น้ำใสใช้สองมือยันพื้นเตียงเพื่อพยุงตัวลุกนั่งคราวนี้หัวหล่อนไม่หมุน แต่รู้สึกเจ็บจี๊ดตรงไรผมแถวหน้าผาก ไม่ไหว ขอนั่งพิงผนังห้องก่อนดีกว่า ขืนลงไปยืนตอนนี้มีหวังล้มทั้งยืนแน่น้ำใสเปลี่ยนใจไม่ลุกนั่ง หญิงสาวจึงเขยิบตัวกระถดเข้าไปด้านใน แล้วใช้หลังพิงผนังห้องแต่นั่งพับเพียบคุยกับเด็กน้อย
เด็กน้อยเอียงคอมองหล่อนน้ำใสมองตอบพร้อมส่งยิ้มให้
“หนู หนูชื่อะไรคะ”
เด็กน้อยยิ้มอายๆ ก่อนบอกชื่อตัวเองไปว่า “อ้อ”
“เหรอคะ พี่ชื่อน้ำใสนะคะ” น้ำใสเริ่มสานสัมพันธ์บางทีหล่อนอาจจะได้ข้อมูลอะไรบางอย่างจากเด็กน้อยคนนี้บ้างก็ได้
“คือ พี่อยากรู้จังว่าที่นี่เป็บ้านของใคร บ้านของหนูหรือเปล่าคะ”
“ใช่”
“แล้ว หนูอยู่กับใครคะ อยู่กับพ่อแม่หรือเปล่า”
“เปล่า”
“ถ้างั้น อยู่กับพี่ หรืออยู่กับลุง ป้า น้า อา หนูอยู่กับใครคะ”
เด็กอ้อส่ายหน้าแทนคำตอบน้ำใสไม่เข้าใจในอาการที่เด็กแสดงจึงถามย้ำว่า
“อ้าว งั้นหนูอยู่กับใครล่ะ คงไม่ใช่อยู่คนเดียวนะ” น้ำใส
“ฮื่อ” เด็กอ้อพยักหน้าเหมือนกำลังจะบอกน้ำใสว่าอยู่บ้านนี้คนเดียวจะเป็ไปได้ยังไง เด็กตัวกระเปี๊ยกแค่นี้จะอยู่คนเดียว คงต้องมีอะไรสักอย่างแล้วที่หล่อนเห็น ถาดอาหารบนโต๊ะกลางห้องนั่นก็ไม่น่าจะใช่ฝีมือหนูน้อยคนนี้เด็กอาจจะไม่เข้าใจคำถาม หรือเราอาจจะถามไม่ตรงประเด็น ลองใหม่ดีกว่า
“เอางี้ พี่ถามใหม่ หนูบอกว่าหนูอยู่คนเดียวแล้วใครหาข้าวหาของกินให้หนูล่ะ แล้วถาดของกินนั่น หนูยกมาให้พี่หรือเปล่าใครเป็คนทำล่ะคะ นั่นนะ” น้ำใสเอียงหน้าหันไปมองถาดอาหารตรงโต๊ะกลางห้อง
“พี่แก้วเป็คำทำ”
อื้มมีพี่แก้ว ได้ชื่อผู้ใหญ่มาหนึ่งคนแล้ว
“งั้นหนูก็อยู่กับพี่แก้วซิ ใช่มั๊ย”
“ฮื่อ” หนูน้อยส่ายหน้าแทนคำตอบอีกแล้วนี่หล่อนจะคุยกับเด็กคนนี้รู้เื่ไหมเนี่ย
“แล้วตกลงใครเป็คนดูแลหนูละคะ”
“พี่เอริค” เด็กน้อยตอบ
“พี่เอริค” เอริค น้ำใสทวนชื่อที่ได้ยิน อ๋อพี่เอริคที่เราได้ยินเด็ก ๆ เรียกเมื่อตอนที่ฟื้นขึ้นมาตอนแรกนั่นเอง เข้าใจล่ะเด็กคงอยู่กับนาย เอ๊ย คุณเอริคอะไรนั่น แล้วทำไมตอนแรกบอกว่าอยู่คนเดียว นึกอีกทีเรานี่ท่าจะบ้าไปกันใหญ่ จะเอาอะไรกับเด็กอายุแค่เจ็ดแปดขวบเข้าเื่ที่อยากรู้เลยดีกว่า
“หนูอ้อคะ พี่ขอถามหน่อย ที่นี่” น้ำใสเน้นเสียงตรงคำว่าที่นี่ช้าๆ ชัด ๆ ก่อนถามต่อว่า “ที่ไหนเหรอ”
“เกาะเอริค”
“เกาะเอริค” เอริคอีกแล้วนี่หล่อนได้ยินชื่อนี้เป็ครั้งที่สามแล้วนะ อยากรู้จังว่าเขาเป็ใคร สำคัญขนาดไหน สำคัญขนาดตั้งชื่อเกาะเป็ชื่อเขาเลยหรือนี่
“เออ แล้ว” น้ำใสทำท่าจะถามต่อ แต่เด็กน้อยกลับทำตาโตยกมือใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างปิดปากเหมือนใ หรือนึกอะไรขึ้นมาได้ก่อนหันหลังวิ่งเร็วตื๋อออกไปทันที
“เดี๋ยว เดี๋ยวก่อนซิ หนู อ้อ อ้อ ไปซะแล้ว” น้ำใสเสียดายยังไม่ทันรู้เื่เลยวิ่งหนีไปซะดื้อ ๆ เด็กหนอเด็ก
“ที่นี่คือเกาะเอริคเหรอ ไม่เคยได้ยินเลย หรือเป็เกาะส่วนตัว เกาะเอริคเอริค” น้ำใสพูดคำว่าเอริคช้า ๆ เหมือนใช้ความคิดหญิงสาวเผลอพูดคนเดียวเบาเบา
“คุณเอริคหรือนายเอริคนี่หน้าตาเป็ยังไงนะสำคัญขนาดเอาไปตั้งเป็ชื่อเกาะเชียวเหรอ อยากเห็นจริง ๆ ว่าหน้าตาจะเป็ยังไงคงจะอายุไม่น้อยแล้วแน่ ๆ อาจจะแก่คราวพ่อเราเลยก็เป็ได้”
“ผมยังไม่แก่ถึงขนาดเป็พ่อคุณหรอก”
“อุ๊ย” น้ำใสสะดุ้งใเมื่อได้ยินเสียงดังขึ้นตรงประตูหญิงสาวหันไปมอง
คนตรงหน้าคือชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ใบหน้าคมเข้มหน้าตาเขาคล้ายดาราลูกครึ่งที่มีอยู่มากในเมืองไทย มองอีกทีคล้ายพวกอิหร่านหรือตุรกี คนพวกนี้หน้าตาจะเป็เหลี่ยมมุมเป็รูปเป็ร่างชัดเจน ตาเป็ตาปากเป็ปาก บางคนก็เรียกพวกนี้ว่าพวกแขกขาว หน้าคมผมสีเข้ม ไม่จืดชืดทั้งหน้าทั้งผมเหมือนพวกอังกฤษหรือฝรั่งเศส
มิน่าถึงชื่อเอริคคงเป็พวกลูกครึ่งหรือไม่ก็พวกลูกเสี้ยวแน่
มองโดยรวมแล้วก็ดูดีอยู่หรอกมีอยู่อย่างเดียวที่น้ำใสไม่ชอบเลย ก็แววตาที่มีประกายไว้ตัวคู่นั้นนะซิท่าทางจะคบยาก
น้ำใสเผลอมองสบตาเขา่แรกก็ไม่รู้สึกอะไร แต่พอเอริคมองตอบไม่ลดละ น้ำใสก็เริ่มใจเต้นไม่เป็จังหวะ รู้สึกเหมือนความร้อนในตัวมันวิ่งพล่าน ตอนนี้มันคงหยุดอยู่ตรงใบหน้าเพราะน้ำใสรู้สึกว่าหน้าตัวเองร้อนมากกว่าส่วนใดในร่างกายยิ่งเมื่อชายหนุ่มผลักประตูให้กว้างแล้วสาวเท้าใกล้เข้ามา น้ำใสก็ยิ่งใจตื่นเต้นรัวหญิงสาวกัดริมฝีปาก บังคับตัวเองให้นิ่งกว่านี้แต่หญิงสาวก็ทนไม่ไหวจนต้องก้มหน้าหลบดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้น
เอริคตะลึงกับใบหน้าของสาวน้อยแปลกหน้ายามหล่อนลืมตาน่าดูน่ามองเสียยิ่งกว่าตอนที่เขาเจอครั้งแรกตอนที่นอนหมดสติอยู่ซะอีกตาหล่อนสวย กลมโตรับกับจมูกโด่งรั้นตรงปลายผมตรงดำเป็มันตกลงมาคลอเคลียปรกไหล่ทำให้โครงหน้านั้นดูเด่นยิ่งหน้าหล่อนสะอาดไร้เครื่องสำอางเป็ธรรมชาติแบบนี้ ยิ่งทำให้น่ามองมากยิ่งขึ้น
ที่สำคัญบอกไม่ถูกว่าเขารู้สึกอย่างไรเมื่อได้เห็นหล่อนเต็มตา มันแปลก แต่ดี ความรู้สึกแบบนี้เคยเกิดขึ้นกับเขามาแล้วครั้งหนึ่งมันเหมือนเมื่อครั้งที่ขาได้เจอกับ...เอริคบังคับตัวเองให้หยุดความคิดไว้เพียงแค่นั้นเขาไม่อยากนึกชื่อของใครบางคนออกมา
ไม่สิต้องไม่มีความรู้สึกแบบนั้นอีกแล้ว เขาไม่้าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยผู้หญิงคนนี้ต้องไม่ใช่ เขาเฝ้าวนเวียนบอกตัวเองในใจ
และเขาต้องหาทางจัดการกับหล่อนให้เร็วที่สุด!
เมื่อเห็นหญิงสาวก้มหน้าหลบตาเอริคจึงเป็ฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นก่อนว่า
“คุณชื่ออะไร ผมเอริค”
น้ำใสเงยหน้าขึ้นมองคนที่น่าจะ‘สำคัญ’ ที่สุดของที่นี่ถามเสียงกระด้างน้ำใสรู้สึกขัดหู ก่อนตอบกลับไปว่า
“ดิฉัน น้ำใส ค่ะ”
เอริคเงียบไปอีกตอนแรกที่คิดไว้ว่าจะถามหล่อนหลายเื่ พอเอาเข้าจริงดวงตากลมสวยคู่นั้นกลับทำให้เขาประหม่านึกไม่ออกว่าจะถามหล่อนเื่อะไรก่อนอะไรหลัง
น้ำใสเห็นอีกฝ่ายเงียบไปหญิงสาวจึงไม่รั้งรอที่จะถามในสิ่งที่สงสัย
“เอ่อ ดิฉันอยากทราบว่า ที่นี่ ที่ไหนคะ”
“อ้อบอกคุณแล้วไม่ใช่เหรอ แล้ว ” เอริคย้อนถามแต่ยังไม่ทันจบประโยคดีหญิงสาวก็หน้าง้ำพูดสวนขึ้นว่า
“ใช่ค่ะ เด็กอ้อบอกแล้ว แต่ดิฉันก็้าคำตอบที่ชัดเจนไม่ใช่ฟังอะไรมาแล้วก็เชื่อไปหมด อีกอย่าง ดิฉันอยากคุยกับผู้ใหญ่มากกว่าค่ะแต่ถ้าคุณไม่สะดวกที่จะช่วยเหลือหรือตอบคำถามของดิฉันจะให้ดิฉันไปถามกับใครที่คุณคิดว่าสะดวกล่ะก็ บอกมาได้เลยค่ะจะให้ดิฉันไปพบเขาเดี๋ยวนี้เลยก็ยังได้” น้ำใสย้อนกลับตามนิสัยไม่ยอมคนของหล่อน
คนอะไรถามดี ๆ ตอบยียวนกวนอารมณ์ชะมัด นี่ถ้าไม่คิดว่าเราต้องพึ่งพาอาศัยเขาละก็นายได้รู้จักคนชื่อน้ำใสดีกว่านี้แน่