บทที่ 22กาลเวลาพิสูจน์คน 4 (่เวลาแห่งความสุข 2)
ณ ตลาดนัดยามเย็น
เมื่อเจียอี้พาลี่ลี่ไปถึงหน้าร้านปิ้งย่างริมทางร้านหนึ่งเ้าของร้านก็ส่งสารพัดของปิ้งย่างจานใหญ่ให้เจียอี้ ราวกับนัดแนะกันมาก่อนหน้า
เจียอี้ยื่นมือไปรับพลางส่งต่อให้ลี่ลี่
“ทานสิ..จานนี้สำหรับพี่ลี่ข้าขอให้เ้าของร้านทำเป็พิเศษเชียว”
“อะไรของเ้า นี่มันจานใหญ่ราคาคงสูงลิ่ว” ลี่ลี่ใ นางไม่คาดคิดว่าเจียอี้จะซื้อปิ้งย่างเสียบไม้จานใหญ่ขนาดนี้แต่สิ่งที่เจียอี้ตอบกลับทำให้ลี่ลี่ทำตัวไม่ถูก
“นี่พึ่งเริ่มต้นพี่ลี่มีของกินเยอะกว่านี้อีก” เจียอี้กล่าวพลางยิ้มแฝงเลศนัย
“เยอะกว่านี้อีก!” ลี่ลี่สะดุ้งไปครั้งหนึ่ง จนถลึงตามองเจียอี้อย่างไม่เชื่อคำกล่าว เพราะนางทราบดีว่าเงินจากการทำงานร้านอาหารเลิศล้ำมิมีทางเยอะพอซื้อของตามใจชอบ..ต่อให้เก็บเงินมาหลายปีและไหนจะเื่สั่งจองเอาไว้ล่วงหน้า นั่นแทบเป็ไปไม่ได้ นอกเสียจากเจียอี้จะร่ำรวย
“แน่นอน เยอะกว่านี้เยอะจนพี่ลี่ต้องนำไปแบ่งปันเชียวล่ะ” เจียอี้เชิดอกกล่าวอย่างมั่นอกมั่นใจลี่ลี่จึงอดถามด้วยความสงสัยไม่ได้
“เ้าไปปล้นชิงใครมารึเปล่า”
“ปล้นชิง? ข้าเจียอี้ไม่เคยปล้นชิงผู้ใด” เจียอี้กล่าวชัดถ้อยชัดคำเพียงแต่ลี่ลี่ยังรู้สึกตะขิดตะขวงใจ
“เ้าแน่ใจ”ลี่ลี่ถามย้ำ ทำเอาเ้าของร้านหัวเราะขึ้นมาเสียงดัง
“ฮ่า ฮ่า ฮ่าแม่นางคงไม่รู้ ท่านเจียอี้มีสมบัติล้ำค่าของผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วน มีเมตตาช่วยเหลือผู้คนยากลำบากในเมืองมาไม่น้อยชื่อเสียงท่านโด่งดังในหมู่คนธรรมดาสามัญทีเดียว”
“ท่านเ้าของร้านกล่าวเกินไปข้าเพียงคนธรรมดาสามัญผู้หนึ่งที่โชคดี มีสมบัติประจำตระกูลติดตัวหากผู้ฝึกตนเปี่ยมคุณธรรมท่านหนึ่งไม่เอ่ยทักคงไม่มีวันรับรู้” เจียอี้กล่าวอย่างถ่อมตัวไม่โอ้อวดนั่นทำให้เ้าของร้านยิ่งกล่าวชมเพราะเขาก็เป็หนึ่งคนที่ถูกเจียอี้ช่วยเหลือยามยากลำบาก
“ท่านเจียอี้ไม่ต้องถ่อมตัวไปหรอกอย่างไรความเมตตากรุณาของท่านไม่มีวันเสื่อมคลาย”เ้าของร้านยังคงกล่าวชื่นชมเจียอี้ แต่เหมือนลี่ลี่จะยังงุนงงและไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“ไม่หรอก ไม่หรอกช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันเป็สิ่งดีงามสำหรับผู้คนธรรมดาเช่นพวกเรามีใครบ้างเห็นคนลำบากแล้วไม่ช่วยเหลือ” เจียอี้ตอบกลับอย่างถ่อมตน เพื่อปลีกตัวไปร้านอื่นอนิจจากลับมีเ้าของร้านอื่นและผู้คนเดินมาหาพวกเขาเสียแล้ว
“ท่านเจียอี้ผลไม้ที่ท่านสั่งไว้ ข้าไม่เก็บเงิน ถือเป็คำขอบคุณที่ท่านช่วยเหลือไว้ครั้งก่อน”
“ท่านเจียอี้เนื้อตากแห้งของท่าน..”
“ท่านเจียอี้ สมุนไพรแทนคำขอบคุณ”
“พ่อหนุ่มผักสดจากสวนพิรุณ”
......
...
“ขอบคุณพวกท่านมาก ค่ำคืนนี้ข้าอยากเชิญทุกคนมาร่วมงามฉลองที่บ้านพัก”เจียอี้กล่าวขอบคุณพลางรับของหลายสิบอย่างเอาไว้ ลี่ลี่เห็นก็ช่วยเขาถือจนมือของทั้งสองแทบรับเอาไว้ไม่หมดกว่าทุกคนจะแยกตัวไปใบหน้าของเจียอี้ได้เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อเสียแล้ว
“เยอะขนาดนี้ต้องเก็บเอาไว้ในแหวนมิติเสียแล้ว”เจียอี้ปาดเหงื่อ แล้วนำแหวนมิติว่างเปล่าวงหนึ่งมาสวมใส่ เก็บของทั้งหมดเข้าไปด้านในกว่าเจียอี้จะรู้ตัวว่างสิ่งเหนือความคาดหมายของลี่ลี่นางได้ชิงถามเขาเสียก่อนแล้ว
“เ้าใช้แหวนมิติได้อย่างไรไม่ใช่ว่าเ้าเป็คนธรรมดา!?”
เจียอี้หันไปมองลี่ลี่ เขาคิดคำตอบในฉับพลัน“ข้าเป็คนธรรมดาไร้พลัง เพียงมีผลึกลมปราณเม็ดน้อยไว้เปิดใช้แหวนมิติเก็บของ ไม่ต้องยกไปให้เมื่อย”
“เ้าแน่ใจรึข้ารู้สึกว่าเ้ามีความลับมากมาย” ลี่ลี่มองสำรวจเจียอี้เจียอี้ทำเพียงตีหน้านิ่งบอกปัดไปพร้อมเปลี่ยนเื่เพราะเขาโกหกลี่ลี่เกี่ยวกับผลึกลมปราณเม็ดน้อย
“ข้าไม่มีความลับหรอกพี่ลี่ทั้งหมดเป็เพียงโชคชะตา แต่ว่าวันนี้พี่ลี่ไม่ต้องคิดมา แค่ร่วมสนุกไปกับมันถือเป็คำขอบคุณจากข้า”
“ก็ได้ข้าลองเชื่อเ้าสักหน่อยไม่เสียหาย” ลี่ลี่ไร้ทางเลือกเพราะนางมิอาจได้รับคำตอบจากปากเจียอี้ นางจึงลองตามน้ำไปกับเขา ยังไงเสียกลับบ้านไปย่อมมีเวลาคาดคั้นเอาคำตอบตลอด
“ยอดเยี่ยมคำตอบนี้สิถึงเป็พี่ลี่ที่ข้ารู้จัก..มาๆ ถึงเหลือของต้องไปรับไม่กี่ร้าน ยังไงก่อนตะวันลับฟ้าค่อยกลับบ้านแล้วกันตกลงไหมพี่ลี่” เจียอี้ยื่นนิ้วก้อยไปหาลี่ลี่ นางจึงเกี่ยวก้อยเป็คำตอบ
จากนั้นไม่นาน...เจียอี้พาลี่ลี่เดินไปรับของที่เขาสั่งไว้ครบทั้งหมดแต่ตะวันยังไม่ลับฟ้า เขาจึงพาลี่ลี่เดินเล่นไปตามถนนในเมืองพร้อมเก็บเกี่ยวภาพความทรงจำ่สุดท้ายเพราะนับจากนี้คงไม่ได้มาเดินเล่นอย่างผ่อนคลายสองต่อสองกับลี่ลี่ อีกทั้งงานเทศกาลประจำปีวันข้างหน้ายังจัดนอกเมือง
.
.
.
มุมมองเจียอี้
วันนี้เป็วันเกิดลี่ลี่ดูเหมือนนางยังไม่รู้ตัว ขนาดเ้าของร้านปิ้งย่างหลุดกล่าวถึงข้า หรือข้าหลุดปากเชิญคนมากมายมาร่วมงานฉลองนางยังไม่คิดถึงเื่วันเกิดนาง
แต่นั้นก็ดีเพราะข้าอยากให้นางรู้ว่า วันนี้คือวันเกิดนางตอนกลับไปถึงบ้าน
ก่อนกลับบ้านข้าจึงพานางไปเดินเล่นผ่อนคลายตัวข้าเองยังใช้โอกาสนี้เก็บภาพความทรงจำระหว่างนางกับข้าภายในเมืองสุ่ย
แม้ว่าข้าจะเก็บภาพความทรงจำมาเกินพอตลอดหลายปีแต่วันเกิดของนางก็ไม่สามารถมองข้าม มันนับเป็วันสำคัญ ถึงไม่สำคัญเท่าวันเทศกาลประจำปีสุดท้ายก่อนเริ่มบททดสอบสุดท้ายกับนาง
ยังไงก็ตามข้าเพียงอยากให้นางรับรู้ถึง่เวลาดีๆ ให้นางรับรู้ว่า...ไม่ว่าจะต้องพบพานความเลวร้ายหรือน่าเศร้าเพียงใด
รอคอยข้าในฐานะ ‘เ้านาย’ มาพบนางนานเท่าไหร่ ในใจก็ยังมี่เวลาดีๆให้จดจำเพราะข้าไม่รู้ว่าในอนาคตจะเป็อย่างไร
มิอาจล่วงรู้ได้จริงๆ
.
.
.
มุมมองลี่ลี่
วันนี้เจียอี้ทำตัวแปลกๆั้แ่เช้าไม่เหมือนวันก่อนๆ ในใจคิดสงสัยก็ไร้โอกาสถามไถ่ กระทั่งมาตลาดนัดยามเย็นยิ่งพบสิ่งแปลกประหลาด
ทั้งปิ้งย่างจานใหญ่ดูไปแล้วราคาพอให้ซื้ออาหารสำหรับสี่อาทิตย์ได้มันอดให้ข้าคิดไม่ได้จริงๆว่าเขาไปปล้นชิงทรัพย์ใครมารึเปล่า
ข้าพยายามถามเพื่อความมั่นใจแต่ข้ากลับต้องใกับคำพูดเ้าของร้านปิ้งย่าง เพราะข้าไม่เคยรู้ว่าเขามีเงินทองมากมายหรือได้ไปช่วยเหลือคนกำลังยากลำบากมาก่อน
ข้าจึงถามเขาในเื่เ่าั้คำตอบที่ได้กลับเหมือนคำหลอกลวง สุดท้ายแล้วไม่ได้คำตอบ แล้วยังมีคนมารุมล้อมเอาของมาให้เสียจนวุ่นวายไปหมด จนเจียอี้ต้องชวนมาร่วมทานอาหาร
ถึงสุดท้ายได้พูดคุยแต่เขายังไม่ยอมบอกความจริง ทำเพียงตีหน้านิ่งและบอกปัดข้าพอเดาได้ว่าหลายสิ่งไม่ใช่ความจริง เพราะอยู่ด้วยกันมานานหลายปีย่อมมองออก
แม้เป็เช่นนั้นสุดท้ายข้ายังเลือกเดินเล่นในเมืองกับเขาไม่คาดคั้นคำตอบ
่เวลาเดินเล่นกับเขาถึงไม่ได้คุยกันก็สามารถรับรู้อารมณ์ความรู้สึกได้คร่าวๆ
เวลานั้น ข้าเหมือนฉุกคิดบางอย่างขึ้นในใจ
‘่เวลาเช่นนี้จะยาวนานเพียงใด...ข้ามิอยากให้มันจบลง’
.
.
.
เวลาล่วงเลย ตะวันลาลับ
“ตะวันลับฟ้าจันทราเคลื่อนคล้อย เรากลับบ้านกันเถอะพี่ลี่” เจียอี้ชักชวนลี่ลี่กลับบ้านนางตอบสั้นๆว่า “อืม” แล้วทั้งสองก็เดินกลับบ้านไปพร้อมกัน
เพียงแต่ระหว่างเดินทางกลับบ้านผู้คนตามถนนเริ่มลดน้อย ความมืดเข้าปกคลุม อากาศเริ่มเย็นตัวลงมีเพียงแสงจันทราบางเบาสาดส่องกับเสียงฝีเท้า และเสียงพูดคุยแ่เบาจากผู้คนรอบข้าง
บรรยากาศเช่นนี้ผนวกกับเจียอี้และลี่ลี่จับมือกันช่างเป็บรรยากาศของคู่รักโดยแท้
เมื่อทั้งสองกลับมาถึงบ้านพัก
หน้าบ้านของทั้งสองกลับเต็มไปด้วยผู้คนกำลังช่วยกันจัดโต๊ะเตรียมสุราอาหาร คล้ายกำลังจัดงานเลี้ยง ซึ่งไม่ได้มีแค่ลี่ลี่ประหลาดใจคนเดียวเพราะเจียอี้ก็ประหลาดใจเช่นกันแม้เขานัดแนะกับผู้คนไว้ล่วงหน้าส่วนหนึ่งให้จัดโต๊ะแต่เถ้าแก่ร้านอาหารเลิศล้ำที่เขาทำงานอยู่กับผู้คนนอกเหนือจากที่เขาชักชวนกลับมารวมตัวกันเสียได้
“มาแล้วๆเ้าของงานวันนี้ นึกว่าพวกเ้าไม่กลับบ้านเสียอีก ใจหายแทบแย่” เถ้าแก่ร้านอาหารเลิศล้ำกล่าวอย่างเป็กันเองคนทั้งหลายจึงเข้ามารุมล้อมเพื่อพูดคุย เสียงเจี๊ยวจ๊าวจึงเริ่มดังขึ้น ทำเอาแทบคุยกันไม่ได้ศัพท์
สุดท้ายเจียอี้ต้องแก้ปัญหาด้วยการนำของจากตลาดออกมาจากแหวนมิติและะโบอกทุกคนให้รบกวนช่วยจัดวางอาหาร เขาถึงสามารถสลายกลุ่มคนรุมล้อม เพื่อพูดคุยต่อได้
“เถ้าแก่รบกวนท่านรอสักครู่ ข้ามีเื่ต้องคุยกับพี่ลี่”เจียอี้ปลีกตัวจากเถ้าแก่โดยไม่ทันให้เถ้าแก่กล่าวอะไร เขาก็พาลี่ลี่เข้าไปในบ้านเพราะสีหน้านางเหมือนทำตัวไม่ถูก
ภายในบ้าน
หลังเข้ามาในบ้านสักครู่ลี่ลี่คล้ายปรับห้วงอารมณ์ได้แล้วเจียอี้จึงนำแหวนมิติวงหนึ่งส่งมอบให้นางอย่างกะทันหัน
“พี่ลี่สุขสันต์วันเกิด แหวนมิติวงนี้เป็ของขวัญเกิดของพี่ ด้านในมีของสำหรับพี่ด้วย ส่วนงานเลี้ยงคืนนี้ข้าเป็คนจัดให้พี่แทนคำขอบคุณตลอดมา”
“เอ๊ะ! เป็เ้า..เ้าต้องเล่าทุกอย่างมาให้กระจ่าง ข้ายังรู้สึกสับสน”แม้ลี่ลี่กล่าวเหมือนคาดคั้นคำตอบ นางยังคงรับแหวนมิติมา
“พี่ลี่ไม่ต้องคิดมากหรอกทำตัวตามปกติ และมีความสุขกับงานฉลองวันเกิดของพี่ก็พอ..มาๆเราไปร่วมกับคนอื่นเถอะวันนี้พี่เป็ตัวเอกของงานนะ” มือหนึ่งเจียอี้กำลังเปิดประตูอีกมือหนึ่งจับมือลี่ลี่ เพื่อไปด้านนอกพร้อมกัน แต่ลี่ลี่กลับหยุดเอาไว้
“เดี๋ยวก่อน!”
“หืม มีอะไรหรอพี่ลี่?” เจียอี้หันมาถามลี่ลี่ด้วยความฉงน จังหวะนั้นลี่ลี่สบตาเจียอี้แล้วกล่าวถาม
“แหวนวงนี้ข้าควรใส่มันนิ้วไหน?”
“เื่นั้นพี่ลี่ตัดสินเองใจเถอะ”เจียอี้ตอบด้วยรอยยิ้ม ก่อนพาลี่ลี่เข้าไปร่วมฉลองวันเกิดั้แ่ตอนนั้นเจียอี้ไม่รู้เลยว่า ลี่ลี่เก็บแหวนไว้กับตัว ไม่ได้สวมใส่หรือดูสิ่งของภายใน
ด้านนอกบ้านพัก
หลังเจียอี้พาลี่ลี่ออกมาเจียอี้ประกาศให้ทุกคนทราบชัดว่าวันนี้เป็วันเกิดของลี่ลี่ เขาขอให้ทุกคนร่วมฉลองวันเกิดแสนสำคัญให้กับนางทั้งยังบอกทุกคนอีกว่า
‘ทุกอย่างในคืนนี้รับประทานได้ตามใจแม้ไม่มีของขวัญขอเพียงร่วมยินดีก็พอ’
เหตุผลที่เจียอี้ทำเช่นนี้เพราะเขา้าให้วันที่ดีและน่าจดจำสำหรับนาง
ทว่า! มีหลายคนนำของขวัญมาให้ลี่ลี่..่เวลานั้นเจียอี้ได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นจากนาง เป็ความดีใจของเด็กสาวตัวน้อย ผู้พึ่งได้รับของขวัญพร้อมความรู้สึกจริงใจเป็ครั้งแรกในชีวิต
‘สงสัยของขวัญจากข้านางจะคิดเป็อื่นเหมือนมีความหมายแฝง ทั้งที่มันไม่มีแม้แต่น้อย ช่างมันเถอะ...ขอให้นางมีความสุขเป็พอ’เจียอี้กล่าวในใจ
หลังจากนั้นงานวันเกิดของลี่ลี่ก็ดำเนินไปอย่างราบรื่นจนถึง่เวลาที่ดวงจันทราตั้งเด่นอยู่กลางนภา
ผู้คนมาร่วมงานฉลองวันเกิดจึงร่วมร้องเพลงอวยพรประจำเมืองให้ลี่ลี่
สุขสันต์วันเกิดเกินวันแสนสุข
ไร้ทุกข์ไร้กังวล
ไร้ความหม่นหมอง
ไร้ผู้ปองร้าย
สายน้ำคุ้มครอง
.
สุขสันต์วันเกิดเกินวันแสนสุข
มีเพียงความสุข
สุขสมหวังดังปรารถนา
สายน้ำประทานพร
.
สุขสันต์วันเกิดเกิดวันสุขแสน
แสนสนุกใช้ชีวิต
ไร้ลิขิต์ผูกมัด
“.....(คำขอพร-เ้าของวันเกิด).....”
‘ข้าขอให้ ความสุขในชีวิตอยู่ชั่วนิจนิรันดร์’