ตอนที่ 8 พี่ไส้เดือนมีขางอกออกมา
ช่วงนี้พลังบำเพ็ญของเฟยหลงเพิ่มพูนขึ้นเร็วมาก…ตั้งแต่กินดอกไม้ของเสี่ยวจื่อเข้าไปพลังก็เพิ่มขึ้นมาไม่หยุด เมื่อรวมกับการฝึกบำเพ็ญอย่างไม่ลดละของตนเองแล้วก็ให้ความรู้สึกราวกับมีพลังปราณใกล้จะครบหนึ่งพันปีก็ไม่ปานทั้งที่เพิ่งผ่านไปไม่ถึงห้าปีเท่านั้น น่าเสียดายที่ดอกไม้ของเสี่ยวจื่อหมดแล้ว กว่าจะแตกช่อดอกออกมาได้ใหม่ก็คงใช้เวลาอีกหลายเดือน ทำให้ในตอนนี้พลังของเฟยหลงก็กลับมาหยุดชะงักอีกแล้ว‘หรือว่าจะจับเจ้าเสี่ยวจื่อนี่กินไปทั้งต้นเลยดีนะ….’คิดแล้วเฟยหลงก็หันไปมองจ้องเสี่ยวจื่ออย่างหมายมาด….(o_o) ……. (>_<)“เอ๋? … จื่อหลงจ้องเสี่ยวจื่อทำไมเหรอ? …..”‘เหอะ ทำท่าแป๋วแหว๋วจ้องข้าเสียอีก…. ขืนข้าตั้งท่าจะกินจริงๆ เจ้าต้นไม้นี่ได้แหกปากร้องลั่นป่าแน่ๆ …. ไม่กินก็ได้ฟร๊ะ……’“ข้าแค่มองว่าเมื่อไหร่เจ้าจะออกดอกสักที… ทำไม? มองไม่ได้รึ? ….”“มองได้ซี่… แต่ต้องไม่มองเหมือนจะกินเสี่ยวจื่อแบบนี้นะ เสี่ยวจื่อกลัว…..”อะแน่ะ… รู้ทันด้วย… ที่อย่างนี้ล่ะฉลาดขึ้นมาเชียวเจ้าต้นไม้โง่“ข้าก็เป็นแค่งูเด็ก มีอะไรให้กลัวกัน? …..”“มีสิ ตอนนี้จื่อหลงตัวโตขึ้นมากเลยน้า เลื้อยมาพันเสี่ยวจื่อทีก็นั้กหนักล่ะ กิ่งของเสี่ยวจื่อจะหักแล้วเนี่ย….”ฟังเสี่ยวจื่อบอกว่าเขาตัวโต เฟยหลงก็รีบก้มมองสำรวจตนเองโดยไว จึงได้เห็นจริงตามที่อีกฝ่ายว่า ตัวเขาโตขึ้นมากจริงๆ คงเป็นเพราะตอนนี้ในกายมีพลังหยินหยางเพิ่มขึ้นมาก“อืม… จะว่าไป… ช่วงนี้ข้าก็รู้สึกปวดเมื่อยเนื้อตัวแปลกๆ คล้ายกับจะมีบางอย่างเปลี่ยนไปเดี๋ยวคืนนี้ได้ลอกคราบออกก็คงได้รู้…”“อ่า… จริงเหรอ ดีจังเลย! ว่าแต่…ลอกคราบคืออะไรเหรอ? >_<”“….-_-….ช่างมันเถอะ…เสี่ยวจื่อคนดี…. จื่อหลงคนนี้ผิดเอง….-_-….”
ต่อล้อต่อเถียงกับเสี่ยวจื่อจบ เฟยหลงก็เลื้อยออกไปทำภารกิจฝึกฝนตนเองที่นอกเขตปลอดภัยเช่นเดียวกับที่เคยทำมาในทุกวัน นั่นคือการสำรวจบริเวณรอบๆ และต่อสู้กับสัตว์และภูติสายพันธุ์ต่างๆ เพื่อเป็นการฝึกฝนพลังบำเพ็ญของตนอีกทั้ง…ยังเป็นการหาอาหาร….เสี่ยวจื่อเคยถามเขาหลายครั้งว่าเขากินอะไร ทำไมถึงไม่สังเคราะห์แสงเหมือนเสี่ยวจื่อ….คำตอบก็คือเขากินเหล่าสัตว์ที่เป็นคู่ต่อสู้พวกนั้นไง… แรกๆ ก็เป็นพวกสัตว์เล็กๆ อย่างหนูและกระต่ายที่อยู่นอกเขต นานวันเข้าก็เริ่มต่อสู้และกินสัตว์ที่ใหญ่ขึ้นอย่างหมาป่าและเสือตามลำดับพลังและความสามารถที่พัฒนาขึ้นไป…‘แค่ข้าไม่ได้หาอาหารจากพวกสัตว์เล็กๆ ในเขตปลอดภัยนี่ ก็ไม่ได้แปลว่าข้าจะอิ่มทิพย์เสียหน่อย…’เฟยหลงเป็นปีศาจงูนะ มิใช่พ่อพระ… ในดินแดนลับแลนี้เต็มไปด้วยสัตว์ร้ายมากมาย หากไม่สู้ก็ต้องตายแล้วจะให้งอมืองอเท้าเก็บตัวอยู่แต่ในเขตปลอดภัยรึไง? แล้ววันไหนกันข้าถึงจะออกไปจากที่นี่ได้? หากอยากยิ่งใหญ่ก็ต้องต่อสู้และเติบโต นั่นเป็นเรื่องปกติมิใช่รึ?และเพราะแบบนั้นแต่ละวันของเฟยหลงจึงมีแค่สองเรื่อง เฝ้าเสี่ยวจื่อไว้ดูดพลังบำเพ็ญและออกไปต่อสู้ฝึกฝนทักษะได้ทั้งพลังปราณพลังกายและพลังงานดีจะตายแต่ไม่ใช่ทุกครั้งที่เฟยหลงจะชนะและได้กลับมาพร้อมกับท้องที่อิ่มดี… บางครั้งก็พ่ายแพ้เพราะเจอคู่ต่อสู้ที่เก่งกาจกว่าจนต้องหนีหางจุกตูด บางทีที่ได้รับบาดเจ็บจนต้องกลับมาพักฟื้นเสียหลายวันก็ได้การดูดซับพลังจากเสี่ยวจื่อและการแทะเล็มกิ่งกับรากที่มีอยู่เยอะแยะนั่นคอยช่วยรักษาอาการบาดเจ็บให้หายดี เรียกได้ว่าเสี่ยวจื่อคนนี้นับเป็นสมบัติล้ำค่าของจื่อหลงก็ไม่ปานพลังหมดก็สูบจากเสี่ยวจื่อ บาดเจ็บก็ดูดพลังจากเสี่ยวจื่อมารักษาอาการ แถมเจ้าตัวก็ดูยินดีจะช่วยมากเสียด้วย ดังนั้นจะหาว่าเฟยหลงผู้นี้เอาเปรียบไม่ได้หรอกนะ!เสียอย่างเดียวคือกินเสี่ยวจื่อแล้วไม่ช่วยให้อิ่มท้องเนี่ยแหละ‘ว่าแต่… พลังของเจ้าเสี่ยวจื่อนี่ทำไมถึงได้มากมายมหาศาลอย่างนี้นะ….’ยิ่งคิดถึงเรื่องนี้ เฟยหลงก็ยิ่งฉงนสนเท่ห์ในใจทุกครั้ง แต่ก็ไม่อาจหาคำตอบได้ จึงได้ละความสนใจไปแล้วหันมาใส่ใจในเรื่องการต่อสู้พัฒนาตนเองแทนยามที่สู้แพ้จนบาดเจ็บ พักรักษาตัวได้ไม่นานเฟยหลงก็ฮึดสู้กลับไปเอาชนะคู่แข่งจนได้ จนเรียกได้ว่าแถบรอบๆ เขตปลอดภัยของเสี่ยวจื่อนี้แทบไม่เหลือคู่ต่อสู้ที่เก่งกาจแล้ว ที่เหลืออยู่ในตอนนี้ก็คงจะเป็นเจ้างูยักษ์หลายพันปีตัวนั้นที่เฟยหลงยังไม่สามารถเอาชนะได้…‘แต่อีกไม่นานหรอก… เมื่อข้าได้กินดอกของอันจื่อรอบหน้าข้ามั่นใจว่าข้าจะต้องเข้มแข็งพอจนเอาชนะมันได้แน่!’แต่ก่อนอื่น… ต้องผ่านการลอกคราบคืนนี้ไปให้ได้เสียก่อนล่ะนะ….
แล้วคืนนั้นเฟยหลงก็ลอกคราบจริงๆ ตามที่บอกไว้…ท่ามกลางการจดจ้องของเสี่ยวจื่อที่มองมาตาแป๋วตลอดเวลา แม้จะง่วงสักแค่ไหน ก็จะไม่ยอมพลาดช่วงเวลาที่สำคัญนี้เด็ดขาด ทำเอาเฟยหลงถึงกับต้องเป็นฝ่ายเก้อเขินขึ้นมาคล้ายกับกำลังจะต้องเปลือยกายต่อหน้าผู้อื่นก็ไม่ปาน จนร่ำๆ จะเลื่อยไปหลบมุมลอกคราบตรงอื่นเสียให้ได้ เพราะตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยต้องมานอนลอกคราบให้ใครดูมาก่อน แต่เพราะครั้งนี้นับว่าแปลกนัก ทั้งกายของเขาเจ็บร้าวระบมไปหมดจากการลอกคราบจนทำให้ขยับตัวแทบไม่ไหว ดังนั้นเรื่องเขินอายคงต้องพักไว้ก่อน ก็เอาเป็นว่านอนทำให้เจ้าต้นไม้บ๊องนี้ดูไปซะเถอะ… ซื่อบื้ออย่างเสี่ยวจื่อคงไม่คิดอะไรหรอกมั้ง…“จื่อหลง… เจ็บมากเลยเหรอ… ให้เสี่ยวจื่อช่วยลอกคราบมั้ย เสี่ยวจื่ออยากช่วยนะ….”เพราะความที่อยู่ด้วยกันมานานหลายปีแล้ว ความผูกพันจึงยิ่งมาก ยามที่ได้มาเห็นอีกฝ่ายมีท่าทีแปลกไปคล้ายกับกำลังเจ็บปวด เสี่ยวจื่อที่ว่าเฉยชาต่อความผูกพันก็ยังพลอยรู้สึกได้จนไม่อาจนิ่งเฉย ต้องรีบร้อนรนถามออกมาอย่างเป็นห่วง“หึๆ เสี่ยวจื่อ เจ้าต้นไม้โง่ อูยยยย….. เจ้าจะช่วยข้าได้ยังไง…. เจ้าเป็นต้นไม้นะ แค่จะขยับยังขยับไม่ได้เลยไม่ใช่รึ? ถ้าอยากช่วยข้าจริงๆ คราวหน้าก็ออกดอกออกผลมาให้ข้ากินเยอะๆ เถอะ ข้าจะได้โตเต็มที่เร็วๆ ก็ไม่ต้องมาลอกคราบบ่อยๆ อีก..”“ถะ… ถ้างั้นจื่อหลงกินกิ่งของเสี่ยวจื่อมั้ย หรือจะกินต้นของเสี่ยวจื่อก็ได้นะ เหมือนที่ตอนเฟยหลงบาดเจ็บไง เสี่ยวจื่อเป็นต้นไม้ไม่ตายหรอก เดี๋ยวก็ได้งอกใหม่…”เฟยหลงกำลังทรมานกาย แต่ในขณะเดียวกันก็ให้เอ็นดูนัก… เสี่ยวจื่อผู้นี้นับว่าเกิดมาให้เขาคนนี้รังแกและเอาเปรียบโดยแท้ ถูกขโมยกินดอกไปตั้งมากมายไหนจะกิ่งกับรากตอนที่ช่วยรักษาอาหการบาดเจ็บอีก ร้องไห้โวยวายไปก็เท่านั้น ครู่เดียวก็ลืมหมด หายโกรธลืมความเศร้าแล้วก็มาเจื้อยแจ้วกวนใจเขาได้ต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่เคยถือสาหาความใดๆ เลยสักครั้ง มายามนี้ยังคิดเสนอตัวให้เขากินเสียอีก ต่อให้เป็นพืช แต่ยังไม่มีเมล็ด โดนกินหมดตัวแล้วจะเอาส่วนไหนมางอกใหม่กัน'ข้าอุตส่าห์ข่มใจให้ไม่จับเจ้ากินมาตั้งหลายปี มาเสนอตัวเองเช่นนี้ หากข้ากินขึ้นมาจริงๆ จะโทษข้าได้รึ? …'“กินเจ้าตอนนี้ก็ช่วยไม่ได้หรอก… เจ้าอย่าห่วงเลย… การลอกคราบเป็นเรื่องปกติของงู ตั้งแต่เกิดมาข้าก็ทำมาตั้งหลายครั้งแล้ว ก็เหมือนที่เจ้างอกออกมาใหม่ได้ในทุกๆ ร้อยปีนั่นแหละ อาจจะเจ็บบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นทนไม่ได้หรอก… อีกครู่เดียวก็เสร็จแล้ว เจ้ารอดูเถอะ…”“อะ… อื้อ… แต่ถ้าจื่อหลงทนไม่ไหวต้องบอกเสี่ยวจื่อน้า”จบคำกล่าวง้องแง้งที่เต็มไปด้วยความห่วงใยแบบที่ไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน เฟยหลงก็รู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาในหัวใจอย่างประหลาด ถึงจะรู้ว่าบอกไปเจ้าเสี่ยวจื่อนี่ก็คงไม่มีทางจะช่วยเหลืออะไรเขาได้ แต่กระนั้นแล้วก็ยังรู้สึกยินดี ที่ผ่านมาเขาต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาโดยลำพังเสมอ จึงเพิ่งจะเข้าใจว่าการได้มีเพื่อนร่วมแบ่งปันทุกข์สุขมันดีอย่างนี้นี่เอง….อิ่มเอมใจอยู่ได้ไม่นาน เมื่อเข้าสู่ช่วงสุดท้ายที่เกล็ดเก่ากำลังจะลอกออกไปหมดแล้ว อยู่ๆ เฟยหลงก็ได้รับรู้ความรู้สึกที่น่าประหลาดสี่จุดบนร่างกาย คล้ายกับมีอวัยวะเกิดใหม่งอกขึ้นมา ซึ่งจุดสี่จุดนี้เป็นจุดที่เขารู้สึกเจ็บปวดมาได้พักใหญ่แล้วตั้งแต่ตอนก่อนจะลอกคราบ ตอนแรกก็คิดว่าอาจเป็นเพราะได้รับบาดเจ็บภายในจากการต่อสู้ครั้งก่อนจึงไม่ได้สนใจมากนักเพราะคิดว่าไม่นานก็คงจะหายเจ็บไปเองมิคาดว่าความจริงแล้วสาเหตุที่เจ็บนั้นจะเป็นเพราะมันกำลังจะงอกอวัยวะใหม่ขึ้นมา….“เอ๋? ….. ตุ่มๆ นั้นคืออะไรเหรอจื่อหลง? ….”เสี่ยวจื่อถามขึ้นมาอย่างสงสัยยามที่เห็นเฟยหลงเอาแต่จดจ้องไปที่อวัยวะส่วนใหม่ที่งอกออกมาอย่างฉงน ทั้งยังทำหน้านิ่วคิ้วขมวดก่อนจะขยับมันดุ๊กดิ๊กไปมาคล้ายกับข้องใจนัก“หว๋าาาา มันขยับได้ด้วยหล่ะจื่อหลง! น่าสนุกจังเลย! >_<”เสียงสอบถามจากเสี่ยวจื่อไม่อาจทำให้เฟยหลงละความสนใจกับการกระดิกอวัยวะใหม่ได้มากนัก แต่ก็ยังใจดีพอที่จะช่วยหันมาตอบความกันให้เสี่ยวจื่อได้หายสงสัย“…ดูเหมือนว่า… มันจะเป็นขานะ…. แปลกจัง…. หรือว่าความจริงแล้วข้าจะไม่ใช่งู… แต่เป็น….”“อ๋า!!! จื่อหลงมีขาเหรอ? ความจริงแล้วจื่อหลงไม่ใช่ไส้เดือนหรือนี่? ….”"ใช่… ข้าไม่ใช่ไส้เดือน… ก็แน่หล่ะ!!! บอกร้อยรอบแล้วว่าไม่ใช่น่ะ! ตอนแรกข้าคิดว่าข้าเป็นงู แต่ถ้ามีขางอกออกมาแบบนี้ แปลว่าความจริงแล้วข้าไม่ใช่งู แต่ว่าปะ….“เป็นกิ้งกือนี่เอง!!!! เย้!!! เสี่ยวจื่อมีเพื่อนเป็นกิ้งกือแล้ว!! >_<”“……-_-……"‘ข้าเปลี่ยนใจจับเจ้าเสี่ยวจื่อนี่กินตั้งแต่ตอนนี้เลยดีมั้ยนะ….’
____________________ขอบคุณคอมเมนต์ค่า