บทที่6
กลางดึกภายในห้องนอนพวกเขายังคงไม่หลับ แต่กำลังนั่งนับเงินเก็บที่มีน้อยนิดกันอยู่
ส่วนเื่สตรีชุดดำเขาพยายามจะไม่สนใจ พยายามคิดว่ามันไม่ใช่ ไม่จริง เขาตาฝาดหูฝาดไปเอง ใช่…มันต้องเป็แบบนั้นแน่ๆ! นี่มันนิยายรักต่อสู้นะ ไม่ใช่นิยายสยองขวัญเสียหน่อยเพราะงั้นมันจะมีผีไม่ได้!
“เ้าคิดออกแล้วรึว่าอยากจะทำอะไรอาเหอ”
จื้อจงถามตัดความคิดเื่สตรีชุดดำในหัวเขา ซึ่งเขารู้สึกขอบคุณมาก
“อืม ก็คิดๆ ไว้ว่าอยากเปิดร้านน้ำชาเล็กๆ สักร้าน ข้าว่ามันก็น่าสนใจดี”
“หือ นั่นต้องลงทุนอยู่พอสมควรเลยนะ ไหนจะค่าเช่าร้าน อุปกรณ์ โต๊ะเก้าอี้อีกล่ะ ข้าคิดว่าเ้าจะทำอะไรง่ายๆ ก่อนเสียอีกอย่างพวกเช่าแผงขายของอะไรแบบนั้น”
“ข้าคิดเผื่อพวกท่านแม่ด้วยน่ะ ถ้าหากร้านไปได้ดี พวกท่านก็แค่คอยเป็เถ้าแก่เนี้ยคอยเก็บเงินดูร้านแค่นั้น เราสองคนก็เป็เสี่ยวเอ้อช่วยแม่ดูแลร้าน ตกเย็นก็ปิดร้านพักผ่อนพร้อมหน้า พวกท่านจะได้ไม่ต้องมานั่งเย็บผ้าเช้าจนดึกแบบทุกวันนี้ ข้าคิดว่าพวกนางคงไม่ชอบอยู่เฉยข้าต้องหาอะไรที่ไม่เหนื่อยจนเกินไปมาสำรองให้ทำจะได้ไม่ต้องแอบไปนั่งรับงานเย็บผ้าให้เหนื่อยจนอดหลับอดนอนอีก”
“โอ้! เป็ความคิดที่ยอดเยี่ยมไปเลยอาเหอ ทำไมข้าคิดไม่ถึง ถ้าทำแบบนั้นพวกเราก็จะอยู่ด้วยกันตลอด ทุกวันนี้ข้าก็อดเป็ห่วงท่านแม่ไม่ได้อยู่เหมือนกันแม้จะรู้ว่ามีท่านน้าคอยดูแลอยู่ด้วยแต่นางทั้งสองก็เป็สตรีอันตรายมันไม่เลือกเวลาสถานที่ พวกนางไม่ได้อยู่ในสายตาข้า ข้าจึงรู้สึกเป็ห่วงอยู่บ่อยๆ”
“ข้าก็คิดแบบนั้นแหละ ตรงที่ที่เราอยู่ตอนนี้ก็เป็พื้นที่แออัดใครไปมาก็ไม่น่าไว้ใจ ซ้ำท่านทั้งสองเป็สตรีข้าก็ห่วงเื่พวกนี้ไม่น้อยจึงอยากหาที่พักใหม่พร้อมกับไว้ใช้ทำร้านไปด้วยเลย”
“อืมๆ ข้าชอบความคิดเ้า แต่ติดปัญหาที่ว่า…เราไม่มีเงินมากขนาดนั้นน่ะสิ”
“ใช่ นี่เป็ปัญหาใหญ่มากทีเดียว อืม….เอาไว้ข้าคิดวิธีหาเงินอีกทีแล้วกัน ส่วนเงินพวกนี้เ้าก็รวบรวมไปเก็บไว้ให้ดีๆ ก่อนก็แล้วกัน เอาล่ะวันนี้พอแค่นี้ก่อน เรารีบเข้านอนกันเถอะ”
“อืม”
เมื่อเก็บทุกอย่างเรียบร้อยพวกเขาก็รีบเข้านอนกันทันทีเพราะพรุ่งนี้ตอนเย็นพวกเขาก็ต้องเดินทางกลับจวนแล้ว
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนตอนนี้ก็ผ่านมาสองเดือนแล้วพวกเขาทำงานในจวนกันอย่างขยันขันแข็งเวลาว่างก็จะช่วยกันฝึกใช้พลังเพื่อจะได้เก่งขึ้นส่วนวันหยุดก็กลับไปหาพวกท่านแม่เช่นเดิม ส่วนสตรีชุดดำก็ยังมาให้เขาเห็นเกือบทุกครั้งที่มีโอกาสตอนกลับบ้าน เล่นผลุบโผล่จนตอนนี้เขามั่นใจอย่างถึงที่สุดแล้วว่านางไม่ใช่มนุษย์ ยังมีพี่สาวสองคนที่เขาเคยเห็นในวันแรกที่มาโลกนี้พวกนางก็ไม่ใช่มนุษย์เช่นเดียวกัน! แถมยังผลุบโผล่ไปได้ทุกที่ที่เขาไปในจวนอีกด้วย แม้จะทำเป็มองไม่เห็นและไม่ได้ยินสิ่งที่พวกนางพูด แต่พวกนางก็เหมือนจะรู้ว่าเขาเห็นพวกนาง เพราะตอนโผล่มาแรกๆ ทำเขาใจนหน้าหงายไปตั้งหลายรอบ พอนานๆ เข้าบ่อยครั้ง จนผ่านมาสองเดือนมันก็สร้างความเคยชินให้เขาไปแบบไม่รู้ตัว
อาจจะเป็เพราะพวกนางไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นทั้งยังอยู่ในสภาพที่ดีไม่ได้มาในสภาพที่เละเทะน่ากลัวเหมือนพวกผีที่อยู่ตามข้างทาง เหมือนที่เขาเคยเห็นตอนกลับบ้านครั้งล่าสุด เขารู้สึกได้ว่าตนเองเริ่มจะมองเห็นสิ่งลี้ลับพวกนี้บ่อยขึ้นถี่ขึ้น และพอได้เห็นอะไรบ่อยๆ มันเลยเกิดความเคยชินอีกทั้งความกลัวก็ลดลงไปแบบไม่รู้ตัวด้วย และก็มีหลายครั้งที่เขาหาเหตุผลกับสิ่งที่เขาเห็นเหล่านี้…หรือเป็เพราะเขาเองก็เป็ิญญาเหมือนกัน เป็ิญญาต่างถิ่นที่มาสิงอยู่ในร่างนี้ มันเลยทำให้เขาได้เห็นสิ่งเหล่านี้ไปด้วยหรือเปล่านะ!
“สรุปเ้าจะไปให้ข้าใช่หรือไม่อาเหอ”
เสียงพี่หรูบ่าวสาวของจวนดึงความคิดเขาให้กลับมาจดจ่อกับงานที่กำลังจะทำในปัจจุบัน จำต้องพักเื่ผีๆ เอาไว้เท่านั้นก่อน
งานที่ว่านอกจากเขาจะทำงานปกติของตนเองแล้ว ั้แ่กลับจวนมาในครั้งนั้นและตั้งใจที่จะหาเงินให้ได้เยอะๆ ในระหว่างที่ยังหาทางอื่นไม่ได้พวกเขาก็เลยรับจ้างส่วนตัวที่บ่าวจ้างกันเองอีก เรียกว่ามีใครใช้ให้ทำอะไรนอกเหนือจากหน้าที่ตัวเองก็คิดเป็เงินเป็ทองไปหมด แม้แต่กับลุงเฉินเองพวกเขาก็ยังไม่เว้น ถ้าเป็งานเบาๆ ที่ช่วยได้เขาก็ช่วยเฉยๆ นะไม่ได้คิดเงินอะไร แต่ถ้าเป็งานหนักๆ หรือเป็กิจจะลักษณะที่ไม่ใช่หน้าที่เขาอันนั้นคิดเต็มอัตตรา จนคนในจวนบอกว่าพวกเขาเป็พวกขี้งกไปแล้ว คึคึ
และวันนี้ก็เป็อีกวันที่บ่าวในจวนที่มีหน้าที่ยกสำรับไปให้คุณหนูใหญ่เถียนถิงอย่างพี่หรูไม่กล้ายกสำรับเข้าไปให้คุณหนูเพราะ่นี้ดูเหมือนคุณหนูจะอารมณ์เสียบ่อยๆ ทั้งยังมีการขว้างปาข้าวของระบายอารมณ์ด้วย พวกบ่าวพากันกลัวจนเกี่ยงกันไปมา และสุดท้ายก็มาจบที่การจ้างเขาสองคนให้เป็คนยกสำรับเข้าไปแทน แน่นอนว่าพวกเขาก็ตอบรับเช่นเคย ครั้งที่แล้วจื้อจงเป็คนไป ครั้งนี้จึงเป็ตาของเขา
“ใช่ ข้าจะไป”
“นี่คือสำรับของคุณหนูใหญ่ ใกล้ได้เวลาแล้วเ้ารีบไปเถอะก่อนที่คุณหนูจะโมโห”
“อืม อาจื้ออย่าลืมเก็บเงินพวกนางด้วย”
“รู้แล้วๆ”
“พวกเ้านี่มันขี้งกจริงๆ เชียว เอ้า”
หนิงเหอรีบเดินถือสำรับมายังเรือนของคุณหนูใหญ่เถียนถิง เมื่อถึงหน้าประตูยังไม่ทันได้เข้าไปเขาก็ได้ยินเสียงดังออกมาถึงหน้าเรือน
“ฟางจิน นางจิ้งจอกนั่นทำให้ข้าขายหน้าอีกแล้ว!”
“คุณหนูใจเย็นๆ ก่อนเ้าคะ”
“เ้าจะให้ข้าใจเย็นอย่างไรไหว ฟางจินทำข้าสะดุดตกบันไดกลางโรงเตี๊ยม ผู้คนหัวเราะข้ามองข้าเป็คนไม่สำรวมจนเสียกิริยาแบบนั้น ทั้งยังไม่มีหลักฐานเอาผิดนางจิ้งจอกนั่นได้อีก เจ็บตัวขนาดนี้แต่นางกลับลอยนวลไปเสียดื้อๆ จะให้ข้ายอมนิ่งเฉยได้อย่างไร”
“บ่าวเข้าใจเ้าค่ะ แต่คุณหนูใจเย็นก่อนนะเ้าคะ”
เถียนถิงได้ยินคำว่าใจเย็นมาเป็สิบๆ รอบจนตอนนี้นางเริ่มจะโมโหกับคำๆนี้แล้ว…ไม่มีคำอื่นเลยหรือไร!
“โอ๊ย ข้าไม่เย็นแล้ว ออกไปให้หมดข้าอยากอยู่คนเดียว”
“เ้าค่ะๆ ไปๆ รีบออกไป”
บ่าวสาวคนนั้นรีบต้อนคนอื่นๆ ออกจากห้องทันที พอออกมาหน้าห้องก็เจอเขาที่กำลังยืนถือสำรับรออยู่หน้าประตูพอดี
“อ่าว เ้านำสำรับมาให้คุณหนูรึ”
“ขอรับ”
“เวลานี้เกรงว่าจะไม่เหมาะ คุณหนูคงได้คว่ำสำรับทิ้งแน่ เ้าค่อยมาใหม่ภายหลังเถอะ”
บ่าวสาวคนนั้นพูดอย่างหวังดี
“แต่นี่ใกล้เลยเวลารับสำรับแล้ว ข้าเกรงว่าคุณหนูจะปวดท้องเอาได้ถ้าไม่รับสำรับตอนนี้ ข้าว่าข้าลองเอาเข้าไปก่อน หากคุณหนูคว่ำสำรับ เอาไว้ข้าค่อยยกมาให้ใหม่ได้”
เขาเสนอ เพราะฟังจากที่ได้ยินมาเมื่อครู่นี้บวกกับเื่เมื่อสองเดือนก่อนที่เขาได้ยินจากจื้อจงมา เขาว่าเขาพอจะคิดอะไรดีๆ ออกแล้ว และนี่ก็เป็โอกาสเหมาะมากที่จะเข้าไปเจรจากับเถียนถิง
“เช่นนั้นก็ตามใจเ้าแล้วกัน ส่วนพวกเ้าก็ไปกันก่อนเถอะเอาไว้คุณหนูเย็นลงค่อยกลับมา ข้าจะรออยู่ตรงหน้าห้องเองคนเดียว”
บ่าวสามสี่คนที่มีหน้าที่ดูแลคุณหนูเดินจากไปเหลือไว้เพียงหนึ่งคนที่หน้าห้องเท่านั้น ส่วนเขาก็ค่อยๆ เข้าไปภายในห้องโดยมีพี่สาวที่บอกจะยืนเฝ้าหน้าห้องช่วยเปิดและปิดประตูให้
“ข้าบอกให้ออกไปให้หมดไง ยังจะเข้ามาทำไมอีก”
“บ่าวนำสำรับมาให้ขอรับคุณหนูใหญ่”
“ไม่ต้อง...ข้าไม่หิว รีบเอาออกไปเถอะ”
เถียนถิงปฏิเสธทันที เพราะในใจนางตอนนี้ยังนึกแค้นนางจิ้งจอกฟางจินอยู่
“แต่ถ้าไม่รับ คุณหนูอาจจะปวดท้องได้นะขอรับ”
“ข้าบอกว่าไม่ไง เอาออกไป”
เถียนถิงเอ่ยไล่อีกครั้ง นางเองก็ไม่อยากทำลายข้าวของมากไปกว่านี้อยากจะสงบสติอารมณ์เพียงลำพังให้ได้เสียก่อน นางรู้ว่าเวลานางโมโหอะไรมากๆ นางจะควบคุมตนเองไม่ค่อยได้ และยิ่งนางหาทางออกที่นางพอใจไม่ได้ทางแก้ที่ดีคือปล่อยให้นางอยู่คนเดียวสักพักก็จะดีขึ้นเอง
“คุณหนู หากบ่าวพูดอะไรออกไปคุณหนูจะช่วยรับฟังสักครู่ได้หรือไม่ขอรับ”
เขารู้ว่าเถียนถิงมีนิสัยเช่นไรจึงกล้าที่จะพูดออกไป แม้นางจะดูร้ายๆ แต่ที่จริงนางไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร นางไม่เคยทำร้ายใครก่อนถ้าคนผู้นั้นไม่รักแกนางก่อนนางก็จะเป็มิตรที่ดีคนหนึ่ง นิสัยตรงๆ ปากร้ายแต่ใจดีนี่คือคำอธิบายนิสัยของนางผ่านตัวหนังสือในนิยาย
“มีเื่อะไร แล้วทำไมข้าไม่เคยเห็นหน้าเ้ามาก่อน”
เถียนถิงถอนหายใจก่อนจะหันมามองที่หนิงเหอ ยิ่งพอเห็นว่าไม่คุ้นหน้านางจึงถามด้วยความสงสัย
“เื่ของ ฟางจิน คุณหนูใหญ่สกุลอี้ คุณหนูอยากได้คำแนะนำจากบ่าวเื่นางหรือไม่ขอรับ”
หนิงเหอตัดสินใจรีบพูดออกไปทันที เพราะโอกาสมันก็มาถึงแล้วอย่างไรก็ต้องเสี่ยง ก็ต้องมาลุ้นเอาว่าเถียนถิงจะโมโหหนักกว่าเดิมหรือจะรับฟังเขา
“หือ…!!!”
เถียนถิงได้ยินดังนั้นก็หันมามองที่หนิงเหออีกครั้งด้วยความประหลาดใจและสงสัย
“บ่าวมิได้ประสงค์ร้ายอะไรต่อคุณหนูหรอกขอรับซ้ำบ่าวยังชื่นชมคุณหนูมากๆ ด้วยจึงอยากช่วยในเื่นี้”
หนิงเหอรีบบอก และที่บอกว่าอยากช่วยคืออยากช่วยจริงๆ เพราะเื่นี้จะมีผลกระทบกับนางโดยตรงในภายภาคหน้า
“แฮ่ม…เื่นั้นเอาไว้ก่อน ก่อนหน้านี้ที่ข้าถามว่าทำไมไม่เคยเห็นหน้าเ้ามาก่อน เ้าเพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่รึ”
อันที่จริงเถียนถิงสนใจมากเพราะก่อนหน้านี้นอกจากคำว่าใจเย็นที่ได้ยินจากคนรอบตัวนางก็ไม่ได้ยินประโยคอื่นเลยที่จะทำให้นางรู้สึกสงบได้ แต่พอมีคนมาบอกว่าจะช่วยแนะนำในเื่นี้นางก็รู้สึกสนใจไม่น้อย
“บ่าวทำงานที่นี่มาปีกว่าแล้วขอรับ แต่บ่าวมีหน้าที่หลักอยู่ตรงลานซักล้าง วันนี้เห็นมีสำรับกำลังจะยกมาที่เรือนของคุณหนูบ่าวทำงานตนเองเสร็จแล้ว จึงอาสาช่วยยกมาให้ขอรับ แล้วก็บังเอิญได้ยินเื่ราวจากหน้าประตูพอดีเท่านั้น”
หริงเหออธิบายเื่ตนเอง และแม้คำว่าอาสายกมาให้จะมีค่าจ้างก็เถอะ…แหะๆ
“อ่อ เป็เช่นนั้นเอง แฮ่ม…แล้วเื่อะไรที่จะแนะนำข้าเกี่ยวกับนางจิ้งจอกนั่นคือ…?”
“แฮ่ม ก่อนอื่นมีอีกเื่ที่บ่าวต้องบอกคุณหนูไว้ก่อนนะขอรับ เผื่อวันข้างหน้าคุณหนูอาจจะอยากใช้บริการสอบถามบ่าวอีก”
หนิงเหอรีบเกริ่นเื่…
“ใช้บริการอะไรเ้า”
“ที่จริงบ่าวมีงานรองอีกงานคือซื้อขายข่าวหรือข้อมูลขอรับ ยิ่งพวกข่าวจากคุณหนูคุณชายตามจวนต่างๆ อันนี้บ่าวยิ่งมีเยอะ แต่บ่าวจะเลือกคนที่จะมาซื้อข้อมูลและข่าว ส่วนคุณใหญ่เป็กรณีพิเศษครั้งแรกบ่าวจะบอกให้แบบไม่คิดเงินเลย แต่ถ้ามีอะไรที่คุณหนูอยากรู้ในภายภาคหน้า คุณหนูก็เรียกใช้บ่าวได้ หากไม่ยากเกินไปบ่าวจะสืบเสาะมาให้ขอรับ”
เื่นี้เมื่อเดือนที่แล้วพอมีข่าวซุบซิบเล็กๆ น้อยนอกจวนเขาจะเอาเข้ามาขายให้พวกพี่สาวหรือป้าๆ ที่อยู่ภายในจวน แรกๆ ก็ไม่คิดอะไรหรอก แต่พอนานๆเข้ามีคนมาถามเขากับจื้อจงบ่อยๆ ก็เลยแกล้งพูดตัดบทไปว่าอยากรู้เื่อะไรก็จ่ายมาเดี๋ยวพวกเขาจะบอกให้ละเอียดเลย ปรากฏว่ามีคนยอมจ่ายเพราะอยากรู้เื่ซุบซิบพวกนั้นจริงๆ นี่สินะอำนาจของความอยากรู้อยากเห็นเื่ชาวบ้าน และโดยหลักเื่พวกนี้จื้อจงจะรู้ดีมากกว่าเขาอีก เพราะออกไปตลาดนอกจวนทีไรจื้อจงมักมีข่าวเด็ดๆ กลับมาด้วยตลอดส่วนเขาก็ช่วยกรองข่าวและเอามากระจายขายอีกทีกลายเป็งานรองไปแบบไม่รู้ตัว
และเมื่อเอามาขบคิดดีๆ เขาเองก็รู้ข้อมูลตัวละครและเื่ราวมากมายในนิยายเยอะแยะไปหมด แล้วทำไมเขาจะเอาเื่ราวที่จะเกิดขึ้นพวกนั้นมาขายไม่ได้ล่ะ ได้ทั้งเงินได้ทั้งช่วยตัวละครด้วย มีแต่ได้กับได้!
ยิ่งเวลานี้ที่เถียนถิง้าแก้แค้นฟางจินยิ่งเป็โอกาสเหมาะของเขาที่จะเปิดตัวขายข้อมูลให้กับพวกตัวละครหลักที่กระเป๋าหนักๆ ทั้งนั้นอีก…โอกาสแบบนี้ต้องรีบคว้า!
“อ่อ ที่แท้เ้ามีงานรองเช่นนี้นี่เอง เดี๋ยวนะ มิใช่ว่าเ้าก็เอาเื่ในจวนข้าไปขายข้างนอกด้วยรึ!”
เถียนถิงถามด้วยความไม่ไว้ใจ ถ้าทำเช่นนั้นก็อันตรายต่อจวนของนาง นางให้คนเช่นนี้อยู่ในจวนนางมิได้เด็ดขาด!
“มิได้ขอรับ บ่าวทำงานในจวนนี้ จวนนี้ยิ่งมีบุญคุณกับบ่าวมาก บ่าวมิใช่คนชั่วขนาดนั้นสักหน่อยนะขอรับ”
หนิงเหอรีบปฏิเสธทันที…เขารู้อยู่แล้วล่ะว่าเถียนถิงจะต้องไม่ไว้ใจเขาในเื่นี้ทันทีแน่ๆ มันก็ต้องใช้เวลาพิสูจน์แหละเขาเข้าใจ
“แล้วข้าจะเชื่อได้อย่างไรว่าเ้าไว้ใจได้ ไม่เอาความในออกไปนอกจวน”
“บ่าวจะเอาออกไปทำไมล่ะขอรับ ถ้าจวนนี้มีอะไรแย่ๆ เกิดขึ้นมา บ่าวที่ทำงานอยู่ที่นี่ไม่แย่ไปด้วยหรือขอรับ อีกอย่างบ่าวก็มิใช่คนน่าสงสัยอะไรแบบที่คุณหนูคิดแน่ๆ ขอรับ ถ้าไม่เชื่อก็สืบประวัติของบ่าวได้เลย ไม่มีเบื้องลึกเื้ั ทั้งยังไม่ใช่ไส้ศึกจากที่ไหนด้วย ที่ทำอยู่นี่ก็หวังดีกับคนในจวนทั้งนั้น ไม่เช่นนั้นจะมาบอกคุณหนูทำไมล่ะขอรับ สู้เอาข้อมูลในจวนไปแอบขายนอกจวนได้เงินอยู่เงียบๆ ไม่ให้ใครรู้จะดีกว่าถูกหรือไม่ขอรับ”
หนิงเหอรีบบอก นี่คือเื่จริง ถ้าเขาเอาข่าวในจวนไปขายข้างนอกย่อมได้ราคาดีกว่า แต่เขาก็ไม่เสี่ยงอันตรายทำกับจวนเฟิ่งแบบนั้นหรอกเพราะนายท่านใหญ่ของจวนเฟิ่งไม่ใช่ธรรมดาๆ แต่เป็ถึงขุนนางขั้นหนึ่งที่ขึ้นตรงต่อฮ่องเต้เชียว อันตรายเกินไปที่จะคิดร้ายต่อคนจวนนี้ เพราะถ้าถูกจับได้ขึ้นมาก็คือไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่ซวยเขาจะพาอาจื้อไปซวยด้วยน่ะสิ อีกอย่างเขาก็ชอบตัวละครที่อยู่ที่นี่เขาถึงได้ไม่คิดอยากจะทำร้ายซ้ำอยากจะช่วยเสียด้วยซ้ำ
“อืม ที่พูดมาก็มีเหตุผล แต่ข้าก็ยังไม่ค่อยไว้ใจเ้า และจะจับตาดูเ้าอย่างดีหากข้ารู้ว่าเ้าคิดไม่ซื่อต่อจวนของข้า ข้าไม่เอาเ้าไว้แน่!”
เถียนถิงไม่ใช่แค่ขู่แต่นางทำจริงและจะตรวจสอบหนิงเหออย่างแน่นอน
“แน่นอนขอรับ เช่นนั้นคุณหนูอยากรู้เื่ของอี้ฟางจินใช่หรือไม่ขอรับ”
เมื่อเข้าใจกันแล้วเขาก็ถามเถียนถิงอีกครั้ง
“อืม ว่ามา ถ้าข้อมูลดีข้าจะจ่ายให้สมราคา”
“ขอบคุณขอรับ”
เขาไม่ปฏิเสธและรอคำนี้อยู่เช่นกัน คนระดับนี้ชอบพูดคำนี้กันอยู่แล้วเพราะมีหน้าตาและฐานะจึงไม่คิดรับมาเปล่าๆ ต้องมีสินน้ำใจให้ผู้น้อยนั่นคือเื่ปกติ
“งกจริงเมื่อครู่ยังบอกจะให้ข้อมูลไม่คิดเงิน ไม่คิดจะอิดออดพูดว่าไม่เป็ไรสักคำหน่อยรึ”
เถียนถิงบ่นอย่างไม่จริงจัง
“น้ำใจคุณหนูบ่าวมิกล้าปฏิเสธ”
“หึ คำพูดฉลาดเกินบ่าวเสียจริง ว่ามา”
“คืออย่างนี้ขอรับ…..”
-------_________________
มาแล้วคร้าาาาาาา
น้องฉลาด แม้จะมีความเสี่ยงแต่น้องก็รู้จักตัวละครทุกตัวดีพอสมควรจึงกล้าที่จะเข้าหา และเถียนถิงคือเหยื่อ เอ้ย! ลูกค้ารายแรก
ฝากตัวละครทุกตัวด้วยนะคะ
ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้น ทุกกำลังใจนะคะ
รักและคิดถึงคนอ่านเช่นเคยจ้า