียบหายไปนานราว 1 ชั่วโมง โยฮันจึงรู้ว่าสิ่งที่ไล่ตามมนุษย์คงจะหยุดเคลื่อนไหวทำให้มีช่วงเวลาให้พักหายใจ เขาจึงปลุกน้องสาวเบาๆเพราะจะไปยังดาดฟ้าตึกข้างๆ เนื่องจากเขาอยากรู้ว่าในคืนวันที่ 4 มีจุดใดบ้างเกิดแสงไฟ
หลังจากปีนหน้าต่างชั้น 2 ออกมาข้างนอกเพราะคิดว่าซอมบี้คงกระโดดเข้าหน้าต่างที่ชั้น 2 ไม่ได้ โยฮันก็เริ่มวิ่งข้ามถนนไปยังตึกที่อยู่อีกฝั่งจากนั้นก็เริ่มปีนขึ้นไปด้านบนด้วยการใช้บันไดหนีไฟจนไปถึงชั้นสุดท้ายที่เขาทำลายบันไดทิ้งไป โยฮันก็ได้ออกแรงกระโดดส่งตัวเองขึ้นไปบนยอดตึกก่อนจะกวาดตามองออกไปรอบๆ
จุดแรกที่เขาสนใจมากที่สุดคือจุดที่มีการปะทะกันเมื่อไม่นานมานี้ เมื่อมองไปทิศทางของเสียง เขามองเห็นแสงไฟสีขาวบนดาดฟ้าตึกสูง 10 ชั้น ดูเหมือนว่ากลุ่มที่ปะทะกับซอมบี้จะปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี เพราะพวกเขามีเครื่องปั่นไฟกำลังให้แสงสว่าง นอกจากจะมีแสงส่องแล้วยังมีควันโขมงที่น่าจะมาจากการทำอาหาร
หลังจากมองดูแสงจากกลุ่มที่ยิงปืนที่น่าจะมีหลายสิบคน เขาได้มองไปยังทิศเหนือที่ไปปล้นร้านสะดวกซื้อมา ตำแหน่งนั้นดูเหมือนจะมีแสงไฟปรากกฎ 2 จุด หนึ่งในนั้นคือจุดที่เขามองเห็นเมื่อวาน
หลังจากกวาดตาไปรอบๆเพื่อหาแสงสว่างว่ามีอีกไหม โยฮันกลับพบเข้ากับบางอย่างสะท้อนแสงไฟจากระยะไกล มันคล้ายกับเลนส์กล้อง ขณะที่เขาพยายามมองจุดที่สะท้อนแสงกลับหายไปอย่างรวดเร็วราวกับเขาตาฝาด
“ ถ้าเป็นคนจริงๆต้องระวังให้มากสินะ ”
ความน่ากลัวของผู้คนในช่วงที่อาหารเหลือน้อยและกำลังจะหมด อาจจะทำให้เกิดการสังหารหมู่เกิดขึ้นเพื่อแย่งอาหาร สำหรับเขากลุ่มที่มีแสงไฟคงจะเป็นกลุ่มที่สามารถพูดคุยได้ แต่สำหรับกลุ่มที่พยายามหลบอยู่ในความมืดเช่นเขา อาจจะไม่ง่ายที่จะคุย เมื่อสำรวจรอบๆแล้วเขาจึงวิ่งกลับเข้าไปในบ้านเพราะไม่มีสิ่งใดให้จับตามองดูอีกต่อไป
“ เป็นยังไงบ้างคะ พวกเขาเดินทางหรือยัง ”
แอลลี่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า คืนนี้เป็นคืนที่เธอหลับเต็มอิ่มเพราะพี่ชายอยู่บ้าน เมื่อมองไปยังนาฬิกาพบว่าอีก 15 นาทีจะถึง 06.00 น. ทว่าฟ้ากลับสว่างแล้ว ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงปืนดังมาจากทิศทางเดิมของเมื่อวาน โดยเสียงที่ดังกำลังไกลออกไปเรื่อยๆดูท่ากลุ่มคนที่พยายามหลบหนีจะพยายามมุ่งหน้าขึ้นเหนือ
“ มีอะไรหรือเปล่า ทำไมพวกเขาไปทิศเหนือล่ะ ”
“ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะพยายามตามแสงไฟไป อย่างที่เคยพูดไว้ ทางทิศเหนือมีแสงไฟอยู่ที่นั่น พวกเขาน่าจะพยายามตามหากลุ่มเพื่อสร้างแนวป้องกัน ”
“ ถ้าพวกเขารวมกันได้ก็ดีนะคะ เราจะได้เข้าไปหาข้อมูลกับพวกเขาได้เรื่อยๆ ”
เสียงปืนไกลออกไปเรื่อยๆ โยฮันจึงเปิดกล่องอาหารกินอย่างเร่งรีบ ก่อนจะบ้วนปากแล้วออกจากบ้าน ทันใดนั้นเขากลับตกใจเมื่อจู่ๆรอบบ้านก็มีซอมบี้มากมาย ดูเหมือนว่าพวกมันจะวิ่งไล่ตามกลุ่มคนเมื่อคืนแต่กลับหลงทางในความมืดจึงมาโผล่ที่บ้านของเขา
“ แอลลี่ กินเสร็จหรือยัง ”
“ มีอะไรอย่างนั้นเหรอคะ ” แอลลี่ทำความสะอาดกล่องข้าวด้วยทิชชู เมื่อมองดูพี่ชายพบว่าเขากำลังแสดงใบหน้าวิตกอย่างหนัก
“ มาช่วยกันฆ่าซอมบี้หน่อย อัตราการวิวัฒนาการของพวกมันเกิน 50 % ทุกตัวแล้วถ้าปล่อยไปอาจจะเป็นระดับ 2 ได้ ”
“ อ้าว พวกมันมาได้ยังไง ไม่ใช่ว่าพี่กำจัดซอมบี้รอบๆไปพอสมควรแล้วเหรอ ”
“ น่าจะหลงทาง ”
“ งั้นหนูขอแต่งตัวก่อน ”
แอลลี่วิ่งกลับขึ้นไปบนห้อง สิ่งที่เธอต้องป้องกันให้มากที่สุดคือคอและกลางลำตัว หลังจากสะพายปืนยิงปลาเธอจึงคว้ามีดยาวมาถือในมือแล้ววิ่งลงมาหาพี่ชาย โยฮันที่เห็นชุดน้องสาวเขาจึงขมวดคิ้ว เมื่อรู้ว่าตนเองลืมบางอย่าง เขาลืมความปลอดภัยของน้องสาวหากต้องสู้กับซอมบี้จำนวนมาก เธอจำเป็นต้องมีเกราะป้องกันที่ดีกว่านี้ เมื่อรู้ว่าตนควรจะต้องเดินทางไปยังร้านค้าวัสดุก่อสร้างเพื่อซื้อแผ่นเหล็ก เขาจึงคิดว่าจะทำหลังจากฆ่าซอมบี้รอบๆ
“ อย่าออกห่างจากฉันเกิน 5 เมตรล่ะ ”
“ ทราบแล้วค่ะ ถ้าเจอตัวที่ดูอันตรายหนูจะร้องบอกพี่เลย ”
แอลลี่สวมหมวกกันน็อคเต็มใบวิ่งตามหลังพี่ชายออกไปนอกบ้าน เมื่อมาถึงฝูงซอมบี้ที่มีอยู่ 20 ตัวพี่ชายของเธอเป็นฝ่ายพุ่งเข้าชนพวกมันจนล้มลงไปสองข้างทาง หน้าที่ของเธอคือการวิ่งไปตัดหัวของพวกมันที่อยู่ในท่าล้ม จำเป็นต้องฆ่าพวกมันให้ได้ก่อนจะลุกขึ้นมาเพราะไม่ได้มีแค่ซอมบี้ 20 ตัวเท่านั้น ยังมีอีกร้อยตัวและอาจจะถึงพัน เธอจึงต้องรีบฆ่าให้เร็วเพื่อรักษาระยะห่างจากพี่ชายของเธอด้วย
ซึ่งเธอยังคงตกใจเช่นเดิมกับพละกำลังของพี่ชาย ต่อให้จะวิวัฒนาการ 1 ครั้งพร้อมกัน พี่ของเธอดูราวกับว่าวิวัฒนาการไปแล้ว 2 ถึง 3 ครั้ง สิ่งของหนักที่เธอต้องใช้แรงทั้งหมดเพื่อจะยกหามมัน พี่ของเธอกลับโยนราวกับว่ามันเป็นอิฐบล็อกตัวหนึ่ง
รถยนต์ที่ขวางทางถูกเท้าของโยฮันยันจนมันพุ่งออกไปเป็นเส้นตรงกระแทกซอมบี้จนล้มไปคนละทิศทาง ก่อนจะถูกโยฮันกระโจนเข้าไปเหยียบศีรษะกดลงไปบนพื้นจนทำให้เกิดสีแดงราวกับแตงโมถูกรถเหยียบกระจัดกระจายไปทั่ว แอลลี่ที่เคยฆ่าซอมบี้มาแล้วพยายามอดกลั้นห้ามไม่ให้ตัวเองกรีดร้องออกมา ต่อจากนี้ถ้าเธอไม่ฆ่าเธอก็จะเป็นฝ่ายถูกฆ่าแทน
ซึ่งพวกเขาทั้งสองไม่ได้ต้องการฆ่าซอมบี้ระแวกบ้าน กลิ่นเหม็นจากศพของซอมบี้ยังคงเป็นกลิ่นไม่พึงประสงค์พวกเขาจึงฆ่ากลุ่มแรกเพื่อจะให้กลุ่มใหญ่ของพวกมันวิ่งตามออกไปที่อื่น ตอนนี้พวกเขากระตุ้นซอมบี้ที่หลงเข้ามาใกล้บ้านได้แล้วจึงพากันออกวิ่งไปให้ไกลจากบ้าน เพื่อพามันไปฆ่าทิ้ง หลังจากฆ่าหมดแล้วค่อยวกกลับมาทำความสะอาดซอมบี้ที่ฆ่าไปเมื่อครู่
“ ขึ้นหลังฉันก่อน เก็บแรงไว้ฆ่าน่าจะดีกว่า ”
“ ถ้าพี่จะแบกหนูก็ไม่ขัด ไปเลย”
แอลลี่พยามเปลี่ยนความวิตกให้กลายเป็นความสนุก เธอรู้สึกว่ามันช่วยสลัดความวิตกออกไปได้บ้าง โยฮัลจึงหยิกขาเธอเล็กน้อยเพราะกำลังลดการ์ดป้องกันลง.