Rank 10 Fox [อันดับที่ 10 ฟ็อกส์]

    SS2 No.17 ความหลังของเฟียส

    ยามค่ำคืน...
    หลังจากเฟียสอธิบายให้ฟ็อกซ์ได้เข้าใจดีแล้ว แม้ว่าฟ็อกซ์จะลดความเคียดแค้นภายในจิตใจลงได้ แต่เขาก็ไม่ได้ลืมเกี่ยวกับเป้าหมายของเขา
    "เฟียสฉันขอถามตรงๆ ได้ไหม ปีกมังกรกระดูกอเวจี แท้ที่จริงแล้วมันคืออะไรกันแน่ ทำไมถึงได้มีคนครอบครอง แต่ไม่สามารถที่จะใช้งานมันได้ มันดรอปจากบอสหรือว่าเป็นของใครกันแน่!?" ฟ็อกซ์ที่ใจเย็นลงเริ่มถามเข้าเรื่องทันที เพราะหากมันเป็นสิ่งที่ไม่มีใครใช้ได้จริง แล้วทำไมถึงสามารถมีไว้ครอบครองได้
    เฟียสเปลี่ยนเป็นสีหน้าเศร้าหมองลง พลางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าในยามค่ำคืน ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย "เฮ้อออ!! ใจจริงแล้วข้าก็ไม่อยากจะพูดถึงมันหรอกนะ แต่ถ้าไม่พูดให้เจ้าเข้าใจคงอยากจะตัดใจจากมันสินะ"
    ฟ็อกซ์ถึงกับขมวดคิ้วเพราะคำพูดที่ดูกำกวมของเฟียส "คงไม่บอกหรอกนะว่า ปีกมังกรกระดูกอเวจีนี้ เกี่ยวข้องกับเธอโดยตรงน่ะ"
    "ใช่" สีหน้าของเฟียสปรากฏแววตาที่เศร้าสร้อย
    นับตั้งแต่ที่ฟ็อกซ์ได้อยู่ร่วมกันกับเฟียส นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเธออ่อนแอ จึงได้แต่กล่าวปัดๆ ไป "ถ้าเธอลำบากใจไม่ต้องเล่าก็ได้"
    "ช่างเถอะ!! ยังไงสักวันเจ้าก็ต้องรู้" เฟียสฝืนทำหน้าสีหน้าเรียบเฉยอีกครั้ง ก่อนจะเริ่มเล่าต้นสายปลายเหตุทั้งหมดโดยละเอียด
    ในอดีตที่แสนจะยาวนานของเฟียส ช่วงเวลานั้นเธอยังเป็นเพียงผู้พิชิตระดับล่าง ที่ไม่ได้สูงส่งหรือเก่งกาจแต่อย่างใด ก่อนที่เธอจะถูกเชื้อเชิญให้เข้าร่วมกับกลุ่มโลกาวินาศ ซึ่งเป้าหมายของกลุ่มนี้ชัดเจนที่สุดในเวลานั้น นั่นคือการพิชิตดันเจี้ยนพระเจ้า และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายจึงได้พยายามใช้ทุกวิถีทางในการพิชิตบอส
    จากนั้นแค่เพียงระยะเวลาไม่กี่พันปี เธอกลับกลุ่มก็สามารถพิชิตบอสชั้นที่ 50 ได้เป็นกลุ่มแรกของจักรวาล และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่กลุ่มของเธอถูกไล่ล่า เพราะในจักรวาลที่มีสิ่งมีชีวิตมากมาย ที่ต้องสูญเสียดาวบ้านเกิดไป จึงคิดที่จะลงหลักปักฐาน เพื่อใช้ชีวิตอยู่ภายในดันเจี้ยนพระเจ้าแทน
    ก่อนจะเริ่มมีการปฏิวัติครั้งใหญ่ แน่นอนว่ามีสิ่งมีชีวิตที่ต้องการอยู่อย่างสงบในดันเจี้ยนพระเจ้า ก็ย่อมต้องมีสิ่งมีชีวิตที่ต้องการปกป้องรักษาดาวบ้านเกิดของพวกเขา จนกลายเป็น 3 ขั้วอำนาจใหญ่ประกอบไปด้วย สมาคมผู้พิชิต สถาบันทั้ง 5 และกลุ่ม Darkness
    สมาคมผู้พิชิตกับสถาบันทั้ง 5 จึงเริ่มทำการกวาดล้างกลุ่ม Darkness แต่พวกมันกลับเลือกที่จะสังเวยชีวิต เพื่อใช้ไอเทมอัญเชิญปีศาจระดับสูงในดันเจี้ยนพระเจ้าออกมาเพื่อควบคุม และปีศาจตนนั้นคือมังกรแห่งการทำลายล้าง เพียงมันแค่ตนเดียวก็กวาดล้างผู้พิชิตระดับ Diamond ตายไปนับแสน
    ศึกนั่นนับว่าเป็นการสูญเสียอย่างใหญ่หลวงเลยทีเดียว แต่กลุ่มของ Darkness เองก็ต้องสังเวยชีวิตไปนับแสนเช่นกัน จนพวกมันไม่เหลือสิ่งมีชีวิตที่จะสังเวยได้อีก มังกรแห่งการทำลายล้างจึงได้หลุดจากการควบคุม ทว่ามังกรแห่งการทำลายล้างเองกลับไม่ได้หายไป
    แต่ยังโชคดีเมื่อมังกรแห่งการทำลายล้างหลุดจากการควบคุม มันก็ไม่ได้โจมตีเหล่าผู้พิชิตอีกเลย ทว่าการสูญเสียในคราวนั้น ทำให้มีผู้พิชิตจำนวนไม่น้อยที่เคียดแค้นมังกรแห่งการทำลายล้าง เหล่าผู้พิชิตจึงได้รวมตัวกันเพื่อออกล่าสังหารมังกรแห่งการทำลายล้าง
    หากแต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อกลุ่มผู้พิชิตจำนวนมากรวมตัว เพื่อไปล่ามังกรแห่งการทำลายล้าง กลับเป็นฝ่ายถูกสังหารตายกันเป็นเบือ จนต้องหนีเอาชีวิตรอดกันวุ่นวาย มังกรแห่งการทำลายล้างจับตัวหญิงสาวคนนึงเอาไว้ ทว่านอกจากมันจะไม่สังหารเธอแล้ว กลับกลายเป็นว่ามันดันหลงรักเธอหัวปักหัวปำ.....
    เมื่อพูดมาถึงตรงนี้จู่ๆ เฟียสก็หยุดพูดเอาเฉยๆ ฟ็อกซ์ที่เห็นเฟียสหยุดเล่าก็เริ่มพอที่จะเดาขึ้นได้ "หญิงสาวคนนั้นก็คือเธอสินะ เฟียส"
    "ใช่ หลังจากนั้นไม่นานข้าก็ถูกยกย่อง และกลายเป็นผู้พิชิตที่สังหารมังกรแห่งการทำลายล้าง" เฟียสเอ่ยอย่างแผ่วเบา ก่อนจะพยายามสะกดข่มอารมณ์และพูดต่อ
    "ที่ข้าสามารถสังหารมันได้เป็นเพราะว่า....."
    "พอแล้วข้าไม่อยากรู้" ฟ็อกซ์ที่เห็นสีหน้าของเฟียสเศร้าหมองลงเรื่อยๆ จึงต้องรีบเอ่ยขัดขึ้น
    เฟียสมองหน้าฟ็อกซ์อย่างขอบคุณ พลางปรับเปลี่ยนอากัปกริยาเป็นดังเดิม และกลับมาพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย "ปีกมังกรกระดูกอเวจีคือสิ่งที่ดรอปออกมาจากเจ้านั่น เงื่อนไขการครอบครองโดยสมบูรณ์คือ ต้องมีโลหิตมังกร ส่วนโลหิตมังกรหาดรอปได้จากชั้นที่ 80 หรือไปชั้นที่ 88 จะมีเผ่ามังกรอาศัยอยู่"
    ฟ็อกซ์ที่ได้ฟังถึงกับเข้าใจได้ในทันทีว่า เหตุผลที่ไม่มีใครสยบมันได้เป็นเพราะอย่างนี้นี่เอง ยิ่งไปกว่านั้นเขาจำได้ว่าเฟียสยังพิชิตบอสได้แค่ชั้นที่ 75 เท่านั้น และเกิดการสูญเสียในชั้นที่ 76 ทำให้ไม่สามารถไปชั้นต่อได้ และติดค้างอยู่ที่ชั้นที่ 75 มาหลายพันปีแล้ว การที่เขาคิดจะครอบครองปีกมังกรกระดูกอเวจีนั้น เป็นเรื่องเพ้อฝันอย่างที่เฟียสต่อว่าเขาจริงๆ นั่นแหละ ระหว่างที่ฟ็อกซ์กำลังประเมินสถานการณ์ทั้งหมด
    จู่ๆ ซารีน่าก็โพล่งถามขึ้นมาเฉยๆ ด้วยน้ำเสียงที่ไร้เดียงสา
    "อาจารย์ท่านบอกว่าเมื่อไปถึงชั้นที่ 50 จะสามารถวาร์ปไปโลกอื่นๆ ได้ แล้วท่านมีบัตรวาร์ปไปชั้นที่ 50 เลยไหมคะ เพราะตามหลักแล้วถ้ามีบัตรวาร์ปกลับไปที่ชั้น 1 ได้ ก็ต้องมีบัตรวาร์ปไปยังชั้นอื่นๆ ได้ใช่ไหมคะ"
    "แค่ก ๆ ๆ ๆ" เฟียสถึงกับไอแห้งๆ ออกมา กับคำถามที่ไม่รู้กาลเทศะของศิษย์คนที่สองของเธอ
    ทว่าคำถามที่ซารีน่าถามนั้นตรงประเด็นอย่างมาก ทำให้ฟ็อกซ์ที่กำลังประเมินสถานการณ์อยู่ ถึงกับโยนมันทิ้งจากหัวเขาทันที และหันไปเอ่ยย้ำเพื่อขอคำตอบจากเฟียสทันที
    "จริงสินะเฟียส เธอออกจะเป็นคนขี้เกียจและเบื่อง่าย ถ้าอยากไปเที่ยวโลกอื่นๆ คงไม่เสียเวลาใช้การเดินขึ้นไปแต่ละชั้นแน่นอน แสดงว่าเธอก็ต้องมีบัตรวาร์ปอยู่กับตัวสินะ"
    "ของแบบนั้นจะไปมีได้ยังไงกันเล่า ศิษย์ข้าเจ้าเลิกถามเรื่องไร้สาระได้แล้ว รีบไปพักผ่อนซะ นายเองก็ด้วยพรุ่งนี้พวกเจ้าต้องรับศึกหนัก" เฟียสกล่าวจบก็พลันสลายร่างกลับเข้าไปอยู่ในห้วงจิตใจของฟ็อกซ์เช่นเดิม
    ซารีน่าที่ได้ยินอาจารย์พูดแบบนั้นก็อดผิดหวังเล็กน้อยไม่ได้ ผิดกับฟ็อกซ์ที่หันไปยิ้มให้กับซารีน่าอย่างขอบคุณ เพราะจากอาการของเฟียสที่แสดงออกมานั้น เขาที่อยู่กับเฟียสมานานย่อมเข้าใจดีว่าเธอมีบัตรวาร์ปอยู่กับตัวแน่นอน ก่อนที่ฟ็อกซ์กับซารีน่าจะปลีกตัวเพื่อไปนอนพักผ่อน
    วันต่อมา...
    ฟ็อกซ์นั้นยังคงนอนหลับอย่างสบายใจ ส่วนซารีน่ากลับถูกเฟียสปลุกแต่เช้าเพื่อมาพูดคุย เพราะว่ากลุ่มของฟ็อกซ์เหลือเวลาอีก 13 วัน ที่จะต้องทำภารกิจประจำเดือนให้ครบ มิเช่นนั้นพวกเขาจะหลุดจากการเป็นศิษย์ระดับ 3 กลายเป็นระดับ 4 ทันที ซึ่งมันค่อนข้างมีผลต่อคะแนนรายเดือนซึ่งแบ่งออกเป็นดังนี้ ศิษย์ระดับ 1 อัญมณีสายรุ้ง = ได้รับคะแนนรายเดือน 100,000 ต่อเดือน ศิษย์ระดับ 2 ตราสัญลักษณ์เพชร = ได้รับคะแนนรายเดือน 10,000 ต่อเดือน ศิษย์ระดับ 3 ตราสัญลักษณ์สีทอง = ได้รับคะแนนรายเดือน 1,000 ต่อเดือน ศิษย์ระดับ 4 ตราสัญลักษณ์สีเงิน = ได้รับคะแนนรายเดือน 100 ต่อเดือน ศิษย์ระดับ 5 ตราสัญลักษณ์สีทองแดง = ได้รับคะแนนรายเดือน 10 ต่อเดือน
    แน่นอนว่าที่เฟียสเรียกซารีน่ามาอธิบายเรื่องพวกนี้ ก็เพราะว่าเฟียสต้องการให้ศิษย์ของเธอก้าวขึ้นเป็นศิษย์ระดับ 1 โดยเร็วที่สุด เพื่อที่จะได้รีบสะสมคะแนนแล้วนำไปแลกอาวุธ และเซ็ทไอเทมที่เหมาะสมกับศิษย์ของเธอ ภายภาคหน้าจะได้ไม่ต้องมาเป็นตัวถ่วงในทีม
    เพราะเอาเข้าจริงๆ แล้ว ถึงแม้ว่าซารีน่าจะมีพลังทางกายภาพ และมานาสูงกว่าฟ็อกซ์กับลูเคียหลายเท่าตัว แต่ศักยภาพด้านความเร็วต่ำมาก พอๆ กับศิษย์ระดับ 4 [คนที่ซารีน่าประลองด้วย] แถมการประเมินสถานการณ์ การวิเคราะห์ การหาจุดอ่อนของศัตรู ถือว่าติดลบเลยก็ว่าได้
    เธอเพียงแค่อาศัยลูกบ้าเน้นโจมตีแบบรุนแรง เป็นวงกว้างเพื่อกดดันทำลายล้างศัตรูในคราวเดียว แต่หากต้องเจอกับศัตรูที่มีระดับเดียวกัน โอกาสชนะนั้นแทบจะเป็นศูนย์ เหมือนกับเจ้าบอสโครงกระดูกนั่นแหละ ขนาดศัตรูใช้เวทย์ไม่ได้ซารีน่ายังแพ้ไม่เป็นท่า แล้วถ้าเจอพวกที่ใช้เวทย์เธอได้ตายอย่างน่าสมเพศแน่นอน
    นางฟ้าสีเลือดอย่างซารีน่า วันนี้กลับถูกเด็กสาวตรงหน้าต่อว่าอย่างตำหนิ ทว่าอากัปกริยาของเธอในตอนนี้ กลับไม่มีแม้แต่อาการฮึดฮัดแม้แต่น้อย หากคนที่รู้จักตัวตนของเธอมาพบเห็นเข้า คาดว่าคงได้ขำกลิ้งลงไปนอนกับพื้นเป็นแน่ ส่วนฟ็อกซ์เองที่หลับ [แกล้งหลับ] นานแล้วพลันลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้น
    "นี่เฟียส!! เธอบอกว่าวันนี้พวกเราต้องรับศึกใหญ่ใช่ไหม"
    "อืม" เฟียสเอ่ยตอบด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
    "ถ้างั้นวันนี้พวกเราก็ไม่ต้องไปเคลียบอสชั้น 12 สินะ" ฟ็อกซ์ถามต่ออย่างแปลกใจ
    "ใช่" เฟียสยังคงตอบรับอย่างเย็นชา "แล้วมันจะไม่เสียเวลาการทำภารกิจรึไงกัน พวกเราเหลือเวลาแค่สองอาทิตย์เองนะ" ฟ็อกซ์ที่ได้ยินคำตอบของเฟียสก็อดที่จะทักท้วงไม่ได้
    "เหลือเฟือ!! แล้วอีกอย่างนี่ก็เป็นหนึ่งในการฝึกที่สำคัญของพวกเจ้า" ทว่าเฟียสกลับยังคงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่กระนั้นกลับปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่แสนจะชั่วร้ายออกมา
    ทว่าฟ็อกซ์ถึงกับรู้สึกเสียวสันหลังวาบๆ กับรอยยิ้มของเฟียส ผิดกับซารีน่าที่ได้แต่กระพริบตาปริบๆ เพราะยังไม่รู้จักอาจารย์ของเธอดีนั่นเอง ก่อนที่ซารีน่าจะเอ่ยถามอย่างใสซื่อ
    "แล้วพวกเราจะเริ่มฝึกกันแบบไหนคะอาจารย์!?"
    "ก็แบบนี้ไง"
    สิ้นเสียงของเฟียสฉับพลันนั้นเองก็ปรากฏวงเวทย์บางอย่างที่ใต้เท้าของพวกเขา พร้อมกับดูดกลืนร่างของทั้งสองหายไปในเสี้ยวพริบตา
    "!!!!?"
    เมื่อฟ็อกซ์กับซารีน่าโผล่ออกมาอีกทีก็พบว่า บัดนี้พวกเขาอยู่ใจกลางเหล่าอสูรจำนวนมาก แถมยังมีหลากหลายเผ่าพันธุ์อีกด้วย และทันทีที่พวกมันสัมผัสได้ถึงเหยื่ออันโอชะ เสียงคำรามของเหล่าอสูรก็ดังกู่ก้องไปทั่วรอบๆ บริเวณ แต่น่าแปลกที่พวกมันไม่ขยับเขยื้อนตัวแม้แต่น้อย ไวเท่าความคิดฟ็อกซ์กับซารีน่าเรียกอาวุธขึ้นมาอย่างฉับพลัน ทว่าในเสี้ยวพริบตานั้นเองเฟียสกลับยึดอาวุธของฟ็อกซ์ และผนึกการใช้โลหิตของซารีน่า พร้อมกับเรียกคิวบิและซาฟีร่าขึ้นมาชมดูการต่อสู้อยู่บนฟ้า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย
    "ศึกนี้ให้ใช้แต่พลังกายกับเวทย์ในการต่อสู้เท่านั้น และข้าได้วางบาเรียปกคลุมรอบๆ นี้ไว้หมดแล้ว และพวกเจ้าจะต้องเอาชนะศึกนี้ให้ได้ก่อนที่ฟ้าจะมืด ไม่เช่นนั้นก็อย่าได้คิดจะขึ้นไปชั้นต่อไปอีก" สิ้นเสียงของเฟียสนางก็ดีดนิ้วดังเปาะขึ้นทีนึง เหล่าอสูรหลากหลายสายพันธุ์ก็พุ่งกระโจนเข้าหาฟ็อกซ์กับซารีน่าทันที
    ถึงแม้ว่าซารีน่าจะรู้สึกกดดันมาก แต่เธอเป็นพวกชื่นชอบการต่อสู้อยู่แล้ว จึงพุ่งเข้าใส่ฝูงอสูรอย่างบ้าคลั่ง ผิดกับฟ็อกซ์ที่เริ่มเดือดดาลถึงขีดสุด แม้ว่าพลังกายเขาจะยอดเยี่ยม แต่เวทย์ในหัวสมองเขามีแค่ไม่กี่บทเท่านั้น จึงได้แต่ลอบด่าทอเฟียสอยู่ภายในใจ
    "ยัยบ้า!! ถ้าฉันแข็งแกร่งกว่าเธอเมื่อไหร่ จะยำให้เละเลยคอยดูสิ..."

    คล้ายกับเรื่องRank 10 Fox [อันดับที่ 10 ฟ็อกส์] ที่คุณอ่าน