ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่688 ชายแก่ผู้ดื้อรั้น

     ชายชราที่เกิดจากหยดเลือดจักรพรรดิ ครั้นเห็นกายาอี้เฉิน ถูกหลินเฟยรักษา มาเนืองๆ ตลอดหลายชั่วยาม เขาเปิดปากเอ่ยเสียงเรียบออกมา “เกรงว่ากายเนื้อของเจ้าหนู จะยกระดับไปไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ แม้แต่ปราณจิตยังถูกขัดเกลา ถือว่าเจ้ามีความสามารถจริง ไม่ได้โชคช่วยที่มายืนอยู่จุดนี้ได้”
 

 

อี้เฉินครั้นได้ยินคำพูดของปู่ดวงเฮง เขาเบ้ปากออกมาทันที ไม่รู้ว่าเขาจะดีใจ หรือเสียใจ กับคำชมของชายชราดีในยามนี้  

 


       ก่อนอี้เฉินจะปิดเปลือกตา หมุนโคจรจุดตันเถียนทั้ง5 สำรวจกายาตนเอง  ครั้นเมื่อรับรู้ศักยภาพของตัวเขา เพิ่มพูนขึ้นมาหลายส่วน จากการใช้มหันตภัยฟ้าดิน เป็นเตากลั่นหลอมกายา จึงทำให้กายเนื้ออี้เฉิน ถูกขัดเกลาอย่างต่อเนื่อง แม้แต่โลหิตที่สูบฉีดภายในกาย บัดนี้ยังพลุ่งพล่าน เปี่ยมไปด้วยพลัง ยกระดับไปไม่ใช่น้อยๆ

 


       ก่อนที่อี้เฉินจะเรียกหอกเลือดออกมา ปรากฏเบื้องหน้า ภาพในครรลองสายตาที่อี้เฉินเห็น หอกสีแดงโลหิต เปล่งแสงสีแดงประกายเจิดจ้า มาพร้อมกับความรู้สึกอันตรายและเฉียบคม ราวกับจะพุ่งทะลวงผ่านทุกสิ่ง ปลดปล่อยปราณพลัง ของศาสตราวุธขั้นสูงสุด ของมหาทวีปออกมา

 


       “หืม!! หอกเลือดของข้า เลื่อนขั้น ไปอยู่ในศาสตราวุธ ระดับจักรพรรดิ แล้วเช่นนั้นหรือ?” อี้เฉินเอ่ยพูดออกมา ด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา แม้แต่หลินเฟย ที่รับรู้ถึงความอันตราย จากหอกเลือด เปล่งแสงสีแดงฉานออกมา นางยังรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึง เม็ดเหงื่อผุดผายขึ้นมาบนใบหน้า ก่อนจะถูกอี้เฉินปาดเหงื่อเย็น บนใบหน้านางออก เก็บหอกเลือดแล้วไต่ถามนางออกมา

 


“เจ้าไม่เป็นอะไร นะน้องหญิง”

 


       หลินเฟย คลี่ยิ้มทอประกาย หลับตาหยี ส่งรอยยิ้มออกมากว้าง พยักหน้าให้อี้เฉินด้วยความเร็ว รอยยิ้มนั้น ของหลินเฟย ทำให้อี้เฉินผ่อนคลายลงไปไม่น้อย ก่อนจะละฝ่ามือ จากใบหน้างามหลินเฟย ครั้นได้ยินน้ำเสียงปู่ดวงเฮง เตรียมจะเอ่ยพูดออกมา

 


“เจ้ามาเป็นศิษย์ของข้า ดีหรือไม่ หนุ่มน้อย?”

 


       อี้เฉินที่ได้ยินเขาขมวดคิ้วมุ่นเข้าหากัน เป็นปมอยู่เล็กน้อย ก่อนบอกกล่าวผู้ยิ่งใหญ่ ที่อยู่เบื้องหน้า อย่างนอบน้อม ชนิดที่เป็นทางการ ยกฝ่ามือประสานเข้าหากัน “ข้ามีอาจารย์อี้ฟางหรง อยู่แล้ว โปรดขออภัยท่านผู้อาวุโส ที่ข้าไม่อาจรับท่านเป็นอาจารย์ได้”

 


       ชายชราที่เกิดจากหยดเลือดจักรพรรดิ เนื้อตัวเขาสั่นกระตุกน้อยๆ แม้แต่ตัวที่ยืนตั้งตรง ยังหด งอ ลงมาเล็กน้อย ไม่คิดว่าผู้ยิ่งใหญ่อย่างเขาจะถูกปฏิเสธ แถมยังรู้สึกถูกชะตากับเด็กหนุ่มผู้นี้ ขึ้นมาหลายเท่า

 


        สายตาชายแก่ ที่ไม่ยอมแพ้ กล่าวพูดชักแม่น้ำทั้ง5ออกมาโน้มน้าวอี้เฉินทันที “อี้ฟางหรงสตรีที่เข้าทดสอบ สิ่งสืบทอดโลงศพ ร้อยเคราะห์กรรม นางก็ถือเป็นศิษย์ของข้า เมื่อนางกลับออกมา ..เจ้าที่เป็นศิษย์ของลูกศิษย์ข้า ก็นับเป็นศิษย์ข้าไม่ใช่หรือ” ทันใดที่ชายแก่เอ่ยพูดออกมา เขาก็คลี่ยิ้มออกมากว้าง

 


       อี้เฉินได้ยินเช่นนั้น ห่างคิ้วเขาพลันสั่นกระตุกน้อยๆ นี่มันก็ไม่ต่างจากมัดมือชก เขาเลยไม่ใช่หรือ เกรงว่าอี้เฉินจะประเมินชายแก่ ปู่ดวงเฮง ผู้นี้ต่ำเกินไป “เช่นนั้นรอให้ท่านอาจารย์อี้ฟางหรง ออกมาก่อนแล้วกัน”

 


        คำพูดที่อี้เฉินกล่าว ยังไม่ทันจะสิ้นประโยค ปู่ดวงเฮงก็ส่งตำราเล่มหนึ่ง ออกมาให้อี้เฉินศึกษา ก่อนชายแก่ จะสืบฝีเท้าจากไป ทำให้อี้เฉิน ต้องส่ายหัวออกมา ด้วยความจนใจ

 


        หลินเฟยตบไหล่อี้เฉินด้วยความอ่อนโยน พอจะเข้าใจคุณปู่ดวงเฮง บอกกล่าวผู้เป็นสามี อย่าได้เก็บชายชรา มาเป็นความขุ่นเคืองภายในใจ “ท่านพี่ ข้าเองก็ขอร้องท่าน แทนชายชราผู้นั้นด้วย”

 


“อืมๆ ข้าเข้าใจแล้ว” อี้เฉินผ่อนลมหายใจออกมายาว ก่อนจะกลาง เปิดม้วนตำราเก่าคร่ำครึ ไม่ได้ส่งคืนชายแก่ ออกมาศึกษา

 


ทว่าตำราเล่มนี้แปลกประหลาดเป็นอย่างมาก ไม่มีแม้ตัวอักษร อักขระ รูน แม้แต่ตัวเดียวภายในม้วนตำราเล่มนี้ แล้วเขาจะศึกษามันเช่นไรเล่า

 


        ...2-3ชั่วยามผ่านไป ที่อี้เฉินเอาแต่ยกฝ่ามือถูคาง จับจ้องไปยังตำราที่อยู่เบื้องหน้า แม้จะรับรู้ถึงความวิเศษของตำราเล่มนี้ แต่เขาพลิกตำรา กลับไปกลับมาหลายตลบ ก็ยังไม่เจอกลไกอะไรที่ซ่อนอยู่ ภายในตำราเล่มนี้ แม้แต่หยดเลือด หรือส่งปราณจิตเข้าไปภายในตำรา ยังไม่เกิดผลใดๆ ทำให้อี้เฉินแทบจะถอดใจ

 


       “หืม!! หรือว่า”ครั้นอี้เฉินครุ่นคิดบางอย่างขึ้นมาได้ เขาขับเคลื่อนดวงตาแห่งการหลับใหล ออกมาทันที ทำให้ดวงตาอี้เฉิน แปรเปลี่ยนเป็นสีเม็ดทับทิมเลือด รู้สึกปวดแสบปวดร้อนดวงตา จนมีโลหิตหลั่งไหลออกมา เปรอะเปื้อนใบหน้า

 


        ภาพในครรลองสายตาภายในตำราม้วนเก่า ปรากฏอักขระ อักษรรูนขึ้นมา มันก็ทำให้อี้เฉินคลี่ยิ้ม ออกมากว้าง ทว่ามันสูญเสียพลังดวงตา ที่อี้เฉินขับเคลื่อนเป็นอย่างมาก

 


        เพียงจ้องมองอักขระ อักษรรูนเก่าแก่ พวกนั้นยังไม่ได้ใจความ ดวงตาของอี้เฉินก็อ่อนล้า จวนจะปิดสนิท ดับมืดลง ราวกับคนที่สูญเสีย ดวงตาในยามอดีตไป

 


        อี้เฉินต้องเอ่ยพึมพำออกมา “นี่มันหมายความว่าอย่างไร” ‘เกรงว่าหากอี้เฉินอยากจะศึกษา ม้วนตำราเล่มนี้ทั้งหมด บางทีเขาอาจจะใช้ เวลาอ่านอย่างเดียวหลาย10ปีก็เป็นได้’

 


‘ไม่คิดจะมีสิ่งของประหลาดเช่นนี้อยู่ด้วย เพียงขับเคลื่อนดวงตา จ้องมองไม่กี่วินาที กลับทำให้ดวงตาของเขาอ่อนล้า ได้มากถึงเพียงนี้’

 


        ...ช่วงเวลา1ปี ที่อี้เฉินรอให้ขั้นพลังของเขาเสถียร ภายในโลกใบเล็กของสุสานจักรพรรดิผู้ร่วงหล่น ระหว่างนั้น เขาจดจ้องอยู่กับตำรา ที่ชายแก่เกิดจากหยดเลือดจักรพรรดิมอบให้ จนดวงตาของเขาดำมืดสนิท ราวกับคนสูญเสียแสงแห่งการมองเห็นไป นับครั้งไม่ถ้วน ทว่าอี้เฉินก็ยังอ่านมัน ไม่ถึงสองส่วนของม้วนตำราเก่า เสียด้วยซ้ำ

 


       ก่อนอี้เฉินจะออกจากการปิดขั้นพลัง ครั้นเมื่อแผ่นยันต์ส่งข้อความ ภายในทะเลความรู้อี้เฉิน เปล่งแสงขึ้นมา จนสว่างพร่างพราว จากการส่งข้อความมาหาของโม่กวาง

 


         บอกกล่าวตัวอี้เฉินถึงเรื่อง งานประลองยุทธ์ที่จัดขึ้นทุกๆ 10ปี ภายในดินแดนเทพ แถมยังมีข่าวที่น่าตกใจ ไฟเทพ ระดับ ตำนาน ปรากฏขึ้นมาเป็นของรางวัล ภายในงานประลองครานี้ แม้แต่เมล็ดพันธุ์ ระดับสูง ยังอยู่ในลิส รายชื่อของรางวัลใหญ่

 


        “ไอ้พวก4สำนักใหญ่ พวกมันช่างสรรหา ของล้ำค่ามาล่อตาจริงๆ” อี้เฉินอดไม่ได้ที่จะสบถด่าออกมา แม้แต่ยามนี้ เหล่าผู้พิทักษ์ชรา ยังสืบฝีเท้ามารวมตัวกับอี้เฉิน ครั้นรับรู้ว่าอี้เฉินจะกลับขึ้นไป ยังดินแดนเทพอีกครา

 


อี้เฉินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนจะหยิบลูกบาศก์มิติ ออกมาลอยอยู่เหนือฝ่ามือ “พวกท่านพร้อมกันแล้วใช่หรือไม่?”

 


        เหล่าผู้พิทักษ์ชราทั้ง4 ต่างก็เนื้อเต้น จะ15ปีแล้วสินะ ที่พวกเขาอยู่ภายในดินแดนเบื้องล่าง บัดนี้จะได้ขึ้นไปยังดินแดนเทพ แก้แค้นพวก4สำนักใหญ่ ให้หายเจ็บแค้น

 


        ครั้นพยักหน้าให้อี้เฉิน ร่างพวกเขา ก็ถูกดูดเข้าไป ภายในโลกใบเล็กของ ลูกบาศก์มิติ ซ่อนตัวเงียบ จะให้พวก4สำนักใหญ่ รู้ตัวพวกเขา แหวกหญ้าให้งูตื่นไม่ได้

 


        ก่อนอี้เฉินจะคลี่ยิ้มทอประกาย ออกมาหาหลินเฟย “น้องหญิงเรากลับดินแดนเทพกันเถอะ บัดนี้คงจะถึงเวลา ที่ข้าจะพาเจ้า ขึ้นไปยังดินแดนเทพแล้ว”

 


       “อืมๆ” สตรีใบหน้างาม เอื้อมฝ่ามือมาดึงชายอาภรณ์ อี้เฉินไว้น้อยๆ ก่อนอี้เฉินจะประสานฝ่ามือ โค้งคำนับไปในทิศทางที่ชายแก่อยู่ แม้ชายแก่จะไม่ได้ ออกมาส่งตัวอี้เฉินกับหลินเฟย ทว่าอี้เฉินก็รับรู้ถึง สายตาลึกล้ำของปู่ดวงเฮง

 


        ก่อนร่างอี้เฉินจะแผ่ม่านพลังโอบล้อมกายา ของหลินเฟยไว้ แล้วหายวับออกไป จากสุสานของจักรพรรดิ เดินทางต่อไปยังสำนักเซียน กลับไปยังดินแดนเทพอีกครา

 


        ร่างเงาที่วูบไหวเดี๋ยวเลือนราง เดี๋ยวแจ่มชัด ไปพร้อมม่านพลังสีทอง รวดเร็วปานสายฟ้าฟาด ใช้เวลาเดินทางไม่กี่ชั่วยาม อี้เฉินหลินเฟย ก็เดินทางมาถึงด่านในราชวงศ์ สืบฝีเท้า ตรงไปยังหุบเขาบรรพชน ด้วยความเร็วคงที่

 


        ปราณมังกร พรจักรพรรดิ ทั่วหุบเขาบรรพชน แผ่ซ่านกระจัดกระจายออกมาทั่ว ราวกับมังกรที่ตื่นจากการจำศีล มานานหลายปี มันก็ทำให้คนของสำนักหุบเขาบรรพชน รับรู้ได้ทันทีว่าบัดนี้ จักรพรรดิอี้เฉิน กลับขึ้นมายังดินแดนเทพอีกครั้งแล้ว

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน