ย่าซ่งเอาแต่นอนซมเพราะพิษไข้ เดือดร้อนซ่งอันหลินต้องหายาสมุนไพรสงบใจในระบบมาให้ย่าซ่งดื่ม
“..” จะสมน้ำหน้าหรือจะสมเพชดีนะ ยายเฒ่าซ่งหนอยายเฒ่าซ่ง นี่ถ้าไม่คิดว่าชีวิตคนมีค่านะฉันคงไม่เสียตังค์ในระบบแม้แต่เหมาเดียวเพื่อซื้อยาให้แน่ๆ
แต่จะชั่วจะดีก็ไม่มีใครสมควรตายทั้งนั้น แม้ย่าซ่งจะร้ายกาจสักแค่ไหนแต่ไม่ใช่เื่ที่ซ่งอันหลินจะดูดายไม่ช่วยเหลืออย่างน้อยก็ชีวิตมนุษย์หนึ่งชีวิตเลยนะ ช่วยๆไปคิดว่าเอาบุญ
ย่าซ่งนอนซมด้วยพิษไข้ได้แต่เพ้อว่า์ไม่ยุติธรรมตาเฒ่าช่างลำเอียงนัก อีกสักพักก็บ่นอย่างหวาดกลัวว่าไม่อยากตาย ไม่ไปนรก เพ้อเสียจนป้าสะใภ้ใหญ่กลัวจนไม่กล้าเข้ามาดูแล
ซ่งอันหลินจำเป็ต้องรับผิดชอบเื่นี้อย่างเสียไม่ได้ เธอป้อนยาและเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้กับย่าซ่ง ปากก็บ่นกระปอดกระแปดไปตามเื่ “นี่แหละน๊า..คนเรารักนักรักหนาไหนละเวลาจะตายลูกหลานกตัญญูเ่าั้หายไปไหนหมด ถึงขนาดนี้ยังไม่สำนึกอีก”
ย่าซ่งหลังจากดื่มยาแล้ว ไข้เริ่มลดจึงได้สติตื่นมาทันได้ยินเสียงบ่นของซ่งอันหลินพอดี แต่แกล้งหลับต่อเพราะไม่กล้าสู้หน้าหลานสาวที่ตนเองไม่ชอบหน้า
“บ่นพร่ำเพ้อว่า์ไม่ยุติธรรม โถ่…ย่าซ่งเอ้ย..์ก็คือตัวคุณนั่นแหละ ตราบใดตัวคุณยังไม่เคยยุติธรรมจะมาเรียกร้องอะไรกับ์ แบบคุณน่ะเหมาะกับนรกน่ะถูกต้องแล้ว”
ซ่งอันหลินเช็ดตัวไปบ่นไป “ยายป้าสะใภ้ใหญ่ลุงใหญ่แถมหลานสุดที่รักอีกสองคน ไม่ยอมมาดูแลเพราะกลัวผี สุดท้ายก็มีแต่หลานอกตัญญูคนที่คุณเกลียดคนนี้แหละที่มาเช็ดตัวให้ สำนึกบ้างไหมห๊า..”
เช็ดไปด่าไปด้วยความหมั่นไส้ เมื่อรู้สึกว่าตัวเริ่มไม่ร้อนจัดแล้วก็จัดท่านอนและเปลี่ยนเสื้อให้กับหญิงชราจะได้สบายตัว เสร็จแล้วซ่งอันหลินก็เดินออกไปจากห้อง
ย่าซ่งค่อยๆลืมตาขึ้นเมื่อไม่ได้ยินเสียงภายในห้องแล้ว น้ำตาของความเสียใจไหลพรากลงบนแก้มเหี่ยวๆทั้งสองข้าง ตอนที่อ่อนแอที่สุดคือตอนที่เราป่วยไข้ เธอเริ่มสำนึกทีละนิดถึงความชั่วร้ายของตน ลูกชายที่ตนรักมากเพราะคิดจะฝากชีวิตไว้ด้วยไม่แม้ที่จะเดินเข้ามาดูแล ลูกสะใภ้ที่ตนชื่นชมว่ามีคุณธรรมไม่โผล่หน้ามาแม้เพียงครู่
แต่..หลานสาวที่ตนไม่ชอบหน้าด่าทออยู่เป็ประจำ กลับมาป้อนข้าวป้อนยาเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ ฮือๆๆๆๆ ตอนนี้เธอเข้าใจแล้วคนอย่างเธอไม่เหมาะที่จะฟ้องร้องต่อ์อย่างที่เสี่ยวหลินว่าไว้จริงๆ
“ตาเฒ่า..มารับฉันไปอยู่ด้วยเถิด ฉันผิดไปแล้วฮือๆๆ ฉันผิดไปแล้วจริงๆ” เสียงร้องไห้และบ่นพึมพำดังขึ้นแ่ๆในห้องของย่าซ่ง..
…..
อีกสองวันต่อมา ซ่งอันหลินปั่นจักรยานสามล้อไปบ้านยายเพื่อรับหญ้ามาขายให้ระบบ เจอกับป้าสะใภ้ยืนยิ้มเผล่ต้อนรับอยู่หน้าบ้าน “อั้ยโหย่ว ..เสี่ยวหลินซื้อสามล้อใหม่เอี่ยมอีกคันหนึ่งแล้วเหรอ..จิ..จิ สวยจริงๆ ”
“ฉันไม่ได้ซื้อเองหรอกค่ะป้าสะใภ้ เป็ลุงเหอที่ซื้อเอาไว้ให้ขนของจากหมู่บ้านไปในเมืองตานหงน่ะค่ะ”
เป็อย่างที่ซ่งอันหลินคิดไว้ ว่าหญ้าเล้งจือเช่าแม้จะหาง่ายๆทั่วไปแต่ไม่ได้มีจำนวนมากเท่าไหร่นัก เมื่อป้าสะใภ้ใหญ่พาไปดูหญ้าที่ทำความสะอาดและเก็บไว้ในบ้านอย่างดีกะด้วยสายตาคร่าวๆมีแค่3กระสอบใหญ่ๆแค่นั้น
“ป้าให้พี่ชายของคุณเป็คนจดรายการ นี่คือบัญชีทั้งหมดที่พี่ชายเธอเขียนไว้จ้ะ”
หลิวต้าไฉ่เป็ลูกพี่ลูกน้องกับซ่งอันหลินเป็ลุกของลุงใหญ่พี่ชายแท้ๆของหลิวหง ปีนี้หลิวต้าไฉ่อายุ16ปีแล้วเรียนจบชั้นมัธยมต้นเช่นเดียวกันกับซ่งต้าเกิน แต่หลิวต้าไฉ่คนนี้ไม่ได้มีชีวิตหรูหราเหมือนกับซ่งต้าเกิน
นับว่าลุงใหญ่หลิวเฉิงอ้ายผู้เป็พี่ชายของหลิวหงนั้น รู้จักอบรมสั่งสอนบุตรชายคนโตอย่างดีทีเดียว เพราะหลิวต้าไฉ่คคนี้นอกจากจะเรียนหนังสือเก่งแล้วยังรู้จักช่วยงานแบ่งเบาภาระครอบครัว เขาไม่ได้พักในตัวเมืองตงหานแต่ใช้วิธีตื่นแต่เช้าติดเกวียนขนของเข้าไปในตัวเมือง และเดินเท้ากลับบ้านเมื่อเลิกเรียน
ซ่งอันหลินหยิบเอาบัญชีที่หลิวต้าไฉ่เป็ผู้จดบันทึกขึ้นมาดู นับว่ามีความชัดเจนและเป็ระเบียบเรียบร้อยใช้ได้ ซ่งอันหลินร่างเดิมนั้นเรียนจบแค่ชั้นประถมเท่านั้น เพราะย่าซ่งบอกว่าเป็ตัวสิ้นเปลืองจึงไม่ได้เรียนต่อ รวมไปถึงเสี่ยวหลันผู้เป็น้องสาวก็เรียนไม่จบประถมด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่เรียนเลยข้าวที่จะกินยังไม่มีเพราะโดนโขกสับยิ่งกว่าสัตว์เลี้ยงเสียอีก
ซ่งอันหลินนับเงินเสร็จแล้วส่งให้นางฟางผู้เป็ป้าสะใภ้ แล้วมอบให้นางฟางอีก5หยวน บอกว่าเอาเก็บไว้ให้ใช้จ่ายในครอบครัวเพราะตนได้ส่วนแบ่งมาจากลุงเหอค่อนข้างเยอะจึงแบ่งๆกัน
“นี่เพราะป้าฟางเป็ญาติผู้ใหญ่ของฉันนะ ฉันถึงแบ่งผลประโยชน์ให้เอาไว้ซื้อเนื้อซื้อไก่มาตุ๋นให้ยายกับลุงเฉิงอ้ายกินนะป้านะ อ่อ..พี่ต้าไฉ่ไปที่ไหนเสียเล่า ฉันจะมาบอกข่าวดีคือลุงเหอแกจะเปิดร้านค้าปลีกในตัวเมืองแกกำลังหาผู้จัดการร้านที่ซื่อสัตย์และทำบัญชีได้เงินเดือน50หยวนเชียวนะป้า ฉันเลยนึกถึงพี่ต้าไฉ่ ที่นั้นมีที่หลับที่นอนให้พร้อมสรรพ ถ้าพี่ต้าไฉ่สนใจก็ให้ไปบอกฉันนะคะ ฉันไปแล้วนะป้าสะใภ้ไว้ค่อยคุยกันใหม่จ้ะ”
"50หยวน.!!!!!! โอ่ยโหย่ว ต้าไฉ่เอ้ยต่าไฉ่ เงินเดือน50หยวนนี่มันเหมือนขนมเปี้ยะที่หล่นมาจากฟ้าจริงๆ เสี่ยวหลินคนดี ได้ดีแล้วไม่ลืมญาติฝั่งมารดาช่างน่ารักเสียจริง ได้ๆป้าจะรีบบอกต้าไฉ่ แต่ถึงยังไงป้าตัดสินใจให้ได้เลยตอนนี้ ทำแน่นอน"
เย็นวันนั้น ขณะที่ทานอาหารเย็นป้าสะใภ้ใหญ่ฟางก็เล่าเื่ที่ซ่งอันหลินมาบอกกับต้าไฉ่ เื่ทำงานเป็ผู้จัดการร้านขายปลีกอาหารแห้ง
“เงินเดือนตั้ง50หยวนเชียวเหรอ ทำไมมันมากมายขนาดนั้นเล่า เสี่ยวหลินพูดจริงๆเหรอครับแม่” หลิวต้าไฉ่ตื่นเต้นแกมยินดีเป็อย่างมากที่เขาจะมีงานทำ แต่เขาก็กลัวว่าจะไม่ใช่เื่จริง จึงถามแม่ให้แน่ชัดอีกครั้งแต่ย่าของเขาชิงอบรมแทนเสียก่อน
“จะไม่จริงได้ยังไง ก็ดูราคาหญ้าเทวดาที่เสี่ยวหลินให้พวกเราเป็คนจัดซื้อนั่นประไร ราคาขนาดนี้เทียบอะไรได้กับการที่เป็ผู้จัดการร้าน นี่..ต้าไฉ่ น้องอุตส่าห์หางานให้และคิดถึงบ้านเราเป็คนแรกอย่าให้น้องผิดหวังเสียละ ตั้งใจทำงานน้องสาวเธอจะได้ไม่ลำบากใจ รู้ไหม”
ยายหลิวพูดสั่งสอนและกำชับหลานชายคนโตอย่างเคร่งครัดงานนี้จะให้ผิดพลาดไม่ได้ ญาติผู้พี่ทางฝั่งพ่อของเสี่ยวหลินก็มีแต่..ไม่ได้ผลประโยชน์ตรงนี้เห็นได้ชัดว่าน้ำหนักในใจของเสี่ยวหลินนั้นอยู่ที่ตระกูลบ้านเดิมของทางตะกูลแม่มากกว่าทางฝั่งพ่อ
ซ่งอันหลินทิ้งสามล้อไว้ให้บ้านฝั่งแม่ของเธอไว้ใช้ ส่วนตัวเองเดินเท้ากลับบ้าน พอไปถึงกลางทางเมื่อเห็นว่าปลอดคนเธอจึงเดินเข้าไปในพุ่มไม้แล้วนำจักรยานออกมาจากช่องว่างในระบบ
หญ้าสามกระสอบหนักจนเกินไป เธอเอากลับมาไม่ไหว ทิ้งสามล้อไว้ให้ต้าไฉ่เป็คนขับมาให้เธอดีกว่า ตอนนี้เื่เร่งด่วนคือไปทำสัญญาร้านค้าในเมืองและเรือนสี่ประสานหลังนั้นให้จบ คืนนี้ต้องคุยกับพ่อให้ไปใส่ชื่อเซ็นสัญญา
ซ่งอันหลินเริ่มระแวงความกตัญญูของพ่อตัวเอง ถ้าหากใส่ชื่อพ่อแล้วถูกย่าและทางลุงใหญ่บังคับเอาไปพ่อคงไม่มีปัญญาต่อต้าน แต่ถ้าหากให้แม่ของเธอเป็คนทำสัญญา แล้วกำชับว่าห้ามให้พ่อรู้น่าจะง่ายกว่า อีกแค่6ปีนานมากกว่าที่จะสามารถใส่ชื่อของเธอเป็เ้าของได้
ตอนนี้ยังไม่มีปัญหาแต่ในอนาคตราคาของบ้านจะพุ่งขึ้นเป็ร้อยล้านหยวน พอถึงตอนนั้นกลัวว่าญาติๆจะถูกความโลภครอบงำ