ผมตืนขึ้นมาในห้องที่ไม่คุณเคยเพด้านที่ไม่คุณเคยในตอนนั่นเอง
เสียงประตู้ก็ดังขึ้นชายในชุดกร้าวเดินเข้ามาในห้องนั่นคือพ่อบุญธรรมของผมนั่นเอง
"อ้าวตื่นแล้วเหรอเนี่ยอาสึกะ"
"อ่ะ ครับ"
"ชั่นทำการตรวจร่างกายของเธอแล้วไม่ได้พบความผิดปกติอะไรเลยสบายใจได้"
"ครับ แล้วคนอื่นล่ะ"
"เดี่ยวนัตสึกิก็มาแล้วเธอหลับไปได้ห้าวันแล้วน่ะ"
"งั่นเหรอครับ"
ความเงียบเข้าครอบง้ำห้องจากนั่นพ่อบุญธรรมก็เอยขึ้นมาหลับไปห้าวันเลยเหรอ
"ความทรงจำของเธอกลับมารึยัง"
"อ่ะครับ ก็กลับมาบ้างแล้ว"
"งั่นเหรอแต่ชันไม่ถ่ามอะไรเธอหรอกน่ะ
"ขอบคุณครับ"
ใช้แล้วตอนนี้ความทรงจำบ่างส่วนของผมกลับมาบ้างแล้วและตัวผมก็ไม่มีเวลาอีกต่อไปแล้วต้องรีบหน่อยเพราะสาเหตุอะไรผมถึงมายังเกาะแห่งนี้บวก
กับว่าทำไมผมถึงต้องรีบด้วยผมรีบแล้วเพราะเวลาเหลืออีไม่มากนักแต่ตอนนี้ตัวผมจะทำอะไรได้นอกจากที่ว่าต้องทำตัวตามปกติทุกอย่างเพราะผมในตอน
นี้เหลื่อเวลาไม่มากแล้ว
"อือ เธอสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ในวันพรุ้งนี้น่ะ"
"อ่าครับขอบคุณสำหรับทุกอย่างครับ"
"งั้นวันนี้พักให้สบายน่ะเดี่ยวชันบอกนัตสึกิให้เอง"
"ครับ"
จากนั่นแจ็คก็ออกจากห้องไป ตอนนี้ก็มืดแล้วตัวผมคงต้องพักสักหน่อยแล้วเอนตัวไปกับเตียงพร่างคิดในใจว่า ขอให้ตัวผมทำสำเร็จ จริงๆด้วยเถอะ
หลังจากนั่นผมก็ไม่รู้สึกอะไรนอกจากความมืดและความง่วงที่ปกคลุ้มตัวผมและหลับไหลในที่สุด
ในขณะที่ผมหลับอยู่เท่าที่ผมจำได้ผมได้ยินเสียงเด็กสาวที่คุณหูกำลังพูดบ่างอย่างในขณะที่กำลังเลื่อนลอยในความง่วง
"เค้าได้ความทรงจำกลับมาแล้ว"เสียงคุณหูที่ฟังดูอ่อนโยน
"งั้นเหรอเค้ายอมขนาดนี่เพื่อหนี้ชันเป็ขี้ขลาดจริงๆ"
"นั่นสิน่ะเค้าคงยอมรับตัวเธอในตอนี้ไม่ได้จริง"
"เอาเถอะไม่ยอมก็ต้องยอมเพราะวันสินโลกมาถึงแล้วไงล่ะ"
วันสิ้นโลกหมายความว่ายังไงกันแน่นี่ชันอ่าจริงด้วยตัวชัน
แล้วสติของผมก็ขาดลงไปในตอนนั่น
ในวันถัดมาตัวผมได้ออกจากโรงพยาบาลในที่สุดขณะที่ผมกำลังมุ้งหน้าเดินทางสู่บ้านที่เป็ที่พักอาศัยอยู่นั่นเองในตอนแรกแจ็คจะมาส่งแต่ผมขอไว้เพราะ
ตัวผมก็อย่างเดินบนเกาะนี้อย่างสบายๆและสูดอากาศด้วยล่ะน่ะในตอนนี้เป็่ที่หิมะผมยังใส้ชุดนักเรียนอยู่แต่โชคดีที่ชุดของโรงเรียนมีเสื่อนอกหรือพูด
ง่ายๆก็ชุดสูทนั่นเองใขขณะที่ผมกำลังเดินทางเพื่อมุ้งสู้บ้านอยู่นั่นเองก็เจอคนไม่คาดคิดเข้า
เด็กสาวที่ผมมองแวบเเดียวก็รู้ทั่นทีว่าเป็ใครฟุมิกะนั่นเองฟุมิกะกิยื่นอยู่หน้าร้านอาหารแห่งนึ่งเป็เหมื่อนเธอคงกำลังคิดอยู่ละมั้งว่าจะซื้ออะไรดี
ผมเดินเข้าไปหาเธอก่อนจะทักว่า
"ทำอะไรอยู่" "ว้ายขอโทษค่ะที่เลือกซื้อนานไป..." ไม่เห็นต้องใขนาดนั่นเลยก็ได้นี่เธอหั้นมามองผมก่อนจะพูดว่า "อ้าวอาสึกะคุงไม่ใช้เหรอ"พึ้งรู้ตัวสิน่ะ
"ก็ใช้น่ะสิว่าแต่เธอซื้ออะไรอยู่ล่ะ"
"เออ ชันกำลังเลือกของว่าจะซื้ออะไรไปเยียมอาสึกะคุงน่ะ"
เธอหั้นกลับไปพร้อมคลุ้มคิดพร้อมหันสายตามองไปที่ศาลาเปา ว่าแต่ผมก็ออกจากโรงบาลแล้วจะซื้อทำไมล่ะเนี่ย
"เออ ชันก็อยู่ตรงนี้แล้วน่ะไม่ต้องซื้อไปฟากชันก็ได้มั้ง"
เธอมามองหน้าผมดวงตาสีฟ้าของเธอจ้องมาที่ผมก่อนพูดว่า"ไม่ได้ค่ะถึงอาสึกะคุงจะพึ้งหายดีแต่อย่าฟืนตัวเองดีกว่าค่ะ"
"นี่ๆ ชันไม่ได้บาเจ็บสักหน่อยก็แค่สลบไปเอง" สาเหตุมันก็มีแค่นั่นและที่ผมสลบตอนนั่นมีปัจจัยอื่นป่นมาด้วยอีกต่างหาก
"ไม่ได้ค่ะ เพราะคุณน่ะสลบไปแถมตอนนั่นคุณไม่ไดหายใจอีกด้วย"
"เอะไม่หายใจ"ผมควณเยือกเย็นเข้าไว้ไม่ควณสงเสียงดังมากเกินไป
"ค่ะ ตอนนั่นคุณนัตสึกิห่วงคุณมากเลยค่ะ"
"งั่นเหรอนัตสึกิห่วงชันด้วยสิน่ะ"
"แล้วก็เื่งานเทศกาลสีฤดู"
"ขอโทษน่ะที่ชันหลับไปโดยไม่ได้ช่วยเธอเลยขอโทษน่ะ"
"อ่ะ!! ไม่เป็ไรค่ะ" เธอก็เอามือสะยัดไปสะบัดมาพร้อมร้อนร้น
"ขอโทษจริงๆแล้ว เลือกได้รึยังว่าจะเอาอะไรมันหน่าวมากเลยน่ะ"
ผมไม่ไดอย่ากเร่งเธอก็จริงแต่ตอนนี้หิมะตกอยู่และหน่าวมากเพราะฉะนั่นผมเลยอย่ากรีบหน่อย
เธอหันมาพร้อมถือถุงกระดาษที่มีไอความร้อนแพสานออกมาพร้อมสงกลิ่นอุ้นๆหอมๆออกมาทำให้ท้องของผมสงเสียงร้องออกมา
ฟุมิกะคงสังเกตุเห็นกระมั้งจึงยืนศาลาเปาลูกหนึงมาทางผมและบอกว่า"ถือว่าเป็ของขวัญที่ออกจากโรงบาลค่ะ"
ผมรับมาโดยไม่ได้บ่นอะไรจะให้ปฎิเสธก็กะไรอยู่เพราะฉะนั่นผมจึงรับมาแล้วกล่าวขอบคุณแถมทองของผมยังร้องหนักมากเพราะไม่ได้กินอะไรมาห้าวันด้วย
ล่ะน่ะ แต่จะให้เดินไปกินไปก็ยังไงอยู่ผมจึงบอกฟุมิกะว่าเราจะไปที่สวนสาธารณะกันเพราะที่นั่นคงเงียบระดับหนึ่งเพราะหิมะตกเลยไม่ค่อยมีคนที่คิดจะออกกำลังกายกลางหิมะหรอกพวกเราสองคนจึงตัดสินใจเดินไปที่สวนสาธารณะในทั่นที
เงี่ยบจริงๆด้วยแหะเสียงของลมที่พัดพาอากาศหนาวมาผ่านต้นไม้ที่เคยมีใบ้มากมายแต่ตอนนี้กลับไม่มีอะไรเลยนอกจากกิ้งต้นที่ไร้ใบ้ทั่งทีก่อนหน้าที่
นี้ผมก็เดินกลับโรงเรียนกับนัตสึกะก็เจอใบ้ไม้ที่ร่วงโรยตามสายลมอยู่บ่างมันสวยจริงๆในฉากที่ผมเห็นเมื่อตอนนั้นถนนที่เคยเต็มไปด้วยใบ้ไม้มากมาย
แต่กลับถูกกลบด้วยหิมมะจนหมดแต่ยังพอเห็นพื้นปูนอยู่บ่างพวกเราสองคนเดินไปตามทางเดินจนกระทังเจอกับเก้าอี้ไม้ยาวที่เรียงร่ายอยู่ตามทางเดิน
ที่อยู่ใกล้กับโคมไฟพวกเราสองคนนั่นพร้อมกันก่อนจะหยิบศาลาเปาขึ้นมาและกัดเข้าไปคำนึงรสชาติของความร้อนที่พึ้งทำเสร็จใหม่บวกกับเนื่อที่อยู่
ด้านในเรียกได้ว่าอร่อยอย่างไม่มีที่ติในฤดูแบบนี้
จากนั่นผมกับฟุมิกะก็คุยเื่เกี่ยวกับหนังสือแนวสืบสวนและเื่ที่เกี่ยวกับงานเทศกาลที่ใกล้จะมาถึงสรุปง่ายๆตอนนี้เราไม่จำเป็ต้องห่วงเื่งาน
แล้วเพราะมีการเปลียแปลกเล็กหน่อยพวกสถานักเรียนคงคิดว่าผมเป็ลมเพราะการทำงานหนักเกินไปพวกเค้าจึงให้ผมใช้เวลาในการเที่ยวงานเทศกาลให้
สนุกแต่ แปลกแหะก็จริงเื่ที่ผมสลบมาถึงห้าวันจะเป็เื่จริงแต่ว่าผมพึงมาทำงานได้สองวันเองน่ะหรือเป็ห่วงผมเกินความจำเป็งั่นเหรอ หรือ
เพราะเห็นผมไม่ค่อยมีความสามารถแต่ตามที่ฟุมิกะบอกเธอบอกว่าเธอก็ได้พักเช่นกันแปลกจริงๆแต่ตอนนี้เอาไว้ที่หลังดีกว่าแต่จะว่าผมหันไปหาฟุมิกะ
และบอกว่า
"จะว่าไปเธอเรียกชื่อจริงชันด้วยสิน่ะ"
"อ่ะ ขอโทษค่ะ"เธอขอโทษออกมาซึ่งเธอไม่ต้องขอโทษก็ได้นี
"ไม่เป็ไรหรอกชันแค่บอกว่าเธอดีเหมือนกันเพราะการเรียกชื่อจริงก็ถือว่าสนิทสนมกันแล้วเพราะฉะนั่น" ผมเว้นจังหวะก่อนพูดว่า "งั่นชันขอเรียกชืื่อจริงเธอบ่างล่ะกัน"
"เอะ!?!?" เธอทำหน้าใอย่างมากร่าวกับไม่อย่ากเชื่อในสิ่งที่ผมพูดจะว่าไปเธอเปลียนไปหน่อยจากการที่เจอครังแรกทั่งที่เป็เด็กสาวขี้อายแท้ๆ
"ได้ไหมล่ะเนี่ย"
"อ่ะได้ค่ะ ตามสบายเลยที่อย่ากเรียกชื่อจริงเพราะแค่นั่นเหรอค่ะ"
"เปล่าหรอกเพราะชันพึ่งรู้จักเธอมาแค่สองวันแต่รู้สึกเหมื่อนรู้จักมานานมากแล้วน่ะ"
"งั้นเหรอค่ะ ที่ชันกล้าเรียกชื่อของรู้สึกเหมื่อนรู้จักคุณมานานแล้วเหมื่อนกันค่ะ"
"งั่น ชิริเอะ สิน่ะ" ผมรีบหันหน้าไปอีกทางทั่นที ให้ตายเถอะน่าอ่ายมากเลยน่ะเนี่ยถึงจะพูดแบบนั่นก็เถอะเธอคงเหมื่อนกันแน่นอนเลยสิน่ะ
"ค่ะ" เธอแพ่เสียงออกมาเบ่าๆพอผมหันกลับปรากฏว่าหน้าเธอแดงแดงเหมือนมะเขือเทศเลยทีเดียว พอมาคิดดูแล้วผู้หญิงที่ผมเรียกชื่อจริงมีแค่ไม่กี่คนใน
โรงเรียนเองนี่น่าถ้านับแล้วมีสามคน คือ นัตสึกิ แองจี และ ชิริเอะ เพียงแค่นั่นคนอื่นผมเรียกแค่นามสกุลเองให้ตายเถอะน่าอายจริงๆ
"งั่นตอนนี้ได็เวลาแล้วชันไปก่อนน่ะ"
"อ่ะค่ะ"
"พรุ้งนี้เจอกัน" ในขณะที่ผมกำลังเดินไปนั่นเอง "อาสึกะคุง" เมื่อผมหั้นกลับไปนั่นเอง ริมฟีปากอันเรียบเนี่ยนที่ไม่แห้งตามไปกับฤดูกาลก็สัมพัสที่แก้มของผม
ในวินาทีนั้นที่หัวสมองของผมทำงานอย่างเต็มอัดตราและรวดเร็ว จนคิดอะไรไม่ถูกนอกจากคำถ่ามที่พุดขึ้นมาในหัว เพราะอะไร ทำไม คำถ่ามที่ไม่ใช้ประโยค
ถูกโยนใส้หัวของผมซ้ำไปซ้ำมา
"งั่นไว้เจอกันน่ะ" เธอเดินจากไปอย่างเงียบไม่สิรีบเดินไปอย่างเงี่ยบๆมากกว่าล่ะมั้งนั่นแล้วนี้มันอะไรของเธอกันล่ะเนี่ย
ให้ตายเถอะวันนี้มันอะไรกัน
ณ บ้านของแจ็ค
ผมยืนอยู่หน้าประตู้บ้าานก่อนจะมองไปที่ท้องฟ้าที่ครึ้มและเด่าจากความหนาวบวกกับสถาพอากาศ (น่าจะสักบ่ายสองกระมั้ง) ผมเดินไปที่ประตู้ก่อนกดกริ่ง
หน้าบ้าน
ประตู้หน้าบ้านค่อยๆเปิดออก นัตสึกิ มองมาที่ผมก่อนจะหันหน้าไปอีกทางและเดินกลับไปคงยังโกรธอยู่ล่ะมั้งเด่ายากจริงๆ ผู้หญิงเนี่ยผมเดินเข้าไปที่ห้อง
ครัวสิ่งที่ผมเห็นคือ มีจานที่มีใข้ดาวในสถาพเกรียมๆที่ดูแล้วััได้ถึงอันตรายแปลก ผมหันไปที่ล้างจานมีร่องร้อยถึงสิ่งที่ทำไม่สำเร็จมากมายกับจานที่ก้องเป็
ถูเขาที่ เมื่อมองลงไปที่ถังขยะใข้เพียบฟ้องใข้ที่ถูกใช้งานอยู่ในถังขยะเพียบ
(ไม่เห็นมีร่องร้อยของใข้ที่ทอดเลยแหะอย่าบอกน่ะว่า กิน เข้าไปน่ะ) ให้ตายเถอะถ้าทำตัวน่ารักกว่านี้สักน่อยก็คงดีอยู่หรอน่ะ
ผมนั้งบนเก้าอี้แล้วตัดสินใจกินใข้ที่เกรียมนี้เข้าไปที่คำแรกที่กัดคือ อร่อยแหะก็ทำได้ดีนี่น่าถึงจะเกรียมไปหน่อยจากนั่นผมก็รู้สึกได้ถึงคนที่อยู่ด้านหลัง
"นายืำอะไรน่ะ อย่าบอกน่ะว่ากินเข้าไปน่ะ"
"อือชันว่ามันอร่อยดีน่ะถ้าใส้เครื่องปรุ้งและไฟสัหน่อยน่ะ"
"งั่นเหรอ จริงสิชันมีเื่บอก เออ...เออ..ชันขอ...โทษ
"อ่าไม่เป็ไรหรอกชันก็เข้าใจอยู่"
"งั่นเหรอตลอดห้าวันมานี่ชันได้ลองพย่ามในแบบของนายดูแต่สิ่งที่ชันได้มาคือชันเข้าใจถึงความลำบากของนายในแต่ล่ะวัน"
"อือเอาเถอะ ชันก็ไม่ได้โกรธอะไรเธอหรอก"
"แต่ว่าถ้ามีเื่ที่ชันชดใช้ได้ชันก็พร้อมสเมอน่ะ"
อือเป็แบบนี้ก็ยากพอตัวที่ผมจะตัดสินใจได้เพราะถึงปม้ผมจะปฎิเสธไปอีกฟ้ายคงตอบปฎิเสธกลับมาอยู่ดีผมควณทำไงดี ผมค่อยๆใช้ความคิดในการหาวิธี
จริงสิมีอีกวิธีนี่น่า ผมมองไปที่หน้านัตสึกิที่กำลังมาที่ผมขณะกำลังรอคำตอบจากผม
"งั้น เราไปเที่ยวงานเทศกาลด้วยกันไหม"
"เอะ" เธอสงเสียงใออกมาออกมาอย่างกระทัน
"ก็ตามที่ได้ยินนั่นแหละเราจะไปเที่ยวงานเทศกาลสีฤดูด้วยกันไง"
"ไปกันแค่สองคนเหรอ" เธอหน้าแดงเล็กมากชนิดที่ว่าขนาดผมยังมองออกเลย
"เปล่าหรอกไปกับผู้หญิงอีกคนหนึ่งน่ะเธอน่าจะรู้จักน่ะ"
"เอ๋ งั้นเหรอ" เธอมองที่ผมด้วยความเอือมละอา แปลกๆแหะ
"งานเทศกาลจะเริมในอีกสองวันข้างหน้าแล้วไปไหมล่ะ"
"อือ" เธอทำท่าคลึนคิดแต่ไม่ได้บออกอะไรออกมาเลย
"ชันรอคำตอบอยู่น่ะ" ผมไม่อย่ากเร่งเธอแต่ช่วยไม่ได้นี่เนอะเพราะผมง่วงมากบวกกับความเหนื่อยที่ผมยอมเดินนานบวกกับความหนาวด้วยแล้วยิ่งง่วง
เข้าไปใหญ่
"อือ ชันไปด้วย"
"โอเคงั้นไว้เจอกันที่งานน่ะ"
จากนั่นเราก็แยกกันผมขึ้นไปบนห้องของแล้วเอ่นตัวลงในขณะที่ยังใส้ชุดนักเรียนอยู่เตี่ยงนุ้มๆที่ไม่แข็งมากมายอะไรบวกกับหมอนด้วยแล้วยิ่งทำให้หางตาผม
ค่อยหลับลงและผมก็จมลงสู่ความมืดในที่สุด
ความมืดที่ผมมองไม่เห็นอะไรนอกจากถาพของเด็กสาวแปลกๆสองคนกำลังนั่งคุยกันพวกเธอสองคนโดยไม่สังเกตุตัวผมเลยผมพย่ามนั่งฟังบทสนทนาอีกครั่ง
"อีกสองวันแล้วน่ะค่ะ"
"นั่นสินน่ะหมอนั่นน่าจะเริมนึกบ่างอย่างมากขึ้นแล้วด้วย"
"ค่ะ แต่ชันไม่เข้าใจว่าทำไมตัวตนอยบ่างคุณถึงสนใจเขาได้ขนาดนั่น"
"เื่นั่นเธอไม่ต้องมาสนใจหรอกและอีกอย่างชันแค่อย่ากรู้ว่าทางเลือกที่เขาปฎิเสธนักน่าจะเปลียนอะไรได้บ่างแค่นั่น"
"งั้นเหรอค่ะ"
จากนั่นผมก็ลืมตาขึ้นมาโดยมองเพด้านที่ตัวเองคุณเคยผมลุกขึ้นจากเตียงและบิดเนื่อบิดตัวไปมา จะว่าไปเมื่อว่านเป็ความฝันที่แปลกจริงๆแหะก็จริง
อยู่ที่ความทรงจำกลับมาบ่างส่วนแล้วแต่นึดไม่ออกอยู่ดีว่าตัวเองมาจากไหนแต่แค่จำได้ว่าตัวผมต้องทำอะไรสักอย่างแค่นั่นเองส่วนเื่อื่นผมจำไม่ได้เลย
แต่ผมคุณเคยกับเสียงนั่นเป็ทั่งความกลัวและความคิดถึงอย่างน่าประหลาด ผมพย่ามสลัดปัญหาที่อยู่ในหัวผมทื้งไปและเดินไปเปลียนเสื้อผ้า หลังจากที่
หลับไปได้ห้าวันผมควณไปโรงเรียนสักหน่อยเพือไปเจอพวกทอมัสด้วยล่ะน่ะและยังมีนัดกับ ฟุมิกะไม่สิ ชิริเอะ ด้วยผมเดินไปที่อีกห้องนึ่งเหมือนทุกครังแต่
เหมื่อนจะไม่ต้องทำแบบนั่นแล้วเพราะ นัตสึกิ ได้นั่งอยู่บนโตะอาหารพร้อมเปิดทีวีเพื่อดูข่าวอย่างเงี่ยบๆ
ทั่นทีที่ผมเห็นเช่นก็รู้สึกดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกผมเดินไปที่โตะอาหารแล้วนั่งลง นัตสึกิหยิบแซมวิซมาให้ผมโดยไม่มองมาที่ผมแต่กลับจ้องไปที่ทีวีอย่าง
เงียบๆ
ผมรับแซมวิซ มาเหมือนเธอจะตืนก่อนผมแหะผมหันไปดูนาฬิกาตอนนี้เวลาเจ็ดโมงสิบห้านาทีผมคิดในใจเวลาในการทำแซมวิซและการเตรียมตัวน่าจะประมาณ
หกโมงครึ่งล่ะมัง นั่นน่าจะคือเวลาทีี่เธอตืนมาทำอาหารเช้ามือนี่โดยปกติผมต้องทำหน้าที่ปลุกเธอและทำอาหารเช้าแต่เหมื่อนจะไม่ต้องแล้ว ก่อนที่ผมจะกัดแซม
วิซ ผมเบื่อนหน้าไปดูทีวีจอใหญ่ด้านหน้า
"ทุกท่านครับเมื่อวานนี่เวลาประมาณเที่ยงคืนตรงได้มีการเกิดถัยธรรมชาติเกิดขึ้นทั่วโลกครับไม่ว่าจะเป็ส่วนไหนของโลกก็ตามในตอนนี้เราได้ข่าวมาว่ามีผู้เสีย
ชัวิตมากกว่าพันคนในคืนเดียวครับ ในตอนนี้ทั่วประเทศทุกมุมโลกกำลังประกาศสถาวะฉุกเฉินครับถ้ามีข่าวอะไรเราจะแจ้งเพิมเติมครับ"
ผมนั่งครุมคิดอีกครั่งหมายความว่าไงกันน่ะเมื่อวานประมาณเที่ยงคืนเกิดถัยพิบัตรขึ้นงั่นเหรอแล้วทำไมเกาะแห่งนี่ถึงไม่เป็อะไรเลยล่ะนี่มันแปลกเกินไป
ไม่น่าจะเป็แบบนั่นได้ด้วยซ้ำถ้าที่อืนโดนหมดแล้วที่นี่ล่ะ
"ไปกันเถอะใกล้สายแล้ว" นัตสึกิตอบแค่นั่นและถือกระเป๋าและเดินไป ผทรีบลุกขึ้นและเดินตามเธอไปนี่มันเื่อะไรกันแน่
ณ โรงเรียนเซนเปแอร
ในตอนนี่เกิดเสียงเอะอะขึ้นทั่วห้องทุกคนกำลังพูดเื่เกี่ยวกับข่าวที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าไปต่างๆนานาเลยทีเดียวบ้างคนบอกว่าบ่างทีถัยพิบัตรอาจมาเยือนเกาะนี่ก็ได้ ส่วนใหญ่ไปทางนั่นผมหันไปดูท้องฟ้าที่โลงจนมองดูไม่เข้ากับฤดูหนาวเอาสะเลย ในขณะที่ผมกำลังคิดเื่นั่นอยู่เอง
"เฮ้ อาสึกะพรุ้งนี้นายก็ไปสิน่ะเทศกาลสีฤดูน่ะ" ทอมัสตอบด้วยร้อยยิ้ม
"อ่าพรุ้งนี้ชันก็จะไป แต่พวกนายไม่ได้ต้องทำงานหรอกเหรอ
"ใช้ต้องทำน่ะสิ แต่ชันอิจฉานายจริงๆเลยทำไมมีแต่นายกับฟุมิกะและนัตสึกิกันเนี่ย" เค้าโว้ยว้ายออกมาเช่นนั่นผมก็เห็นใจเค้าน่ะที่ต้องทำงานกันแค่สองคน
"นั่นสิน่ะแต่งานเทศกาลก็เริมพรุ้งนี้แล้วน่ะนายเริมทำอะไรบ่างแล้วใช้ไหมล่ะ"
"ใช้ส่วนใหญ่น่ะ เพราะสถานที่จักงานเป็ด้ายบนของวัดบนถูเขาน่ะสิ"
"จะว่าไปทำไมต้องตังที่วัดบนถูเขาเท่าทีดูเกาะแห่งนี้มีพื้นทีมากมายแท้ๆเลยน่ะ"
"นายไม่รู้สิน่ะ นี่ก็เป็สาเหตุว่าทำไมมีคนมาเที่ยวเกาะแห่งนี้เยอะไงเล่า"
"หมายความว่าไง"
"เอาเถอะไปดูเดียวก็รู็เองล่ะ" เค้าบอกแค่นั่นและกริงบอกเวลาสำหรับการเรียนก็ดังขึ้น
ณ ห้องสมุดโรงเรียน
ถ้าพูดถึงการกินข้าวในโรงเรียนคงเป็การพักเพื่อที่จะได้คุยกับเพื่อนฝูงมากขึ้นแต่สำหรับผมโดยส่วนใหญ่ไม่สิในตอนนี้ผมได้กินข้าวกับพวกทอมัสน้อยครั่ง
มากในไม่กี่วันที่ผ่านมาเพราะผมไม่ค่อยชอบที่คนเยอะเท่าไรนักจึงหาเวลามากินข้าวคนเดียวสะส่วนใหญ่แต่สำหรับที่นี้ตอนนี้แล้วต่างกันนิดหน่อยเพราะผมใช้
เวลารวมกับเธอคนนี้ในการกินข้าวบ่อยมากแม้จะรู้จักกันไม่กี่วันก็ตามที
เธอยิบข้าวกล่องขึ้นมาที่นิยมใน่นี้นั่คือการทำหน้าข้าวเป็กระตายบ้างอะไรประมาณนั่นแต่ผมรู้สึกว่าการทำข้าวกล่องแบบนี้มันเข้ากับเธอดีเหมื่อนกัน
แหะ เด็กสาวไม่สิ ชิริเอะ กำลังมองมาที่ผมและกล่าว่าพรุ้งก็เทศกาลแล้วรู้สึกดีใจแปลหๆค่ะ"ผมตอบกลับ"นั่นสิน่ะ"
"ว่าแต่เมื่อเช้าเธอได้ดูข่าวรึเปล่า"
"เออคือชันไม่ค่อยได้ดูน่ะค่ะแล้วทำไมเหรอค่ะ"
"เปล่าหรอก" โดยส่วนใหญ่เด็กสาวคนนี้เป็พวกอ่านหนังสืออย่างเดียวอยู่แล้วเลยไม่สนใจทีวีเหรอผมคิดในใจอย่างเสียมารายาทซะแล้วควณเลิกคิดดีกว่า
"เออ อาสึกะ คุงชันมีเื่อย่ากถ่ามค่ะ"
"อะไรเหรอ" แปลกดีเหมือกันที่เธอจะถ่ามผมแบบนี้คงไม่แปลกอะไรกับตำถ่ามมากหรอกมั้ง
"อาสึกะ คบกับใครรึเปล่า" ไม่สินั้มันแปลกมากกกกแล้วน่ะถึงผมจะรู้จักเธอไม่นานแต่มันแปลกมากเลยน่ะ
"เออไม่มีหรอแล้ว"
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ นึกว่าอาสึกะคบกับคุณนัตสึกิน่ะ"
"ไม่น่ะชันไม่มีอะไรกับนัตสึกิหรอกเป็แค่เพื่อนที่ดีที่สุดน่ะ"
"งั้นเหรอค่ะ"
"เรารีบกินดีกว่าใกล้แล้วหมดเวลาแล้ว"
"ค่ะ"เธอยิ้มออกมา
แปลกจริงๆแหะนึกว่าชิริเอะ จะเป็พูดเื่แบบนั่นแต่เอาไว้ที่หลังดีกว่าเป็อันดีที่สุดและเวลาเลิกเรียนก็หมดลงรวมทั่งความคิดผมด้วย
ณ วันถัดมาเวลาสลห้ามทุ้มสิิบนาที
ผมกำลังยืนอยู่หน้าทางเข้าสู่วัดหลังถูเขาผมได้นัดกับพวกนัตสึกิไว้ในเวลาประมาณนี้เพราะวันนี้ไม่มีอะไรมากเป็พิเศษนอกจากที่ผมจะทำตามที่ให้สัญญา
ไว้กับนัตสึกิและชิริเอะแค่นั่นหลังจากนั่นประมาณสักสามนาทีพวกนัตสึกิก็มาถึงและกลายเป็ที่ดึงดูดสายตาของคนรอบข้างไปแล้วทั้งสองมองมาที่ผม
ดูดีจริงๆไม่สิไม่แค่ดูดีแต่สวยสุดๆนัตสึกิใส้ชุดกิโมโนลายสีแดงอ่อนเธอมัดผมที่ยาวไว้ด้านหลังเป็ทรงที่ตัวผมในตอนนี้อธิบายไม่ถูกแต่สวยจริงๆแหะ
ส่วนอีกคนนั้นคือสิ่งที่ผมแปลกใจที่สุดเลยก็ว่าได้ เด็กสาวในชุดกิโมโนลายทาตะวันเธอมัดผมไว้ด้านหลังเลยเปิดเพยใบ้หน้ามากขึ้นผมที่เคยบังหน้าไว้าเปิด
ออกเลยทำให้เห็นหน้าเด็กสาวได้ชัดเจนจะพูดว่าไงดีล่ะสวยสุดๆไปเลยนี่น่าตอนอยู่ห้องสมุดไม่ได้คิดอะไรแต่เด็กสาวข้างผมสวยจริงๆ
"มองอะไรกันเล่าอาสึกะไปกันได้แล้วนา"
"อ่า"ผมรีบเดินตามพวกเธอไป
จากนั่นเราก็เดินริบๆงานเทศกาลอย่างสนุกสนานเลยทีเดียวผมเดินไปตามพวกเธอที่กำลังสนกสนานจนกระทั้ง ชิริเอะ หกล้มจนได้ผมเลยต้องพาเธอมา
นั่งแถวๆที่นั่งพิเศษที่พวกทอมัสจ้องไว้ให้ส่วนนัตสึกิกำลังไปเรียกคนมาช่วยดูอาการและยังไม่กลับมา
"ให้ตายสิ นัตสึกิไปไหนกันน่ะใกลได้เวลาแล้วน่ะ"
"ขอโทษน่ะค่ะเพราะชันแท้"
"ไม่เป็ไรหรอก ว่าแต่ใกลแล้วสิน่ะ"
"อือ เทศกาลสีฤดู"
"เอะ"
ทันทีที่เธอพูดจบผมก็รู้สึกอุ้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกทั่งทีเมื่อกี่หนาวอยู่แท้ๆเลยน่ะเมื่อหันไปมองต้นไม้รอบทางเดินต้นไม้ก็เปลียนไปจากที่ไม่มีแม้กระทั้งใบ้
แต่กลับมีใบ้งอกออกมาอย่างนวดเร็วแถมยังเปลี่ยนเป็สีน้ำตาลและเปลียนไปเรื่อยแต่ไม่เวียนหัวเลยแม้แต่นิดเดียวจากอุ้นเปลี่ยนเป็ร้อนความร้อนนี้มัน
ฤดูร้อนงั้นเหรอผมใอย่างมากกับสิ่งที่เกิดอย่างไม่ทั่นตั่งตัวและฟนก็ค่อยโปรยลงมาผมก็ว่าทำไมคนส่วนใหญ่ถึงพกรมมาแต่กลับไม่เปียกเลยนี่มันอะไรกันแน
เนีย จากนั่นฤดูก็เปลียนไปเรื่อยๆ
ชิริเอะลุกขึ้นและมองผมด้วยร้อยยิ้มก่อนจะพูดว่า "นี่แหละค่ะเทศกาลสีฤดู อาสึกะคุง งั้นชันขอคบกับอาสึกะคุงได้รึเปล่าค่ะ" เมื่อประโยคนั่นออกมา
ผมก็รู้ทั้นทีว่าตัวผมควณทำยังไงในสถาณการณ์นี้ผมควณตอบยังไงผมรู้ดี เธอยินมือมาทางผมที่กำลังนั่งพร้อมสีของฤดูที่เปลี่ยนไปอย่างช้าๆ
"งี้นี่เองนี่สิน่ะ งั้น" ในขณะที่ผมกำลังยืนมือไปทางเธอ
เสียงบ้างอย่างก็ดังขึ้นเมื่อผมหันกลับทางเดินเพราะถูเขาลูกนี่ใหญ่พอตัวเลยทำให้เห็นอะได้เกือบทั้งวเกาะสิ่งที่ผมเห็นคือ แสงสีดำเส่นตรงพุ้ง
ขึ้นสู้ท้องฟ้ายามคำคืนในเวลาเที่ยงคืนพอดีนี่มันอะไรกันทั่นใดนั่นเองท้องฟ้าก็แตกร่าวกับจิกซอถาพใหญ่ๆที่กำลังหลุดออกมานี่มันอะไรกันแน่เนี่ย
ผมมองถาพนั่นความเงี่ยบเข้าครอบง้ำทุกคนหันไปมองที่สิ่งเดียวกันคือถาพของท้องฟ้าที่กำลังสลายไป ทั่วทั่งเมืองเกิดสถาณการณ์ฉุกเฉินขึ้นมา
ทุกคนที่เริ่มรู้สึกตัวต่างหันวิ่งในทิศทางเดี่ยวกัน
นี่มันอะไรกันแนไม่สิผมไม่ควณลังเลผมรีบจับมือของฟุมิกะเพื่อวิ้งนี้เช่นเดียวกันแต่เธอกับล้มลงอึกเมื่อผมเห็นเช่นนั่นผมรีบขว้าเธอและอุ้มท่าเ้าหญิง
ผมไม่คสรสนใจเรื่อวนอกจากการหนี้และต้องหาพวกนัตสึกิด้วยแต่สถาณ์การณ์ในตอนนี้มันยุ้งยากเกินไปแล้วทุกคนต่างวิ่งไปคนละทิศละทาง
ผมรีบวิ้งลงบันไดในขณะที่อุ้มเธออยุ่ต้องรีบหนี้ให้เร็วที่สดผมพย่ามเบียดผู้คนมากมายในตอนนั่นเอง
ที่ทุกสิ่งได้เป็สีเทาและหายไปพอผมลืมตาขึ้นมาผมกับอยู่ที่งานเทศกาลแต่กลับไม่มีใครเลยนอกจากชิริเอะที่ผมอุ้มอยู่เหมือนเธอจะหลับอยู่
"นี่มันอะไรกัน"
"อือในที่สุด" ผมรีบหันไปทิศของเสียงทั่นทีร่างของเด็กสาวผมสีขาวดวงตาสีเทากำลังมอมาที่ผม "จำไม่สิน่ะช่วยไม่ได้" เธอหยิบบ่างสิงขึ้นมาก่อนสิ่ง
นั่นจะลอยมาทางผมและเข้าในร่างความเจ็บปวกในหัวร่าวกับมีสิ่งกำลังทิ้มแทงเข้ามา
ความทรงจำมากมายได้เข้ามาในหัว "เธอมัน" ผมรูว่าอีกฝ่ายเป็ใคร "อะไรล่ะ นั่นแหละค่าชดใช้ไงล่ะ"
"ทำไมถึงขนาดนี้แล้วเธอยังต่อแย้ชันไม่เลิกกันแน่"
"เพราะนายต่อต้านชันมันก็แค่นั่น"
"อึก" ร่างของผมขยับไม่ได้ร่าวกัยมีโซ้มารัดผมไว้
"ถึงเธอจะประธิเสธไปมันก็เท่านั่นแหละ" ผมรู้ความหมายของอีกฝ่ายดี
"แต่ชันจะช่วยผู้หญิงคนนั่นต่อให้ต้องตายชัน"
"น่าเสียดายน่ะ ที่นายตายไม่ได้หรอกเพราะชันสาปนายไว้อย่างงั้น อีกนิดเเดียววันสิ้นโลกก็จะมาถึง"
"งันเธอจะใหชันทำอะไรล่ะ"
"งั้นช่วยฆ่าชันที" นี่เธอพูดถึงอะไร
"หมายความว่ายังไง"
"อีกไม่นานเธอก็จะรู้ว่าไงล่ะ เธอจะไม่ต้องหนี้ชันไงล่ะ อาสึกะคุงเพราะยังไงโลกนี้ก็จะล้มสลายอยู่ดี"
"ก็ได้แค่ฆ่าเธอ"
"แต่เด็กคนนี่จะหายไปจากควาทรงจำของเธอ"
"หมายความว่า" ชันจะไม่ยอมให้เธอตายเด็จขาดผมพย่ามจะดึงร่างกายของตัวเองในขว้ามือนั่นไว้แต่สุดท้ายก็เท่านั่นร่างของเธอค่อยๆหายไปจนไม่เหลืออะไรเลยน้ำตาของผมไหลออกมาอย่างช้าๆแต่เด็กสาวกลับยิ้มให้ปมและพูดว่า "ไว้พบกันใหม่น่ะอาสึกะคุง" และโลกก็จบสิ้นลงในที่สุด
ขอโทษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษษครัับ
ที่หายไปนานครับเพราะติดธุระนิดหน่อยครับ แถมเลยวันที่ต้องลงอีกผมต้องขอโทษจริงๆครับแต่นี้ก็ จบบทที่ 0 แล้วครับเย้ได้ลงบทที่1สักที
ยังไงก็ต้องขอโทษครับส่วนบทที่1ลงตอนไหนก็ตอนนั้นครับ ผมกล้าพูดครับว่านี่คือจุดเริมต้นของเื่นี่ครับ และเหมือนเคยขอบคุณที่อ่านนิยายเื่นี้ครับและขอให้สนุกกับการอ่านน่ะไปครับ