อุบัติการณ์ใหม่ มหันตภัยวันสิ้นโลก

    การเคลื่อนไหวลอบจู่โจม (2)

    ฟิ้ว…
    ลูกศรเป็นดั่งลำแสงอันแสนว่องไว พุ่งผ่านห้วงอากาศทิ้งร่องรอยที่รวดเร็วจนยากจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเอาไว้ ก่อนจะพุ่งเข้าไปปักอยู่บนร่างของนักรบคนหนึ่งที่อยู่ไกลออกไปกว่าสี่สิบเมตร เสียงโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังก้องไปไกลลิบ เมื่อร่างไร้วิญญาณล้มลง นักรบคนที่สองก็ถูกลูกศรพุ่งปักแล้ว เมื่อเสียงโหยหวนครั้งที่สามดังขึ้น ลูกศรที่ตกลงมาดั่งสายฝนก็พุ่งไปยังทิศทางที่ลูกศรทั้งสามดอกพุ่งมา ขบวนรถเฟยหม่าตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วมากแล้ว แต่น่าเสียดายที่พวกเขาโจมตีได้เพียงความว่างเปล่าเท่านั้น
    ในจุดที่ห่างออกไปประมาณยี่สิบเมตร เงาของใครคนหนึ่งกำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ร่างนั้นไม่ใช่คนอื่น เป็นหลิวเวยอันที่ลอบโจมตีศัตรูนั่นเอง เขาหันกลับไปมองลูกศรที่พุ่งลงมาปานสายฝนห่าใหญ่เบื้องหลัง ขณะที่บาดแผลบริเวณหลังเองก็เริ่มเจ็บแปลบขึ้นมา
    สองชั่วโมงก่อน เขายังคงหลบซ่อนตัวเพื่อลอบโจมตีขบวนม้าเฟยหม่าเช่นเคย และทุกอย่างก็เป็นดั่งที่เห็นเมื่อครู่นี้ ในตอนแรก ไม่มีใครสังเกตเห็นเขาแม้แต่คนเดียว จนกระทั่งวินาทีที่เริ่มโจมตีออกไป เขาถึงรู้ว่าตนคิดผิดอย่างมาก เพราะแท้จริงแล้ว เขาติดกับดักที่ศัตรูวางเอาไว้แล้ว รอบด้านมีพลธนูจำนวนนับไม่ถ้วนล้อมอยู่ตั้งแต่แรก โชคยังดีที่เขายังดวงไม่ถึงฆาต เจอผีดิบเจียงซือที่คลุ้มคลั่งมุ่งมาทางนี้พอดี ฝูงผีดิบเจียงซือทำให้วงล้อมของศัตรูแตกกระจาย แผนการที่แสนรอบคอบของศัตรูมีข้อบกพร่อง เขาจึงฉวยโอกาสนี้หนีเอาตัวรอดออกมาได้ ถึงจะเป็นเช่นนี้ เขาก็ยังถูกลูกศรยิงโดนหลายที่อยู่ดี จุดที่สาหัสที่สุดอยู่ด้านหลัง หัวลูกศรอยู่ห่างจากหัวใจเขาไม่ถึงครึ่งเซ็นติเมตร อีกนิดเดียวเขาก็ตายแล้ว
    หลังจากบทเรียนจากเหตุการณ์นี้ เขาจึงไม่อยู่ที่เดิมเกินห้าวินาที พอยิงธนูออกไปหนึ่งครั้ง ก็จะเปลี่ยนตำแหน่งทันที อีกอย่าง เขาจะเลือกยิงธนูในจุดที่ห่างจากศัตรูอย่างน้อยสี่สิบเมตรเสมอ สี่สิบเมตรอยู่ในระยะการโจมตีของธนูทั่วมู่ชั้นสูงพอดี แต่สำหรับธนูปกติ ถ้ายิงไกลสี่สิบเมตร ลูกศรที่พุ่งออกมาก็แทบจะไม่มีกำลังโจมตีแล้ว ยิ่งเรื่องความแม่นยำก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย ระยะทางเท่านี้จึงเป็นระยะที่ปลอดภัยมากที่สุด สามารถจู่โจมและป้องกันได้ในทีเดียว
    สิบนาทีต่อมา มีเสียงร้องโอดโอยดังขึ้นจากอีกทิศหนึ่ง พอขบวนม้าเฟยหม่ารับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น หลิวเวยอันก็หายไปแล้วทิ้งไว้เพียงศพของนักรบหลายคนและผีดิบเจียงซือที่กำลังกรีดร้องเท่านั้น
    หลิวเวยอันปรากฎตัวขึ้น สลับกับหลบซ่อนเช่นนี้ตลอดทั้งคืน เขาโจมตีอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดดั่งสายฟ้า แต่ก็หนีหายไปได้อย่างรวดเร็วดั่งกระต่ายป่า ไม่มีใครหาร่องรอยของเขาได้เลยด้วยซ้ำ กลุ่มขบวนรถเฟยหม่าไล่จับจนเหนื่อยจึงต้องทนเห็นคนของตนล้มลงไปทีละคน ๆ โดยทำอะไรไม่ได้ ครั้งนี้หลิวเวยอันที่ได้รับบทเรียนมามีความระมัดระวังตัวมากขึ้น เขาดูมองกับดักในหลาย ๆ ที่ออก จึงอ้อมหลบไปได้อย่างปลอดภัย กลุ่มคนที่เตรียมจะดักโจมตีเขากลับเป็นคนที่ได้รับความเสียหายไปไม่น้อย


    ตอนนี้เป็นเวลาตีสามแล้ว แต่หลิวเวยอันยังไม่ยอมไปไหน คนของขบวนรถเฟยหม่าถูกยิงตายไปประมาณสี่ร้อยคน และตายด้วยมือผีดิบเจียงซือไปกว่าหกร้อยคนแล้ว ส่วนคนที่เหลือก็หวาดกลัวจนไม่อยากจะต่อสู้กับสัตว์ประหลาดอีกต่อไป หลิวเวยอันเป็นเหมือนวิญญาณที่พรางตัวอยู่รอบกาย และมักจะยิงลูกศรออกมาอย่างเงียบสงัด ทุกครั้งที่ลูกศรพุ่งมา ก็เอาชีวิตผู้คนได้อย่างน้อยคนหนึ่งเสมอ ท้ายที่สุดผู้นำสูงสุดของขบวน นั่นก็คือชายร่างกายกำยำที่เป็นอันตรายกับหลิวเวยอันมากที่สุดก็สั่งให้หยุดพัก และตั้งแคมป์อยู่กับที่ทันที
    ไม่นาน แคมป์ที่รอบนอกสุสานก็เสร็จสิ้นลง ต้องขอบคุณหลิวเวยอันที่ฆ่าผีดิบเจียงซือไปจนหมด พวกเขาถึงมีพื้นที่สำหรับการตั้งแคมป์มากขนาดนี้ เพราะปกติแล้วผีดิบเจียงซือจะไม่มาที่รอบนอกของสุสานอย่างเด็ดขาด พวกมันชอบอยู่ในที่ที่มีไอพิษจากศพเข้มข้นมากกว่า
    คบเพลิงถูกจุดขึ้นดวงแล้วดวงเล่ารอบแคมป์พัก ส่องให้ค่ำคืนที่มืดมิดสว่างราวกับกลางวัน ใต้แสงสว่างเช่นนี้ อย่าว่าแต่มนุษย์เลย แม้แต่หนูตัวเล็ก ๆ ก็หนีไม่พ้นสายตาของพวกเขาแน่ พวกเขามีด่านป้องกันทุก ๆ ยี่สิบก้าว และให้จับกลุ่มกันกลุ่มละสามคนเพื่อเดินลาดตระเวณรอบ ๆ แคมป์อย่างแน่นหนา เพราะความเหนื่อยอ่อนที่สะสมมาทั้งวัน ไม่นานคนของขบวนม้าเฟยหม่าก็หลับกันไปอย่างรวดเร็ว ขณะกำลังหลับสนิทอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีเสียงโหยหวนดังขึ้นด้านนอก
    “อ้ากก...”
    เสียงร้องที่น่าสยดสยองดังก้องไปทั่วท้องฟ้า สร้างความวุ่นวายให้แคมป์พักได้ในชั่วพริบตา
    “เกิดอะไรขึ้นน่ะ?” หัวหน้าหน่วยคนหนึ่งวิ่งออกมาจากที่พักอย่างเกรี้ยวกราด
    ศพหนึ่งศพนอนนิ่งอยู่บนพื้น มีธนูปักคาอยู่ที่กลางหัวใจ เลือดสดไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง ย้อมให้เสื้อผ้าที่สวมใส่เปลี่ยนเป็นสีแดงสด องครักษ์ที่ลาดตระเวณกลุ่มเดียวกันยืนตัวสั่น พลางชี้นิ้วไปยังทิศหนึ่ง
    “มีเงาดำพุ่งออกมาจากทิศนั้น ตอนที่พวกเราสังเกตเห็น เงานั้นก็หายไปแล้ว พวกเราเห็นแค่แผ่นหลังของเขาลาง ๆ เท่านั้น มันรวดเร็วเกินไป”
    “ไอ้บ้าเอ้ย” หัวหน้ากลางคำรามเสียงดัง “แหกตาดูให้ดี ไอ้นั่นเป็นคน ไม่ใช่ผีดิบสักหน่อย เห็นแล้วก็รีบโจมตีสิวะ รอบ้าอะไรอยู่” เขาสบถด่าเช่นนี้ไปตลอดทาง กระทั่งกลับเข้าไปในเต็นท์ของตน เพิ่งนอนได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ตอนกำลังสะลึมสะลืออยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีเสียงโหยหวนดังขึ้นอีกครั้ง
    แคมป์ที่พักจมเข้าสู่ความวุ่นวายเป็นครั้งที่สอง
    “ไอ้บ้านั่นไม่คิดจะหยุดเลยหรือไง” เมื่อเสียงโหยหวนดังขึ้นเป็นครั้งที่สาม ในที่สุดหัวหน้ากลางก็ทนไม่ไหว เขากระโดดลุกขึ้นมาจากเตียง จากนั้นก็ชักกระบี่ออกมา แล้วมุ่งหน้าไปที่กลุ่มลาดตระเวณอีกครั้ง
    “ข้าจะเฝ้ายามต่อเอง ถึงขนาดนี้แล้วข้าไม่เชื่อว่าจะจับไอ้สารเลวนั่นไม่ได้”
    ผ่านไปครึ่งชั่วโมง หนึ่งชั่วโมง หนึ่งชั่วโมงครึ่ง... ท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้นรำไร หลิวเวยอันไม่ปรากฎตัวขึ้นอีกเลย ราวกับเขาหายตัวไปแล้วเช่นนั้น
    “แม่งเอ้ย... เราติดกับแล้ว” หัวหน้ากลางลูบน้ำค้างที่เกาะอยู่บนเส้นผมพลางถ่มน้ำลายอย่างโกรธแค้น
    ตอนเช้า
    หลิวเวยอันไม่ได้ปรากฎตัวตลอดทั้งวัน คล้ายกับว่าเขากลับไปนอนหลับแล้ว เสียแรงที่ขบวนม้าเฟยหม่าอุตส่าห์ระแวงมาทั้งวัน ในตอนที่ฆ่าสัตว์ประหลาด พวกเขามักจะมองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวังเสมอ เพราะอาจจะมีลูกศรพุ่งออกมาจากทิศใดทิศหนึ่งเมื่อใดก็ได้ เมื่อเวลาล่วงมาจนถึงช่วงพลบค่ำ จนถึงตอนนี้ จำนวนผีดิบเจียงซือที่พวกเขาฆ่ายังไม่ถึงแปดส่วนของเมื่อวานเลยด้วยซ้ำ
    ตอนเย็น เวลาห้าโมงครึ่ง ระหว่างกินอาหารเย็น หนึ่งในคนที่รับหน้าที่ขนศพก็วิ่งกลับมาในสภาพเลือดโชกร่าง แถมยังสะบักสะบอมไปทั้งตัว หัวหน้าหน่วยเห็นดังนั้นก็มีสีหน้าบึ้งตึงขึ้นมาทันที พลันสังหรณ์ไม่ดีก็ระเบิดขึ้นมาอย่างกะทันหัน และก็เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ เมื่อคนผู้นั้นพูดระคนร้องไห้ขึ้น
    “รถม้าถูกแย่งไปแล้ว ศพผีดิบเจียงซือแปดร้อยศพถูกแย่งไปแล้วครับ”
    ระหว่างที่คนขับรถม้ากำลังรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้สั่งการใหญ่ หลิวเวยอันกำลังเดินออกมาจากร้านขายยา 'ซอมบี้เภสัช' ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ตอนนี้แหวนมิติของเขามีเหรียญทองเพิ่มขึ้นแปดสิบเหรียญแล้ว สมดั่งคำที่ว่า สามัคคีคือพลังจริง ๆ ถ้ามีแค่เขาคนเดียว จะฆ่าผีดิบเจียงซือแปดร้อยตัว ก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งเดือนเลยทีเดียว แต่ขบวนม้าเฟยหม่ากลับใช้เวลาเพียงวันเดียวเท่านั้น
    “เสียดายก็แต่เมล็ดพันธุ์พลังงานกับถุงเนื้อเหล่านั้น” หลิวเวยอันเดินเข้าไปในร้านตระกูลเหอด้วยใบหน้าไม่พอใจนัก
    “เถ้าแก่ รับซื้อรถม้าไหม?”
    “คนทำการค้าย่อมรับเงินจากทั่วทุกทิศ อะไรที่ทำแล้วได้เงินก็รับทั้งนั้นแหละ” รอยยิ้มของเถ้าแก่แฝงไปด้วยความเสแสร้ง เขาถอนสายตากลับมาจากขบวนรถที่เรียงรายยาวเหยียดด้านหลัง ครึ่งหนึ่งเป็นรถม้า ส่วนอีกครึ่งเป็นรถที่ลากวัว ขบวนรถที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ ในเมืองสือโถว ก็มีแต่กลุ่มขบวนรถเฟยหม่าเท่านั้นที่มี มือชราของเขายื่นนออกไปข้างหน้า ทว่าเมื่อนิ้วมือสัมผัสกับลูกคิด นิ้วชรากลับเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วไม่ต่างไปจากเด็กหนุ่ม สุดท้าย เถ้าแก่ก็ชูนิ้วขึ้นสองนิ้ว
    “ทั้งรถและสัตว์ที่ลาก คิดรวมเป็นสองร้อยเหรียญทอง ของ ๆ เธอมีที่มาที่ไม่ใสสะอาด ฉันกล้าพูดได้เลยว่าในเมืองสือโถว มีแค่ตระกูลเหอเท่านั้นที่กล้ารับซื้อของแบบนี้ ถ้าไม่เชื่อ เธอจะลองออกไปถามดูก็ได้ แต่ถ้ากลับเข้ามาใหม่ ราคาที่ฉันให้ คงไม่ใช่ราคานี้แล้วนะ” “ตกลง!” หลิวเวยอันใบหน้าแย้มยิ้ม แต่ในใจกลับโมโหจนอยากจะด่าออกมา ตาเฒ่านี่เขี้ยวเสียจริง เขาชูนิ้วน้อยกว่าความเป็นจริงอย่างน้อยสองนิ้วเลยก็ว่าได้ เพราะแม้ตัวรถจะไม่ได้มีราคาอะไร แต่ม้ากลับมีราคาแพงระยับ พวกเฮยหนิวทำงานมาหลายปี แต่ตอนนี้ก็ยังใช้วัวลากรถอยู่เลย แค่นี้ก็รู้แล้วว่าม้ามีค่าและหายากแค่ไหน เขาเสี่ยงชีวิตถึงจะได้เงินแค่สองร้อยเหรียญทอง แต่ตาเฒ่านี้เพียงแค่ขยับปากพูดเท่านั้นกลับได้กำไรมากกว่าเขาเป็นไหน ๆ ที่น่าเจ็บใจยิ่งกว่าคือทั้งหมดนี้ เขาเป็นผู้เสนอให้เองล้วน ๆ ชีวิตนี้ช่างบัดซบเสียจริง
    ตกดึก หลิวเวยอันยังคงกลับไปปั่นป่วนพื้นที่แถบสุสานเหมือนเคย เขาระมัดระวังกว่าเดิมมาก เมื่อยิงธนูออกไปแล้วก็จะถอยห่างออกไปทันที เขาไม่ได้เน้นที่การฆ่าได้จำนวนมาก แต่เน้นการก่อกวนต่างหาก เขาทำเช่นนี้ตลอดทั้งคืน ขบวนม้าเฟยหม่าก็หวาดระแวงมาทั้งคืนเช่นกัน ในวันรุ่งขึ้น หลิวเวยอันก็ลอบโจมตีกลุ่มขนย้ายของขบวนอีกเหมือนเดิม แต่ในครั้งนี้ ขบวนม้าเฟยหม่าเตรียมการรับมือเอาไว้ล่วงหน้า อีกเพียงนิดเดียวเขาก็ถูกจับได้แล้ว สุดท้ายหลิวเวยอันก็หนีรอดไปได้หลังทิ้งศพเอาไว้นับสิบศพ
    คืนต่อมา หลิวเวยอันแอบเข้าไปในสุสานอีกครั้งโดยไม่สนใจบาดแผลที่ยังไม่หายดีของตน เขาถูกขบวนม้าเฟยหม่าลอบโจมตีในช่วงหลังเที่ยงคืน ทำให้เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด หลังหลบหนีไปได้ หลิวเวยอันก็วนกลับเข้ามาเอาคืนอย่างรวดเร็วจนไม่มีใครในขบวนม้าเฟยหม่าคาดถึง และในการโจมตีครั้งนี้เขาก็ได้สังหารหัวหน้าหน่วยที่ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บด้วยธนูเมื่อวันก่อน ลูกศรปักลงที่กลางหัวใจของหัวหน้าหน่วยอย่างแม่นยำ เมื่อสำเร็จแล้วก็รีบหนีไปอีกครั้ง
    …

    หลิวเวยอันซ่อนตัวอยู่บนกิ่งไม้ที่เต็มไปด้วยใบไม้ทึบหนา กำลังมองขบวนรถที่เคลื่อนเข้ามาใกล้อย่างช้า ๆ
    สมแล้วที่ขบวนม้าเฟยหม่าเป็นมหาอำนาจที่ขึ้นชื่อเรื่องความร่ำรวย เขาเพิ่งจะขโมยรถม้ากว่าสามสิบคันไปหมาด ๆ มาตอนนี้พวกเขาก็หารถเข้ามาแทนที่ได้ถึงห้าสิบคันแล้ว ขบวนรถเรียงรายยาวเหยียด เป็นเหมือนมังกรขนาดใหญ่ที่กำลังเลื้อยอยู่กลางถนน ที่ด้านหน้าสุดของขบวนมียังองครักษ์คุ้มกันกว่ายี่สิบคน
    นอกจากนี้ ยังมีองครักษ์เดินตรวจตราอยู่ที่สองฝั่งรถม้าอีกกว่าสามสิบคน ส่วนที่หลังขบวนก็มีองครักษ์อีกกว่ายี่สิบคน ในบรรดาคนเหล่านี้มีทั้งที่เป็นนักรบและพลธนู โดยผู้ที่มีพลังสูงสุดก็คือหัวหน้าหน่วยของกลุ่มนั่นเอง เห็นได้ชัดว่าการปล้นชิงสองครั้งก่อน ทำให้คนกลุ่มนี้ระแวดระวังเป็นอย่างมาก ระหว่างทาง สายตาก็คอยสอดส่องพื้นที่รอบด้านอย่างละเอียด
    หลังสำรวจอย่างละเอียดและพบว่าไม่มีสิ่งใดผิดปกติ ขบวนคนก็เคลื่อนผ่านใต้ต้นไม้ที่หลิวเวยอันซ่อนตัวอยู่พอดี ในตอนที่รถม้าคันสุดท้ายเตรียมจะเคลื่อนผ่านไป ในที่สุดหลิวเวยอัน.ก็ตัดสินใจแล้ว เขาจะลงมือกับคนพวกนี้นี่ล่ะ
    เสียงสั่นของสายธนูดังขึ้น กว่ายี่สิบคนที่เดินอยู่หลังสุดของขบวนล้มลงไปตาม ๆ กัน มีถึงหกคนที่ถูกยิงเข้าที่ลำคอ พวกเขาล้มลงโดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้องออกมาด้วยซ้ำ คนที่เหลือตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก ระหว่างที่คนทั้งหลายกำลังหลบเลี่ยงอย่างวุ่นวน ก็มีคนถูกโจมตีจนล้มลงอีกครั้ง คนที่เหลือเห็นดังนั้นก็รีบพุ่งเข้าไปในป่าไม้ที่สองข้างทาง อีกด้าน หลิวเวยอันเปลี่ยนเป้าหมาย หันไปยิงโจมตีหน่วยคุ้มกันที่ยืนอยู่ที่สองข้างของขบวนแทน ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุดของยอดฝีมือกับคนธรรมดาก็คือสติตั้งมั่นเมื่อพบเจอปัญหา จะทำให้ตัดสินใจรับมือด้วยวิธีที่ถูกต้องที่สุดได้อย่างรวดเร็ว ก็เหมือนที่เป็นอยู่ในตอนนี้ สิ่งแรกที่พวกเขาทำไม่ใช่การหลบหนี แต่เป็นการพุ่งไปข้างหน้าพร้อมกับโล่ป้องกันต่างหาก
    หลิวเวยอันทำราวกับมองไม่เห็นคนอื่น ๆ สายตาของเขาจับจ้องไปที่ร่างของหัวหน้าหน่วยตาไม่กระพริบ คนผู้นี้เป็นคนที่เป็นอันตรายต่อเขามากที่สุดในขบวนรถนี้ ด้วยฝีมือระดับทองแดงของคนผู้นี้ หากเข้ามาประชิดตัวหลิวเวยอันได้ เขาต้องตายอย่างแน่นอน อาการบาดเจ็บสาหัสที่ได้รับเมื่อครั้งก่อนทำให้หลิวเวยอันสัมผัสได้ถึงความแตกต่างระหว่างตนกับยอดฝีมือระดับทองแดงอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะความสามารถด้านการต่อสู้ระยะประชิดของอีกฝ่าย
    ฟิ้ว…
    ลูกศรพุ่งแหวกอากาศออกมาด้วยความเร็วประดุจสายฟ้า
    โล่ใบหนึ่งถูกโยนขึ้นไปกลางอากาศ ลูกศรกระแทกลงบนโล่ ก่อให้เกิดละอองไฟขึ้นกลางอากาศ ก่อนโล่หนักจะร่วงลงบนพื้นดินอีกครั้ง หลิวเวยอันเพิ่งยิงธนูดอกที่สองออกไป หัวหน้าหน่วยที่พุ่งขึ้นมาสมทบก็เหวี่ยงดาบฟันให้ลูกศรแหวกออกเป็นสองท่อนเสียแล้ว ทันใดนั้นหัวหน้าหน่วยผู้นั้นก็ต้องเบิกตากว้าง เพราะที่ตามลูกศรดอกนั้นคือลูกศรอีกดอก ทว่าหัวหน้าหน่วยได้ยินเสียงจากการสั่นของสายธนูเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ภายใต้สถานการณ์ที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ ดาบคมส่องแสงระยับตา ประกายลำแสงแสบตาสว่างวาบอย่างฉับพลัน
    ลูกศรทั้งสองดอกถูกผ่าเป็นสี่ท่อน
    ยังไม่ทันได้โล่งอก หัวหน้ากลางก็หน้าถอดสีอีกครั้ง เพราะหลังธนูดอกที่สอง ยังมีธนูตามมาอีก เขาคิดไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าหลิวเวยอันยิงลูกศรมากมายขนาดนี้ออกมาพร้อมกันในครั้งเดียวได้อย่างไร ลูกศรพุ่งเข้ามาประชิดร่างกายในเสี้ยววินาที ก่อนที่ปลายลูกศรจะสัมผัสโดนผิวหนัง จู่ ๆ ก็มีแสงสีเหลืองพุ่งออกมาจากฝ่ามือของหัวหน้ากลางกลายเป็นชั้นป้องกันสีใสในพริบตา
    ติ้ง... ลูกศรกระแทกลงบนชั้นป้องกัน ส่งเสียงกระทบดังขึ้น ก่อนจะถูกสะท้อนกลับออกไปอีกครั้ง ชั้นป้องกันชั้นบางนี้แข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัว ในตอนที่ลูกศรดอกที่สองกระแทกลงบนม่านป้องกัน และกำลังจะถูกสะท้อนกลับมานั้น จู่ ๆ ปลายลูกศรก็ระเบิดขึ้นมา
    ยันต์ฮู้ปราบผีดิบ!
    เสียงที่ฟังดูเหมือนเปลือกไข่แตกดังขึ้น ชั้นป้องกันแตกสลายออก แสงทองเลือนหายไป หัวหน้าหน่วยผู้นั้นถอยไปด้านหลังเพียงสองก้าว ทว่าเขาไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ลูกศรนับสิบถูกยิงไปที่ต้นไม้ในป่า ขณะเดียวกัน นักรบที่หลบหนีเข้าไปในป่าก็พุ่งไปที่ต้นไม้ต้นนั้นเช่นกัน ตอนนี้หลิวเวยอันสูญเสียโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับการลอบสังหารหัวหน้ากลางไปแล้ว เขายิงคนหนึ่งตายเตรียมจะกระโดดลงมาจากบนต้นไม้ แต่ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ ศพของผีดิบเจียงซือในรถม้าคันสุดท้ายก็ระเบิดขึ้น ร่างกายกำยำแข็งแกร่งร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาใกล้ด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง
    แกรก...
    เสียงหักของกิ่งไม้ดังขึ้นข้างหู หลิวเวยอันตกใจจนวิญญาณแทบจะหลุดออกจากร่าง คนผู้นั้นก็คือคนที่เขาสงสัยว่าเป็นยอดฝีมือระดับเงินนั่นเอง
    ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายนี้ หลิวเวยอันรีบนำโล่ใบหนึ่งออกมาจากแหวนมิติ จากนั้นก็ใช้มันกำบังแผ่นหลังเอาไว้ ตุ้บ... หมัดหนึ่งกระแทกลงบนโล่ ทำให้โล่แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ได้ในทันที หลิวเวยอันส่งเสียงอุทานออกมา ก่อนจะกระอักเลือด แล้วลอยออกไปด้านหลังอย่างไม่อาจควบคุมได้
    -โปรดติดตามตอนต่อไป-

    คล้ายกับเรื่องอุบัติการณ์ใหม่ มหันตภัยวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 2687
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136